23 สิงหาคม 2559

สิเมโอน(Simeon) กระบี่ในใจที่ร้ายกาจ

นิยายเรื่อง เซียวลี้ปวยตอ (ฤทธิ์มีดสั้นฯ)ของโกวเล้ง  กล่าวว่า "กระบี่อยู่ที่ใจ หากเยี่ยมยุทธแล้วไซร้ แม้กิ่งไผ่ก็ยังไร้เทียมทาน"

ให้ความหมายถึงใจของคนเป็นอาวุธที่ร้ายกาจกว่าอาวุธใดๆ  กระบี่ที่อยู่ในมือว่าร้ายกาจแล้ว แต่กระบี่ที่อยู่ในใจร้ายกาจมากกว่านัก


สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ใจ" ของเรา เพราะเพียงแค่เราใช้ใจคิด หรือใช้สติปัญญาที่มีอยู่ค่อย ๆ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบสงบนิ่ง แม้เราจะไม่มีอาวุธใดๆ เลย เราก็อาจเอาชนะอุปสรรค หรือคู่แข่งที่มีความพร้อมทุกอย่างได้

เมื่อนำคำกล่าวนี้มาเทียบกับเผ่าของอิสราเอลทั้ง 12 เผ่า เผ่าที่มีลักษณะตรงกับสุภาษิตจีนนี้คงจะเป็นเผ่า "สิเมโอน" (Simeon -  שִׁמְעוֹן ) เนื่องจากสัญลักษณ์ประจำเผ่าคือ กระบี่หรือดาบ(Sword) 

ทั้งนี้มาจากคำอวยพรและคำเผยพระวจนะของยาโคบผู้เป็นบิดา กล่าวว่า


ปฐมกาล 49:5 สิเมโอนกับเลวีเป็นพี่น้องกัน กระบี่(Sword) ของเขาเป็นเครื่องอาวุธร้ายกาจ


เผ่าสิเมโอน(Simeon) เป็นเผ่าประจำเดือนนี้  คือ เดือนอับ(Av-אָב)   (ปี 5776 จะอยู่ช่วงวันที่ 5 .-..2016)


เดือนอับ เป็นเดือนที่ 5 ตามปฏิทินศาสนาและเป็นเดือนที่ 11 ตามปฏิทินราชการของอิสราเอล คำว่า Av-אָב  ในรากศัพท์ภาษาฮีบรู  หมายถึง บิดา ผู้ให้กำเนิด หรือเรียกว่า "อับบา" พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาทรงมีน้ำพระทัยและเป้าประสงค์ลิขิตสำหรับเราทุกคน 


ในเดือนนี้เป็นเดือนที่เราต้องทำความเข้าใจถึงหัวใจของพระบิดาโดยสดับฟังพระสุรเสียงของพระองค์ เราเป็นลูกแกะและเราสามารถได้ยินเสียงของพระองค์ พระองค์จะทรงนำเราไปสู่ชีวิตที่ครบบริบูรณ์(ยอห์น 10)   


เดือนนี้เราจะมาเรียนรู้จักลักษณะของเผ่าสิเมโอนด้วยกัน ว่า "ทำไมเผ่าสิเมโอน(Simeon) จึงเป็นกระบี่ที่อยู่ในใจที่ร้ายกาจพร้อมที่จะทำลายล้างผู้ที่เป็นศัตรู?"

(หมายเหตุ เรียนรู้จักลักษณะของเผ่าต่างๆประจำเดือนของอิสราเอล สามารถอ่านได้ตาม Link นี้ครับ


สิเมโอน เป็นบุตรคนที่ 2 ของยาโคบหรืออิสราเอล ต่อจากรูเบน เกิดจากนางเลอาห์  และนางตั้งชื่อบุตรคนที่ 2 ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่นางไม่ได้เป็นหญิงที่ยาโคบรัก  แต่เพราะพระเจ้าทรงได้ยินเสียงของนาง จึงทำให้นางมีบุตรอีกคนหนึ่ง 

ปฐมกาล 29:33 เมื่อนางเลอาห์ตั้งครรภ์และคลอดลูกคนที่สองเป็นบุตรชาย นางได้กล่าวว่า "เหตุพระเจ้าทรงได้ยินว่า ข้าพเจ้าเป็นที่ชัง พระองค์จึงทรงประทานบุตรชายคนนี้ให้แก่ข้าพเจ้าด้วย" 


สิเมโอน ในภาษาฮีบรู มาจากคำว่า  "ชามา"(Shama)  หมายถึง  "ได้ยินและตระหนักรับรู้" 


เด็กชายสิเมโอน หรือ เด็กชายสดับฟัง จึงมีความรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจ(Insecure) เป็น "เด็กเก็บกด" เก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายในใจ แต่เมื่อเจอสถานการณ์บางอย่างที่กดดันและทำให้โกรธแค้น 

สิ่งที่เก็บไว้ในใจก็จะระเบิดออกมา เหมือนกับกระบี่หรือดาบที่อยู่ในใจหรือในฝัก ชักออกมาเมื่อไหร่ก็ต้องมีการฆ่าฟันกัน

เหตุการณ์ที่ทำให้สิเมโอนโกรธจัดและชักดาบออกมาฆ่าฟันคนตายนั่นคือ การฆ่าล้างบางชาวเมืองเชเคม(Shechem)  เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ในพระธรรมปฐมกาล บทที่ 34



