19 สิงหาคม 2554

คำเผยพระวจนะในเดือน AV

จากคำสอนเรื่องเข้าใจความหมายของเดือนตามปฎิทินยิว ของ ดร.ชัค เพียซ และ ดร.โรเบิร์ต ไฮด์เลอร์ (Glory of Zion) ให้ความหมายในเดือนอับ AV ช่วงเดือนสิงหาคม

1. เดือนสิเมโอน ซึ่งหมายถึง "การได้ยิน การตระหนัก" เราอยากที่จะตระหนักว่าเราสามารถที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าต่อ ไปได้ สิเมโอนนั้นยุ่งเหยิง ก็คล้ายๆกับรูเบน (เดือนก่อนหน้า) ผู้ซึ่งไม่มั่นคง เขาถูกเรียกว่าเป็น "เครื่องมือของความโหดร้าย" (ปฐก 49:5) ดังนั้นจึงอาจจะมีความไม่มั่นคง บางทีอาจเป็นเพราะแม่ของเขา เลอาห์ ผู้ที่รู้สึกว่าการตั้งครรภ์เขาจะทำให้ได้รับความรักจากสามี (ดู ปฐก 29:31-33) เราถูกต่อกิ่งเข้ากับมรดกอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้ามีไว้สำหรับเรา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความไม่มั่นคงในสายเลือดอย่างที่สิเมโอนมี (พวกเราส่วนใหญ่มีสิ่งนี้) เราจำเป็นต้องพัฒนาวินัยฝ่ายวิญญาณ เพราะวิญญาณชั่วจะเข้ามาและโน้มน้าวให้คุณเห็นด้วยและไปด้วยกันกับมัน พวกมันรู้วิธีในการใช้รูปแบบของความผิดบาปในชีวิตเราดึงเรากลับไปหามัน เมื่อเราเห็นพ้องกับแผนแห่งความชั่ว ของมาร มันก็จะหยั่งรากลงในชีวิตเรา ดังนั้นโปรดเข้าเว็บไซต์ของ กลอรี่ออฟไซออน ในวันที่ 23/7/2011 เพื่อได้รับคำอธิบายที่ยอดเยี่ยมถึงวิธีที่มารพยายามแยกเราออกจากกองทัพทูต สวรรค์ เพื่อให้เราอยู่ลำพังในที่สุด (http://www.gloryofzion.org/outmail/7-23-11_ExhortationOnline.htm)
จง อธิษฐานว่า “พระเจ้า ข้าพระองค์ไม่มั่นคง แต่ข้าพระองค์ก็จะไม่ยุ่งเหยิงเหมือนดังสิเมโอน (ผู้ซึ่งเลือกการแก้แค้นและการไม่ให้อภัย) ข้าพระองค์ทูลขอวินัยในฝ่ายวิญญาณที่จะไม่ยอมเห็นด้วยกับผีเกี่ยวกับตัวข้า พระองค์ ข้าพระองค์เลือกที่จะเชื่อพระองค์และสิ่งที่พระองค์ตรัสเกี่ยวกับข้า พระองค์ ข้าพระองค์ทูลขอแบบแผนของพระองค์ที่จะหยั่งรากลงในข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอให้แบบแผนแห่งการล้มเลิก การเลือกทางที่ง่ายแทนทางที่ถูกต้อง ปรากฏขึ้นชัดเจนในชีวิตข้าพระองค์ และถูกถอนรากถอนโคนออกไป”

2. เดือนที่คุณจะตัดสินใจต่อสิ่งที่คุณได้ยิน คุณจำเป็นต้องตัดสินใจว่า “ข้าพเจ้าจะเพียงแค่ได้ยินสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสกับข้าพเจ้า หรือจะตอบสนองโดยการทำตาม”

