11 มกราคม 2560

เผ่าดาน(Dan) สันดานงูพิษ

Chodesh Tov! สุขสันต์สำหรับการเริ่มต้นเดือนใหม่ เรากำลังอยู่ในเดือนเทเบท (Tevet) ปี 5777  หากนับปี 2017 เดือนเทเบทจะอยู่ในช่วงวันที่ 30 ธันวาคม - 27 มกราคม 2017 

เทเบท( טֵבֵת -Tevetป็นเดือนที่ 10 ตามปฏิทินศาสนาและเป็นเดือนที่ 4 ปฏิทินการปกครองของอิสราเอล  เดือนนี้มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของคนอิสราเอล   เพราะพระยาห์เวห์ทรงเตรียม "ฮาดาชาห์" (הֲדַסָּה - Hadassah) เพื่อเป็น "พระราชินีเอสเธอร์" เพื่อช่วยชีวิตชาวยิวจากการถูกสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 

เอสเธอร์ 2:16-17 
16 เขา​ได้​พา​เอสเธอร์​เข้า​ไป​เฝ้า​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ใน​พระ​ราช​สำนัก ใน​เดือน​ 10 ​ซึ่ง​เป็น​เดือน ​เทเบท​(Tevet) ใน​ปี​ที่ 7แห่ง​รัช​กาล​ของ​พระ​องค์
17 กษัตริย์​ทรง​รัก​เอสเธอร์​ยิ่ง​กว่า​หญิง​อื่น​ทั้ง​สิ้น และ​เธอ​ได้​รับ​พระ​กรุณา​และ​ความ​โปรดปราน​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์ ​มาก​กว่า​หญิง​พรหมจารี​ทั้ง​หมด พระ​องค์​จึง​ทรง​สวม​มงกุฎ​บน​ศีรษะ​ของ​เธอ และ​ทรง​ตั้ง​เธอ​ให้​เป็น​พระ​ราชินี​แทน​วัชที

พระราชินีเอสธอร์เป็นคนสวยใจดี  ดีต่อใจใครๆก็ชอบ  เธอเป็นที่โปรดปรานของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ เธอจึงทูลขอพระราชอำนาจเพื่อช่วยชาวยิวให้รอดพ้นจากการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จากศัตรูตัวร้ายของคนอิสราเอล คือ "ฮามาน" จึงเป็นที่มาของเทศกาล  "ปูริม"(Purim) (เอสเธอร์  3:7,9:24-26)


ดังนั้นเดือนนี้จึงเป็นเดือนที่คนชอบธรรมจะเข้าไปมีอิทธิพลที่ดีต่อสังคม เพื่อจะจัดการต่อความอธรรม
เดือนต่างๆของอิสราเอลจะมีเผ่าประจำแต่ละเดือน  ซึ่งเราได้เรียนรู้จักลักษณะแต่ละเผ่าไปแล้ว ครั้งนี้ผมจะพูดถึงเผ่าดาน เผ่าประจำเดือนเทเบท 

(หมายเหตุ  เรียนรู้จักลักษณะของเผ่าต่างๆประจำเดือนของอิสราเอลโดยสามารถอ่านบทความที่เขียนไว้ตาม Link นี้ครับ  สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์อิสสาคาร์ - ลาที่มีกำลังกล้าหาญ,เศบูลุน-เรือสำเภามุ่งสู่จุดหมาย,รูเบน - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว,กาด นักรบผู้เก่งฉกาจ,เอฟราอิม-กระทิงแห่งศักดิ์ศรีนัสเสห์- ช่อมะกอกที่ออกผล,เบนยามิน -สุนัขป่า นักล่า)
  
เดือนเทเบท  เป็นเดือนแห่งเผ่าดาน
"ดาน" (Dan- דָּן) เป็นบุตรคนที่ 5 ของยาโคบ(Jacob) เกิดจากนางบิลฮาห์ (Bilhah)  สาวรับใช้ของนาง ราเชล(Rachel)   
คำว่า (Dan- דָּן) ในภาษาฮีบรูหมายถึง การพิพากษา (judgement) หรือ ผูัวินิจฉัย  (he judged)  

ปฐมกาล 30:4-6  
4 นางจึงยกบิลฮาห์สาวใช้ของตนให้เป็นภรรยาของยาโคบ ยาโคบก็เข้าไปหานาง
5 บิลฮาห์ก็ตั้งครรภ์กับยาโคบและมีบุตรชาย
6 นางราเชลว่า "พระเจ้าผู้ทรงตัดสินเรื่องข้าพเจ้า ได้ทรงสดับฟังเสียงข้าพเจ้าทูลจึงประทานบุตรชายแก่ข้าพเจ้า" เหตุฉะนี้นางจึงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าดาน {แปลว่า เขาพิพากษาแล้ว} 


