03 เมษายน 2558

ปัสกา จัดกองกำลังเคลื่อนทัพสู่ชัยชนะ

Chag Pesach Sameach (คัก เพสัคห์ สะเมอาห์) สุขสันต์เทศกาลปัสกา สวัสดีครับเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน  ในช่วงวันที่ 4-11เดือนเมษายน 2015 (เริ่มตั้งแต่เย็นวันที่ 3 เม.ย. ในประเทศไทยเป็นวันที่ 4 เม.ย.)นี้ มีเทศกาลที่สำคัญของชาวอิสราเอลคือ 
เทศกาลปัสกา(Pesach) หรือ Passover เป็นเทศกาลที่ชาวอิสราเอลจะรับประทานขนมปังไร้เชื้อและผักขม เพื่อระลึกถึงการปลดปล่อยจากจากเป็นทาสในอียิปต์ 

คำว่า "ปัสกา"หรือ เพซัค (Pesach-פֶּסַח)ในภาษาฮีบรู แปลว่า ผ่านไป หรือ ผ่านเว้น  (Passover) จากเหตุการณ์ในพระธรรมอพยพบทที่ 12  พระเจ้าผ่านไปและเขาไม่ถูกทูตแห่งความตายจัดการ เพราะพวกเขานำเลือดแกะมาทาที่วงกบประตูนั้นจะเป็นหมายสำคัญว่าพวกเขาจะถูก ผ่านเว้น  (Passover) รอดจากการประหารบุตรหัวปี   


คำว่า "ปัสกา"หรือ เพซัค (Pesach-פֶּסַח) ยังหมายความว่า "ยืนตระหง่านปกป้อง" พระเจ้าทรงยืนตระหง่านปกป้องพวกเขา (อพย.12:1-14)  เทศกาลนี้จึงเป็นการเตือนใจชนชาติอิราเอลเพื่อระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเขา ในการนำเขาออกจากชนชาติอียิปต์ที่เขาไปเป็นทาส 430 ปี แม้เวลาจะผ่านมาหลายพันปี แต่อิสราเอลก็ยังยึดเทศกาลนี้อย่างมั่นคง เพราะเป็นการนัดหมายสำหรับคนของพระเจ้า นั่นคือสิ่งที่พระคัมภีร์ได้ย้ำเตือนกับเรา (ข้อ14) วันนี้จะเป็นวันที่ระลึกสำหรับเจ้า ให้เจ้าทั้งหลายถือไว้เป็นเทศกาลแด่พระเจ้าชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า เจ้าจงฉลองเทศกาลนี้และถือเป็นกฎถาวร



เทศกาลปัสกาไม่ถือเฉพาะคนยิวเท่านั้น แม้แต่คนต่างชาติจะถือ พระเจ้าก็ทรงอนุญาตตั้งแต่ตอนอพยพออกจากอียิปต์ ตามพระวจนะใน กดว.9:14 กล่าวว่า  "ถ้าคน‍ต่าง‍ด้าวที่มาอาศัยอยู่ท่าม‍กลางเจ้า‍ทั้ง‍หลายจะถือเทศ‌กาลปัส‌กาแด่พระ‍ยาห์‌เวห์ ก็ให้เขาถือตามกฎ‍เกณฑ์และกฎ‍หมายของเทศ‌กาลปัส‌กา เจ้าจงมีกฎ‍เกณฑ์อย่างเดียว‍กันสำหรับคน‍ต่าง‍ด้าวและคน‍พื้น‍เมือง 


ดังนั้นการฉลองเทศกาลปัสกาจึงมีความหมาย สำหรับคริสตชนเช่นเดียวกัน เพราะปัสกานั้นเกี่ยวข้องกับพระเยซูคริสต์ แต่หลายคริสตจักรได้รับอิทธิพลจากความคิดทางซีกโลกตะวันตก ได้จัดเทศกาลอีสเตอร์(Easter)ซึ่งเป็นการนำเอาความเชื่อแบบศาสนาต่างชาติ (Pagan)ที่ผสมผสานลัทธิอื่นๆมาแทนเทศกาลปัสกา เพียงเพราะต่อต้านคนอิสราเอลนั่นเอง ซึ่งสามารถอ่านบทความที่ผมเคยเขียนไว้ได้ดังนี้ครับ
(ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทศกาลปัสกาและอีสเตอร์ /
เทศกาลปัสกา : ก้าวสู่เสรีภาพใหม่ด้วยใจขอบพระคุณ /ปัสกา เทศกาลแห่งชัยชนะ)



สำหรับในครั้งนี้ผมขอเขียนในมุมมองที่แตกต่างกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพราะได้รับความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้นผ่านทางคำสอน การศึกษาเพิ่มเติมและการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

และในปี 2015 นี้เป็นปีพิเศษ เรียกว่า "ปีสะบาโต" หรือ "ปีซามิตะห์" (Shmita year)  นักวิชการพระคัมภีร์บางคนเชื่อว่า ปีหน้าจะเป็น ปี 2016  ปีแห่งการเฉลิมฉลองครอบรอบ ปีแห่งเสียงเขาสัตว์ หรือ จูบิลี ( Jubilee ปีแห่งการครบรอบหมายถึง ช่วงเวลาแห่งการร้องตะโกน คำฮีบรู คือ โยเบล “yobel” หรือ เสียงเป่าเขาสัตว์เป็นการเป่าเขาแกะ (ลนต.25:8-55) เพื่อโห่ร้องถึงการพิพากษาของพระเจ้า เป็นภาพที่จะเกิดขึ้นในวาระสิ้นยุค 