3. เดือนแห่งการเชื่อมต่อที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า สิ่งนี้หมายความว่าพระเจ้ามีการเชื่อมต่อที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับคุณ ที่จะเปิดเผยและช่วยให้คุณเคลื่อนไปข้างหน้า จงพิจารณาว่าเมื่อเราอยู่ในแนวเดียวกับสิ่งที่พระเจ้าทรงนำมา เมื่อนั้นเราก็จะอยู่ในแนวเดียวกับเหล่าทูตสวรรค์ และหนทางของเราก็จะง่ายดายขึ้น

4. เดือนนี้มีจุดที่ตกต่ำ(ช่วงวันที่ 9-15)หรืออาจจะสูงสุด,ตามประวัติศาสตร์มีสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นในวันที่ 9 ของเดือนนี้ เป็นเวลาที่พระวิหารถูกทำลาย ดังนี้้นเป็นช่วงเวลาที่เราต้องเฝ้าระวัง

5. เดือนนี้เป็นเดือนแห่งจุดสูง ถ้าคุณยกเปลี่ยนระดับให้ถูกต้อง คุณก็จะเคลื่อนเข้าไปสู่สิ่งที่พระเจ้ามีไว้สำหรับคุณ

6. เดือนแห่งตัวอักษรฮีบรู Teth( ט )ซึ่งคล้ายกับครรภ์ สิ่งดี ๆ จะถือกำเนิดอย่างแน่นอน

7. เดือนแห่งกลุ่มดาวสิงโต สดด 19:2 บอกไว้ว่า สวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า ดังนั้นพระประสงค์ของพระบิดากำลังถูกทำให้สำเร็จ พระองค์จะเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตอบสนองและการมีส่วนร่วมของเรา

8. เดือนที่สิงโตคำราม - สิ่งห์แห่งยูดากำลังคำรามเพื่อเรา (ยอล 3:16) ดังนั้นเราต้องคำรามในความเชื่อ การคำราม(หรือสรรเสริญ)ของเราจะกลายเป็นเหมือนการที่องค์พระเยซูสวมทับชีวิต ของเรา และพระเจ้าจะเริ่มที่จะปลดปล่อยสิ่งต่างๆเพื่อเรา จงให้เดือนนี้เป็นแห่งเสียงสรรเสริญที่ยินดีและมีพลัง

9. เดือนที่พระเจ้าทรงทำลายเพื่อพระองค์จะสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ - จงขอพระเจ้าให้ทรงทำลายโครงสร้างและรากฐานเก่าที่ขัดขวางคุณและการเคลื่อน ไหวของพระเจ้าไม่ให้ก้าวหน้าไป

10. เดือนที่โลกจะเริ่มหดตัว-ให้เฝ้าดูแผ่นดินไหว ความลับของการตั้งครรภ์เริ่มที่จะเคลื่อนเข้าสู่มิติโลก เมื่อคุณเห็นแผ่นดินไหว จงรู้ว่าพระเจ้าพร้อมแล้วที่จะให้กำเนิดบางสิ่ง

11. เดือนที่มีความหมายว่า “มีความชั่วร้ายอยู่” อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องยอมให้มันดำเนินต่อ ไป คุณเปลี่ยนแปลงเพื่อจะดีขึ้น ไม่เช่นนั้น คุณก็จะค่อย ๆ แย่ลง ให้เราอธิษฐานว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ความชั่วร้ายใด ๆ ขอพระองค์ทรงสำแดงแก่ข้าพระองค์ เพื่อว่าความชั่วร้ายนั้นจะสามารถสิ้นสุดลง” ให้เราป่าวประกาศว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ขอบคุณที่โดยองค์พระวิญญาณ ข้าพระองค์สามารถเปลี่ยนแปลงได้

12. เดือนที่อาณาจักรก้าวหน้าไปผ่านการเป็นหุ้นส่วน จงตระหนักรู้ถึงหุ้นส่วนของคุณ เฝ้ามองดูพวกเขา สิ่งนี้จะเป็นมากกว่าแค่การเชื่อมต่อ (connection) จงตระหนักรู้และสนับสนุนหุ้นส่วนที่พระเจ้าให้กับคุณ