ผมได้ตั้งชื่อเผ่าของอิสราเอล พงศ์พันธุ์ของยาโคบเป็นภาษาไทยสำหรับ  เพื่อให้จดจำได้ ดังนี้
รูเบน-"สมชาย", สิเมโอน -"สดับฟัง", เลวี-"สนิทใจ", ยูดาห์-"สรรเสริญ", 
อิสสาคาร์-"สินชัย",เศบูลุน-"สมเกียรติ", กาด -"สบโชค", 
โยเซฟ-"เสริมพล", มนัสเสห์ -"สิ้นโศก", เอฟราอิม -"เสริมพงศ์", เบนยามิน-"ศักดิ์ชาย",
อาเชอร์- "สุขใจ",นัฟทาลี- "สมชัย", ดีนาห์- "แสนดี"

สำหรับเผ่าดาน ผมขอตั้งชื่อว่า นาย "สมควร" เพราะนางราเชลสำนึกผิดว่านางทำแบบนี้คือ ยกสาวใช้ให้เป็นเมียของสามี เนื่องจากนางไม่มีบุตร สิ่งนี้ "สมควร" จะได้รับการพิพากษาจากพระเจ้า 


ผมมีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการตั้งชื่อบุตร หากเป็นคริสเตียน สมาชิกคริสตจักรมักจะพามาให้ผู้นำหรือศิษยาภิบาลตั้งชื่อให้  เรื่องนี้มีอยู่ว่า...

วันหนึ่งที่คริสตจักรแห่งหนึ่งมีสามีภรรยาหลายคู่มาหาศิยาภิบาล

สามีภรรยาคู่แรก แต่งงานกันมายังไม่มีบุตร จึงอธิษฐานเป็นเวลานานหลายปี ต่อมาพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานทำให้มีบุตร จึงนำบุตรมาให้ศิษยาภิบาลตั้งชื่อ  ศิษยาภิบาลจึงตั้งชื่อว่า น้อง "สมปอง" เพราะได้บุตรสมดังปอง


สามีภรรยาคู่ที่ 2  มีบุตรชาย 2 คนแต่ยังไม่มีบุตรสาว ต่อมามีบุตรสาว จึงนำบุตรสาวมาให้ศิษยาภิบาลตั้งชื่อ  ศิษยาภิบาลจึงตั้งชื่อว่า น้อง "สมใจ" เพราะได้บุตรสาวสมดังใจ


สามีภรรยาคู่ที่ 3 เป็นวัยรุ่นยังไม่ได้แต่งงานกัน เพราะยังไม่พร้อม แต่มีลูกด้วยกันแล้ว จึงนำบุตรมาให้ศิษยาภิบาลตั้งชื่อ  ศิษยาภิบาลจึงตั้งชื่อว่า น้อง "สมควร" 


หลังจากที่ศิษยาภิบาลตั้งชื่อไปให้ 3 ครอบครัวแล้ว มีผู้หญิงคนหนึ่งตั้งครรภ์โดยไม่ทราบว่าใครเป็นพ่อของเด็ก จึงมาหาศิษยาภิบาลและเล่าเรื่องให้ฟัง  ศิษยาภิบาลจึงบอกว่า "สมน้ำหน้า" 

ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า "ชื่อของลูกหนูหรือคะ" ศิษยาภิบาลจึงตอบกลับไปว่า "เปล่า!  สมน้ำหน้าที่ผม เตือนแล้วไม่เชื่อฟัง" 

แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล่าแต่ก็เป็นข้อคิด คงจะไม่มีศิษยาภิบาลจะไปสมน้ำหน้าว่าร้ายสมาชิกแบบนั้นหรอก มีแต่จะให้อภัยและช่วยแก้ไขปัญหา 


ข้อคิด คือ พ่อแม่ที่ดำเนินชีวิตแบบใดส่งผลต่ออนาคตของลูกที่จะเกิดขึ้น การดำเนินชีวิตปัจจุบันของเราส่งผลไปสู่อนาคตและเป้าประสงค์  !