ในปีนี้มีหมายสำคัญที่เตือนใจเรา นั่นคือ ในช่วงเดือนนิสานปี 5775  นี้ (ช่วงวันที่ 21  มี..-19 เม..2015) หากเราสังเกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  จะมีหมายสำคัญบนท้องฟ้า นั่นคือเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง (A Total Solar Eclipse) หรือดวงอาทิตย์มืดไป และเกิดดวงจันทร์กลายเป็นสีเลือด(ฺBlood moon) 
ตามข้อพระธรรม กจ.20:19-20 
19 เรา​จะ​สำแดง​การ​อัศจรรย์​ใน​อากาศ​เบื้อง​บน และ หมาย​สำคัญที่​แผ่นดิน เบื้อง​ล่าง เป็น​เลือด ไฟ และ​ไอ​ควัน   
20 ดวง​อาทิตย์​จะ​มืด​ไป และ​ดวง​จันทร์​จะ​กลับ​เป็น​เลือด ก่อน​ถึง​วัน​ยิ่งใหญ่​และ​สง่า​งาม​ของ​พระ​เจ้า
(อ้างอิงจาก ยอล. 2:30-31) 

ในวันที่ 20 มี..2015 ที่ผ่านมาเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง (A Total Solar Eclipse) เกิดจากดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์มิดหมดดวง  (ดวง​อาทิตย์​จะ​มืด​ไป ) ตรงกับการเริ่มต้นเดือนที่ 1 คือเดือนนิสานหรือเดือนอาบีบ(อพย.13:4)  ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีปฏิทินฮีบรู แบบศาสนา(Ecclesiastical Calendar)   เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรใหม่ของการไถ่ 

 และในช่วงหัวค่ำของวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2015 จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์ผ่านเข้าไปในเงามืดของโลกหมดทั้งดวง  (ดวง​จันทร์​จะ​กลับ​เป็น​เลือด) 
ข้อสังเกตที่น่าสนใจนั้นคือ ตรงกับช่วงการเริ่มต้นของเทศกาลปัสกา! 

สิ่งที่ผมตีความหมายคือ หมายสำคัญทางฝ่ายธรรมชาติสะท้อนภาพฝ่ายวิญญาณ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเชื่อมต่อตรงกัน(Alignment) ระหว่างฟ้าสวรรค์กับแผ่นดินโลก เพราะดวงจันทร์ โลกและดวงอาทิตย์อยู่ในแนวเดียวกัน  ผมคิดว่านี่เป็นวาระเวลาการจัดตั้งระบบให้ตรงกันเพื่อที่พระเจ้าจะจัดกองกำลังเคลื่อนทัพสู่ชัยชนะ
พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างและมีฤทธานุภาพในการขึงดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์และควบคุมวงจรต่างๆในกัลปจักรวาล

สดด.104:2 ผู้​ทรง​คลุม​พระ​องค์​ด้วย​แสง​สว่าง​ดุจ​ดัง​ฉลอง​พระ​องค์ ผู้​ทรง​ขึง​ฟ้า​สวรรค์​ออก​ดัง​ขึง​ม่าน

อสค.32:3-8  ​
3 พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​ว่า เรา​จะ​กาง​ข่าย​ของ​เรา​คลุม​ท่าน โดย​กองทัพ​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​เป็น​อัน​มาก และ​เขา​เหล่า​นั้น​จะ​ลาก​ท่าน​ขึ้น​มา​ด้วย​อวน​ของ​เรา...
7 เมื่อ​เรา​ดับ​ท่าน เรา​จะ​คลุม​ฟ้า​สวรรค์​ไว้ และ​กระทำ​ให้​ดวงดาว​มืด​ไป เรา​จะ​เอา​เมฆ​บัง​ดวง​อาทิตย์ และ​ดวง​จันทร์​จะ​ไม่​ทอ​แสง
8 แสง​สุกใส​ทั้งสิ้น​แห่ง​สวรรค์​นั้น เรา​จะ​กระทำ​ให้​มืด​อยู่​เหนือ​ท่าน และ​วาง​ความ​มืด​ไว้​เหนือ​แผ่นดิน​ของ​ท่าน ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​แหละ

สำหรับเรื่องหมายสำคัญบนท้องฟ้า เราคงต้องติดตามกันต่อไป แต่เราไม่ควรตื่นตระหนกตกใจ แต่ให้เราอธิษฐานเผื่ออิสราเอล และเตรียมชีวิตของเราเสมอ  ผมขอสรุปไว้เท่านี้ ผู้อ่านสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ในสิ่งที่ผมเขียนไว้ในบทความเรื่อง (หมายสำคัญบนท้องฟ้า สัญญาณเตือนใจก่อนวันสิ้นโลก?)