เมื่อยาโคบเดินทางมาพำนักอยู่ในเมืองเชเคม แคว้นคานาอันนั้น ดีนาห์ บุตรสาวของยาโคบ ซึ่งเป็นน้องสาวของสิเมโอนถูกข่มขืน ซึ่งคนที่ข่มขืนคือ เชเคม บุตรชายโฮเมอร์ เจ้าเมืองเชเคม  
ต่อมาโฮเมอร์จะมาทำการสู่ขอดีนาห์ให้กับเชเคม
แต่สิเมโอนไม่ยอมและโกรธมากจึงออกอุบายให้โฮเมอร์ เชเคม และบรรดาผู้ชายชาวเมืองนั้นตัดปลายหนังองคชาต เพื่อเข้าสุหนัตก่อนจะยกนางดีนาห์ให้แก่เชเคม  

ครั้นเมื่อชาวเมืองนั้นอยู่ระหว่างพักฟื้น สิเมโอน และเลวีได้ถือดาบเข้าไปฆ่าฟันชาวเมืองนั้น และปล้นริบเอาทรัพย์สิน และจับบุตรภรรยาของคนเหล่านั้นไปเป็นทาส ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้ยาโคบไม่พอใจอย่างมากเพราะทำให้ความเดือดร้อนกับตนและครอบครัวที่จะเป็นศัตรูกับคนคานาอัน เปริสซี (ปฐมกาล 34:25-31)

ส่งผลให้ยาโคบไม่พอใจทั้งสิเมโอนและเลวี จึงไม่ได้ยกการอวยพรสิทธิบุตรหัวปีให้แทนรูเบนที่ทำบาปไปหลับนอนกับภรรยาน้อยของตน(ปฐมกาล 35:22) แต่ยกการอวยพรสิทธิบุตรหัวปีให้กับยูดาห์ บุตรคนที่ 4 ของตนแทน 
ยาโคบจึงกล่าวคำอวยพรและเผยพระวจนะให้กับสิเมโอนและเลวีดังนี้ ปฐมกาล 49:5-7
5“สิเมโอนกับเลวีเป็นพี่น้องกัน กระบี่ของพวกเขาเป็นอาวุธร้ายแรง
6จิตใจของเราเอ๋ย อย่าเข้าไปในที่ชุมนุมของพวกเขา ศักดิ์ศรีของเราเอ๋ย อย่าเข้าร่วมในที่ประชุมของพวกเขา เพราะพวกเขาฆ่าคนด้วยความโกรธ เขาตัดเอ็นโคตัวผู้ตามอำเภอใจพวกเขา
7ให้ความโกรธของพวกเขาถูกแช่งเพราะรุนแรง ให้ความโมโหของพวกเขาถูกแช่งเพราะดุร้าย
เราจะให้พวกเขาแตกแยกกันในยาโคบ จะให้พวกเขาพลัดพรากกันไปในอิสราเอล 
 เหตุเพราะสิเมโอนกับเลวี สองพี่น้องนี้แสดงใจที่โหดร้ายเมื่อเข้าไปฆ่าฟันชายชาวเมืองเชเคมล้มตาย ลูกหาลานของสองเผ่านี้จึงกระจัดกระจายไปในอิสราเอล
มรดกในการแบ่งดินแดนเผ่าสิเมโอนอยู่ภาคใต้สุดของคานาอันแต่หลังจากนั้น เผ่าสิเมโอนถูกเผ่ายูดาห์กลืนไป (โยชูวา 19:1,9) 
สำหรับเผ่าเลวีก็กระจัดกระจายไปทั่วอิสราเอล แต่ภายหลังกลับใจใหม่ และพวกเขามีส่วนช่วยขจัดศาสนาเทียมเท็จที่แทรกแซงเข้ามาในอิสราเอล  พระยาห์เวห์จึงทรงโปรดให้เผ่าเลวีนี้เป็นเผ่าที่ทำหน้าที่ในการปรนนิบัติรับใช้ในพลับพลา และจัดเมืองไว้สำหรับพวกเขาในอิสราเอล (อพยพ 32:26-29 ; กันดารวิถี 35:2-8)
เกร็ดชีวิตส่วนหนึ่งของสิเมโอน ในช่วงสมัยที่โยเซฟ​เป็น​ผู้สำเร็จ​ราชการ​แผ่นดินในอียิปต์และเกิดกันดารอาหารในอิสราเอล(ปฐมกาล 42:18-38) สิเมโอนและพี่น้องได้เดินทางไปอียิปต์เพื่อซื้อข้าวจากโยเซฟ  สิเมโอนถูกจับมัดไว้เป็นตัวประกันในอียิปต์ เพื่อให้ไปนำเบนยามินมาหาโยเซฟ ตามแผนการของโยเซฟ ก่อนที่โยเซฟจะเปิดเผยตัวเองว่าเป็นน้องชายที่ถูกขายไปเป็นทาสในอียิปต์ และยาโคบกับลูกๆทุกคนก็ได้พบเจอกันพร้อมหน้ากัน(ปฐมกาล 45)

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากชีวิตของสิเมโอนคือ ความใจร้อน ความรู้สึกที่เก็บกดอารมณ์ไว้ และเมื่อระเบิดอารมณ์ออกมาเกิดความเสียหายและเกิดความขัดแย้งตามมา ดั่งเช่นสิเมโอน ที่ขาดความรักความเข้าใจที่ได้รับจากผู้ที่เป็นพ่อ คือ ยาโคบ 

ในพระธรรมสุภาษิต  29:11 สอนให้เราระงับอารมณ์โกรธไว้ ดังนี้ ​"คน​โง่​ระบาย​ความ​โกรธ​ออกมา​เต็มที่ ​แต่​คน​มี​ปัญญา​ย่อม​ยับยั้ง​ไว้​เงียบๆ "

