28 สิงหาคม 2556

คำอธิษฐานอวยพรประจำเดือน ทิชรี (Tishrei)

คำอธิษฐานอวยพรประจำเดือน ทิชรี (Tishrei) (ช่วงวันที่ 5 ก.ย.- 4 ต.ค. 2013)



เดือน“ทิชรี ชื่อเดิมคือ เอธานิม (Ethanim)
(1พกษ. 8:2) เป็นเดือนที่ 7 ตามปฏิทินศาสนา (Ecclesiastical calendar) เป็นเดือนแรกตามแบบปฏิทินราชการ(Civil calendar) ของประเทศอิสราเอล เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ (Rosh Hashanah-Head of the year) ในปี 5774 ปีตัวอักษรเอยิน ดาเล็ท(Ayin Dalet) เป็นปีแห่งประตู

ในเดือนนี้จะมีเทศกาลสำคัญอยู่ 3 เทศกาลด้วยกัน (ลนต.23:24-40) เทียบตามปฏิทินสากลจะเป็นดังนี้  

1.ทศกาลเป่าแตรเขาสัตว์ (Rosh Hashanah-โรช ฮาชชะนาห์) เริ่มช่วงเย็นวันที่ 5 กันยายน 2013(วันที่ 1 เดือนทิชรี) เพื่อปลุกเราให้ตื่นขึ้นสู่ความดีของพระเจ้า
2. เทศกาลลบมลทินบาป (Yom Kippur-ยม คิปปูร์) วันที่ 14 กันยายน 2013 (วันที่ 10 เดือนทิชรี) ในช่วงระหว่างวันที่5-14 กันยายน 2013 ช่วงเวลา 10 วันแห่งความยำเกรงพระเจ้า(Days of Awe) เป็นเวลาที่จะหันชีวิตออกจากวิถีแห่งความบาป และหันกลับมาหาพระเจ้าโดยการอดอาหารอธิษฐานเป็นการเตรียมชีวิตกลับใจจากความบาป  
3. เทศกาลอยู่เพิง (Sukkot-สุคคท) ช่วงวันที่ 19 - 26 กันยายน 2013 (วันที่ 15-21 เดือนทิชรี)เพื่อเราจะได้สามัคคีธรรม ชื่นชม และดำเนินอยู่ต่อการทรงสถิตของพระเจ้าและรับความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์
เดือนทิชรี ชื่อเดิมคือ เอธานิม (Ethanim) เป็นเดือนที่กษัตริย์ซาโลมอนได้ถวายพระวิหารเมื่อสร้างเสร็จแล้วแด่พระเจ้า การทรงสถิตของพระเจ้าทำให้เมฆแห่งพระสิริเทลงมาอย่างมากจนบรรดาปุโรหิตไม่สามารถยืนอยู่ได้(1พกษ. 8:2-11)
1)  เดือนแห่งเผ่าเอฟราอิม  บุตรคนที่2 ของโยเซฟ จงเกิดผลและทวีคูณ !
(ปฐก 49.22) โยเซฟเป็นกิ่งที่เกิดผล มีกิ่งเลื้อยไปบนกำแพง ปฐก 49.26 พรของบิดาเจ้ายิ่งใหญ่กว่าพรของภูเขา ) เดือนนี้เชื่อมโยงกับโยเซฟ การอวยพร 2 เท่า (ปฐก 49.22-26 จากโยเซฟคนเดียว มาเป็น ลูกชาย 2 คน คือ เอฟราอิม กับ มนัสเสห์ ผู้ซึ่งกลายมาเป็น 2 ใน 12 เผ่าของอิสราเอล)


2) เดือนที่ 7 เดือนอันเป็น"ที่รักยิ่ง"(dearest”) เพราะว่าบรรดาเลข 7เป็นที่รัก และการทรงสร้างที่มาจากความ "พอใจ"(satiated) เป็นเดือนที่"เต็มอิ่ม" (“full”month) เป็นการเริ่มต้นใหม่ หมายถึง "ความบริบูรณ์ของพระเจ้า" ระลึกถึงความอุดมสมบูรณ์และความดีของพระองค์ที่กำลังไหลท่วมท้นอย่างเต็มอิ่ม

3) เดือนที่การจัดเตรียมจากเบื้องบนนั้นสร้าง "การเริ่มต้น" (สังเกตว่าเป็นเดือนแรกตามปีปฏิทินฮีบรู) จงคาดหวังว่าสิ่งใหม่ๆกำลัง "เริ่มต้นขึ้น" สำหรับเรา ตอนนี้ ที่ผ่านมาเราอยู่ในเวลาแห่งการตระเตรียม แต่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นกำลังเริ่มต้นแล้ว

4) การเริ่มต้นของ 6 เดือนแห่ง"แสงสะท้อน" นี่จะเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมของเรา วิธีที่เราใช้เวลา วิธีที่เราทำงาน วิธีที่พืชผลเจริญขึ้น วิธีที่เราเก็บเกี่ยว จงคิดถึงตัวเราเองในฐานะเป็นผู้สะท้อนพระสิริของพระเจ้าไปรอบตัวเรา(อสย.60.1-9, ยน 8.12; 9.5) จงคิดถึงพระเจ้าที่สะท้อนพระสิริของพระองค์บนชีวิต
5) เดือนของตัวอักษรฮีบรู ลาเมด (Lamed) ที่เล็งถึง ความปรารถนายิ่งที่จะหวนกลับสู่แหล่งที่สมบูรณ์ของเราพระเจ้าทรงเป็นแหล่งของเรา เราต้องอธิษฐานว่า "ข้าแต่พระเจ้า ทำอย่างไรเราจึงจะกลับมามั่นใจได้ว่าเราไหลไปตามสิ่งที่พระองค์กำลังทำ?"
 
6) เดือนแห่งการหวนคืน(return) เราต้องป่าวประกาศสิ่งที่เคยกระจัดกระจายไปให้กลับคืนมา

(จำไว้ว่า วิญญาณชั่วต้องการจัดการและทำให้เราหมดไฟ พระเจ้าต้องการรวบรวมและทำให้เราเข้มแข็ง)

7) เดือนแห่งราศีตุลย์ (ตาชั่ง) -Month of Libra (the scales) การกระทำของมนุษย์จะถูกชั่ง และการพิพากษาจะถูกปลดปล่อย ความสมดุล ภาษาฮีบรูจะใช้คำที่มีความหมายว่า ตาชั่งคือ Mozenayim (โมเซนายิม) แปลว่า การชั่งของ 2สิ่ง โดยนำมาถ่วงกันคนละข้างของตาชั่ง 2แขน หากตาชั่งหยุดนิ่งไม่เขยื้อน นั่นคือสภาพสมดุล สังเกตว่า "วันแห่งการลบมลทินบาป"ซึ่งเป็นวันที่ 10 เดือนทิชรีนั้น ถูกมองว่าเป็นวันแห่งการพิพากษา ในเดือนนี้เราจดจ่อกับระบบกระบวนการยุติธรรมมากกว่าในเดือนอื่นๆ
 