พระเจ้าทรงมีเป้าประสงค์ที่ดีต่อเผ่าดาน แต่พวกเขาพลาดไปจากเป้าประสงค์ของพระองค์


คำกล่าวของอิสราเอล (ยาโคบ) ผู้เป็นพ่อได้กล่าวถึงดาน ดังนี้  


ปฐมกาล 49:16-17 

16 ส่วน​ดาน​จะ​เป็น​ทนาย(judge​)ของ​ประชาชน​ของ​ตน เป็น​เผ่า​หนึ่ง​ใน​อิสราเอล
17 ​ดาน​จะ​เป็น​งู​อยู่​กลาง​ทาง ​เป็น​งู​พิษ​ที่​อยู่​ใน​หนทาง​ที่​กัด​ส้น​เท้า​ม้า ให้​คน​ขี่​ตก​หงาย​ลง


แท้จริงเป้าประสงค์ลิขิตของพระเจ้าสำหรับเผ่าดาน คือ พวกเขาจะปกครองหรือวินิจฉัย(judge)ท่ามกลางเผ่าต่างๆ  เขาจะเป็นเหมือนงูตามทางที่จะทำให้ผู้โจมตีที่ขี่อยู่บนหลังม้าร่วงลงมา

ในสมัยของโมเสส  การเดินทางในถิ่นทุรกันดารของอิสราเอล  เผ่าดานถูกวางตำแหน่งไว้ทางด้านเหนือของค่ายด้วยกันกับอาเชอร์ และ นัฟทาลี  


เผ่าดานเคลื่อนพลอยู่ในกลุ่มท้ายสุด เพื่อเป็นการป้องกันในแนวหลัง  เมื่อศัตรูโจมตีจากด้านหลัง ดานเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกัน  ผู้ที่ตามจู่โจมอิสราเอลจะต้องเจอกับดานที่เป็นเหมือนงูบนทางของเขา! 


เผ่าดานมีบทบาทสำคัญในการสร้างพลับพลาที่ประทับของพระเจ้า 

โอโฮลีอับ (Oholiab)  เผ่าดาน เขามีพรสวรรค์ในการแกะสลักและถักทอเสื้อผ้าหลากหลายสี (อพยพ 31:6) เขาช่วยสร้างเครื่องเรือนและการตกแต่งต่างๆในพลับพลา

เผ่าดาน มีของประทานความสามารถในเชิงสร้างสรรค์แต่บั้นปลายพวกเขากลับเป็นผู้ทำลาย เพราะพวกเขาเริ่มกบฎและไม่เชื่อฟังพระเจ้า!  

ในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 33  โมเสสได้อวยพรเผ่าต่างๆ แต่ยกเว้นเผ่าดาน พวกเขาไม่ได้รับการอวยพร  ในข้อ 22 โมเสส ​กล่าวถึง​ดาน​ว่า “ดาน​เป็น​ลูก​สิงโต ​ที่​กระโจน​มา​จาก​เมือง​บา​ชาน”

โมเสสบอกว่าเผ่าดานจะกระโจนมาจากเมืองบาชาน(ที่ราบสูงโกลาน-Golan Heights)  บาชานเป็นเมืองที่บูชารูปเคารพ  ดานจะถูกล่อลวงให้นมัสการรูปเคารพ  ดานพลาดจากเป้าประสงค์ของพระเจ้า พวกเขาพลาดจากการเป็นลูกสิงโตแต่กลับกลายเป็นงูพิษ 

ดินแดนของเผ่าดานอยู่ใกล้กับเมืองยัฟฟา เป็นพื้นที่ที่เป็นเขตแดนของฟิลิสเตีย(Philistines)  
ปัจจุบัน คือ ปาเลสไตน์(Palestine) อาศัยอยู่บริเวณฉนวนกาซา (Gaza strip)  เป็นศัตรูตัวฉกาจของอิสราเอล ซึ่งเป็นเหมือนงูพิษที่คอยลอบทำร้ายคนอิสราเอล 

เผ่าดานได้ชื่อว่าเป็น "เผ่างูพิษ"  สันดานของงู คือ ร้ายกาจและเลี้ยงไม่เชื่อง!  

ในปี 2012 ผมได้เดินทางไปประเทศอิสราเอล และได้ไปที่ดินแดนของเผ่าดาน สถานที่นี้พระคัมภีร์บันทึกไว้คือ ป็นพื้นที่ของเผ่าดานที่ครอบครองโดยยึดเมืองเลเชม

โยชูวา 19:47 เมื่อดินแดนคนเผ่าดานหลุดมือเขาไป คนเผ่าดานก็ขึ้นไปสู้รบกับเมืองเลเชม เมื่อยึดได้ก็ประหารเสียด้วยดาบ จึงยึดครองที่ดินและตั้งอยู่ที่นั่น เรียกเมืองเลเชมว่า ดาน ตามชื่อของดานบรรพบุรุษของตน 