ขอให้ความสำคัญสำหรับเทศกาลปัสกาในปีนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็น การจัดกองกำลังเคลื่อนทัพสู่ชัยชนะโดยพระเจ้า พระยาห์เวห์จอมทัพ (ํYahweh Sabaoth )

เราต้องทำความเข้าใจในเรื่องชนชาติแห่งพระพร คือ “ชาวฮีบรู” เพราะชนชาตินี้เป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงตั้งไว้เพื่อที่จะอวยพระพรและนำพระพรไปสู่ประชาชาติดังที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับอับบราฮัม 
ปฐก.12:2-3  
2 เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ เราจะอวยพรแก่เจ้า จะให้เจ้ามีชื่อเสียงใหญ่โตเลื่องลือไป แล้วเจ้าจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร 
3 เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้พรเพราะเจ้า"

อับราฮัมเป็นคนแรกที่พระเจ้าทรงเรียกมาเพื่อรับพระพร เขาถูกเรียกโดยพระเจ้าว่าเป็นชาวฮีบรูคำว่า"ฮีบรู" (Hebrew) หมายถึง การก้าวข้าม (crossover) ที่เป็นอย่างนั้นเพราะท่านได้รับการทรงเรียกให้ออกจากเมืองไปสู่สถานที่แห่งพระพร

ปฐก.14:13 มีคนหนึ่งหนีมาจากที่รบนั้นบอกให้อับรามคนฮีบรูรู้ เพราะอับรามอาศัยอยู่ที่หมู่ต้นก่อหลวงของมัมเร ...

คำนี้มีความหมายคือ คนแปลกถิ่น(Alien) ที่เที่ยวไปบนอยู่โลกผู้เขียนพระธรรมฮีบรูได้ให้ความหมายไว้
ฮบ.11:13 คนเหล่านั้นได้ตายไปขณะที่มีความเชื่อเต็มที่ และไม่ได้รับสิ่งที่ได้ทรงสัญญาไว้ แต่เขาก็ได้เห็นและได้เตรียมรับไว้ตั้งแต่ไกล และรู้ดีว่าเขาเป็นคนแปลกถิ่นที่ท่องเที่ยวไปในโลก

ข้อคิดคือ  พระเจ้ามักจะเรียกร้องคนของพระองค์ให้ตัดสินใจก้าวข้ามอุปสรรค ด่านทดสอบความเชื่อ และเมื่อผ่านไปแล้ว นั่นหมายถึงพระพรที่เราจะได้รับ

ผมขอให้ภาพเปรียบเทียบคู่ขนาน เป็นข้อคิดในเทศกาลปัสกา  ดังนี้ครับ

1. ก้าวข้าม(Passover) ดีกว่าตายเปล่า (Pass away) 

ในเทศกาล ปัสกาเป็น การก้าวข้าม Passover เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของเทศกาลนี้  เทศกาลนี้เป็นเทศกาลเริ่มต้นของเทศกาลของพระเจ้า และเป็นเทศกาลแรกในเดือนที่ 1 คือ นิสาน(Nissan) หรือ อาบีบ (Aviv) ซึ่งให้ความหมายในภาษาฮีบรูหมายถึง “green ears” การเริ่มต้นผลิใบในฤดูใบไม้ผลิ  (Spring )  เป็นการที่ต้นไม้เริ่มผลิใบจากในฤดูหนาว(Winter) สภาพต้นไม้มันเหมือนจะตายซากแล้ว แต่เมื่อฤดูกาลใหม่ มันกลับมีชีวิต(อสย.43:19  ดู​เถิด เรา​กำลัง​กระทำ​สิ่ง​ใหม่ งอก​ขึ้น​มา​แล้ว...) หากไม่ก้าวข้ามก็ต้องยอมตาย เหมือนเหตุการณ์ที่ชนชาติอิสราเอลเดินทางออกจากอิยิปต์และกองทัพของอียิปต์กำลังไล่มามาจนสุดทาง อุปสรรคขวางหน้าคือ ทะเลแดง สิ่งอั์จรรย์คือ พระเจ้าทรงเปิดหนทางออกให้อิสราเอลข้ามผ่านไปได้ (อพย.14)

เมื่อพระเจ้าทรงนำคนยิวก้าวออกมา (Passover) พระองค์ทรงมีจุดหมาย(Destiny)สำหรับพวกเขาคือ"ดินแดนพันธสัญญา" เมื่อพวกเขาเจออุปสรรคคือ "ทะเลแดง" พวกเขาจำเป็นต้องก้าวข้าม(Passover) หากเขาไม่ไปต่อก็ตายเปล่่า(Pass away) เพราะกองทัพอียิปต์ไล่ลาตามมาแล้ว (อพย.14) ทะเลแดงแหวกได้ด้วยความเชื่อที่ทะลวงสู่จุดหมาย(faith to destiny)

 ใบางครั้งเราพบกับอุปสรรคปัญหา  เราอาจจะมองไม่เห็นทาง หนทางอาจจะตัน แต่ในพระเจ้าทรงมีหนทางเสมอ 
 "เพียงเพราะเรามองไม่เห็นทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าไม่ทรงประทานหนทาง" เมื่อเราร้องทูลต่อพระเจ้าพระองค์จะทรงเปิดหนทางให้ 