 
8) เดือนแห่งการควบคุมสภาพสมดุลอย่างดี บางสิ่งกำลังเข้าสู่การเสร็จสมบูรณ์ ในขณะที่สิ่งอื่นๆเพิ่งจะเริ่มต้น
9) เดือนแห่งการ "แตะต้องสัมผัส" (touch) ให้คิดถึงผู้หญิงที่ฝ่าเข้ามาและแตะเสื้อผ้าของพระเยซู นี่เป็นเวลาที่จะรู้สึกถึงการทรงสถิตของพระเจ้า แตะพระองค์และให้พระองค์ปลดปล่อยฤทธิ์ของพระองค์ให้คุณ (ลก 8.40-49)สังเกตด้วยว่าเทศกาลอยู่เพิงเกิดขึ้นในเดือนนี้ ก็เพื่อให้เราได้ดำเนินอยู่ในพระสิริของพระเจ้า - คือดำเนินอยู่ในการทรงสถิตของพระองค์

10) เดือนแห่งถุงน้ำดี (gall bladder) สิ่งนี้บ่อยครั้งจะเชื่อมโยงกับอาการสะดุ้งตื่น ดังนั้นจงคิดถึงการตื่นตัวฝ่ายวิญญาณ แล้วต้องมั่นใจว่าเราได้กำจัดสิ่งที่ขัดขวางเรา ไม่ให้กลับสู่หรือเข้าสู่ความไพบูลย์ของพระเจ้าที่มีไว้สำหรับเรา เฝ้าระวังความขมขื่น ต้นปีนี้ เราต้องล้างตัวเราเองจากความขมขื่น ที่เป็นจุดเริ่มต้นของปี(เดือนแรก) เราต้องระวังความขมขื่น และตอนนี้ในเดือนที่7 ให้ไปไกลขึ้นอีกก้าวและต้องมั่นใจได้ว่าเราถูกล้างแล้วจากความขมขื่นทั้งหมด ทั้งต่อคนอื่น ต่อตัวเราเอง และต่อพระเจ้า

ฮีบรู12:15 จงระวังให้ดีอย่าให้ใครเพิกเฉยต่อพระคุณของพระเจ้า และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมา ทำความยุ่งยากให้ ซึ่งจะเป็นเหตุให้คนเป็นอันมากเสียไป


(ข้อมูลจาก http://www.arise5.com/#/hebrew-months)

23 สิงหาคม 2556

คำเผยพระวจนะของทีมจากGlory of Zion ปีแห่งประตู ปี 5774

สวัสดีครับเพื่อนๆผู้อ่านทุกท่าน จากบทความ เตรียมชีวิตก้าวเข้าประตูสู่ปี 5774   ปีแห่งประตู ในครั้งนี้ผมขอนำคำเผยพระวจนะของทีมจาก Glory of Zion  ซึ่งเป็นการรวมผู้นำท่านต่างๆ ในช่วงเดือนพ.ค.2013 ที่ผ่านมา เพื่ออธิษฐานฟังพระเจ้าและมีการปลดปล่อยถ้อยคำการเผยพระวจนะซึ่งสอดคล้องกับการเตรียมชีวิตสู่ปี 5774 ปีแห่งประตู ผมจึงได้นำมาเรียบเรียงเพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมชีวิตสู่ปี 5774 ปีแห่งประตู  ดังนี้ครับ
 
คำเผยพระวจนะของทีมจากGlory of Zion 
เกี่ยวกับปีแห่งประตู ปี 5774

Dr.Chuck Pierce,Anne Tate,Jame Vincent,John Dickson,Keith Pierce,Leann Squier,Barbara Wentroble,& Dr.Robert Heidler 
บันทึกโดย Ylva Reynolds(พ..2013)

นี่เป็นเวลาที่จะผลักดันประตูของเราให้เปิดออก!
(A Time to push your door open!)
และองค์เจ้าชีวิตตรัสว่า
"ตาของเราจะมองดูเจ้า แต่บัดนี้เราจะเริ่มที่จะนำทิศทางเจ้าในวิธีที่เจ้าจะรู้ได้ว่า เส้นทางข้างหน้าเจ้ากำลังถูกจุดให้สว่าง เราพูดกับเจ้าว่าเราได้เฝ้าดูเจ้าตลอดมา และไม่มีสิ่งใดที่เจ้าได้ทำที่เรานั้นมองไม่เห็น แต่บัดนี้ เราพูดกับเจ้าว่า เราจะเริ่มที่จะสั่งการในก้าวเดินของเจ้า และในการสั่งการนี้เราจะเริ่มที่จะนำเจ้าผ่านหรือเข้าไปสู่ที่ซึ่งเจ้าไม่เคยไป เสียงของเราจะเปล่งเหนือเจ้าและเส้นทางที่เคยโค้งจะเริ่มยืดตรง เราบอกเจ้าว่า จงมองหาเส้นทางที่ตรงของเจ้า และบนเส้นทางนี้คือการเจิม 4 ตำแหน่ง (การเจิมแบบFour fold anointing) กลับมาหาเจ้า เราบอกว่าตาของเราจ้องดูเจ้า เดี๋ยวนี้เจ้าจะได้ยินเสียงของเรา และได้ยินคำของเราดังมาจากข้างหลังเจ้าเพื่อบอกว่าทางไหนจะที่จะต้องก้าวไป"


(ลนต.8:23-24,1ซมอ.16:13 เจิมปุโรหิต ที่หู(การได้ยิน),หัวแม่มือขวา(การกระทำ),หัวแม่เท้าขวา(ตำแหน่งที่ยืนให้มั่นคง),เจิมที่ศีรษะเป็นการแต่งตั้ง)
เลวีนิติ 8:23-24


23 โมเสสก็ฆ่าแกะนั้นเสีย เอาเลือดเจิมที่ปลายหูข้างขวาของอาโรน และที่นิ้วหัวแม่มือขวาของเขา และที่นิ้วหัวแม่เท้าขวาของเขา
24 แล้วก็นำบุตรทั้งหลายของอาโรนเข้ามา และโมเสสเอาเลือดเจิมที่ปลายหูข้างขวา ที่นิ้วหัวแม่มือข้างขวา ที่นิ้วหัวแม่เท้าข้างขวาของเขา และโมเสสเอาเลือดประพรมที่แท่นและรอบแท่น
1ซามูเอล 16:13 ซามูเอลจึงนำขวดเขาน้ำมันและเจิมตั้งเขาไว้ท่ามกลางพี่ชายของเขา และพระวิญญาณของพระเจ้าก็สวมทับดาวิดอย่างมากตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป และซามูเอลก็ลุกขึ้นกลับไปยังรามาห์

"เราจะจับที่หูของเจ้า แต้มเจ้าให้ได้ยินเสียงของเรา และถ้อยคำของเราจะมาจากเบื้องหลังของเจ้าและบอกให้เจ้าทราบว่า ทางใดที่เจ้าควรจะไป เจ้าจะมายัง“ประตู” เมื่อเจ้าอยู่ที่สุดปลายแห่งกำลังของเจ้า แล้วเจ้าจะสั่งประตูให้เปิดออก และอีกด้านหนึ่งของประตูจะเป็นพละกำลังเรียวแรง และฤทธานุภาพขององค์พระผู้เป็นเจ้า" 
"เจ้าจะมาที่ประตูเมื่อเจ้าสูญสิ้นเรี่ยวแรงของเจ้า และเจ้าจะสั่งประตูให้เปิดออก และที่อีกฟากหนึ่งของประตูนั้น คือเรี่ยวแรงและพลังและฤทธิ์เดชของพระเจ้า เจ้าจะมาที่ประตูเมื่อเจ้าสูญสิ้นความเชื่อของเจ้า และเจ้าจะสั่งประตูให้เปิดออก และที่นั่นคือความเชื่อและฤทธานุภาพของพระเจ้า เจ้าจะมาที่ประตูเมื่อเจ้าสูญสิ้นพลานามัยของเจ้า และที่นั่นคือองค์พระเจ้าผู้รักษา และเจ้าจะสั่งประตูที่นำการรักษานั้นให้เปิดออก"

