เผ่ารูเบน - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว

สุภาษิตไทยกล่าวไว้ว่า "น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าไปขวาง"  ทั้งนี้เพราะการกระทำไปขัดจังหวะหรือขัดอารมณ์ของบางคนที่กำลังโกรธอยู่ ก็อาจส่งผลให้คนที่เข้าไปขัดจังหวะเกิดอันตรายได้

อารมณ์โกรธเดือดดาลของคนเป็นเหมือนน้ำที่เชี่ยว ดังนั้นไม่ควรที่จะอยู่ใกล้ เพราะคนนั้นจะควบคุมการกระทำของตนเองไม่ได้ อาจจะทำความเสียหายให้กับตนเองและผู้อื่น ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังได้เมื่อทำไปแล้ว

สิ่งที่กล่าวมานั้น ผมกำลังเชื่อมโยงไปถึงเผ่ารูเบน(Reuben) ซึ่งเป็นเผ่าประจำเดือนนี้คือเดือนทัมมุส(Tammuz) ช่วงวันที่ 7 ..- 4 .. 2016 

          เดือน ทัมมุส” คนอิสราเอลตั้งชื่อเดือนตามชื่อเทพเจ้าของบาบิโลน เพื่อเป็นการระลึกว่ารูปเคารพเป็นเหตุให้บ้านเมืองต้องพินาศย่อยยับ” 
เอเสเคียล 8:14-15 
14 แล้วพระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาถึงทางเข้าประตูพระนิเวศของพระเจ้าด้านเหนือ และดูเถิด ที่นั่นมีผู้หญิงหลายคนนั่งร้องไห้อาลัย เจ้าพ่อทัมมุส  (Tammuz) แล้วพระองค์ตรัสกับ ข้าพเจ้าว่า
15 "บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าเห็นแล้วหรือ เจ้ายังจะเห็นการลามกยิ่งกว่าสิ่งเหล่านี้อีก

เดือนนี้เราจะมาเรียนรู้จักลักษณะของเผ่ารูเบนด้วยกัน ผมขอตั้งชื่อบทความนี้ว่า "รูเบน(Reuben) - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว"  

(หมายเหตุ เรียนรู้จักลักษณะของเผ่าต่างๆประจำเดือนของอิสราเอล สามารถอ่านได้ตาม Link นี้ครับ
  สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์ (Lion of Judah),อิสสาคาร์ - ลาที่มีกำลังกล้าหาญ,เศบูลุน-เรือสำเภามุ่งสู่จุดหมาย

เดือนทัมมุสเป็นเดือนที่เชื่อมโยงกับเผ่ารูเบน  รูเบนเป็นบุตรหัวปีของยาโคบ  รูเบนมีศักยภาพความสามารถที่เยี่ยมยอดที่อยู่ในตัวเขา  แต่เพราะว่ารูเบนไม่ได้จัดการกับปัญหาสำคัญที่สุดของเขาที่ควรจัดการ นั่นคือการควบคุมตนเอง  เขาไปทำผิดบาปเรื่องเพศ คือ การร่วมประเวณีกับนางบิลฮาห์ ภรรยาน้อยของยาโคบ พ่อของเขา (ปฐมกาล 35:22) 

ผลคือ ยาโคบโกรธมาก เพราะเขาเป็นลูกคนแรก เป็นความหวังของครอบครัว ยาโคบจึงมอบสิทธิบุตรหัวปีของเขาให้กับยูดาห์แทน  อนาคตของเขาที่สุดยอดแต่การกระทำสุดแย่ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จ  เมื่อเราดูจากคำเผยพระวจนะของยาโคบที่มาสู่ชีวิตของเขา นั่นคือ เขาเป็นบุตรชายแห่งสายน้ำเชี่ยว ที่เดือดดาลและเอาดีไม่ได้  
  