เผ่าสิเมโอนพลาดการได้รับสิทธิบุตรหัวปีและเกือบที่จะสิ้นเผ่าพันธุ์และถูกทำลายไปเพราะการระบายความโกรธเป็นการสร้างศัตรูที่จะกลับมาทำร้ายตนเอง  

นอกจากนี้เผ่าสิเมโอนยังไม่ได้รับพรจากโมเสสในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 33 เพียงแต่ได้รับการอวยพรรวมๆว่าอย่าให้ชนเผ่านี้หายจากไป เช่นเดียวกับรูเบน

ฉธบ. 33:6 "ขอ​ให้​รู​เบน​ดำรง​ชีวิต​อยู่ อย่า​ให้​ตาย ​หรือ​ให้​ผู้คน​ของ​เขา​มี​จำนวน​น้อย” 

ฉะนั้น สิเมโอน(Simeon) เป็นเผ่าที่มีกระบี่อยู่ในใจที่ร้ายกาจ แต่ควรจะเก็บไว้เป็นคนประเภทคมในฝัก นำมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมและสำแดงความชอบธรรมจะเกิดผลสูงสุดมากกว่า

ดังนั้นในเดือนอับนี้เราต้องตระหนักถึงความรักของพระบิดา อย่าเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจเหมือนกับสิเมโอน  เพราะความไม่มั่นคงส่งผลต่อชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา เพราะวิญญาณชั่วจะเข้ามาจากความรู้สึกนี้  

เดือนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการพบพระพักตร์ ตระหนักรับรู้ถึงความรักของพระบิดา  มีความมั่นคงทางจิตใจและรับการปลดปล่อยจากพันธนาการที่ถ่วงรั้งอยู่เพื่อไปสู่เป้าประสงค์ของพระองค์   

ผมขอปิดท้ายบทความนี้ ด้วยการยกตัวอย่างของสิเมโอน ในพระธรรมลูกา 2:25-35  แม้ชายคนนี้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าอยู่ในเผ่าไหนของอิสราเอล แต่ท่านสิเมโอนคนนี้มีความชอบธรรม ผู้รอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า และท่านได้เป็นผู้กล่าวอวยพรพระเยซูเมื่อพระองค์ทรงเป็นทารก ถ้อยคำของท่านคือดาบหรือกระบี่ที่มีถ้อยคำอันชอบธรรมดั่งพระวจนะของพระเจ้าที่เป็นดั่งดาบสองคม


​25 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ชื่อ​สิ​เม​โอน เป็น​คน​ชอบธรรม​และ​ยำเกรง​พระ​เจ้า ท่าน​คอย​เวลา​ที่​พวก​อิสราเอล​จะ​ได้รับ​การ​ปลอบโยน​ใจ และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​สถิต​กับ​ท่าน...

27เมื่อ​สิ​เม​โอน​เข้า​ไป​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร​โดย​การ​ทรง​นำ​ของ​พระ​วิญญาณ และ​ขณะที่​บิดา​มารดา​นำ​พระ​กุมาร​เยซู​เข้า​ไป​เพื่อ​จะ​ทำ​ต่อ​พระ​กุมาร​ตาม​ธรรม​เนียม​ของธรรม​บัญญัติ​นั้น...

สิ​เม​โอน​เข้า​ไป​อุ้ม​พระ​กุมาร และ​สรรเสริญ​พระ​เจ้า​ว่า “ข้า​แต่​องค์​เจ้านาย บัดนี้​ขอ​ทรง​ให้​ทาส​ของ​พระ​องค์​ไป​เป็น​สุข ​ตาม​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​องค์  ​เพราะ​ว่า​ตา​ของ​ข้า​พระ​องค์​ได้​เห็น​ความ​รอด​ของ​พระ​องค์​แล้ว​ ​​ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​จัดเตรียม​ไว้​ต่อ​หน้า​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย ​เป็น​ความ​สว่าง​ที่​ส่อง​แก่​คน​ต่างชาติ​​​ ​และ​เป็น​ศักดิ์ศรี​ของ​พวก​อิสราเอล​ชน​ชาติ​ของ​พระ​องค์” ...

​แล้ว​สิ​เม​โอน​ก็​อวย​พร​เขา แล้ว​กล่าว​แก่​นาง​มารีย์​มารดา​พระ​กุมาร​นั้น​ว่า “นี่​แน่ะ ​พระ​กุมาร​นี้​ได้รับ​การ​เลือกสรร​เพื่อ​เป็น​เหตุ​ให้​หลาย​คน​ใน​พวก​อิสราเอล​ล้ม​ลง​หรือ​ลุก​ขึ้น และ​จะ​เป็น​หมาย​สำคัญ​ที่​คน​จะ​ปฏิเสธ เพื่อ​ที่ว่า​ความ​คิด​ใน​ใจ​ของ​คน​จำนวน​มาก​จะ​ปรากฏ​แจ้ง ถึง​หัวใจ​ของ​ท่าน​เอง​ก็​จะ​ถูก​ดาบ​แทง​ทะลุ​ด้วย” 

ฮีบรู 4:12 ​เพราะ​ว่า ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​นั้น​มี​ชีวิต​และ​ทรงพ​ลา​นุ​ภาพ​อยู่​เสมอ และ​คม​ยิ่ง​กว่า​ดาบ​(sword)สอง​คม​ใดๆ แทง​ทะลุ​กระทั่ง​แยก​จิต​และ​วิญญาณ ทั้ง​ข้อ​กระดูก​และ​ไข​ใน​กระดูก และ​สามารถ​วินิจฉัย​ความ​คิด​และ​ความ​มุ่ง​หมาย​ใน​ใจ​ด้วย

ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพระพรตลอดเดือนนี้ ให้เราเป็นคนที่มั่นคงในจิตใจ รับความรักจากพระบิดาและกล่าวถ้อยคำของพระองค์ด้วยสิทธิอำนาจดั่งเช่นดาบหรือกระบี่ที่มีความคมที่ถูกลับไว้อย่างดี

พบกันใหม่เดือนหน้า เดือนเอลลูล (Elul) เดือนแห่งเผ่ากาด เชื่อว่าเราจะไม่พลาดจากพระพร

31 กรกฎาคม 2559

เผ่ารูเบน - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว

สุภาษิตไทยกล่าวไว้ว่า "น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าไปขวาง"  ทั้งนี้เพราะการกระทำไปขัดจังหวะหรือขัดอารมณ์ของบางคนที่กำลังโกรธอยู่ ก็อาจส่งผลให้คนที่เข้าไปขัดจังหวะเกิดอันตรายได้

อารมณ์โกรธเดือดดาลของคนเป็นเหมือนน้ำที่เชี่ยว ดังนั้นไม่ควรที่จะอยู่ใกล้ เพราะคนนั้นจะควบคุมการกระทำของตนเองไม่ได้ อาจจะทำความเสียหายให้กับตนเองและผู้อื่น ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังได้เมื่อทำไปแล้ว

สิ่งที่กล่าวมานั้น ผมกำลังเชื่อมโยงไปถึงเผ่ารูเบน(Reuben) ซึ่งเป็นเผ่าประจำเดือนนี้คือเดือนทัมมุส(Tammuz) ช่วงวันที่ 7 ..- 4 .. 2016 

          เดือน ทัมมุส” คนอิสราเอลตั้งชื่อเดือนตามชื่อเทพเจ้าของบาบิโลน เพื่อเป็นการระลึกว่ารูปเคารพเป็นเหตุให้บ้านเมืองต้องพินาศย่อยยับ” 
เอเสเคียล 8:14-15 
14 แล้วพระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาถึงทางเข้าประตูพระนิเวศของพระเจ้าด้านเหนือ และดูเถิด ที่นั่นมีผู้หญิงหลายคนนั่งร้องไห้อาลัย เจ้าพ่อทัมมุส  (Tammuz) แล้วพระองค์ตรัสกับ ข้าพเจ้าว่า
15 "บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าเห็นแล้วหรือ เจ้ายังจะเห็นการลามกยิ่งกว่าสิ่งเหล่านี้อีก

เดือนนี้เราจะมาเรียนรู้จักลักษณะของเผ่ารูเบนด้วยกัน ผมขอตั้งชื่อบทความนี้ว่า "รูเบน(Reuben) - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว"  

(หมายเหตุ เรียนรู้จักลักษณะของเผ่าต่างๆประจำเดือนของอิสราเอล สามารถอ่านได้ตาม Link นี้ครับ
  สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์ (Lion of Judah),อิสสาคาร์ - ลาที่มีกำลังกล้าหาญ,เศบูลุน-เรือสำเภามุ่งสู่จุดหมาย

เดือนทัมมุสเป็นเดือนที่เชื่อมโยงกับเผ่ารูเบน  รูเบนเป็นบุตรหัวปีของยาโคบ  รูเบนมีศักยภาพความสามารถที่เยี่ยมยอดที่อยู่ในตัวเขา  แต่เพราะว่ารูเบนไม่ได้จัดการกับปัญหาสำคัญที่สุดของเขาที่ควรจัดการ นั่นคือการควบคุมตนเอง  เขาไปทำผิดบาปเรื่องเพศ คือ การร่วมประเวณีกับนางบิลฮาห์ ภรรยาน้อยของยาโคบ พ่อของเขา (ปฐมกาล 35:22) 

ผลคือ ยาโคบโกรธมาก เพราะเขาเป็นลูกคนแรก เป็นความหวังของครอบครัว ยาโคบจึงมอบสิทธิบุตรหัวปีของเขาให้กับยูดาห์แทน  อนาคตของเขาที่สุดยอดแต่การกระทำสุดแย่ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จ  เมื่อเราดูจากคำเผยพระวจนะของยาโคบที่มาสู่ชีวิตของเขา นั่นคือ เขาเป็นบุตรชายแห่งสายน้ำเชี่ยว ที่เดือดดาลและเอาดีไม่ได้  
  
ปฐมกาล 49:3-4
"รูเบนเอ๋ย เจ้าเป็นบุตรหัวปีของเรา เป็นกำลังและเป็นผลแรกแห่งเรี่ยวแรงของเรา เป็นยอดแห่งความเย่อหยิ่งและยอดของความรุนแรง เจ้าเดือดดาลอย่างน้ำเชี่ยวจึงเป็นยอดไม่ได้ ด้วยเจ้าล่วงเข้าไปถึงที่นอนบิดาของเจ้า เจ้าทำให้ที่นอนนั้นเป็นมลทิน เจ้าล่วงเข้าไปถึงที่นอนของเรา”  

ภาษาฮีบรูของคำว่า เดือดดาล คือ פַּ֫חַז “pachaz ซึ่งมีความหมายว่า เป็นฟอง เป็นเหมือนสายน้ำเชี่ยว(Unstable As Water)ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ให้ความหมายอีกอย่างคือ การไม่สามารถควบคุมหรืออยู่ในวินัยได้ 