พวกเรากำลังสื่อว่า นี่คือฤดูการซึ่งพระผู้ไถ่(โดยสิทธิของญาติสนิท(Kinsman Redeemer ) - เหมือนโบอาสไถ่รูธ)ของเราจะไถ่และเปิดทุกๆประตูต่อหน้าเรา

  องค์เจ้าชีวิตจะตรัสถามคุณ ทำไมเจ้ายังรบกับลูกบิดประตูไม่จบสิ้น ที่จริงแล้วศัตรูได้ใช้ลูกบิดประตูเพื่อทำให้เจ้าเขว จงมองดูนี่ ทั้งหมดที่เจ้าต้องทำคือ ผลัก และประตูจะเปิดให้กับเจ้า ไม่ใช่เราหรือที่เป็นพระเจ้าผู้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้กับปุโรหิตเพื่อเขาจะสามารถเข้าสู่อภิสุทธิสถานได้ และแน่นอน เราเป็นพระเจ้าผู้ที่จะเปิดประตูให้กับเจ้า ฉะนั้น จงผลัก ผลัก ผลัก และ เข้ามา เข้ามา เข้ามา เข้ามา เพราะว่าเราต้อนรับเจ้าเข้าสู่ท้องพระโรงของเราในทางใหม่ ใช่แล้ว วันนั้นได้มาถึงแล้วในวันนี้ จงหลุดพ้นจากสิ่งที่ลวงให้เขว เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกับดักจับเจ้า และจงยกมือขึ้นและผลัก และมองสิ่งที่ถูกเปิดต่อหน้าเจ้าในนามบริสุทธิ์ของเรา

และองค์เจ้าชีวิตตรัสว่า "ลูกบิดประตูก็คือเจ้าเอง ที่คอยถามเราว่า ข้าพระองค์จะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร ข้าพระองค์ไม่รู้วิธีที่จะทำ ข้าพระองค์ไม่มั่นใจว่าจะทำงานนี้ได้อย่างไร ข้าพระองค์ไม่รู้ว่าจะลงมือกับมันยังไง และพระองค์ทรงตรัสว่า เจ้าอย่าถามคำถามแบบนี้ต่อไปเลย พระองค์ตรัสว่า แค่ผลัก และก้าวเข้าไปสู่สิ่งที่เราเตรียมไว้พร้อมแล้วสำหรับเจ้า องค์เจ้าชีวิตตรัสว่า ข้างหน้าเจ้านั้นไม่มีคำถาม มีแต่คำตอบสำหรับเจ้า"

และผม (Dr.Chuck Pierce) เพิ่งจะสัมผัสได้เมื่อเช้านี้ว่า องค์เจ้านายกำลังตรัสกับพวกเราว่า  


Dr.Chuck Pierce

นี่ไม่ใช่เวลาพยายามที่จะปิดสิ่งที่เรากำลังพยายามที่จะเปิด และพระเจ้าตรัสว่า นี่คือเวลาที่เจ้าจะต้องรอคอย เพราะพระเจ้าตรัสไว้ว่า เรากำลังเปิดประตูจำนวนหนึ่งให้กับเจ้า และถ้าเจ้าจะอดทน ถ้าเจ้าจะรอคอยเรา เราจะให้สิทธิผ่านประตูแก่เจ้า และพระเจ้าตรัสว่า นี่ไม่ใช่เวลาพยายามที่จะปิดสิ่งที่เรากำลังเปิดเพราะเจ้านั้นอยู่ในฤดูกาลใหม่ และในฤดูกาลก่อนที่สิ่งนั้นถูกปิดและใส่กลอนต่อเจ้า พระเจ้าตรัสว่าเจ้าไม่ได้อยู่ในฤดูกาลนั้นแล้ว จงปรารถนาที่จะให้เราเปิดประตูเหล่านั้นที่เคยปิดและใส่กลอน และมันจะไม่ใช่แค่ประตูเดียว นี่คือฤดูกาลแห่งการทวีคูณ และเราบอกเจ้าว่า เรากำลังทวีคูณจำนวนประตูที่เราจะเปิดให้กับเจ้า
พระเจ้าตรัสว่า "จงมองไปเพียงทิศทางเดียว จงอย่าเขวไป แต่เรากำลังทำให้เจ้ารู้สึกตื่นตัว เรากำลังทำให้ความฝันและนิมิตตื่นขึ้นภายในเจ้า และพระเจ้าตรัสว่า แม้กระทั่งความฝันและนิมิตในอดีตที่ประตูเคยปิดอยู่ก็ตาม จงดูเรา เพราะเราให้สิทธิผ่านประตูและเราให้จำนวนประตูทวีขึ้นแก่เจ้า
ประตูที่เจ้าจะผ่านเข้าไปในฤดูกาลใหม่นี้ ... "
(ขอขอบคุณ เอกจิต จรุงพรสวัสดิ์ ที่ช่วยแปลและเรียบเรียง)
 
จากคำเผยพระวจนะนี้ เราสามารถเตรียมชีวิตเพื่อก้าวสู่ประตูในปี 5774 ได้ดังนี้
1. เปิดประตูด้วยความเชื่อ รักษาความชอบธรรมในพระเจ้า
อิสยาห์ 26:2 จงเปิดประตูเมืองเถิด เพื่อประชาชาติที่ชอบธรรมซึ่งรักษาความซื่อสัตย์ไว้จะได้เข้ามา
 

2. ชีวิตเราจะเป็นดั่งประตูที่รับการชำระเพื่อให้พระเจ้าทรงเสด็จผ่านเข้ามาในชีวิต
 สดุดี 24:3-7 
3 ผู้ใดจะขึ้นไปบนภูเขาของพระเจ้า และผู้ใดจะยืนอยู่ในวิสุทธิสถานของพระองค์
4 คือผู้ที่มีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์ ผู้ที่มิได้ปลงใจในสิ่งเท็จ และมิได้สาบานอย่างหลอกลวง
5 เขาจะรับพระพรจากพระเจ้า และความยุติธรรมจากพระเจ้าแห่งความรอดของเขา
6 อย่างนี้แหละเป็นพวกที่เสาะพระองค์ หน้าของท่านนะ ยาโคบเอ๋ย
7 ประตูเมืองเอ๋ย จงยกหัวของเจ้าขึ้น บานประตูนิรันดร์เอ๋ย จงยกขึ้นเถิด เพื่อกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริจะได้เสด็จเข้ามา
3.  เปิดประตูสู่โอกาสในการรับใช้ด้วยการเจิมรูปแบบใหม่
 การเยียวยา การไถ่กลับมา การรื้อฟื้นฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า