13. เดือนแห่งการมองเห็นเข้าใจในระดับใหม่ของการพัฒนาอารมณ์นิสัยเสียที่หลงเหลืออยู่ ไม่เช่นนั้นแล้ว คุณก็จะต่อต้านคำแนะนำและการให้คำ ปรึกษาของพระเจ้า โดยไม่ตั้งใจ ให้สังเกต พระธรรมสดุดี 32 พระเจ้าทรงครอบครอง (เหนืออารมณ์นิสัยของเรา) ไม่มีสิ่งใดต่อต้านการนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ ให้เราอธิษฐานว่า “ขอบคุณพระองค์สำหรับความเข้าใจในระดับใหม่ ให้ความเข้าใจนี้เพิ่มพูนทีวีขึ้นเพื่อข้าพระองค์จะไม่ขัดขวางคำแนะนำ ชี้แนะของพระองค์ ขอที่จะไม่มีสิ่งใดขัดขวางการทรงนำของพระองค์สำหรับชีวิตของข้าพระองค์ได้”

1. The month of Simeon, which means “to hear, to be concerned.” We want to be concerned that we are able to continue moving ahead. Simeon messed up, just like Reuben (the previous month) who was unstable. He was called “instrument of cruelty” (Gen. 49:5). Also, there seemed to be instability, perhaps from his mother Leah, who felt that bearing him would earn her the love of her husband. (see Gen. 29:31-33). We are grafted into the great inheritance God has for us. However, when there is instability in the bloodline like Simeon had (most of us have this), we need to develop spiritual discipline because the demons will come in and try to convince you to align with and agree with them. They understand how to use our iniquitous patterns to pull us back. When we agree with Satan’s iniquitous plan, it will then get rooted in us. Also, please see the Glory of Zion website for July 23, 2011, for an excellent explanation of how Satan tries to separate us from the angelic army so that we go at it alone. (http://www.gloryofzion.org/outmail/7-23-11_ExhortationOnline.htm)

Pray, “Lord, I am not unstable, neither will I mess up like Simeon (who chose revenge/unforgiveness). I ask for spiritual discipline to not agree with demons about myself. Rather, I choose to believe You, Lord and what you say about me. I want Your patterns to be rooted in me. I ask that patterns of giving up, and making easyinstead of right choices, would be exposed in my life and uprooted.”

2. The month that you decide on what you have heard. You need to make a decision. “Will I just hear what God has told me, or will I actually do it?”

3. The month of predestined connections–This means God has connections pre-ordained for you that will manifest and really help you move ahead. Consider that as we align ourselves with those God brings, then we will also be in alignment with the angels, and our way will be easier.

4. The low-point (9th and 15th of AV) or high point month–In history, bad things have happened to Israel on the 9th of Av. This is the time when the temple was destroyed. We need to be watchful.

5. This is also the high-point month. If you make right shift, you will move into what God has for you.

6. The month of the Hebrew letter “TET,” which “resembles the womb.” Certain good things will be birthed.

7. The month of the constellation of the Lion. Psalm 19:2 states the heavens declare the glory of God. Also, the divine will of the Father is being executed. He begins to execute and carry out things based on what we have responded to and committed to.

8. The month the lion roars–The Lion of Judah is roaring for us (Joel 3:16). Also, we must “roar” in faith. Our roaring/praise becomes a covering of the Lord, and God begins to unlock things for us. Let this be a month of joyful, powerful praise.

9. The month where God destroys so that He can reconstruct–Ask the Lord to destroy the old foundations and structures that are hindering you and the moves of God from advancing.

10. The month where the earth begins to contract–Watch for earthquakes. The secret of the pregnancy begins to move into the earth realm. When you see earthquakes, know that God is getting ready to birth something.

11. The month that means “there is an iniquity.” However, we do not need to not let it continue. You change for the better, or you will gradually disintegrate. Pray, “Lord, any iniquity–show it to me, so that it can be ended.” Declare, “Lord, I am changing for the better. Thank you that by the Holy Spirit I can change.”