ปัจจุบัน สถานที่นั้นเรียกว่า "โบราณสถานของเผ่าดาน" (Tel Dan-เทลดาน) เมื่อไปที่นั่นเราจะได้เห็นซากเมืองเก่าและซากแท่นบูชาที่ถูกสร้างขึ้นมาจำลองจากของจริง 
 
แท่นบูชาที่เทลดาน
เหตุการณ์ในพระคัมภีร์ 1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 12 เป็นเหตุการณ์ที่อิสราเอลแตกเป็น 2 อาณาจักร คือ อิสราเอล(สะมาเรีย)และยูดาห์ ในสมัยของกษัตริย์เรโหโบอัม โอรสของกษัตริย์ซาโลมอน

สถานที่นี้กษัตริย์เยโรโบอัมนำคนอิสราเอลให้ไหว้รูปเคารพเพราะต้องการที่จะเอาใจประชาชนไม่ต้องการให้เดินทางไปนมัสการพระเจ้าที่กรุงเยรูซาเล็ม เพราะเกรงว่าประชาชนจะหันใจไปหาราชวงศ์ยูดาห์ของกษัตริย์ดาวิด


 พงศ์กษัตริย์ 12:27-30 
27ถ้าชนชาติเหล่านี้ขึ้นไปถวายเครื่องสัตวบูชาในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ที่กรุงเยรูซาเล็ม แล้วจิตใจของชนชาติเหล่านี้จะหันกลับไปยังเจ้านายของเขาทั้งหลาย คือหันไปยังเรโหโบอัมกษัตริย์แห่งยูดาห์ และเขาทั้งหลายจะฆ่าเราเสีย และกลับไปยังเรโหโบอัมกษัตริย์แห่งยูดาห์”  
28 ดังนั้นกษัตริย์จึงทรงปรึกษา และได้ทรงสร้างลูกวัวสองตัวด้วยทองคำ และพระองค์ตรัสแก่ประชาชนว่า “ที่ท่านทั้งหลายขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มนานพออยู่แล้ว โอ อิสราเอลเอ๋ย จงดูพระของท่าน ดูเถิด พระองค์ผู้ทรงนำท่านทั้งหลายออกจากประเทศอียิปต์”
29 และพระองค์ก็ประดิษฐานไว้ที่เบธเอลรูปหนึ่ง และอีกรูปหนึ่งทรงประดิษฐานไว้ในเมืองดาน  
30 และสิ่งนี้กลายเป็นความบาป เพราะว่าประชาชนได้ไปนมัสการรูปหนึ่ง คือที่ เมืองดาน


(อ่านเรื่องรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน บทความเรื่อง เดือนเชสวาน (Cheshvan) เตือนใจให้ระวังเทศกาลและบาปของเยโรโบอัม


สิ่งนี้เอง ทำให้เผ่าดานจึงไม่ถูกกล่าวถึงในพระธรรมวิวรณ์บทที่ 7 และถูกประทับตราร่วมกับเผ่าต่างๆของอิสราเอล 12 เผ่า เพราะพวกเขาได้ทำบาปต่อพระเจ้าและไม่ยอมกลับใจจากบาป 

ข้อคิดเตือนใจ คือ เมื่อผู้นำทำผิด คิดที่จะเอาใจคน แทนที่จะเลือกทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า จะนำคนเดินทางผิด หลงทางจากพระเจ้า  ผลเสียจึงตกมาสู่แผ่นดินและชนชาติ 


มาถึงที่ดาน มีบทกลอนท่องจำดังนี้ "มาถึงดานให้ทิ้งดาน  หากเลือกดานก็จะอยู่ดักดาน "

สถานที่เทลดานนั้นไม่ได้มีแต่สิ่งที่ไม่ดี แต่ยังมีสิ่งที่ดีให้จดจำ นั่นคือ ดินแดนของเผ่าดานนี้เป็นแหล่งแห่งต้นสายของแม่น้ำจอร์แดน(Jordan)เป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงคนอิสราเอล ทั้งประเทศ สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ อุณหภูมิของน้ำจะอยู่ที่ 14'C ตลอดทั้งปี

ผมประทับใจการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอิสราเอล แม้ว่าพวกเขามีความจำกัดในเรื่องน้ำ แต่พวกเขาต้องบริหารจัดการอย่างดี เพื่อจะให้มีน้ำดื่ม น้ำใช้อย่างเพียงพอ หรือไม่ท่วมล้นจนเกินไป เรียกว่า "เอาอยู่"  