รับใช้ด้วยการเจิมแบบ Four fold anointing คือ การเจิม 4 ตำแหน่งของปุโรหิต(ลนต.8:23-24,1ซมอ.16:13)

4. การเตรียมชีวิตเพื่อรับสิทธิอำนาจเป็นหนทางเข้าสู่ประตูที่จะทำให้ได้รับพระสัญญา ยึดประตูเมืองศัตรู
ปฐมกาล 22:17 ดังนั้นเราจะอวยพรเจ้าแน่ เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น ดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายบนฝั่งทะเล เชื้อสายของเจ้าจะได้ประตูเมืองศัตรูทั้งหลายของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์
 
พบกันใหม่เพื่อทำความเข้าใจเรื่องปีแห่งประตูในครั้งต่อไป ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ

22 สิงหาคม 2556

เตรียมชีวิตก้าวเข้าประตูสู่ปี 5774

สวัสดีครับเพื่อนๆผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น เพราะเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ (Rosh Hashanah -โรช ฮาชชะนาห์) ตามปฏิทินฮีบรู คือ ปี 5774 ปีตัวอักษรฮีบรูคือ Ayin Dalet (เอยิน-ดาเลท์)   ปีแห่งประตูแห่งความเชื่อที่จะถูกเปิดออก ให้ผู้ที่มีความชอบธรรม(Emunah-เอมูนาห์)ได้เข้าไป 
อิสยาห์ 26:2 จงเปิดประตูเมืองเถิด เพื่อประชาชาติที่ชอบธรรมซึ่งรักษาความซื่อสัตย์ไว้จะได้เข้ามา
ปี 5774 นี้ ตัวอักษรดาเลท์ Dalet หมายถึง "ประตู" ดังนั้นเราจะต้องเตรียมชีวิตเพื่อก้าวเข้าสู่ประตูในปี 5774 นี้ด้วยกัน
 
เดือนกันยายนที่จะถึงนี้จะมีเทศกาลสำคัญอยู่ 3 เทศกาลด้วยกัน คือ
 (ผู้อ่านสามารถคลิกอ่านทำความเข้าใจเทศกาลต่างๆได้ตาม Link เทศกาลต่างๆ)
 



   1. เทศกาลเป่าแตรเขาสัตว์ หรือ การเริ่มต้นปีใหม่ 
(Rosh Hashanah -โรช ฮาชชะนาห์) - Head of the year ตรงกับช่วงเย็นวันที่ 5 -6 กันยายน 2013
    2. เทศกาลลบมลทินบาป (Yom Kippur-ยม คิปปูร์)  - Day  of Atonement ตรงกับวันที่ วันที่ 14 กันยายน 2013
    3.เทศกาลอยู่เพิง(Sukkot-สุคคท)-Feast of Tabernacles ตรงกับช่วงวันที่ 18-24 กันยายน 2013 
ในช่วงระหว่างวันที่ 5-14 กันยายน 2013  ช่วงเวลา 10 วันแห่งความยำเกรงพระเจ้า (Days of Awe) เป็นเวลาที่จะหันชีวิตออกจากวิถีแห่งความบาป และหันกลับมาหาพระเจ้าโดยการอดอาหารอธิษฐานเป็นการเตรียมชีวิตกลับใจจากความบาป   
พระเจ้าได้ทรงสร้างเทศกาลต่างๆไว้สําหรับทุกคน   เราไม่ได้เลียนแบบวิธีการฉลองเทศกาลต่างๆ แต่เราเรียนรู้จากหลักการฉลองเทศกาลต่างๆ เพื่อเตรียมชีวิตของเราสู่วาระเวลาของพระเจ้า เพื่อเคลื่อนไปตามเวลานับพบกับพระองค์(Divine Appointment) 
 
เลวีนิติ 23:23-24  พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า " จงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า ในวันที่หนึ่งของเดือนที่เจ็ด เจ้าทั้งหลายจงถือเป็นวันหยุดพักสงบวันหนึ่ง เป็นวันประชุมบริสุทธิ์ประกาศเป็นที่ระลึกด้วยเสียงแตร 
 การเริ่มต้นในแต่ละปีตามปฏิทินของชาวยิวจะมีการเป่าแตรเขาสัตว์ ซึ่งอยู่ในเดือนที่ 7 นั้น ถือเป็นการเป่าแตรเขาสัตว์ ในช่วงระยะเวลาท้ายสุดของปี เพื่อบอกถึงการสำเร็จเสร็จสิ้น ความสมบูรณ์ในแผนการของพระเจ้าสำหรับการไถ่บาป และเปิดฉากสู่การก้าวสู่เวลาใหม่ มิติใหม่   ในพระคัมภีร์เดิมเทศกาลเป่าแตรมีขึ้นในวันแรกของเดือนที่ 7 หรือเดือน “ทิชรี” แต่เดิมเรียกว่าเดือน “เอธานิม”  (1 พงศ์กษัตริย์ 8:2 เป็นเดือนที่กษัตริย์ซาโลมอนมอบถวายพระวิหารแด่พระเจ้า
แต่มาภายหลังเมื่ออิสราเอลกลับจากการเป็นทาสที่บาบิโลนจึงเรียกชื่อเดือนนี้ใหม่เป็นเดือนทิชรี   ชาวยิวเรียกวันแรกในเดือนทิชรีนี้ว่า โรช ฮาชชะนาห์ ซึ่งแปลตามตัวอักษรหมายถึง ต้นปี (Head of the year) คนยิวจึงถือเอาวันนี้เป็น “วันปีใหม่” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น คือ เริ่มต้น 10 วันแห่งการกลับใจใหม่ หรือ เริ่มต้นวันอันน่ายำเกรง (Days of Awe) นี่เป็น 10 วันแห่งการเตรียมตัวสู่วันลบมลทินบาป (ยมคิปปูร์ –Day of Atonement ) ซึ่งอยู่ในวันที่10 ของเดือนที่ 7 
ผมเชื่อว่าในปีนี้เป็นปีแห่งประตูที่จะนำเราทั้งหลายเข้าสู่มิติที่ยกระดับขึ้นในความสดใหม่ในความสัมพันธ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์มากขึ้น

ทาง Glory of Zion ได้จัดงานฉลอง Rosh Hashanah นี้ในช่วงวันที่ 5- 8 กันยายนนี้ ให้ชื่อเทศกาลการฉลองนี้ว่า 
Enter In! Seeing the Open Door to New Springs! 
"เชิญเข้ามาเถิด เพื่อจะเห็นการเปิดประตูสู่สายธารน้ำพุใหม่"

ในปี 5774 นี้ภาพประตูที่เราจะได้เห็น ทำให้ผมถึงภาพของ "ประตูน้ำพุ" (fountain gate) ซึ่งเป็น 1 ใน 12 ประตูของกำแพงรอบกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก อยู่บริเวณนครของดาวิด(City of David)

เนหะมีย์ 12:37   ที่ประตูน้ำพุ เขาทั้งหลายเดินตรงไปขึ้นบันไดของนครดาวิด ที่ทางขึ้นกำแพง เหนือพระราชวังของดาวิดถึงประตูน้ำทางทิศตะวันออก
 