เมื่อเราศึกษาจากประวัติศาสตร์อิสราเอล เดือนแรกคือ เดือนนิสาน  นับจากเทศกาลปัสกา(อพยพ 12) ที่พวกเขาออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ เดือนทัมมุสจะเป็นเดือนในลำดับที่ ตามปฏิทินแบบฮีบรู
ทัมมุสเป็นเดือนที่มาพร้อมกับกับดัก  การไม่ระมัดระวังที่จะเฝ้านมัสการและเสาะแสวงหาพระเจ้าในเดือนนี้ ทำให้คนอิสราเอลติดกับดักคือ  "วัวทองคำ"

ในเดือนแรก คือเดือนนิสาน พระเจ้าทรงปลดปล่อยคนอิสราเอลให้เป็นไทจากการกดขี่ที่อียิปต์ พระเจ้าทรงปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ พวกเขาได้รับการไถ่โดยโลหิตของแกะ ออกจากเงื้อมมือของศัตรู

ในเดือนที่ 2  คือเดือนอิยาร์  พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลเดินผ่านถิ่นทุรกันดารตลอดเส้นทาง พระเจ้าทรงทดสอบ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อของพวกเขาและทรงเลี้ยงดูพวกเขา จนมาถึงภูเขาซีนาย

ในเดือนที่ 3 คือเดือนสิวาน   พระเจ้าเสด็จลงมายังยอดเขานั้น เพื่อเยี่ยมเยียนพวกเขา พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงที่พวกเขาสามารถได้ยินได้ และได้ประทานบัญญัติ 10 ประการแก่พวกเขาในเทศกาลสัปดาห์(Shavuot)  พระเจ้าทรงเรียกโมเสส ขึ้นไปยังยอดเขาเป็นเวลาถึง 40 วัน พระเจ้าได้ประทานโทราห์(Torah) คำสอนของพระองค์แก่โมเสส แต่ในขณะที่โมเสส กำลังมี ประสบการณ์สุดยอดบนภูเขา นั้น  คนอิสราเอลถูกทิ้งไว้ตามลำพังอยู่ในถิ่นทุรกันดาร 
พวกเขาไม่ชอบถิ่นทุรกันดาร  พวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว  พวกเขาไม่ชอบที่ที่พวกเขาอยู่นั้น พวกเขาต้องการพึ่งพาโมเสส ที่จะนำพวกเขาออกไป แต่ทว่า โมเสสหายไปแล้ว แต่พวกเขาต้องการฟื้นความมั่นใจกลับมา  พวกเขาไม่ชอบที่จะไว้วางใจในพระเจ้าที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา พวกเขาต้องการบางสิ่งที่จับต้องได้ เพื่อปกป้องพวกเขา 

ดังนั้นในเดือนที่ 4 คือเดือนทัมมุส  อาโรนจึงได้สร้างวัวทองคำขึ้นมา และนมัสการสิ่งนั้น(อพยพ 32)  

ทัมมุสเป็นเดือนที่คนอิสราเอลได้สร้าง ลูกวัวทองคำ ขึ้นมา พวกเขาได้ลืมพระพรในอดีตที่ผ่านมา ที่พระเจ้าได้ทรงปลดปล่อยคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ด้วยหมายสำคัญและการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ในการแหวกทะเลแดงและการจัดสรรมานาในถิ่นทุรกันดาร เพียงเพราะเขาไม่มั่นคงในความเชื่อจึงสร้างรูปเคารพขึ้นมาที่เขาสร้างด้วยมือตนเองและสามารถมองเห็นได้ พวกเขาจำกัดความพระเจ้าของเขาคือรูปปั้นวัวทองคำ

ข้อคิด คือ พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่ไม่จำกัดแต่มนุษย์มักจะจำกัดพระเจ้าด้วยความจำกัดในตัวเอง เพียงแค่ความรู้สึกที่มั่นคง มองเห็นและสัมผัสได้

รูเบนก็เช่นกันเขาคิดแต่เพียงความสุขชั่วคราวแต่ไม่คำนึงถึงพระพรแห่งสิทธิบุตรหัวปีของเขา  เขามองเห็นแค่ความสวย ความสาวของบิลฮาห์ จึงไปหลับนอนกับนางโดยไม่คำนึงความถูกผิด และพระพรแห่งสิทธิบุตรหัวปีที่เขาจะได้รับ  เขาคงจะบอกกับตนเองว่า รูเบนก็เป็น "เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ" จึงยอม "กินน้ำใต้ศอก" ล่วงเกินเมียของพ่อ แต่สุดท้าย "น้ำตารินตกใน" ต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป 

สิ่งนี้หากเราสังเกตเราจะพบว่ามันคือผลของบาปที่ตกทอดมา เช่นเดียวกับลุงของเขาคือ "เอซาว" แฝดผู้พี่ของพ่อเขาคือยาโคบ ที่ยอมสูญเสียสิทธิบุตรเพียงเพราะเห็นแก่ความสุขชั่วคราว คือ ของแดง(เอโดม) เพราะความหิวของเอซาวจึงยอมแลกสิทธิบุตรหัวปีกับของแดงถ้วยเดียว(อพยพ 25:27-34)

นี่คงเป็นอีกสาเหตุที่ยาโคบโกรธรูเบน บุตรคนหัวปีมาก เพราะเขาคาดหวังกับรูเบนมาก แต่สุดท้ายก็พลาดเช่นเดียวกับพี่ชายของเขาคือเอซาว