และสิ่งนี้เป็นคำหนุนใจให้ระลึกถึงในเทศกาลปัสกา ชาวยิวจดจำเหตุการณ์นี้ได้และเล่าให้ฟังต่อไปถึงรุ่นต่อไป แม้แต่ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ได้ใช้ถ้อยคำจากเหตุการณ์นี้หนุนใจคนอิสราเอล ให้ระลึกถึงการช่วยกู้ของพระเจ้าจากการเป็นทาสในอียิปต์  
อสย. 43:15-17 
15 เรา​คือ​พระ​เจ้า องค์​บริสุทธิ์​ของ​เจ้า เป็น​ผู้สร้าง​ของ​อิสราเอล เป็น​กษัตริย์​ของ​เจ้า”
16 ​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​สร้าง​ทาง​ใน​ทะเล สร้าง​วิถี​ใน​น้ำ​ที่​มี​อานุภาพ
17 ผู้​ทรง​นำ​รถ​รบ​และ​ม้า กองทัพ และ​นักรบ​ออกมา เขา​ทั้ง​หลาย​นอน​ลง​ด้วย​กัน​และ​ลุก​ขึ้น​ไม่ได้ เขา​ทั้ง​หลาย​ศูนย์​ไป​และ​ดับ​เสีย​เหมือน​ไส้​ตะเกียง

เราจะสามารถมีบทเพลงสรรเสริญพระเจ้าในชัยชนะในเทศกาลปัสกาได้เหมือนกับมิเรียมนำคนอิสราเอลร้องเพลง  อพย. 15:21 มิ​เรียม​จึง​ร้อง​นำ​ว่า “จง​ร้อง​เพลง​ถวาย​พระ​เจ้า​เถิด เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ได้​ชัย​ชนะ​อย่าง​ใหญ่​หลวง ​พระ​องค์​ทรง​กวาด​ม้า​และ​พล​ม้า​ให้​ตก​ลง​ไป​ใน​ทะเล”

นอกจากนี้ คำว่า "ปัสกา"หรือ เพซัค (Pesach-פֶּסַח)ในภาษาฮีบรูยังให้ความหมายอีกอย่างว่า "การกระโดดข้าม"(Leap over)  สิ่งกีดขวาง เช่นกำแพง พระเจ้าจะเสริมกำลังให้เรา เราจะมีกำลังในการกระโดดข้ามสิ่งกีดขว่าง (แต่ไม่ใช่มีกำลังเพราะกินอาหารเมนูพระกระโดดกำแพงนะครับ) 
สดด. 18:29 ​พระ​เจ้า​ข้า ข้า​พระ​องค์​ตะลุย​กองทัพ​ได้​โดย​พระ​องค์ และ​โดย​พระ​เจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​นี้ ข้าพเจ้า​สามารถ​กระโดด​ข้าม​  (leaped over)กำแพง​ได้

ขอพระเจ้าอวยพระพรให้เทศกาลปัสกาในปีนี้ เราจะก้าวข้ามอุปสรรคและกระโดดข้ามกำแพงแห่งปัญหาไปสู่ชัยขนะในพระองต์

2.จัดกองทัพ ดีกว่า กองทับถมกัน 


ในการอพยพออกจากอียิปต์ ประชาชนชาวอิสราเอลมีจำนวนประมาณ 6 แสนคน(อพย.12:37) หากไม่มีการจัดกองทัพคงจะวุ่นวาย เหมือนเอาคนมากองรวมทับกันไว้  เหมือนอิฐจะมีประโยชน์ไม่ใช่กองรวมกันไว้แต่ต้องนำมาจัดเรียงก่อร่างเป็นพระวิหาร(อฟ.2:20-22 )

ในพระธรรมอาโมส 3:3 กล่าวว่า "สอง​คน​จะ​เดิน​ไป​ด้วย​กัน​ได้​หรือ นอก​จาก​ทั้ง​สอง​จะ​ได้​ตก​ลง​กัน​ไว้​ก่อน" ขนาด 2 คนจะไปไนก็ต้องตกลงกันก่อน จึงจะไปได้ มีคำกล่าวว่า "คนเดียวไปได้เร็วแต่ไปได้ไม่ไกล แต่หลายคนช่วยกันจะไปได้ไกล แต่ถ้าหลายคนไม่ได้ตกลงกันคงจะไปกันใหญ่"

เนื่องด้วยประชาชนชาวอิสราเอลมีจำนวนประมาณ6แสนคนดังนั้นพระเจ้าจึงให้มีการจัดทัพของอิสราเอล

พระเจ้าทรงประทานพระบัญญัติ(Torah)สอนให้เข้าใจถึงทิศทางต่างๆและเคลื่อนไปด้วยการจัดกองกำลังเป็นเผ่าๆ โดยเริ่มต้นที่เผ่ายูดาห์  ยูดาห์เป็นเผ่าแรกของอิสราเอลที่เคลื่อนขบวนทัพเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร (กดว.10:14เผ่ายูดาห์ขึ้นไปสู้รบ ทำสงครามก่อนเผ่าอื่น (วนฉ.1:2,20:18)   

คำว่า “ยูดาห์” หมายถึง การสรรเสริญ  กองทัพของอิสราเอลนำด้วยการสรรเสริญนมัสการพระเจ้า ความหมายของเดือนในเชิงการเผยพระวจนะ เดือนแรกคือเดือนนิสาน  จึงเป็นเดือนแห่งเผ่ายูดาห์ 
หลังจากนั้นตามด้วยเดือนอิยาร์ เดือนที่ 2  เป็นเดือนของเผ่าอิสสาคาร์  เป็นเผ่าที่รู้​กา​ลเวลาของพระเจ้า ทราบ​ว่า​อิสราเอล​ควร​ทำ​ประการ​ใด  (1 พศด. 12:32)  อิสสาคาร์ได้รับการสำแดงให้รู้ถึงวาระ เวลา และฤดูกาลของพระเจ้า 