สถานที่นี้มีช่องประตูทางน้ำพุกิโฮนของกษัตริย์เฮเซคียาห์ที่เจาะมาเชื่อมต่อและอยู่บริเวณสระสิโลอัม (2 พศด.32:27-31)  ตอนที่ผมได้เดินทางไปอิสราเอล ผมได้เดินผ่านช่องประตูทางน้ำนี้ สิ่งที่ผมได้รับคือ
การทะลุทะลวงในชีวิตที่ต้องผ่านช่องแคบ เหมือนผ่านประตูที่คับและทางที่แคบจะนำไปสู่ทางแห่งชีวิต (มธ.7:13-15) เชื่อว่า ปีแห่งประตู จะทำให้เราได้ผ่านไปสู่ชีวิตที่มีธารน้ำพุแห่งชีวิตรอเราอยู่
"ประตูน้ำพุ" (fountain gate) ประตูนี้แสดงให้เห็นถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทำงานกับพระวจนะของพระเจ้า  เพื่อทำให้เราได้รับชีวิตใหม่ในพระคริสต์
ประตูน้ำพุนี้ จะเปิดให้เข้าในเทศกาลอยู่เพิง
และมีการทำพิธีหลั่งน้ำเพื่อครัวเรือน (House of Water Pouring Ceremony) ภาษาฮีบรู : เบท เชอูบาห์  (Beit She’ubah)

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญสำหรับผู้เชื่อในพระเยซูเป็นน้ำแห่งชีวิต และเล็งถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์  (ยน.7:37-39)   ในวันสุดท้ายของงานเทศกาลซึ่งเป็นวันใหญ่นั้นปุโรหิตจะนำเอาน้ำจากสระสิโลอัม มาเทบนแท่นบูชา ปุโรหิตจะยกน้ำขึ้นแล้วเท ฝูงชนจะอยู่ในความเงียบสงบ

พระเยซูทรงยืนและประกาศว่า
ถ้าผู้ใดกระหายผู้นั้นจงมาหาเราและดื่ม ผู้ที่วางใจในเรา แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิต จะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น นั่นคือเป้าหมายของพระเยซูชีวิตที่ไหลล้น

นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้กับเราในทุก ๆ ปีในเทศกาลอยู่เพิง พระเจ้าต้องการให้ประสบการณ์อันสดใหม่ของชีวิตที่ไหลล้นของพระองค์กับเรา พระองค์ต้องการจะเติมเราด้วยพระสิริของพระองค์ น้ำองุ่นใหม่แห่งพระวิญญาณ พระเยซูมาในโลกนี้เพื่ออยู่กับเรา เวลานี้พระองค์เชื้อเชิญให้เราอยู่กับพระองค์ พระเยซูปรารถนาจะเลี้ยงฉลองกับเรา เชื้อเชิญพระองค์มาที่เพิงของเรา!

เชื่อว่าหลังจากนี้ในช่วงเดือนกันยายน เราคงจะได้รับคำสอนเพื่อทำความเข้าใจเพื่อเตรียมชีวิตก้าวเข้าประตูสู่ปี 5774 จากอ.นิมิต พานิช ซึ่งจะเดินทางไปประชุมกับทาง Glory of Zion ในช่วงต้นเดือนกันยายน
เราจะได้ฟังคำสอนทำความเข้าใจในเรื่องปีแห่งประตูอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
และในค่ายอยู่เพิงของคริสตจักรแห่งพระบัญชา ในวันที่ 20-22 ก.ย.13  เราจะมีประสบการณ์ที่ลึกเต็มล้นในพระวิญญาณมากขึ้น และผมจะมาแบ่งปันในบทความครั้งต่อไปนะครับ ขอพระเจ้าอวยพระพรในปีใหม่ที่จะถึงนี้




 "Shana- Tova" ชานา โตวา แปลว่า สุขสวัสดีในช่วงปีใหม่
( A Good and Sweet Year)


14 สิงหาคม 2556

วิธีจัดการ 8 อันธพาลวิญญาณชั่ว (2)

สวัสดีครับเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน กลับมาพบกับบทความ วิธีจัดการ 8 อันธพาลวิญญาณชั่ว กันอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว สามารถไปอ่านบทความ วิธีจัดการ 8 อันธพาลวิญญาณชั่ว ครั้งที่ 1 ได้ตาม link นี้ครับ (http://pattamarot.blogspot.com/2013_07_01_archive.html)

โดยในครั้งที่ผ่านมา เราได้ทำความรู้จัก (รู้จักได้แต่อย่าไปสนิทกับมัน) กับเจ้าอันธพาลวิญญาณชั่วทั้ง 4 ไปแล้ว  นั่นคือ

1. วิญญาณราคะตัณหา (Spirit of lust) แอสโมดิวส์(Asmodeus)
2. วิญญาณตะกละ(Spirit of gluttony) เบลเซบับ(Beelzebub)
3. วิญญาณความโลภ(Spirit of greed) แมมมอน (Mammon)
4. วิญญาณเกียจคร้าน (Spirit of sloth ) เบลเฟกอร์ (Belphegor)
 


ในครั้งนี้เราจะทำความรู้จักเพื่อจะเข้าใจลักษณะและการทำงานของมันเพื่อจะนำสู่วิธีการจัดการกับมัน วิญญาณชั่ว 4 ตัวที่เหลือที่จะนำมากล่าวถึงได้แก่

5.วิญญาณริษยา (Spirit of envy ) - ลิเวียธาน (Leviathan)
(คำว่า ริษยา ภาษาละตินคือ คำว่า อินวิเดีย (invidia) 

ลิเวียธาน (Leviathan)
วิญญาณริษยาเป็นเหมือนพวกฟาริสี สะดูสี ธรรมาจารย์ที่อิจฉาริษยาพระเยซูที่มีผู้ติดตามฟังคำสอนพระเยซูจำนวนมาก เพราะคำสอนของพระเยซูมีฤทธิ์เดชแต่คำสอนของพวกฟาริสี สะดูสี ธรรมาจารย์ มีฤทธิ์เหมือนกันไม่ใช่ฤทธิ์เดชแต่เป็นริษยา  สังเกตได้ภายนอกคือ ตาร้อนเพราะอิจฉา จึงหมายที่จะจับพระเยซูและนำพระเยซูไปให้พวกโรมันตรึงกางเขน
 
วิญญาณริษยา คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นรับเคราะห์ การไม่ยอมรับผู้อื่นที่มีสิ่งต่างๆดีกว่าตนเอง ทั้งด้านทรัพย์สมบัติ รูปร่างหน้าตาและการประสบความสำเร็จ ความอิจฉานำไปสู่การรังเกียจตนเอง ต้องการอยากจะได้ของผู้อื่น อยากจะเป็นอย่างผู้อื่น นำไปสู่การขโมยและทำลายผู้อื่น สามารถพัฒนาต่อไปสู่วิญญาณตระกละหรือเบลเซบับ(Beelzebub)และโลภหรือแมมมอน (Mammon)ได้
 
ลิเวียธาน (Leviathan) เป็น ปีศาจอสรพิษทะเลแห่งนรก พญานาค หรืองูดึกดำบรรพ์ (old serpent) ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านพระคริสต์(The Anti Christ)
 