ปฐมกาล 49:3-4
"รูเบนเอ๋ย เจ้าเป็นบุตรหัวปีของเรา เป็นกำลังและเป็นผลแรกแห่งเรี่ยวแรงของเรา เป็นยอดแห่งความเย่อหยิ่งและยอดของความรุนแรง เจ้าเดือดดาลอย่างน้ำเชี่ยวจึงเป็นยอดไม่ได้ ด้วยเจ้าล่วงเข้าไปถึงที่นอนบิดาของเจ้า เจ้าทำให้ที่นอนนั้นเป็นมลทิน เจ้าล่วงเข้าไปถึงที่นอนของเรา”  

ภาษาฮีบรูของคำว่า เดือดดาล คือ פַּ֫חַז “pachaz ซึ่งมีความหมายว่า เป็นฟอง เป็นเหมือนสายน้ำเชี่ยว(Unstable As Water)ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ให้ความหมายอีกอย่างคือ การไม่สามารถควบคุมหรืออยู่ในวินัยได้ 

เมื่อเราศึกษาจากประวัติศาสตร์อิสราเอล เดือนแรกคือ เดือนนิสาน  นับจากเทศกาลปัสกา(อพยพ 12) ที่พวกเขาออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ เดือนทัมมุสจะเป็นเดือนในลำดับที่ ตามปฏิทินแบบฮีบรู
ทัมมุสเป็นเดือนที่มาพร้อมกับกับดัก  การไม่ระมัดระวังที่จะเฝ้านมัสการและเสาะแสวงหาพระเจ้าในเดือนนี้ ทำให้คนอิสราเอลติดกับดักคือ  "วัวทองคำ"

ในเดือนแรก คือเดือนนิสาน พระเจ้าทรงปลดปล่อยคนอิสราเอลให้เป็นไทจากการกดขี่ที่อียิปต์ พระเจ้าทรงปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ พวกเขาได้รับการไถ่โดยโลหิตของแกะ ออกจากเงื้อมมือของศัตรู

ในเดือนที่ 2  คือเดือนอิยาร์  พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลเดินผ่านถิ่นทุรกันดารตลอดเส้นทาง พระเจ้าทรงทดสอบ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อของพวกเขาและทรงเลี้ยงดูพวกเขา จนมาถึงภูเขาซีนาย

ในเดือนที่ 3 คือเดือนสิวาน   พระเจ้าเสด็จลงมายังยอดเขานั้น เพื่อเยี่ยมเยียนพวกเขา พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงที่พวกเขาสามารถได้ยินได้ และได้ประทานบัญญัติ 10 ประการแก่พวกเขาในเทศกาลสัปดาห์(Shavuot)  พระเจ้าทรงเรียกโมเสส ขึ้นไปยังยอดเขาเป็นเวลาถึง 40 วัน พระเจ้าได้ประทานโทราห์(Torah) คำสอนของพระองค์แก่โมเสส แต่ในขณะที่โมเสส กำลังมี ประสบการณ์สุดยอดบนภูเขา นั้น  คนอิสราเอลถูกทิ้งไว้ตามลำพังอยู่ในถิ่นทุรกันดาร 
พวกเขาไม่ชอบถิ่นทุรกันดาร  พวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว  พวกเขาไม่ชอบที่ที่พวกเขาอยู่นั้น พวกเขาต้องการพึ่งพาโมเสส ที่จะนำพวกเขาออกไป แต่ทว่า โมเสสหายไปแล้ว แต่พวกเขาต้องการฟื้นความมั่นใจกลับมา  พวกเขาไม่ชอบที่จะไว้วางใจในพระเจ้าที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา พวกเขาต้องการบางสิ่งที่จับต้องได้ เพื่อปกป้องพวกเขา 

ดังนั้นในเดือนที่ 4 คือเดือนทัมมุส  อาโรนจึงได้สร้างวัวทองคำขึ้นมา และนมัสการสิ่งนั้น(อพยพ 32)  