12. The month where kingdom advances through partnership – Be very aware of your partnerships. Watch them. This is more than just connections. Be very aware and supportive of the partnerships God has given you.

13. The month of the left kidney–Develop a new level of discernment, or you will unwittingly oppose God’s counsel and advice. Note Psalm 32. He takes hold of the reigns (of our kidneys). There should be no resisting to the leading of the Holy Spirit. Pray, “Thank you for a new level of discernment. Let this increase so I do not oppose your counsel or advice. Let there be no resisting of Your leading for me.”

ที่มา: http://arise5.com/#/resources/hebrew-months
ขอบคุณข้อมูลจาก http://missionkorat.blogspot.com

14 สิงหาคม 2554

เชิญผู้กระหาย เข้ามาถึงน้ำแห่งชีวิต

(สรุปจากคำเทศนาของอ.เบญจมาส มากสุริวงศ์ หัวข้อ"เชิญผู้กระหาย เข้ามาถึงน้ำแห่งชีวิต" อสย.55:1-13)

พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งที่มีชีวิตพระองค์ทรงใช้
น้ำ เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต เราทุกคนจึงต้องการ

น้ำเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ไม่เพียงแค่ชีวิตในฝ่ายร่างกายเท่านั้น แต่จิตวิญญาณของเราทั้งหลายก็ต้องการเช่นกัน จิตวิญญาณที่ได้รับการหล่อเลี้ยง ก็เป็นจิตวิญญาณที่มีความสุข (สดด.1:1-3) เมื่อเราพบแหล่งน้ำที่กระทำให้เราอิ่มเอมและกลับออกไปอย่างมีกำลัง (ยน.7:37) พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิต เมื่อเราวางใจในพระองค์ น้ำแห่งชีวิตนี้จะพลุ่งขึ้นในวิญญาณจิตของเราทั้งหลาย

ในเทศกาลอยู่เพิงเป็น ฤดูกาลหรือเทศกาลแห่งความชื่นชมยินดี จะมีพิธีกรรมหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้อง

กับน้ำ ปุโรหิตและคนเลวีจะเดินลงไปตักน้ำด้วยถ้วยทองคำในสระสิโรอัม มาหลั่งน้ำมอบถวายแห่งพระเจ้า พิธีนี้มีความหมาย 2 อย่าง คือ หมายถึง การจัดเตรียมแหล่งน้ำของพระเจ้าให้แก่คนอิสราเอลท่ามกลางทะเลทราย ระลึกถึงช่วงเวลาแห่งการร่อนเร่พเนจรในถิ่นทุรกันดาร ในความยากลำบาก อีกความหมายหนึ่งให้ภาพของชนชาติที่มีอนาคต แม่น้ำแห่งชีวิตเป็นภาพเชิงเผยพระวจนะ (อสค.47:9) เป็นเวลาที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เข้ามาทำงานในชีวิตผู้เชื่ออย่างลึกซึ้ง การเคลื่อนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ทำงานในส่วนลึกของวิญญาณจิต ที่นำคนเข้ามาพบพระคริสต์ ผู้เป็นพระเจ้าของเราทั้งหลายซึ่งเป็นดั่งน้ำเป็นที่จะชโลมรดชีวิตของท่าน

ในพระธรรมตอนนี้เป็นการเผยพระวจนะถึงน้ำแห่งชีวิต มีลักษณะดังนี้


1.น้ำที่ไม่ทำให้กระหายอีก(ข้อ 1-2)

1 “เชิญทุกคนที่กระหาย จงมาถึงน้ำ และผู้ที่ไม่มีเงิน มาซื้อกินเถิด มาซื้อเหล้าองุ่นและน้ำนมเถิด โดยไม่ต้องเสียเงินเสียค่า