วิวรณ์ 13:4 เขาทั้งหลายได้บูชาพญานาคเพราะพญานาคได้ให้อำนาจแก่สัตว์ร้ายนั้น เขาได้บูชาสัตว์ร้ายนั้น กล่าวว่า "ใครจะเปรียบปานสัตว์นี้ได้ และใครสามารถจะสู้รบกับสัตว์นี้ได้"
 
วิวรณ์ 13:6 มันกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า ต่อพระนามของพระองค์ ต่อสถานที่สถิตของพระองค์ และต่อผู้ที่อยู่ในสวรรค์
 
ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ เรียกว่า "เลวีอาธาน" (לִוְיָתָן แปลว่า ม้วน; ขด )
"เลวีอาธาน" เป็นสัตว์ร้ายในทะเล (สดุดี 74:14,104:26,อิสยาห์ 27:1)
เป็นดังงูดึกดำบรรพ์หรือพญานาค

สดุดี 74:14 พระองค์ทรงขยี้หัวทั้งหลายของเลวีอาธาน {สัตว์ทะเล ขนาดมหึมา} พระองค์ประทานมันให้เป็นอาหารของสรรพสัตว์แห่งถิ่นทุรกันดาร

สดุดี 104:26 กำปั่นแล่นไปโน่นแน่ะ และเลวีอาธาน {สัตว์ทะเล ขนาดมหึมา} ที่ พระองค์สร้างไว้ให้เล่นในนั้น

อิสยาห์ 27:1 ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงลงโทษด้วยพระแสงอันแข็งกระด้างอันใหญ่ และอันแรงกล้าของพระองค์ต่อเลวีอาธานคือพญานาคที่หนีไปนั้น เลวีอาธาน พญานาคที่ขด และพระองค์จะทรงประหารมังกรที่อยู่ในทะเล
    
ในพระธรรมโยบบทที่  41 ได้บรรยายลักษณะของ"เลวีอาธาน"ไว้อย่างละเอียด สรุปได้ว่า

"....เป็นสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ เพศเมีย มีหลายหัว มันมีพละพลังมหาศาล มีโครงสร้างร่างกายที่แกร่งกล้า มีเกล็ดตามร่างกายที่หนาถึง 2 ชั้นซึ่งเปรียบเหมือนเสื้อนอก ที่แต่ละชั้นแนบชิดติดตัวและต่อกันเป็นเนื้อเดียวเหมือนตราผนึกที่แข็งแกร่ง จนลมไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ มันมีดวงตาที่ส่องสว่างเปรียบเหมือนแสงอันเจิดจ้าของอรุณรุ่ง (หมายถึงมันโผล่ตาขึ้นมาเหนือน้ำเหมือนที่จระเข้ทำเวลาล่าเหยื่อ ตามันจะโผล่พ้นน้ำมาเล็กน้อย เหมือนพระอาทิตย์โผล่พ้นเหลี่ยมเขาในตอนเช้า)  มีฟันแหลมคมเหมือนจระเข้"    

มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอิจฉาริษยา  เพราะมันอิจฉาที่มนุษย์อยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ มีอิสระเสรี แต่มันต้องถูกกักขังอยู่ในท้องทะเล  มันอิจฉาในพลังอำนาจของพระเป็นเจ้า  
ในภาษาฮีบรู Leviathan แปลว่าอีกอย่างหนึ่งได้ว่า "วาฬ" ลักษณะเหมือนปลาตัวใหญ่ จึงมีหลายทฤษฏีคิดว่า โยนาห์ถูกกลืนไปในท้องของ "เลวีอาธาน"เป็นเวลา 3 วัน  อย่างไรก็ตามไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
ศาสนจักรโรมันคาธอลิก ให้สัญลักษณ์ของวิญญาณริษยา คือ สุนัข
 
 6. วิญญาณโทสะ (Spirit of wrath / anger) -วิญญาณมังกรแห่งพระดาโกน ( Dragon Spirit)

(คำว่า โทสะหรือโกรธ ภาษาละตินคือ คำว่า ไอรา (ira) )

วิญญาณโทสะ คือ ความโกรธเคืองและพยาบาทที่ขาดความเหมาะสม

Dragon Spirit
มันจะทนรับสภาพในบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ มันจะแสวงหาหนทางผิดกฎหมายบ้านเมือง ในศีลธรรมในการล้างแค้น การมุ่งร้ายที่จะทำสิ่งต่างๆแก่บุคคลที่ตนไม่ชอบ รวมถึงการไม่ชอบบุคคลอื่นโดยไร้เหตุผล เช่น สีผิว เชื้อชาติ ศาสนา นำไปสู่การฆ่าและฆาตกรรมผู้อื่น
มาจากวิญญาณของมักรที่กล่าวไว้ใน

วิวรณ์ 13:2 และพญานาค (Dragon)ได้ให้ฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่และที่นั่งของมันแก่สัตว์ร้ายนั้น
 
ในพระคัมภีร์ระบุว่าเป็น "มังกร" ใน วิวรณ์ 20:2 และท่านได้จับพญานาค (Dragon)ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์  (Old serpent)...
 
วิญญาณโทสะนี้มาจากวิญญาณศาสนาโบราณคือพระดาโกน  1ซามูเอล 5:1-5
1 เมื่อคนฟีลิสเตียยึดหีบแห่งพระเจ้าไปนั้น เขานำไปจากเอเบนเอเซอร์ถึงเมืองอัชโดด 2 และคนฟีลิสเตียก็นำเอาหีบแห่งพระเจ้าเข้าไปไว้ในโบสถ์ของพระดาโกน และวางไว้ข้างพระดาโกน 3 และเมื่อประชาชนชาวอัชโดดตื่นเช้าในวันรุ่งขึ้น ดูเถิด พระดาโกนได้ล้มหน้าคว่ำลงมายังพื้นดินตรงหน้าหีบแห่งพระเจ้า เขาทั้งหลายจึงยกพระดาโกนขึ้นตั้งไว้ในที่เดิม 4 แต่เมื่อเขาทั้งหลายตื่นเช้าในวันรุ่งขึ้น ดูเถิด พระดาโกนก็ล้มหน้าคว่ำลงมายังพื้นดินตรงหน้าหีบแห่งพระเจ้า เศียรของพระดาโกนและมือทั้งสองก็หักออกอยู่ที่ธรณีประตู เหลืออยู่แต่ลำตัวพระดาโกน 5 เพราะเหตุนี้เอง ปุโรหิตของพระดาโกนและผู้ที่เข้าไปในโบสถ์ของพระดาโกนจึงไม่ เหยียบธรณีประตูโบสถ์พระดาโกนที่เมืองอัชโดดจนถึงทุกวันนี้
 "ดาโกน" เป็นพระที่ชาวฟิลิสเตียนับถือ เมื่อมาต่อสู้กับชาวอิสราเอล พวกเขายึดหีบพันธสัญญาไปครอง แต่ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าทำให้พระดาโกนล้มคว่ำ ชาวฟิลิสเตียจึงได้ส่งคืนหีบแห่งพันธสัญญาให้กับชาวอิสราเอล จะเห็นได้ว่า ทำไมเวลาเข้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อศาสนาจึงไม่ให้เหยียบธรณีประตู เพราะสิ่งเหล่านั้นมีวิญญาณที่เฝ้าอยู่ที่ประตู  