ข้อคิดคือ เราต้องปรับเวลาของเรา เคลื่อนตามวาระเวลาของพระเจ้า เหมือนเผ่าอิสสาคาร์

หลังจากเผ่าอิสสาคาร์ คือ เผ่าเศบูลุน เป็นเผ่าประจำเดือนที่ 3 คือเดือนสิวาน โมเสสได้เผยพระวจนะถึงเว่าเผ่าอิสสาคาร์ และเผ่าเศบูลุนจะร่วมสนับสนุน เศบู​ลุน​เอ๋ย จง​ปีติ​ร่า​เริง​เมื่อ​ท่าน​ออกไป และ​อิสสา​คาร์​เอ๋ย จง​ปีติ​ร่า​เริง​ใน​เต็นท์​ของ​ตน   เขา​จะ​เรียก​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​มา​ที่​ภูเขา และ​ถวาย​เครื่อง​สัตว​บูชา​อัน​ถูกต้อง​ที่​นั่น เพราะ​เขา​จะ​ดูด​ความ​อุดม​จาก​ทะเล และ​ได้​ขุมทรัพย์​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​ทราย”(ฉธบ.33:18-19)
ศบูลุนเป็นกองสนับสนุนของอิสราเอลในเรื่องของสเบียงและสิ่งต่างๆ 

หลังจากนั้นก็ไล่เผ่าดังนี้ รูเบน,สิเมโอน,กาด ต่อด้วย เอฟราอิม,มนัสเสห์,เบนยามิน ปิดท้ายด้วย 3 เผ่าท้ายคือ ดาน,อาเชอร์และนัฟทาลี หากนับเดือนจะปิดท้ายที่เดือนอาดาร์ เผ่านัฟทาลี 

(เนื่องจากบทความนี้มีพื้นที่จำกัด ผมคงไม่สามารถอธิบายได้หมดในแต่ละเผ่าซึ่งผู้อ่านสามารถไปอ่านบทความที่ผมเขียนไว้ เรื่อง "คุณอยู่เผ่าไหนในกองกำลังของพระเจ้า?" และเข้าไปอ่านในบทความ ความหมายของเดือนเชิงการเผยพระวจนะในแต่ละเดือนได้ )

ขอหนุนใจว่า เราควรจะนำชีวิตของเราเข้ามา(Alignment)อยู่ในกองกำลังของพระเจ้า  ด้วยการผูกพันอุทิศตัวกับคริสตจักรท้องถิ่นของท่าน เพราะคริสตจักรเป็นดั่งกองทัพในฝ่ายวิญญาณ ตัวอย่างเช่น "อามาสัย" ได้ "มาอาศัย"อยู่กับดาวิด จนเป็นทหารของกองทัพดาวิด

1พศด. 12:18 แล้วพระวิญญาณได้มาเหนืออามาสัย หัวหน้าของคนทั้งสามสิบนั้น และเขาทูลว่าข้าแต่ดาวิด ข้าพระบาททั้งหลายเป็นของฝ่าพระบาท และอยู่กับฝ่าพระบาท ข้าแต่บุตรเจสซี สวัสดิภาพ สวัสดิภาพ จงมีแก่ฝ่าพระบาทและสวัสดิภาพจงมีแก่ผู้ช่วยของฝ่าพระบาท เพราะว่าพระเจ้าทรงอุปถัมภ์ฝ่าพระบาทแล้วดาวิดทรงรับเขาทั้งหลายไว้ และทรงตั้งให้เป็นนายทหารในกองทัพของพระองค์

3.ธาตุแท้เป็นไท ดีกว่า ทาสแท้ๆที่ไม่ถูกไถ่

ในเทศกาลปัสกา ขอให้เราออกจากความคิดเดิมวงจรเก่าเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ นั่นคือการออก เป็น "ปัดรังควานในฝ่ายวิญญาณ"  ตามรูปแบบปัสกา ชาวอิสราเอลจะกินผักขมเพื่อระลึกถึงความทุกข์ยากในอียิปต์และกินขนมปังไร้เชื้อ พวกเขาจะกำจัดเชื้อต่างๆที่อยู่ในบ้านให้หมดไป เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นมลทิน


ข้อคิดคือ เราต้องชําระเชื้อเก่าเพื่อก้าวสู่ความเป็นไทในความเชื่อใหม่ 

 คําว่า "เชื้อ" ในพระคัมภีร์เดิม โดยทั่วไปเป็นสัญลักษณ์ของการมีอยู่ของความชั่วร้ายหรือความไม่บริสุทธิ์(มลทิน)  เชื้อนั้นสามารถทําให้แป้งขนมปังที่หมักและฟู  ทําให้เกิดการเน่าเปื่อยหรือเสื่อมสภาพได้  ในเทศกาลปัสกาจึงมีการรับประทานขนมปังไร้เชื้อ  (อพย.12:19,13:6-8)


ในพระคัมภีร์ใหม่ พระเยซูคริสต์ตักเตือนสาวกให้ระวังเชื้อ  เชื้อ หมายถึงคําสอนผิด และหลักคําสอนที่ชั่วร้ายของฟาริสี สะดูสี และพวกเฮโรด(Herodias) (มธ.8:15,16:12)