2 ทำไมเจ้าจึงใช้เงินของเจ้าเพื่อของซึ่งไม่ใช่อาหาร และใช้ทรัพยากรซื้อสิ่งซึ่งมิให้อิ่มใจ จงเอาใจใส่ฟังเรา และรับประทานของดี และให้ตัวปีติยินดีในไขมัน

พระวจนะร้องเรียกเราทั้งหลายว่า เชิญทุกคนที่กระหาย จงมาถึงน้ำ เป็นภาพของการเชิญเข้าร่วมมาเพื่อดื่มด่ำในค่ำคืนแห่งงานเลี้ยงฉลอง เพื่อจะหายเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงานหนักเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ

การดื่มน้ำนม-ให้ภาพสิ่งที่บำรุงเลี้ยงจิตวิญญาณให้เติบโต ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

การดื่มไวน์-ให้ภาพของความดื่มด่ำ ในช่วงเวลาแห่งความสุข และความยินดี

พระเจ้าปรารถนาจะกระทำให้เรามีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในพระองค์ สำหรับบรรดาผู้กระหายหาความชอบธรรม จงกลับมา และอิ่มใจอยู่ในพระเยซูคริสต์ อยู่ในนิเวศของพระองค์ (มธ.11:28)(มธ. 5:6) การให้พระองค์ประทับนั่งในส่วนลึกของวิญญาณจิต ก็เหมือนการกินอาหารที่มันกระทำตัวให้อิ่ม ดังที่พระวจนะกล่าวว่า ผู้นั้นได้รับประทานของดี และกระทำตัวให้ปิติยินดีในไขมัน(สดด.81:10)

2.น้ำที่กระทำให้จิตวิญญาณมีชีวิต (ข้อ 3)

3 เอียงหูของเจ้า และมาหาเรา จงฟัง เพื่อจิตวิญญาณของเจ้าจะมีชีวิต และเราจะทำพันธสัญญานิรันดร์กับเจ้า อนุสนธิ์ ความรักอันมั่นคงแน่นอนของเราต่อดาวิด

ในพระธรรมข้อนี้เป็นท่าทีของการกระตือรือร้น ใส่ใจ และวิ่งเข้าหาพระเจ้าด้วยหูที่ผึ่งเพื่อจะฟัง(โยบ 33:14-15) เป็นเสียงแห่งกำลัง เสียงแห่งเรี่ยวแรง เป็นเสียงที่ปลุก ให้ชีวิตบังเกิดขึ้น(อสค.37:7-10)

เป็นภาพความรู้สึกที่ขอบรรยายเป็นบทเพลงรัก ของคุณอัญชลี จงคดีกิจที่ว่า

เหมือนฝนตกตอนหน้าแล้ง เหมือนเห็นสายรุ้งขึ้นกลางแจ้ง
เหมือนลมหนาวเดือนเมษา เหมือนว่าใจอ่อนล้ากลับแข็งแกร่ง

เหมือนคนกำลังมีรัก เหมือนคนหลงทางพบคนรู้จัก
เหมือนเจอของสำคัญที่หล่นหาย เหมือนร้ายนั้นกลายเป็นดีมาก
เหมือนที่ฉันนั้นได้มาพบกับเธอ ชีวิตฉันจึงได้เจอ เจอสิ่งที่สวยงาม...

ขอบคุณที่พระเจ้านำเราให้พบกับพระองค์ ได้ยินเสียงของพระองค์ และกระทำให้เรามีชีวิต

เสียงของพระองค์ เป็นเหมือนฝนที่ตกลงท่ามกลางทะเลทรายจริง ๆ

เพราะพระเจ้าไม่ผิดพลาดในชีวิตของเรา เพราะความรักของพระเจ้า พระองค์จะพาเราเดินไปถึงเส้นชัย ไปถึงปลายทางของแต่ละคน(สภษ.23:18)

3.น้ำที่หลั่งไหลออกไปสู่ประชาชาติ(4-5,8-11)

4 ดูเถิด เรากระทำให้ท่านเป็นพยานต่อชนชาติทั้งหลาย เป็นหัวหน้าและเป็นผู้บัญชาการเพื่อชนชาติทั้งปวง