ทัมมุสเป็นเดือนที่คนอิสราเอลได้สร้าง ลูกวัวทองคำ ขึ้นมา พวกเขาได้ลืมพระพรในอดีตที่ผ่านมา ที่พระเจ้าได้ทรงปลดปล่อยคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ด้วยหมายสำคัญและการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ในการแหวกทะเลแดงและการจัดสรรมานาในถิ่นทุรกันดาร เพียงเพราะเขาไม่มั่นคงในความเชื่อจึงสร้างรูปเคารพขึ้นมาที่เขาสร้างด้วยมือตนเองและสามารถมองเห็นได้ พวกเขาจำกัดความพระเจ้าของเขาคือรูปปั้นวัวทองคำ

ข้อคิด คือ พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่ไม่จำกัดแต่มนุษย์มักจะจำกัดพระเจ้าด้วยความจำกัดในตัวเอง เพียงแค่ความรู้สึกที่มั่นคง มองเห็นและสัมผัสได้

รูเบนก็เช่นกันเขาคิดแต่เพียงความสุขชั่วคราวแต่ไม่คำนึงถึงพระพรแห่งสิทธิบุตรหัวปีของเขา  เขามองเห็นแค่ความสวย ความสาวของบิลฮาห์ จึงไปหลับนอนกับนางโดยไม่คำนึงความถูกผิด และพระพรแห่งสิทธิบุตรหัวปีที่เขาจะได้รับ  เขาคงจะบอกกับตนเองว่า รูเบนก็เป็น "เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ" จึงยอม "กินน้ำใต้ศอก" ล่วงเกินเมียของพ่อ แต่สุดท้าย "น้ำตารินตกใน" ต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป 

สิ่งนี้หากเราสังเกตเราจะพบว่ามันคือผลของบาปที่ตกทอดมา เช่นเดียวกับลุงของเขาคือ "เอซาว" แฝดผู้พี่ของพ่อเขาคือยาโคบ ที่ยอมสูญเสียสิทธิบุตรเพียงเพราะเห็นแก่ความสุขชั่วคราว คือ ของแดง(เอโดม) เพราะความหิวของเอซาวจึงยอมแลกสิทธิบุตรหัวปีกับของแดงถ้วยเดียว(อพยพ 25:27-34)

นี่คงเป็นอีกสาเหตุที่ยาโคบโกรธรูเบน บุตรคนหัวปีมาก เพราะเขาคาดหวังกับรูเบนมาก แต่สุดท้ายก็พลาดเช่นเดียวกับพี่ชายของเขาคือเอซาว

เราจะเห็นว่าตระกูลเผ่าของรูเบนก็ไม่ไปถึงเป้าประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตของเขา  นั่นคือคานาอัน แต่เขาเห็นแก่ที่ดินที่ดูดีมีความสมบูรณ์ และไม่ยอมข้ามแม่น้ำจอร์แดน มาที่เมืองเยริโคแต่กลับตั้งรกรากในดินแดนนั้น เช่นเดียวกับเผ่ากาดและมนัสเสห์อีกคึ่งเผ่า 
กันดารวิถี 34:13-15 
13 ​โมเสส​บัญชา​คน​อิสราเอล​กล่าว​ว่า “นี่​เป็น​แผ่นดิน​ที่​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​จับ​ฉลาก​รับ​เป็น​มรดก ซึ่ง​พระ​ยาห์เวห์ท​รง​บัญชา​ให้​มอบ​แก่​เก้า​เผ่า​กับ​อีก​ครึ่ง​เผ่า​
14 ​เพราะ​ว่า​คน​เผ่า​รู​เบน​ตาม​สกุล คน​เผ่า​กาด​ตาม​สกุล และ​คน​เผ่า​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ได้รับ​มรดก​ของ​พวก​เขา​แล้ว​

15 ​ทั้ง​สอง​เผ่า​และ​ครึ่ง​เผ่า​นั้น​ได้รับ​มรดก​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย​ที่​ฟาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ด้าน​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค คือ​ด้าน​ตะวันออก​ทาง​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น”​