จะเห็นได้ว่าวิญญาณมังกรจะเกี่ยวกับศาสนาโบราณ จะใช้พญานาคและมังกรเป็นสัญลักษณ์เพื่อกราบไว้นมัสการ ที่แท้จริงวิญญาณมังกรมาจากซาตาน (Satan) ปีศาจแห่งวิญญาณโทสะที่มันโมโหเดือดดาลอยู่ภายใน
ตามหลักการพระคัมภีร์ ความโกรธไม่ใช่เป็นความบาป แต่หากโกรธจะนำไปสู่ความบาปได้

เอเฟซัส 4:26 จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป อย่าให้ถึงตะวันตกท่านยังโกรธอยู่
 
เราจึงต้องสารภาพบาปและยกโทษให้อภัยผู้ที่ทำให้เราโกรธก่อนที่จะข้ามวันไป ไม่เช่นนั้นเราอาจจะทำบาปโดยความโกรธที่ยังขุนเคืองใจเราอยู่
ดังตัวอย่างคาอินที่มีความโกรธไม่พอใจพระเจ้าที่โปรดปรานอาแบลน้องชายมากกว่าตนจึงได้ฆ่าน้องชายจนตาย 
 
ปฐมกาล 4:6-8
6 พระเจ้าจึงตรัสถามคาอินว่า "เจ้าโกรธเคืองหน้าบูดบึ้งอยู่ทำไม         7 ถ้าเจ้าทำดี เราก็จะพอใจรับเจ้ามิใช่หรือ ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้"
8 ฝ่ายคาอินก็พูดชวนอาแบลน้องชายของตนว่า   "เราไปนากันเถอะ" เมื่ออยู่ที่นาด้วยกัน   คาอินก็โถมเข้าฆ่าอาแบลน้องชายของตนเสีย


พระคัมภีร์กล่าวว่า "บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้"

วิญญาณมังกรแห่งความโกรธเคืองของพระดาโกนหมอบที่ธรณีประตูอยู่ อย่าให้ความโกรธทำให้เราต้องทำบาป

ศาสนจักรโรมันคาธอลิก ให้สัญลักษณ์ของวิญญาณโทสะคือ หมี  
 
เราจะเห็นได้ว่าวิญญาณริษยาและวิญญาณโทสะมีส่วนที่ทำงานร่วมกัน เป็นดั่งงูพิษและพวกไสยศาสตร์ พวกหมอผีแม่มด (witchcraft) คือ พวกเล่นเวทมนตร์คาถา คำนี้ มาจากภาษากรีกว่า pharmakeia (เป็นรากของภาษาอังกฤษ คือ pharmacy -ร้านขายา) ซึ่งหมายถึงการรักษาด้วยยาและการเล่นมายากล รากศัพท์ของคำนี้มาจากคำว่า pharmakeus หมายถึงคนวางยาพิษ หรือ เวทมนตร์ซึ่งเป็นยาพิษ

เมื่อเรามีความโกรธเคืองหรือเกิดความคิดริษยาผู้อื่น เราจึงต้องขอการให้อภัยจากพระเจ้า อย่าปล่อยไว้จะทำให้เป็นบาดแผลในใจ ต้องรับการรักษาจากพระเจ้า และเวลาจะช่วยให้เราหายดี

ผมสรุปข้อคิดไว้ดังนี้
"พระเจ้าทรงปิดบาดแผลเพื่อเยียวยารักษาให้หาย เพราะพระองค์ทรงเป็น"นายแพทย์" ผู้ประเสริฐ (Yahweh Ropheka)

แต่ซาตานวิญญาณชั่ว เปิดบาดแผลให้กลับกลายเป็นแผลเป็นด้วยคำหลอกลวง มันเป็นดังเช่น... "นางแพศยา" 

 พระเจ้าทรงเป็นดั่ง "นางพยาบาล"ให้ยารักษา ป้อนอาหาร แต่ซาตานเป็นดั่ง "นางพยาบาท" ผูกใจเจ็บ  วางยาพิษเพื่อปิดชีพ

 

7. วิญญาณการควบคุม (Spirit of control) -เยเซเบล (Jezebel)

เยเซเบล (Jezebel)
เยเซเบล (Jezebel) เป็นชื่อของมเหสีของกษัตริย์อาหับซึ่งกล่าวไว้ในพระคัมภีร์ 1 พงศ์กษัตริย์ พระนางเป็นจอมเผด็จการครอบงำกษัตริย์อาหับให้ทำตามวิธีการของเธอ เหมือนดั่งการใส่แอกเพื่อควบคุม
คำว่า เยเซเบล (Jezebel)นั่นให้ความหมายถึงการไม่มีผู้ร่วมอาศัยด้วย เรียกว่าตั้งตัวเองเป็นเอกเทศ กบฏและไม่ขึ้นกับใคร ดังนั้น เยเซเบล (Jezebel) จึงเป็นวิญญาณที่ปฏิเสธการอาศัยหรืออยู่ร่วมกับคนอื่น วิญญาณนี้จะไม่อยู่กับใคร เว้นแต่ได้ควบคุมหรือครอบงำผู้อื่น
วิญญาณเยเซเบลไม่มีเพศ หมายความว่าทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็อาจจะถูกครอบงำจากวิญญาณนี้ได้ แต่วิญญาณนี้จะสนใจผู้หญิงโดยเฉพาะผู้หญิงที่ทำบทบาทผู้ที่ควบคุมสิทธิอำนาจของผู้ชายโดยเฉพาะผู้ที่เป็นสามี

(ทำให้เกิดสำนวนว่า “Painted Jezebel” หรือหญิงเจ้าเล่ห์)

(อ.นิมิต พานิช ศบ.คริสตจักรแห่งพระบัญชา ได้แบ่งปันคำสอนเรื่องนี้อย่างละเอียด สามารถไปฟังได้  ในคำสอนเรื่อง ปลดแอกจากวิญญาณเยเซเบล http://www.uccfellowship.com/index.php?option=com_content&view=article&id=147:2010-08-12-11-59-26&catid=5:admin&Itemid=14)



จุดจบของพระนางเยเซเบล
 
เยฮูได้รับพระบัญชาจากพระเจ้าให้ “ทำลายครอบครัวกษัตริย์อาหับ

เยฮูได้ต้อนพระนางเยเซเบลให้จนมุมในพระราชวังของพระนางเอง พระนางฯ ทรงตระหนักว่าจะถูกปลงพระชมน์จึงทรงแต่งพระพักตร์ และถูกโยนลงมาจากหน้าต่างตาย