5 ดูเถิด เจ้าจะร้องเรียกประชาชาติซึ่งเจ้าไม่รู้จัก และประชาชาติซึ่งไม่รู้จักเจ้าจะวิ่งมาหาเจ้า เหตุด้วยพระเจ้าของเจ้า และเพราะองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล เพราะพระองค์ทรงให้เจ้าได้รับเกียรติ

8 เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา” ​พระเจ้าตรัสดังนี้

9 “เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น

10 “เพราะฝนและหิมะลงมาจากฟ้าสวรรค์ และไม่กลับที่นั่นเว้นแต่รดแผ่นดินโลกกระทำให้มันบังเกิดผลและแตกหน่อ อำนวยเมล็ดแก่ผู้หว่านและอาหารแก่ผู้กินฉันใด

11 คำของเราซึ่งออกไปจากปากของเรา จะไม่กลับมาสู่เราเปล่า แต่จะสัมฤทธิ์ผลซึ่งเรามุ่งหมายไว้ และให้สิ่งซึ่งเราใช้ไปทำนั้นจำเริญขึ้นฉันนั้น

น้ำแห่งการชโลมใจนี้จะหลั่งไหลออกไปสู่บรรดาประชาชาติ นั่นคือ พระคุณของพระเยซูคริสต์มิได้หยุดอยู่เพียงอิสราเอล แต่ไปถึงคนต่างชาติด้วย(5) เป็นภาพที่น่าตื่นตะลึง เป็นวาระที่เคลื่อนพ้นผ่านยุคเก่า คือ ยุคบาบิโลนที่แตกสลายแล้วนั้น เป็นวาระใหม่และยุคใหม่ พระเจ้าทำสิ่งใหม่ คือ เคลื่อนคนที่กำลังจะรอดวิ่งเข้ามาหาเราในพระนิเวศของพระองค์
ข้อ 8-11 พระวจนะของพระเจ้าที่ป่าวออกมานั้น เป็นถ้อยคำที่จะชโลมผืนแผ่นดิน เหมือนกับสายฝนที่ตกลงมาเพื่อชะโลมรดทำให้แผ่นดินเกิดดอกออกผล (ยรม.1:8-10)

สิ่งที่พระเจ้าจะกระทำในยุคของเรา คือ พระเจ้าจะส่งเราออกไปเป็นพยานต่อชนชาติทั้งหลาย ไม่เพียงแค่ส่งออกไปธรรมดาๆ แต่พระเจ้าจะยกชูเรา และพระวจนะบอกว่า พระเจ้าให้เกียรติเรา ในวาระสุดท้าย เสียงนมัสการจะดังสนั่น ตามถนนหนทาง ตามตรอกซอกซอย คนจะรู้ว่าพระเยซูคริสต์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า

นี่เป็นเวลาสำหรับประเทศไทย นี่เป็นเวลาสำหรับประชาชาติ

จงค้นหาตัวเองให้พบ ถามพระเจ้า เวทีของท่าน จุดของท่านอยู่ตรงไหนและไปตามการทรงเรียกของพระเจ้าในชีวิตของท่าน

4.น้ำที่ชะล้างวิถีชีวิตเก่า(ข้อ 6-7)

6 “จงแสวงหาพระเจ้า เมื่อจะพบพระองค์ได้ จงทูลพระองค์ ขณะพระองค์ทรงอยู่ใกล้

7 ให้คนอธรรมละทิ้งทางของเขา และคนไม่ชอบธรรมสละความคิดของเขา ให้เขากลับยังพระเจ้า เพื่อพระองค์จะทรงกรุณาเขา และยังพระเจ้าของเรา เพราะพระองค์จะทรงอภัยอย่างล้นเหลือ