ในวาระสุดท้ายของท่านโมเสส ก่อนจะสิ้นชีวิต ท่านอวยพรแต่ละเผ่าตามที่บันทึกในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 32 ในข้อที่ 6 เป็นคำอวยพรสำหรับเผ่ารูเบน ท่านอวยพรว่า  "ขอให้เผ่ารูเบนดำรงอยู่ อย่าสิ้นสูญ แม้ผู้คนของเขาจะมีจำนวนน้อย"  แปลความหมายคือ  โมเสสพูดถึงเผ่ารูเบนว่า "เผ่ารูเบนจะหมดความสำคัญลงในไม่ช้า" แต่ขอให้เผ่านี่ยังคงอยู่ต่อไป

ข้อคิดจากการศึกษาเผ่ารูเบน เราจะเห็นได้ว่า แม้รูเบนเป็นบุตรหัวปี ผู้ที่จะได้รับพระพรแต่พวกเขาไม่ควบคุมตนเอง จนทำบาปเพียงเพราะเห็นแก่สิ่งที่เป็นการล่อลวง กับดักทำให้พลาดติดกับไปไม่ถึงเป้าหมายที่ควรจะเป็น

รูเบน บุตรชายสายน้ำเชี่ยว แทนที่จะเป็นผู้ใหญ่มั่งคงไม่โลเล แต่กลับพลาดพลั้ง 

พระวจนะของพระเจ้าได้เตือนใจเราให้เราเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณและมั่งคง ไม่ถูกล่อลวงดังนี้

เอเฟซัส 4:14 เพื่อ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​เด็ก​อีก‍ต่อ‍ไป ถูก​ซัด​ไป​ซัด​มา​และ​พัด​ไป​พัด​มา​ด้วย​ลม​คำ​สั่ง‍สอน​ทุก‍อย่าง ด้วย​เล่ห์‍กล​ของ​มนุษย์ ตาม​อุบาย​ที่​ฉลาด​ใน​การ​ล่อ‍ลวง

เดือนทัมมุสจึงเป็นช่วงเวลาแห่งการเฝ้าระวังและอธิษฐานกลับใจใหม่จากความผิดบาปที่ทำ

ในช่วงวันที่ 17 เดือนทัมมุส(Tammuz) หรือในภาษาฮีบรู คือ שבעה עשר בתמוז (Shiva Asar B'Tammuz) (ปี 2016 ตรงกับวันที่ 23 ก.ค.) จนถึงวันที่ 9 เดือนอับ(Av) หรือในภาษาฮีบรูคือ תשעה באב Tisha B'Av ) (ปี 2016 ตรงกับวันที่ 13 ส.ค.) เป็นช่วงเวลา 21 วัน ( 7X3 วัน หรือ 3 สัปดาห์) หรือ בין המצרים "Bein ha-Metzarim


สำหรับการไว้ทุกข์ของคนยิว พวกเขาจะมีการอดอาหารอธิฐานเพื่อกลับใจใหม่ กลับมาแสวงหาพระยาห์เวห์ เป็นระลึกถึงช่วงที่บรรพบุรษของพวกเขาหันไปกราบไหว้รูปเคารพ

ในวันที่ 17 เดือนทัมมุส(Tammuz) ในสมัยโมเสส หลังจากที่โมเสสขึ้นไปบนภูเขาซีนาย พวกคนยิวไปกราบไหว้รูปวัวทองคำ เมื่อโมเสสกลับมาจึงได้ขว้างแผ่นพระบัญญัติ 10 ประการ(לוחות -Luchot) แตกด้วยความโกรธเนื่องจากคนอิสราเอลไปกราบไหว้รูปเคารพ


อพยพ 32:19 พอโมเสสเข้ามาใกล้ค่าย ได้เห็นรูปโคหนุ่ม และคนเต้นรำ โทสะของโมเสสก็เดือดพลุ่งขึ้น ท่านโยนแผ่นศิลาทิ้งตกแตกเสียที่เชิงภูเขานั่นเอง