ทรัพยากรน้ำ เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนอิสราเอลจำเป็นต้องพึ่งพาพระเจ้า ดังนั้นคนยิวจึงมีความถ่อมใจเพราะการช่วยเหลือของพระเจ้า

บุคคลจากเผ่าดานที่เป็นตัวอย่างสอนใจ คือ แซมสัน (Samson) เป็นเรื่องราวของแซมสันเป็นเรื่องหนึ่งที่เศร้าที่สุดในพระคัมภีร์ ผู้วินิจฉัย บทที่ 13-16 

คำอวยพรของอิสราเอล(ยาโคบ)ที่มีต่อดานคือ เขาจะปกครองหรือวินิจฉัย(judge​) ท่ามกลางเผ่าต่างๆ (ปฐมกาล 49:16-17) 

คำเผยพระวจนะนั้นส่วนหนึ่งสำเร็จในชีวิตของแซมสัน แซมสันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ปกครองที่พระเจ้าทรงยกขึ้นระหว่างช่วงเวลาของผูู้วินิจฉัย(judge​)  ผู้วินิจฉัยคนสุดท้าย ก็คือ แซมสัน


การกำเนิดของแซมสันนั้นมีความอัศจรรย์เพราะมารดาของแซมสัน เป็นหมัน
ผูู้วินิจฉัย 13:2-5  
2 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​เป็น​ชาว​เมือง​โศ​ราห์​คน​เผ่า​ดาน ชื่อ​มา​โน​อาห์ ภรรยา​ของ​เขา​เป็น​หมัน​ไม่​มี​บุตร
3 ทูต​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​มา​ปรา​กฏ​แก่​หญิง​นั้น กล่าว​แก่​นาง​ว่า “นี่​แน่ะ เจ้า​เป็น​หมัน​ไม่​มี​บุตร แต่​เจ้า​จะ​ตั้ง​ครรภ์​และ​คลอด​บุตร​ชาย
4 ฉะ​นั้น​บัด​นี้​จง​ระวัง อย่า​ดื่ม​เหล้า​องุ่น หรือ​ของ​มึน​เมา และ​อย่า​กิน​ของ​มล​ทิน​ทุก​อย่าง
5 เพราะ​นี่​แน่ะ เจ้า​จะ​ตั้ง​ครรภ์​และ​คลอด​บุตร​ชาย อย่า​ให้​มีด​โกน​ถูก​ศีรษะ​ของ​เขา เพราะ​เด็ก​นั้น​จะ​เป็น​นา​ศีร์​แด่​พระ​เจ้า​ตั้ง​แต่​เกิด และ​เขา​จะ​เริ่ม​ช่วย​กู้​คน​อิส​รา​เอล​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย” 

แซมสันถูกเตรียมให้​เป็น​นาศีร์​แด่​พระเจ้า​ตั้งแต่​เกิด และ​เขา​จะช่วยกู้​คน​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​คน​ฟีลิสเตีย 


"นาศีร์" (Nazarite  คือ คนที่ถูกเรียกเพื่อภาระกิจพิเศษ และอุทิศตัวทั้งสิ้นแด่พระเจ้า  เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแยกออกมาเพื่อพระเจ้า (คล้ายกับกรณีของซามูเอล และยอห์น ผู้ให้บัพติศมา)  พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ตัดผม  ดื่มเหล้า  หรือสัมผัสร่างกายที่ตายแล้ว 

การทรงเรียกของแซมสัน คือเพื่อมาเป็นคนหนึ่งใน “กิบโบริม” (Gibborim) – วีรบุรุษนักรบของ
พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์(El Gibbor) !

ภารกิจการทรงเรียกของแซมสันคือ เพื่อปลดปล่อยชนชาติอิสราเอลจากพวกฟิลิสเตีย  พวกฟิลิสเตียคือ ศัตรูตลอดกาลของอิสราเอล  

พระเจ้าทรงประทานพละกำลังที่เหนือธรรมชาติให้กับเขาเพื่อให้ทำงานนี้ให้สำเร็จ!  
เขาสามารถใช้กระ​ดูก​ขา​กรร​ไกร​ลาฆ่าคนฟิลิสเตียได้ 1,000คนในคราวเดียว! (ผู้วินิจฉัย 15:14-15)
แต่แซมสันมีจุดอ่อน"แซมสันมีชื่อเสียงเพราะความแข็งแรง  แต่พินาศเพราะความอ่อนแอ
ความอ่อนแอของเขา คือ เขาไม่สามารถควบคุมความปรารถนาของเขาเองได้