เราจะเห็นว่าตระกูลเผ่าของรูเบนก็ไม่ไปถึงเป้าประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตของเขา  นั่นคือคานาอัน แต่เขาเห็นแก่ที่ดินที่ดูดีมีความสมบูรณ์ และไม่ยอมข้ามแม่น้ำจอร์แดน มาที่เมืองเยริโคแต่กลับตั้งรกรากในดินแดนนั้น เช่นเดียวกับเผ่ากาดและมนัสเสห์อีกคึ่งเผ่า 
กันดารวิถี 34:13-15 
13 ​โมเสส​บัญชา​คน​อิสราเอล​กล่าว​ว่า “นี่​เป็น​แผ่นดิน​ที่​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​จับ​ฉลาก​รับ​เป็น​มรดก ซึ่ง​พระ​ยาห์เวห์ท​รง​บัญชา​ให้​มอบ​แก่​เก้า​เผ่า​กับ​อีก​ครึ่ง​เผ่า​
14 ​เพราะ​ว่า​คน​เผ่า​รู​เบน​ตาม​สกุล คน​เผ่า​กาด​ตาม​สกุล และ​คน​เผ่า​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ได้รับ​มรดก​ของ​พวก​เขา​แล้ว​

15 ​ทั้ง​สอง​เผ่า​และ​ครึ่ง​เผ่า​นั้น​ได้รับ​มรดก​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย​ที่​ฟาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ด้าน​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค คือ​ด้าน​ตะวันออก​ทาง​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น”​

ในวาระสุดท้ายของท่านโมเสส ก่อนจะสิ้นชีวิต ท่านอวยพรแต่ละเผ่าตามที่บันทึกในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 32 ในข้อที่ 6 เป็นคำอวยพรสำหรับเผ่ารูเบน ท่านอวยพรว่า  "ขอให้เผ่ารูเบนดำรงอยู่ อย่าสิ้นสูญ แม้ผู้คนของเขาจะมีจำนวนน้อย"  แปลความหมายคือ  โมเสสพูดถึงเผ่ารูเบนว่า "เผ่ารูเบนจะหมดความสำคัญลงในไม่ช้า" แต่ขอให้เผ่านี่ยังคงอยู่ต่อไป

ข้อคิดจากการศึกษาเผ่ารูเบน เราจะเห็นได้ว่า แม้รูเบนเป็นบุตรหัวปี ผู้ที่จะได้รับพระพรแต่พวกเขาไม่ควบคุมตนเอง จนทำบาปเพียงเพราะเห็นแก่สิ่งที่เป็นการล่อลวง กับดักทำให้พลาดติดกับไปไม่ถึงเป้าหมายที่ควรจะเป็น

รูเบน บุตรชายสายน้ำเชี่ยว แทนที่จะเป็นผู้ใหญ่มั่งคงไม่โลเล แต่กลับพลาดพลั้ง 

พระวจนะของพระเจ้าได้เตือนใจเราให้เราเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณและมั่งคง ไม่ถูกล่อลวงดังนี้

เอเฟซัส 4:14 เพื่อ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​เด็ก​อีก‍ต่อ‍ไป ถูก​ซัด​ไป​ซัด​มา​และ​พัด​ไป​พัด​มา​ด้วย​ลม​คำ​สั่ง‍สอน​ทุก‍อย่าง ด้วย​เล่ห์‍กล​ของ​มนุษย์ ตาม​อุบาย​ที่​ฉลาด​ใน​การ​ล่อ‍ลวง

เดือนทัมมุสจึงเป็นช่วงเวลาแห่งการเฝ้าระวังและอธิษฐานกลับใจใหม่จากความผิดบาปที่ทำ

ในช่วงวันที่ 17 เดือนทัมมุส(Tammuz) หรือในภาษาฮีบรู คือ שבעה עשר בתמוז (Shiva Asar B'Tammuz) (ปี 2016 ตรงกับวันที่ 23 ก.ค.) จนถึงวันที่ 9 เดือนอับ(Av) หรือในภาษาฮีบรูคือ תשעה באב Tisha B'Av ) (ปี 2016 ตรงกับวันที่ 13 ส.ค.) เป็นช่วงเวลา 21 วัน ( 7X3 วัน หรือ 3 สัปดาห์) หรือ בין המצרים "Bein ha-Metzarim


สำหรับการไว้ทุกข์ของคนยิว พวกเขาจะมีการอดอาหารอธิฐานเพื่อกลับใจใหม่ กลับมาแสวงหาพระยาห์เวห์ เป็นระลึกถึงช่วงที่บรรพบุรษของพวกเขาหันไปกราบไหว้รูปเคารพ

ในวันที่ 17 เดือนทัมมุส(Tammuz) ในสมัยโมเสส หลังจากที่โมเสสขึ้นไปบนภูเขาซีนาย พวกคนยิวไปกราบไหว้รูปวัวทองคำ เมื่อโมเสสกลับมาจึงได้ขว้างแผ่นพระบัญญัติ 10 ประการ(לוחות -Luchot) แตกด้วยความโกรธเนื่องจากคนอิสราเอลไปกราบไหว้รูปเคารพ


อพยพ 32:19 พอโมเสสเข้ามาใกล้ค่าย ได้เห็นรูปโคหนุ่ม และคนเต้นรำ โทสะของโมเสสก็เดือดพลุ่งขึ้น ท่านโยนแผ่นศิลาทิ้งตกแตกเสียที่เชิงภูเขานั่นเอง


ในวันที่ 17 เดือนทัมมุส ยังมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับอิสราเอลนั่นคือ  มีการถวายเครื่องบูชาที่เป็นมลทินในพระวิหาร   พวกบาบิโลนมาล้อมกรุงเยรูซาเล็ม กำแพงกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย ก่อนที่พระวิหารหลังแรกจะถูกทำลายในวันที่ 9 เดือนอับ (ยรม.32:2)


แม่ทัพของโรมัน ชื่อว่า อโพสโตมัส (Apostomus) ได้เผาทำลายหนังสือพระบัญญัติ (Torah scroll)