2พงศ์กษัตริย์ 9:31-38
   31   และเมื่อเยฮูผ่านเข้าประตูวังมาพระนางมีพระเสาวนีย์ว่า  "เจ้าผู้ฆ่านายของเจ้า  อย่างเจ้าศิมรี  มาอย่างสันติหรือ"
   32   แล้วเยฮูแหงนพระพักตร์ทอดพระเนตรที่พระแกลตรัสว่า  "ใครอยู่ฝ่ายเรา  ใครบ้าง"  มีขันทีสองสามคนชะโงกหน้าต่างออกมาดูพระองค์
   33   พระองค์ตรัสว่า  "โยนนางลงมา"  เขาจึงโยนพระนางลงมา  และโลหิตของพระนางก็กระเด็นติดผนังกำแพงและติดม้า  และพระองค์ทรงม้าย่ำไปบนพระนาง
   34   แล้วพระองค์เสด็จเข้าไป  เสวยและทรงดื่ม  และพระองค์ตรัสว่า  "จัดการกับหญิงที่ถูกสาปคนนี้  เอาไปฝังเสีย  เพราะเธอเป็นธิดาของพระราชา"
   35   แต่เมื่อเขาจะไปฝังศพพระนาง  เขาก็พบแต่กระโหลกพระเศียร  พระบาทและฝ่าพระหัตถ์ของพระนาง
   36   เมื่อเขากลับมาทูลพระองค์  พระองค์ตรัสว่า  "นี่เป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้า  ซึ่งพระองค์ตรัสทางเอลียาห์ชาวทิชบีผู้รับใช้ของพระองค์ว่า  สุนัขจะกินเนื้อของเยเซเบลในเขตแดนยิสเรเอล
   37   และศพของเยเซเบลจะเป็นเหมือนมูลสัตว์บนพื้นทุ่งในเขตแดนยิสเรเอล  เพื่อว่าจะไม่มีใครกล่าวว่า  "นี่คือ  เยเซเบล"
 
8.วิญญาณความหยิ่ง (Spirit of pride)- ลูซิเฟอร์ (Lucifer)
 (คำว่า หยิ่ง ภาษาละตินคือ คำว่า ซูเปอร์เบีย(superbia))

คำว่า "ลูซิเฟอร์" เป็นคำละตินมาจากคำว่า "ลักซ์ "(Lux) แปลว่า "แสงสว่าง" เป็นที่มาของคำว่า Lux คือค่า ความสว่าง (illuminance หรือ illumination)ของแสงคำว่า แฟร์เรอร์ "Ferrer" แปลว่า ผู้นำมา หรือผู้ถือ นำมารวมกันแปลว่า "ผู้นำมาซึ่งแสงสว่าง" หรือแปลในแบบที่เข้าใจง่ายๆ ว่า "รุ่งอรุณ" หรือ "ดาวแห่งแสงสว่าง"

วิญญาณความหยิ่ง (Spirit of pride) มาจากอันธพาลวิญญาณตัวเอ้ คือ
ลูซิเฟอร์ (Lucifer) เจ้าแห่งมารซาตาน เพราะมันเคยเป็นถึงระดับ

ลูซิเฟอร์ (Lucifer)
อัครเทวทูตาธิบดี(Archangel) เทียบเท่ากับท่าน กาเบียล อัครเทวทูตาธิบดีด้านการสื่อสาร และอัครเทวทูตาธิบดี มิคาเอล ด้านการทำสงคราม  ลูซิเฟอร์ (Lucifer)เคยเป็นผู้ที่นมัสการพระเจ้าอยู่บนสวรรค์ แต่ด้วยความหยิ่งและอยากที่จะเป็นเหมือนพระเจ้าที่มีเหล่าทูตสวรรค์มานมัสการ ทำให้มันกบฏต่อพระเจ้า และถูกขับไล่ให้ตกลงมาจากสวรรค์

อิสยาห์ 14:12-15
12 "โอ ดาวประจำกลางวันเอ๋ย พ่อโอรสแห่งพระอรุณเจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ  13 เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า 'ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์ เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้าณที่สูงนั้น ข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถาน {คือ สถานเทพชุมนุม}ณที่อุดรไกล 14  ข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆ ข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด  15 แต่เจ้าถูกนำลงมาสู่แดนคนตาย ยังที่ลึกของปากแดน

จากดาวรุ่ง "โอรสแห่งรุ่งอรุณ" กลายเป็น "ดาวร่วง" ร่วงตกสวรรค์ จากทูตสวรรค์ กลายเป็น "ผีพุ่งใต้" ตกจากสวรรค์พร้อมพวกอีก 1 ใน 3 ของทูตสวรรค์ที่กบฏ กลายเป็นผีวิญญาณชั่วที่อยู่อาศัยในโลกนี้ และในวาระสุดท้ายจะถูกพระเจ้าพิพากษาให้ไปอยู่ในบึงไฟนรกตลอดนิรันดร์ นี่คือสาเหตุที่ทำไมเหล่าอันธพาลวิญญาณชั่ว มันจึงมาล่อลวงมนุษย์เพื่อทำให้มนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างตามพระฉายา(ปฐก.2:27-28)และพระองค์ทรงรัก กบฏต่อพระเจ้าและตกไปในนรกเช่นเดียวกับพวกมัน  ความหยิ่งนำหน้าการถูกทำลาย แต่ความถ่อมใจจะได้รับเกียรติ  สุภาษิต 16:18-1918 ความเย่อหยิ่งเดินหน้าการถูกทำลาย และจิตใจที่ยโสนำหน้าการล้ม
19 ที่จะเป็นคนมีใจถ่อมอยู่กับคนยากจน ก็ดีกว่าแบ่งของริบมาได้กับคนเย่อหยิ่ง

วันนี้เราจึงต้องรับความรักของพระเจ้ามาสวมกอดเอาไว้ และสวมกอดสติปัญญาของพระเจ้าไว้  เพื่อให้เราพ้นภัยจากอันธพาลวิญญาณชั่ว

สุภาษิต 4:8 จงตีราคาปัญญาให้สูง และปัญญาจะยกย่องเจ้าถ้าเจ้า กอดปัญญาไว้ ปัญญาจะให้เกียรติเจ้า

ผมขอสรุปข้อคิดทิ้งท้ายไว้ดังนี้ครับ

เราต้องเผชิญอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสงครามฝ่ายวิญญาณ ต้องฉลาดและมีสติปัญญาเหมือนงู แต่ไม่มีพิษภัยเหมือนนกพิราบ ที่ถ่อมใจ ดั่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

ผมขอใช้คำว่า "กอด"ในภาษาอังกฤษคือ"HUG" เป็นคำย่อเพื่อเป็นข้อคิดย้ำเตือนใจดังนี้ครับ

ก-กลับใจใหม่ด้วยความถ่อมใจ
อ-อธิษฐานรับการปกคลุมชีวิต
ด-ดำเนินในความชอบธรรมของพระเจ้าเสมอ

ใช้หัวเข่าแทนหัวคิด ถ่อมใจอธิษฐานแสวงหาการปกคลุมจากพระเจ้าให้พ้นจากอันธพาลมารร้าย (HUG -Humble Unto God) 


มัทธิว 6:12-13
12 และขอทรงโปรด ยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น
13 และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย {หรือ มารร้าย} เหตุว่าราชอำนาจ และฤทธิ์เดช และพระสิริเป็นของพระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน
 
ครั้งนี้ เราได้รู้เขา คือ ทำความรู้จักกับศัตรูของเราคือ 8 อันธพาลวิญญาณชั่ว ไปจนครบแล้ว ครั้งต่อไปเราจะมาเรียนรู้ รู้เรา ทำความเข้าใจในตัวเรา และวิธีการจัดการ8 อันธพาลวิญญาณชั่ว ในบทความครั้งต่อไปนะครับ

 ขอพระเจ้าอวยพระพรนะครับ พบกันใหม่ครับ