เขาละเมิดคำปฏิญาณในฐานะนาศีร์เพียงเพื่อจะกินน้ำผึ้งจากซากสิงโตที่ตายแล้ว (ผู้วินิจฉัย 14:8-9) 
แม้ว่าเขาถูกเรียกมาให้ปราบคนฟิลิสเตีย  แต่เขากลับหลงใหลในหญิงชาวฟิลิสเตียเขาแต่งงานกับหญิงชาวฟิลิสเตีย! เขาไปยุ่งกับโสเภณีชาวฟิลิสเตีย! คนหนึ่งที่ชื่อ เดไลลาห์ (Delilah
ผู้หญฺิงคนนี้เองที่ถูกใช้เป็น "แผนนารีพิฆาต" ของชาวฟิลิสเตีย ล่อลวงล้วงความลับหาจุดอ่อนและจับแซมสันได้ และสุดท้ายแซมสันต้องจบชีวิตลงพร้อมกับชาวฟิลิสเตีย  
ผู้วินิจฉัย 1ุ6:28-30 
28 แซม​สัน​ก็​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์​องค์​เจ้า​นาย ขอ​ทรง​ระลึก​ถึง​ข้า​พระ​องค์ ขอ​ประ​ทาน​กำลัง​แก่​ข้า​พระ​องค์​ครั้ง​นี้​อีก​ครั้ง​เดียว เพื่อ​ข้า​พระ​องค์​จะ​ได้​แก้​แค้น​คน​ฟี​ลิส​เตีย​เพื่อ​ตา​สอง​ข้าง​ของ​ข้า​พระ​องค์”
29 แซม​สัน​ก็​จับ​เสา​กลาง​สอง​ต้น​ที่​รอง​รับ​ตึก​นั้น​ไว้​และ​พิง​ที่​เสา​นั้น มือ​ขวา​ยัน​เสา​ต้น​หนึ่ง มือ​ซ้าย​ยัน​เสา​อีก​ต้น​หนึ่ง
30 แซม​สัน​กล่าว​ว่า “ขอ​ให้​ข้า​ตาย​กับ​คน​ฟี​ลิส​เตีย​เถิด” แล้ว​ก็​โน้ม​ตัว​ลง​ด้วย​กำลัง​ทั้ง​สิ้น​ของ​ตน ตึก​นั้น​ก็​พัง​ทับ​เจ้า​นาย และ​ประ​ชา​ชน​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​นั้น ดัง​นั้น​คน​ที่​ท่าน​ฆ่า​เมื่อ​ท่าน​ตาย​นี้​ก็​มาก​กว่า​คน​ที่​ท่าน​ฆ่า​เมื่อ​ท่าน​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่

รากปัญหาของแซมสันคือเขาได้รับของประทานจากพระเจ้า… แต่กลับไม่มีใจขอบพระคุณและแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้า  การมีความสามารถมากทำให้เขาหยิ่งและล้มลง
ตลอด 20 ปีของการนำชนชาติอิสราเอล พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าเขาอธิษฐานแค่ 2 ครั้ง นั่นคือ 
เมื่อเขากระหายและต้องการดื่มน้ำ (ผู้วินิจฉัย 15:18) ช่วงสุดท้ายของชีวิต เพื่อการแก้แค้นศัตรูคนฟิลิสเตีย (ผู้วินิจฉัย 16:28) 
 นี่คืออุทาหรณ์ของคนเผ่าดาน!

ปฏิปักษ์ของคริสต์(The Anti-Christ) มาจากเผ่าดาน?


แม้ว่าพระคัมภีร์ไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่า ปฏิปักษ์ของคริสต์ หรือ The Anti-Christ  มาจากเผ่าดาน! 
แต่พระคัมภีร์ได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับปฏิปักษ์ของพระคริสต์ หรือเรียกอีกอย่างว่า “คนนอกกฎหมาย” (The Man of Lawlessness) ดังนี้

2 เธสะโลนิกา 2:3 อย่า​ให้​ใคร​ล่อ​ลวง​ท่าน​โดย​ทาง​หนึ่ง​ทาง​ใด​เลย เพราะ​ว่า​วัน​นั้น​จะ​ไม่​มา​ถึง​จน​กว่า​จะ​มี​การ​กบฏ​เสีย​ก่อน และ​คน​นอก​กฎ​หมาย​นั้น​จะ​ปรา​กฏ​ตัว คือ​ลูก​แห่ง​ความ​พินาศ

คำว่า "กบฏ หรือ ทรยศ" (apostasy) นั้นพระคัมภีร์ได้บอกกล่าวไว้ในเชิงพฤติกรรมที่จะเป็นการแสดงตัวของผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ของพระคริสต์ 

นักวิชาการพระคัมภีร์หลายคนเชื่อว่า ปฏิปักษ์ของคริสต์ หรือ The Anti-Christ  มาจากเผ่าดาน! 