ในวันที่ 17 เดือนทัมมุส ยังมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับอิสราเอลนั่นคือ  มีการถวายเครื่องบูชาที่เป็นมลทินในพระวิหาร   พวกบาบิโลนมาล้อมกรุงเยรูซาเล็ม กำแพงกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย ก่อนที่พระวิหารหลังแรกจะถูกทำลายในวันที่ 9 เดือนอับ (ยรม.32:2)


แม่ทัพของโรมัน ชื่อว่า อโพสโตมัส (Apostomus) ได้เผาทำลายหนังสือพระบัญญัติ (Torah scroll)

สำหรับในวันที่ 9 เดือนอับ(Av) หรือ Tisha B'Av เป็นวันที่มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับอิสราเอล 
นั่นคือ พระวิหารหลังแรกถูกทำลายในปี 587 ก่อนคริสตศักราช และพระวิหารหลังที่ 2 ถูกทำลาย
ในปี ค.ศ.70
จากเหตุการณ์พระวิหารหลังที่ 2 ในปี ค.ศ. 70 ทำให้คนยิวกระจัดกระจายไปทั่วโลก
และพวกเขาถูกลบหายไปจากแผนที่โลก และภาษาฮีบรูกลายเป็นภาษาที่ตายไปแล้ว
แต่เมื่อพวกเขากลับใจใหม่หันมาแสวงหาพระยาห์เวห์ พระองค์ทรงพระเมตตาและนำพวกเขา
กลับมารวมเป็นประเทศอีกครั้งใน ปีค.ศ. 1948 และสำเร็จตามถ้อยคำเผยพระวจนะ 

เอเสเคียล 36:24 “เพราะว่าเราจะเอาเจ้าออกมาจากท่ามกลาง ประชาชาติและรวบรวมเจ้ามาจากทุกประเทศ และนำเจ้าเข้ามาในแผ่นดินของเจ้าเอง”


 ในเดือนทัมมุสนี้ จงเรียนรู้จากชีวิตของรูเบน    พระเจ้ามีลิขิตชีวิต (destiny)ให้กับรูเบน แต่กระนั้น รูเบนได้ทำให้อนาคตของตนสูญสลายไปผ่านวัวทองคำ 

 พระเจ้ามีลิขิตชีวิตที่เยี่ยมยอดให้กับเรา เช่นเดียวกัน


เยเรมีย์  29:11 พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า

ในเดือนทัมมุสนี้  อย่าให้เราถูกยั่วยวนใจ ด้วยสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดี ณ ตอนนี้ เพียงแค่นั้น อย่ายอมรับเอาวัวทองคำเข้ามา  แต่จงจดจ่อสายตาอยู่ที่รางวัลที่จะได้รับจากพระเจ้า 
อัครทูตเปาโลได้เขียนจดหมายเตือนใจผู้เชื่อให้รู้จักควบคุมตนเอง(self controlและฝึกระเบียบวินัย (discipline bodyเหมือนนักกีฬาเพื่อจะได้รับชัยชนะไปสู่เส้นชัย
1 โครินธ์ 9 :24-25  
24ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว
25“ฝ่ายนักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบ  ทุกอย่าง แต่ข้าพเจ้าก็ทุบตีร่างกายให้มันแข็งจนอยู่มือ เพราะเกรงว่าตัวข้าพเจ้าเองจะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้

เดือนนี้ จงร้องขอต่อพระเจ้า ที่เราจะโน้มตัว บากบั่นต่อไปเพื่อจะชิงรางวัลให้ได้  จงเสาะแสวงหาพระเจ้า และหลีกเสียจากหลุมพราง กับดักวัวทองคำ จงจดจ่อสายตาอยู่ที่รางวัลและมีชัยชนะ
อย่าเป็นอย่างรูเบน บุตรชายสายน้ำเชี่ยว ที่สุดท้ายคว้าน้ำเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ พบกับใหม่เดือนหน้าเดือนอับ(Av) เดือนแห่งเผ่าสิเมโอน

ความคิดเห็น