สำหรับในวันที่ 9 เดือนอับ(Av) หรือ Tisha B'Av เป็นวันที่มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับอิสราเอล 
นั่นคือ พระวิหารหลังแรกถูกทำลายในปี 587 ก่อนคริสตศักราช และพระวิหารหลังที่ 2 ถูกทำลาย
ในปี ค.ศ.70
จากเหตุการณ์พระวิหารหลังที่ 2 ในปี ค.ศ. 70 ทำให้คนยิวกระจัดกระจายไปทั่วโลก
และพวกเขาถูกลบหายไปจากแผนที่โลก และภาษาฮีบรูกลายเป็นภาษาที่ตายไปแล้ว
แต่เมื่อพวกเขากลับใจใหม่หันมาแสวงหาพระยาห์เวห์ พระองค์ทรงพระเมตตาและนำพวกเขา
กลับมารวมเป็นประเทศอีกครั้งใน ปีค.ศ. 1948 และสำเร็จตามถ้อยคำเผยพระวจนะ 

เอเสเคียล 36:24 “เพราะว่าเราจะเอาเจ้าออกมาจากท่ามกลาง ประชาชาติและรวบรวมเจ้ามาจากทุกประเทศ และนำเจ้าเข้ามาในแผ่นดินของเจ้าเอง”


 ในเดือนทัมมุสนี้ จงเรียนรู้จากชีวิตของรูเบน    พระเจ้ามีลิขิตชีวิต (destiny)ให้กับรูเบน แต่กระนั้น รูเบนได้ทำให้อนาคตของตนสูญสลายไปผ่านวัวทองคำ 

 พระเจ้ามีลิขิตชีวิตที่เยี่ยมยอดให้กับเรา เช่นเดียวกัน


เยเรมีย์  29:11 พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า

ในเดือนทัมมุสนี้  อย่าให้เราถูกยั่วยวนใจ ด้วยสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดี ณ ตอนนี้ เพียงแค่นั้น อย่ายอมรับเอาวัวทองคำเข้ามา  แต่จงจดจ่อสายตาอยู่ที่รางวัลที่จะได้รับจากพระเจ้า 
อัครทูตเปาโลได้เขียนจดหมายเตือนใจผู้เชื่อให้รู้จักควบคุมตนเอง(self controlและฝึกระเบียบวินัย (discipline bodyเหมือนนักกีฬาเพื่อจะได้รับชัยชนะไปสู่เส้นชัย
1 โครินธ์ 9 :24-25  
24ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว
25“ฝ่ายนักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบ  ทุกอย่าง แต่ข้าพเจ้าก็ทุบตีร่างกายให้มันแข็งจนอยู่มือ เพราะเกรงว่าตัวข้าพเจ้าเองจะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้

เดือนนี้ จงร้องขอต่อพระเจ้า ที่เราจะโน้มตัว บากบั่นต่อไปเพื่อจะชิงรางวัลให้ได้  จงเสาะแสวงหาพระเจ้า และหลีกเสียจากหลุมพราง กับดักวัวทองคำ จงจดจ่อสายตาอยู่ที่รางวัลและมีชัยชนะ
อย่าเป็นอย่างรูเบน บุตรชายสายน้ำเชี่ยว ที่สุดท้ายคว้าน้ำเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ พบกับใหม่เดือนหน้าเดือนอับ(Av) เดือนแห่งเผ่าสิเมโอน

25 กรกฎาคม 2559

วิธีการเชื่อมต่อกับอิสราเอล( ตอนที่ 3 )

วิธีการเชื่อมต่อกับอิสราเอล (ตอนที่3)How to Connect with Israel? (Part 3) 
โดย แอเรียล บลูเมนเธล(Ariel Blumenthal)

ในวิธีการเชื่อมต่อกับอิสราเอล ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 เราได้ดูที่คำจำกัดความตามพระคัมภีร์ถึงอิสราเอล (ประชาชน ประเทศชาติ ผู้ที่เหลืออยู่) (People, Nation, Remnant) และวิธีที่คริสเตียนเชื่อมต่อกับอิสราเอลในยุคของเรา

เราพบว่าตามพระธรรมโรมบทที่11 และเอเฟซัส บทที่ 2 และ 3 ความสัมพันธ์นี้ระหว่างยิวและชาวต่างชาติ อิสราเอลและประชาชาติ มีพระสัญญาที่นำความบริบูรณ์มาสู่แผนการของพระเจ้าสำหรับการฟื้นฟู การฟื้นคืนสภาพ และการเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 ของพระเยซู

ในตอนที่ 2 เราได้ดูวิธีการเชื่อมต่อที่ดีแต่พลาดไปจากความบริบูรณ์ แล้วเราจะไปถึงความบริบูรณ์นี้ได้อย่างไร โฉมหน้าของความบริบูรณ์สามารถเป็นเช่นไรในยุคของเรา
ก่อนอื่นหากเรากำลังมองหาความบริบูรณ์ในการเชื่อมต่อหรือการ “ต่อกิ่ง(grafting in)” สมบูรณ์ แน่นอนว่าสิ่งนี้ควรจะเกิดจากการเชื่อมต่อกับ “อิสราเอล” ซึ่งตรงต่อลักษณทั้ง 3 ประการตามพระวจนะ แต่ดีที่ว่าในช่วงยุคของเราสามารถพบกับชาวยิวกลุ่มนี้ –  ก็คือผู้ที่เหลืออยู่ซึ่งเป็นยิวผู้เชื่อในพระคริสต์(Messianic Jewish) ชาวอิสราเอล พวกเขาก็คือชาวยิว (ประชาชน) ชาวอิสราเอล (ประเทศชาติ) และผู้บังเกิดใหม่ซึ่งได้รับตราประทับโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นผู้ที่เหลืออยู่ในอิสราเอล 