เนื่องจาก ดานได้ชื่อว่าเป็น "งูพิษ" (ปฐมกาล49:17) ซึ่งเล็งถึงว่าผู้ที่เป็นปฏิปักษ์พระคริสต์จะมาจากเผ่าดาน   

เผ่าดานเป็นเผ่าแรกที่ทรยศหันไปนับถือรูปเคารพหลังจากเข้าสู่แผ่นดินคานาอัน


ผู้วินิจฉัย 18:30 คน​ดาน​ตั้ง​รูป​แกะ​สลัก​ไว้​สำหรับ​ตน ส่วน​โยนาธาน​บุตร​เกอร์โชม บุตร​ของ​โมเสส ทั้ง​ท่าน​และ​บรรดา​บุตร​ชาย​ของ​ท่าน​ก็​เป็น​ปุโรหิต​ให้​แก่​คน​เผ่า​ดาน จน​ถึง​สมัย​ที่​แผ่น​ดิน​ตก​ไป​เป็น​เชลย

ในพระธรรมดาเนียล บทที่ 9 เป็นคำ​พยากรณ์​เรื่อง​ 70 สัป​ตะ(สัปดาห์) และช่วงสัปตะสุดท้าย เล็งถึงช่วงเวลาที่จะเกิดปฏิปักษ์ของคริสต์และช่วงเวลามหากลียุค(Great Tribulation)

ดาเนียล 9:27 ท่าน​จะ​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​อย่าง​มั่น​คง​กับ​คน​เป็น​อัน​มาก​อยู่​หนึ่ง​สัป​ดาห์ (7 ปี) ท่าน​จะ​ทำ​ให้​การ​ถวาย​สัตว​บูชา และ​เครื่อง​บูชา​อื่นๆ หยุด​ไป​ครึ่ง​สัป​ดาห์  (3 ปีครึ่ง) สิ่ง​น่า​สะอิด​สะ​เอียน​ที่​ทำ​ให้​ร้าง​เปล่า​ตั้ง​อยู่​บน​หัว​มุม​ของ​แท่น​บูชา จน​ความ​อว​สาน​ที่​ได้​กำ​หนด​ไว้​จะ​ถูก​เท​ลง​เหนือ​ผู้​ทำ​ให้​เกิด​ความ​วิบัติ​นั้น”


ข้อสังเกต คือ เมื่อ 7 ปีของกลียุคเริ่มต้น จะมีการสร้างวิหารหลังที่ 3 บริเวณภูเขาพระวิหาร(temple mount) เสร็จในช่วงกลางเวลาของ 7 ปี( 3 ปีครึ่ง) หลังจากนั้นปฏิปักษ์ของคริสต์จะมานั่งในพระวิหารแล้วประกาศว่า "เขาเป็นพระเจ้า" 
2 ธส. 2:4 ผู้​กีด​กั้น​ขัด​ขวาง​และ​ยก​ตัว​ขึ้น​ต่อ​สู้​ทุก​สิ่ง​ที่​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​พระ หรือ​สิ่ง​ที่​เขา​ไหว้​นมัส​การ​นั้น แล้ว​มัน​ก็​จะ​นั่ง​ใน​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า ประ​กาศ​ตัว​ว่า​เป็น​พระ​เจ้า

ต่อมาจึงทำการข่มเหง หลังการข่มเหงผ่านพ้นไปแล้ว ในช่วงปลาย 3 ปีครึ่งหลังพระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 เพื่อรับธรรมิกชนขึ้นไปในขณะเกิดสงครามอารมาเกดโดน (Armageddon)  พวกที่ถูกทิ้งมี 3 กลุ่มที่จะเผชิญภัยพิบัติหลังจากสงครามคือ
  1. นครบาบิโลน  คือ ประชาชนที่ดำเนินชีวิตทางโลก (วิวรณ์18:1-24)
  2. หญิงแพศยา คือ พวกลัทธิสอนเท็จที่อ้างพระนามพระเยซู (วิวรณ์17:15-18)
  3. ผู้ที่รับหมายเลขสัตว์ร้าย 666 (วิวรณ์14:9-11,16:2)
(รายละเอียดต่างๆ ผมคงจะไม่อธิบายมากนัก เพราะบทความนี้เนื้อหาจำกัด) 