น้ำแห่งชีวิตอยู่ในชีวิตของเราทั้งหลาย น้ำแห่งพระวิญญาณที่พลุ่งขึ้นในตัวเราทั้งหลาย
ในห้วงเวลาแห่งการพบพระองค์ เราจะสัมผัสถึงความบริสุทธิ์ของพระองค์ อยู่รายล้อมรอบตัวเรา
มันเป็นมิติแห่งความดีงามอยู่รอบแท่นพระบัลลังก์(วว.4:6-8)

5.น้ำที่นำพาความชื่นบานและสวัสดิภาพ(ข้อ 12-13)

12 “เพราะเจ้าจะออกไปด้วยความชื่นบาน และถูกนำไปด้วยสวัสดิภาพ ภูเขาและเนินเขา เปล่งเสียงร้องเพลงข้างหน้าเจ้า และต้นไม้ทั้งสิ้นในท้องทุ่งจะตบมือของมัน

13 แทนต้นหนามขี้แรด ต้นสนสามใบจะงอกขึ้น แทนต้นไมยราบ ต้นน้ำมันเขียวจะงอกขึ้น และแด่พระเจ้า มันจะเป็นอนุสรณ์ เพื่อเป็นหมายสำคัญนิรันดร์ซึ่งจะไม่ตัดออกเลย

แผนการพระประสงค์ของพระเจ้าถูกเปิดเผยออกมา ภูเขาและเนินเขาโค้งลงต่อหน้าประชากรของพระเจ้าเป็นพระสัญญาแห่งอนาคต สิ่งที่เป็นพืชมีหนามแห่งความทุกข์ลำบากจะพรากจากไปและจะมีสิ่งใหม่ได้เจริญงอกขึ้นมาใหม่อย่างอุดมสมบูรณ์

ต้นหนามขึ้แรดและต้นไมยราบ คือ คำแช่งสาปนั้นจะถูกไถ่ถอน

แทนที่แห่งการสาปแช่ง คือ ที่แห่งการเติบโต คือ ต้นไม้แห่งสวรรค์จะบังเกิดแทนที่

นี่เป็นมิติแห่งสวรรค์ ที่จะฟื้นคืนกลับมา

ต้นหนามขี้แรดและต้นไมยราบ คือภาพของอุปสรรค ขวากหนาม ความบาป

ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อชาวนากสิกรเมื่อจะฟื้นฟูที่ดิน ย่อมถอนวัชพืชสิ่งถ่วงรั้ง นี้ออกเสีย

พระวจนะบอกว่า เมื่อไถ่ถอนออกแล้ว ต้นสนสามใบ และต้นน้ำมันเขียวจะงอกขึ้น

นี่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นการพลิกฟื้น การรื้อฟื้น การเปลี่ยนโฉม การเปลี่ยนแปลง โดยฤทธิ์อำนาจอันไม่จำกัดของพระองค์ ทรงกระทำให้ถิ่นทุรกันดารกลายเป็นผืนป่าวนอุทยานอันอุดมสมบูรณ์

คำเผยพระวจนะของอิสยาห์ เล็งถึงการกลับสู่เยรูซาเล็ม คือ กลับสู่บ้าน เป็นการกลับบ้านด้วยความชื่นชมยินดี เป็นการกลับมาถึงพระเจ้าด้วยหมายสำคัญและการอัศจรรย์ (อสย.40:11) ​(สดด.63:3-8)

ในวันนี้เราสามารถรับน้ำแห่งชีวิตได้เดี๋ยวนี้ เพียงร่วมเดินทางกลับบ้านกลับสู่พระเจ้า และให้จิตวิญญาณกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของพระเจ้าและเลิงโลดอยู่ในทุ่งหญ้าของพระองค์ พระวจนะบอกว่า

"แด่พระเจ้า มันจะเป็นอนุสรณ์ เพื่อเป็นหมายสำคัญนิรันดร์ซึ่งจะไม่ตัดออกเลย

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร โดย  Haiyong Kavilar             ในบทความที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงว่า ในการขับเคลื่อนแบบอัครทูตหรือแบบอาณาจ...