 ในพระธรรม 1โครินธ์ 5:7-8  กล่าวว่า 

7 จงชําระเชื้อเก่าเสีย เพื่อท่านจะได้เป็นแป้งดิบก้อนใหม่ เหมือนขนมปังไร้เชื้อ   เพราะพระคริสต์ผู้ทรงเป็นปัสกาของเราได้ถูกฆ่าบูชาเสียแล้ว
 8 เหตุฉะนั้นให้เราถือปัสกานั้น   มิใช่ด้วยเชื้อเก่าซึ่งเป็นเชื้อของความชั่วช้าเลวทราม  แต่ด้วยขนมปังที่ไม่มีเชื้อ คือความจริงใจและสัจจะ

คําว่า “เชื้อ” ถูกกล่าวถึงโดยอัครทูตเปาโลว่าเป็นสัญลักษณ์ของ "ความชั่วช้าเลวทราม" ในขณะที่การไม่มีเชื้อหมายถึง "ความจริงใจและสัจจะ" ดังนั้นชีวิตที่เป็นไทคือการมีความเชื่อในพระวจนะของพระองค์  


เจมส์ กอลล์(James Goll) ผู้รับใช้พระเจ้า   กล่าวไว้ว่า "ความจริงแค่เพียง 1 ช้อน สามารถชำระล้างมหาสมุทรแห่งคำหลอกลวงได้  คุณจะต้องรู้ความจริงและความจริงจะทำให้คุณเป็นไท"


A spoonful of truth... Washes away an ocean of lies." You shall know the truth and the truth shall set you free.

อัครทูตเปาโลกล่าวถึงการชำระตัวหรือเชื้อเก่า ด้วยสัจจะแห่งพระวจนะของพระเจ้าเพื่อเราจะเป็นไทและได้รับสิ่งใหม่ในพระองค์

ผมขอหนุนใจด้วยถ้อยคำแห่งความจริงใจว่า "เราต้องตระหนักว่า ธาตุแท้(ความเป็นตัวตน)ของเรา คือ เราเป็นไท เราไม่ได้เป็นทาสอีกต่อไป เพราะเราได้รับการไถ่แล้วโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ เมื่อเป็นไทแล้วก็อย่ากลับไปเป็นทาสอีกเลย" 

กท. 5:1 ​เพื่อ​เสรีภาพ​นั้นเอง​พระ​คริสต์​จึง​ได้​ทรง​ให้​เรา​เป็น​ไท เพราะ​ฉะนั้น จง​ตั้ง​มั่น และ​อย่า​เข้า​เทียม​แอก​ของ​การ​เป็น​ทาส​อีก​เลย

การค้นพบธาตุแท้ความเป็นตัวตนของเรา สิ่งนี้เราเรียกว่า อัตลักษณ์(Identity)  การค้นพบบางครั้งเราต้องปล้ำสู้ต่อสู้เพื่อให้ได้มา เหมือนดังยาโคบ (ปฐก.32:24-31)

24 ยาโคบอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว มีบุรุษผู้หนึ่งมาปล้ำกับเขาจนเวลารุ่งสาง 25เมื่อบุรุษผู้นั้นเห็นว่าจะเอาชนะยาโคบไม่ได้ ก็ถูกต้องที่ข้อต่อตะโพกของยาโคบขณะที่ปล้ำสู้กัน ข้อต่อตะโพกของยาโคบก็เคล็ด 26บุรุษนั้นจึงว่า “ปล่อยให้เราไปเถิดเพราะใกล้สว่างแล้ว” แต่ยาโคบตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่ยอมให้ท่านไป นอกจากท่านจะอวยพรแก่ข้าพเจ้า” 27บุรุษผู้นั้นจึงถามยาโคบว่า “เจ้าชื่ออะไร” ยาโคบตอบว่า “ข้าพเจ้าชื่อยาโคบ” 28บุรุษนั้นจึงว่า “เขาจะไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบต่อไป แต่จะเรียกว่า อิสราเอล(แปลว่า เขาผู้ปล้ำสู้กับพระเจ้า หรือพระเจ้าทรง ปล้ำสู้) เพราะเจ้าสู้กับพระเจ้าและมนุษย์ และได้ชัยชนะ”  

29 ​ยาโคบจึง​ถาม​บุรุษ​ผู้​นั้น​ว่า “ขอ​ท่าน​บอก​ข้าพเจ้า​ว่า​ท่าน​ชื่อ​อะไร?” แต่​บุรุษ​นั้น​กล่าว​ว่า “ทำไม​เจ้า​จึง​ถาม​ชื่อ​เรา?” แล้ว​ก็​อวย​พร​ยาโคบ​ที่​นั่น
30 ​ยาโคบจึง​เรียก​สถานที่​นั้น​ว่า เปนี​เอล​ กล่าว​ว่า “เพราะ​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​พระ​เจ้า​ต่อ​หน้า​ข้าพเจ้า แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ไว้​ชีวิต​ข้าพเจ้า”

31 ​เมื่อ​ยาโคบ​ผ่าน​เปนู​เอล​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น​แล้ว เขา​เดิน​โขยก​เขยก​ (คำว่า Pesach) เพราะ​เจ็บ​สะโพก