ข้อสังเกต คือ เมื่อใดที่มีการสร้างพระวิหารหลังที่ 3 จะเกิดปฏิปักษ์ของคริสต์   นักวิชาการพระคัมภีร์ก็พยายามวิเคราะห์ในเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต ว่า ปฏิปักษ์ของคริสต์ จะเป็นคนนั้น คนนี้ก็ตาม

ผมในฐานะนักวิชาการพระคัมภีร์แต่เป็นสายย่อพอเข้าใจนะครับ  ขอบอกได้เลยว่า "ผมไม่ทราบว่าปฏิปักษ์ของคริสต์ เป็นใคร ผมไม่สนใจว่าปฏิปักษ์ของคริสต์จะเป็นใคร   ผมสนใจว่าเราเป็นใครในพระคริสต์ก็พอใจแล้ว เราเป็นลูกของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงปกป้องเราจากศัตรู" 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราสังเกตได้คือ เผ่าดานจะเกี่ยวข้องกับการสร้างพระวิหารของพระเจ้า 

พลับพลาของพระเจ้าในสมัยโมเสสถูกสร้างโดยคนเผ่าดาน นำโดย โอโฮลีอับ (Oholiab) จากเผ่าดาน (อพยพ 31:6)  

พระวิหารหลังที่ 1 ถูกสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์ซาโลมอน(Solomon) พระองค์ได้ทรงทำพันธสัญญาร่วมกันกับกษัตริย์เมืองไทระ คือ ฮีราม พระองค์ทรงส่งไม้สนสีดาร์และส่งช่างฝีมือคนหนึ่งจากเผ่าดาน ฮู​ราม​อับ​บี  (พงศาวดาร 2:13-14) เพื่อสร้างพระวิหาร 

ต่อมาพระวิหารหลังที่ 1 ถูกบาบิโลนทำลายลง  ระวิหารหลังที่ 2 ที่ถูกสร้างขึ้นโดย กษัตริย์เฮโรด” สร้งเพื่อเอาใจคนยิวแต่ไม่ใช่แบบของพระเจ้า และในปี ค.ศ.70 พระวิหารนี้ถูกทำลายลงโดยกองทัพโรม

สิ่งที่สำคัญคือ พระวิหารหลังที่ 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตแต่ยังคงอยู่บนภูเขาโมริยาห์  ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสุเหร่าทองคำ(Dome of the Rock) สร้างโดยสุลตาน คาลิโอมาร์ ในปี ค.ศ.624 หากจะสร้างคือต้องทำลายสุเหร่าทองคำ(Dome of the Rock) และนั่นจะเป็นชนวนของการเกิดสงครามของโลก และจะนำมาซึ่งการเกิดปฏิปักษ์ของคริสต์ ซึ่งอาจจะมาจากเผ่หรือไม่  เราจะต้องติดตามและเฝ้าระวังในการอธิษฐานเผื่อต่อไป   

ในเดือนเทเบทนี้ ให้เราเรียนรู้จากเผ่าดาน  ระมัดระวังชีวิตของเราเพื่อจะไม่ผิดพลาดไปจากเป้าประสงค์ลิขิตของพระเจ้า 
อธิษฐานขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงควบคุมชีวิตของเรา ทั้งด้านอารมณ์และความต้องการฝ่ายเนื้อหนังที่นำไปสู่ความบาป ฝึกฝนชีวิตในทางชอบธรรม   

 1 ทิโมธี 4:7-8 ​… แต่จงฝึกตนในทางพระเจ้า  ​เพราะถ้าการฝึกทางกายมีประโยชน์อยู่บ้าง ทางพระเจ้าก็มีประโยชน์ทุกด้าน เพราะมีพระสัญญาสำหรับชีวิตปัจจุบันและอนาคต 

เดือนเทเบทอยู่ในช่วงปลายปีเป็นเวลาที่จะทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้  ฝึกฝนในทักษะฝ่ายวิญญาณต่างๆ เพื่อก้าวสู่ปีใหม่ คือ ปีแห่งการถูกส่งออกไปตามแผนการของพระเจ้า (ฮีบรู 1:7

 ในพระธรรมกิจการฯ คริสตจักรสมัยแรกเมื่อรับไฟแห่งพระวิญญาณฯ พระเจ้าทรงส่งบรรดาอัครทูตออกไปนำข่าวประเสริฐไปจนสุดปลายแผ่นดินโลก (กิจการฯ1:8)


ขอพระเจ้าอวยพรนะครับ พบกันใหม่เดือนหน้า คือ เดือนเชบัท(Shevat) 
เดือนแห่งเผ่าอาเชอร์(Asher) เผ่าแห่งความสุข 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น