ตามที่อัครทูตเปาโลกล่าวไว้ในพระธรรมโรม บทที่11 นี่คือยิวกลุ่มที่ถือมัดจำเต็มจำนวนตามพันธสัญญาและพระสัญญาพระเจ้าต่ออิสราเอลทั้งในฝ่ายร่างกายและฝ่ายวิญญาณ (11:1-15)
เชือกสามเกลียว (Three Strand Cord)
ในพระธรรมเอเฟซัส อัครทูตเปาโลอธิบายถึงความล้ำลึกแห่งการคืนดีและความเป็นหนึ่งเดียวของยิวและชาวต่างชาติร่วมกันในพระกายของพระเมสสิยาห์เป็น “คนใหม่คนเดียว(One New Man) โดยกล่าวว่า “ความล้ำลึกของพระคริสต์(mystery of Christ)

ในเรื่องนี้ไม่ได้ถูกทำให้กระจ่างแก่บรรดาผู้เผยพระวจนะในชั่วอายุก่อนเพราะสิ่งนี้กำลังถูกเปิดเผยสำแดงในยุคของอัครทูตเปาโลเอง (2:14-16; 3:1-6)  เราก็สามารถกล่าวถึงยุคของเราเช่นนั้นได้เหมือนกัน จาก 3 สิ่งที่เราเห็นว่าได้ทำให้ความล้ำลึกนี้ไปสู่ความชัดเจนที่กระจ่างแจ้งกว่าในศตวรรษแรก
          1) กลุ่มคริสเตียนผู้เชื่อที่เหลืออยู่ ท่ามกลางเกือบทุกเผ่า ภาษาและชนชาติบนโลก
          2) ประเทศชาติของชาวยิวที่ฟื้นสภาพและมีเอกราช (มีกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง) หลังจากการที่เค้าพลัดถิ่นไปเป็นเชลยมาเกือบ 2000 ปี
          3) การฟื้นคืนของผู้ที่เหลืออยู่ ผู้เชื่อในพระเยซูภายในประเทศอิสราเอล
พระคัมภีร์มีพระสัญญาไว้ว่าเมื่อคริสตจักรจากบรรดาประชาชาติมองเห็นตนเองว่า “ถูกต่อกิ่ง” ในตำแหน่งที่ถูกต้องเข้ากับผู้ที่เหลืออยู่ชาวอิสราเอล และเมื่อผู้ที่เหลืออยู่ชาวอิสราเอลก็เห็นว่าเค้า พร้อมกับผู้ที่เหลืออยู่จากทุกชนชาติรวมกันนั้นเป็น “ทายาทร่วม เป็นพระกายเดียว และผู้ร่วมรับพันธสัญญา/พระสัญญาเดียวกัน” (co-heirs, one Body, and partakers of the same covenants/promises) เมื่อนั้น เราทั้งหมดถึงจะถูกจัดวางร่วมกันสำหรับความบริบูรณ์ในยุคสุดท้าย - การฟื้นฟู การฟื้นคืนสภาพ และการเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 (รม.11:11-15 ,อฟ.3:6) 
คุณพร้อมหรือไม่ สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นแล้วด้วยวิธีการต่างๆนี้
          1) คำสอน(Teaching) : เราจำเป็นต้องมีการเปิดเผยสำแดงในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งมาทางพระวจนะและพระวิญญาณ เราต้องให้ความสำคัญต่อคำเตือนของเปาโลและไม่ “เพิกเฉย” ต่อความล้ำลึกนี้ (รม11:25)
          2) ความสัมพันธ์ (Relationshipเราได้แห็นการสามัคคีธรรมที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างผู้นำของกลุ่มเมสสิยานิคยิวกับผู้นำคริสตจักรจากทั่วโลก “คนใหม่คนเดียว”ไม่ได้หมายถึงว่าผู้เชื่อชาวยิวและผู้เชื่อทุกคนจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อกัน - ผู้เชื่อชาวยิวมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับคริสเตียนจำนวนมากทั่วโลกจึงไม่สามารถทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้ บทบาทของผู้นำในพระกายพระคริสต์จึงเป็นหัวใจสำคัญ เมื่อผู้นำทั้งหลายซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้เชื่อมาร่วมกันในการอธิษฐาน สร้างความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ คริสตจักรที่เป็นคนใหม่คนเดียวระดับนานาชาติจึงจะเกิดขึ้นจริงได้
          3) การให้ความร่วมมือ(Cooperation) เมื่อความสัมพันธ์พัฒนา เราเริ่มเห็นการร่วมมือกันในการประชุมอธิษฐานและนมัสการ การประกาศข่าวประเสริฐ สื่อต่างๆ ฯลฯ
          4) ภาครัฐ (Government) หัวข้อสุดท้ายนี้จำเป็นต้องมีบทความแยกเป็นอีกหัวข้อหลักได้เลย แต่เราเชื่อว่าในทุกวันนี้พระเจ้ากำลังรื้อฟื้นความบริบูรณ์ในการขับเคลื่อนแบบอัครทูต ผู้เผยพระวจนะ และนำการปกครองฝ่ายวิญญาณกลับมาสู่ประชากรของพระองค์ แต่ความบริบูรณ์ของการรื้อฟื้นนี้ขึ้นอยู่กับการเชิ่มต่อร่วมกับความบริบูรณ์ของการฟื้นสภาพคนใหม่คนเดียวในความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและประชาชาติในพระคริสต์
ข้อมูลจาก http://reviveisrael.org