ยาโคบได้พบกับพระเจ้าที่ เปนี​เอล​ (เห็นพระพักตร์พระเจ้า)  ท่านปล้ำสู้กับพระเจ้า และได้รับการเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนอัตลักษณ์ใหม่ จากยาโคบ แปลว่าจับส้นเท้า หรือ เขาหลอก  เมื่อก่อนนั้นเขาอยู่ด้วยการหลอกแยกชิงพระพรของเอซาวมาเป็นของตน แต่ตอนนี้พระเจ้าทรงให้พระพรเพราะเขาได้ปล้ำสู้จนได้รับ เขาต้องเจ็บปวดที่สะโพก และเดินโขยกเขยก คำว่า โขยก​เขยก (Lame-เลม) ในภาษาฮีบรูใช้คำว่า คำว่า เพสัคห์ Pesach  ให้ความหมายถึงการยับยั้งเดินไม่สะดวกเหมือนคนที่เดินโขยกเขยก) 

เช่นตอนที่มีการต่อสู้กันที่ภูเขาคารเมล ระหว่างผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลและเอลียาห์ 


1พกษ.18:26 เขาทั้งหลายก็เอาวัวผู้ที่เขานํามาให้และเขาทั้งหลายก็จัดเตรียมและร้องออกพระนามพระบาอัล  ตั้งแต่เวลาเช้าจนเที่ยงกล่าวว่า "ข้าแต่พระบาอัล  ขอตอบพวกข้าพเจ้าเถิด" แต่ก็ไม่มีเสียงและไม่มีใครตอบ และเขาก็โขยกเขยก (คำว่า Pesach) อยู่รอบแท่นซึ่งเขาได้สร้างขึ้นนั้นอยู่รอบแท่นซึ่งเขาได้สร้างขึ้นนั้น


ปัสกาปีนี้จะเป็นปีที่เราจะต้องตัดสินใจว่า เราจะ“ก้าวข้ามไปข้างหน้า(Passover) หรือถูกยับยั้งเอาไว้(Lame-เลม)”  ก้าวไปเราจะเป็นไท แต่ถุกยับยั้งไว้เราจะยังคงเป็นทาสต่อไป เหมือนผู้เผยพระวจนะของพระบาอัล ที่เขายึดมั่นในพระเจ้าเทียมเท็จ เขาก็ยังคงวนเวียนเดินโขยก​เขยก รอบแท่นบูชา อยู่ในวงจรแห่งการเป็นทาส แต่เอลียาห์ได้สั่งให้ไฟตกลงมาจากฟ้า ทำให้รู้ว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้ 

1พกษ. 18:31-39 
31 เอลียาห์​นำ​ศิลา​สิบ​สอง​ก้อน​มา ​ตาม​จำนวน​เผ่า​บุตร​ชาย​ของ​ยาโคบผู้​ซึ่ง​พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ว่า “อิสราเอล​จะ​เป็น​ชื่อ​ของ​เจ้า” ...
36 และ​ต่อ​มา​เมื่อ​ถึง​เวลา​ถวาย​บูชา เอลียาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ก็​เข้า​มา​ใกล้​ ทูล​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์เวห์​พระ​เจ้า​ของ​อับราฮัม อิสอัค​ และ​อิสราเอล ขอ​ให้​เขา​ทราบ​เสีย​ทั่ว​กัน​ใน​วัน​นี้​ว่า พระ​องค์​คือ​พระ​เจ้า​ใน​อิสราเอล และ​ข้า​พระ​องค์​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์ และ​ข้า​พระ​องค์​ได้​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ทั้ง​สิ้น​ตาม​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​องค์
37 ข้า​แต่​พระ​ยาห์เวห์ ขอ​ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์ ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์ เพื่อ​ชน​ชาติ​นี้​จะ​ทราบ​ว่า​พระ​องค์​คือ​พระ​ยาห์เวห์ ทรง​เป็น​พระ​เจ้า และ​พระ​องค์​ทรง​หัน​จิต​ใจ​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย​กลับ​มา​อีก”
38 แล้ว​ไฟ​ของ​พระ​ยาห์เวห์​ก็​ตก​ลง​มา​และ​เผา​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว และ​ฟืน หิน และ​ผง​คลี และ​ลาม​เลีย​น้ำ​ใน​ร่อง​จน​แห้ง
39 และ​เมื่อ​ประชา​ชน​ทั้ง​หมด​ได้​เห็น พวก​เขา​ก็​ซบ​หน้า​ลง​ร้อง​ว่า “พระ​ยาห์เวห์​ พระ​องค์​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า พระ​ยาห์เวห์ ​พระ​องค์​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า”


พูดง่ายๆ คือ ปัสกาปีนี้ เราจะต้องตัดสินใจ ก้าวออกมา สู่สิ่งใหม่  ปลายทางคือคานาอันหรือเราจะยังคงเดินแบบ โขยกเขยก ในถิ่นทุรกันดาร

ผมเชื่อว่าเราจะฉลองปัสกาปีนี้ด้วยการก้าวทะลุทะลวงในฤดูกาลใหม่ของพระเจ้า 

ปัสกาปีนี้เป็นเวลาของการจัดกองกำลังเคลื่อนทัพสู่ชัยชนะในพระเจ้า

เราต้องรับยุทธศษตร์จากพระองค์ เคลื่อนตามเสียงของพระองค์ และก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปสู่เป้าหมายของพระเจ้า

ผมขอปิดท้ายด้วยภาคปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 


1. ชำระบ้านของเราให้พ้นมลทินจากเชื้อที่ไม่ดี เริ่มจากบ้านของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือ ชีวิตของเรา ให้เราอธิษฐานขอการชำระความคิด ในภาคปฏิบัติ เราใช้เวลาในช่วงเทศกาลปัสกา ทำความสะอาดบ้านของเรา (ปัดรังควานในฝ่ายวิญญาณ) จัดงานเลี้ยงฉลองปัสกาในบ้านกับครอบครัว เราอาจจะไม่ต้องทำตามรูปแบบ อาหารในเทศกาลปัสกา 

สิ่งสำคัญคือ การรับพิธีมหาสนิทร่วมกันในครอบครัว เพื่อระลึกถึงการไถ่ของพระเยซูคริสต์ที่เป็นดั่งแกะปัสกา พระเยซูทรงรับปัสการ่วมกับสาวกก่อนจะไปสิ้นพระชนม์ที่กางเขน 

(ลก. 22:15-20) ​
15 พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง​หลาย​ว่า ​“เรา​มี​ความ​ปรารถนา​อย่าง​ยิ่ง​ที่​จะ​รับประทานปัสกา​นี้​กับ​ท่าน​ก่อนที่​เรา​จะต้อง​ทน​ทุกข์ 
16 เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า เรา​จะ​ไม่​รับประทานปัสกา​นี้​อีก​จนกว่า​จะ​สำเร็จ ความ​หมาย​ของปัสกา​นั้น​ใน​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า” 
17 ​พระ​องค์​ทรง​หยิบ​ถ้วย เมื่อ​ขอบ​พระ​คุณ​แล้ว​ตรัส​ว่า “จง​รับ​ถ้วย​นี้​ไป​แบ่ง​กัน​ดื่ม 
18 ​เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​จาก​ผล​ของ​เถา​องุ่น​อีก​ต่อไป​จนกว่า​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า​จะ​มา”
19 ​พระ​องค์​ทรง​หยิบ​ขนม​ปัง เมื่อ​ขอบ​พระ​คุณ​แล้ว​ก็​ทรง​หัก​ส่ง​ให้​พวก​เขา ตรัส​ว่า “นี่​เป็น​กาย​ของ​เรา ซึ่ง​ให้​ไว้​สำหรับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย จง​ทำ​อย่าง​นี้​เพื่อ​เป็น​ที่​ระลึก​ถึง​เรา”
20 เมื่อ​รับประทาน​แล้ว จึง​ทรง​หยิบ​ถ้วย​และ​ทรง​ทำ​เหมือน​กัน​ตรัส​ว่า “ถ้วย​นี้​ที่​เท​ออก​เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย เป็น​พันธสัญญา​ใหม่​โดย​โลหิต​ของ​เรา​

2.ถวายผลแรก เป็นเทศกาลแห่งการถวายผลแรก( first fruits) ในภาษาฮีบรูคือ bikkurim ביכורים 
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแกะปัสกาที่ถูกนำไปฆ่าเพื่อไถ่เราและเป็นผลแรกของการฟื้นขึ้นจากความตาย
1คร. 15:20 แต่บัดนี้ พระคริสต์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกของพวกที่ล่วงหลับไป

ลนต. 23:9-14 ชาวอิสราเอลจะต้องถือ เทศกาลนี้หลังจากได้เข้าไปในดินแดนพระสัญญาแล้ว สิ่งที่พระเจ้าประทานให้ เราต้องถวายเป็น "ผลแรก" นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงประสงค์และจะมีพิธียื่นถวายให้พระเจ้าทรงรับในวันแรกของสัปดาห์ (วันอาทิตย์) ในระหว่างเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ (ลนต. 23:11)

ในวันที่มีเทศกาล นี้ ฟ่อนข้าวแรกของการเก็บเกี่ยวจะถูกนำมายังพระวิหาร ปุโรหิตจะโบกรวงข้าวนี้ต่อพระพักตร์พระเจ้าเพื่อให้พระเจ้าทรงยอมรับ
เราสามารถนำผลแรกของเรามาถวายในคริสตจักร เพื่อขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับการไถ่ของพระองค์
(สามารถอ่านบทความ ความเข้าใจเกี่ยวกับผลแรก เพื่อทำความเข้าใจได้)

3.เข้าร่วมในกองทัพแห่งชัยชนะของพระเจ้า เราต้องนำชีวิตของเราเข้ามา(Alignment)อยู่ในกองกำลังของพระเจ้า  ด้วยการผูกพันอุทิศตัวกับคริสตจักรท้องถิ่นของเราเพราะคริสตจักรเป็นดั่งกองทัพในฝ่ายวิญญาณ ฝึกฝนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

4.ก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ทีละขั้นด้วยชัยชนะร่วมกับพระองค์ 

เทศกาลต่างๆ มีความหมายในฝ่ายวิญญาณที่พระเจ้าทรงกำหนดขึ้น เราในฐานะคริสตชนควรที่จะตระหนักและทำความเข้าใจถึงความหมาย เข้าใจถึงวาระเวลาของพระเจ้าในการให้เราระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ พักจากการงานเพื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า

เราไม่ควรจัดงานเทศกาลต่างๆ อย่างเป็นประเพณีนิยมที่ทำตามกันมา โดยปราศจากความเข้าใจถึงความสำคัญที่แท้จริง เน้นกิจกรรมมากกว่า วัตถุประสงค์ของพระเจ้าในเทศกาลต่างๆ

ขอพระเจ้าอวยพระพร ให้เทศกาลปัสกาปีนี้เป็นปีที่เราจะเข้าสู่กองกำลังของพระเจ้าและเคลื่อนทัพสู่ชัยชนะในพระองค์ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น