18 พฤศจิกายน 2560

อย่าไถลเข้าสู่การหมดไฟ(Flirting with burnout)

อย่าไถลเข้าสู่การหมดไฟ (Flirting with burnout)  
โดย โคดี้ อาเชอร์(Cody Archer)
คุณเคยเริ่มต้นฤดูกาลหรือตำแหน่งใหม่ที่มาพร้อมกับความหวังและความตื่นเต้นสูงหรือไม่? จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสิ่งต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นตามแบบที่คุณคิดว่ามันควรจะเป็น โครงการต่างๆ ก็คืบหน้าช้ากว่าที่คาดไว้ ความสัมพันธ์ก็ถดถอยลงไป ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ ทำให้พลังงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคุณกำลังหมดไปเรื่อยๆ คุณรู้สึกว่าความต้องการของคนอื่นที่ฝากไว้กับคุณกำลังโถมทับ การเงินไม่คล่องมือมากกว่าที่คาดคิด และยังปัญหาด้านสุขภาพที่ไม่จบไม่สิ้นจนเหมือนจะทำลายคุณ...
โคดี้ อาเชอร์ (Cody Archer)
ผมเองได้มีประสบการณ์บางอย่างกับความท้าทายเหล่านี้ในปีที่ผ่านมาและได้เรียนรู้ว่าถ้าความกดดันเช่นนี้ไม่ได้ถูกรับมือในทางที่ถูกต้อง พวกมันสามารถกลายเป็นสูตรสำเร็จไปสู่การหมดไฟ
ทางลื่นอันลาดชัน(Slippery Slope)
พัฒนาการอย่างง่ายๆ ไปสู่การหมดไฟ เป็นไปอย่างนี้: ด้วยเหตุผลหลายประการ ความหวังอันสูงของคุณนั้นอาจลดน้อยลงไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดและความขุ่นเคือง ในเมื่อยังไม่พบวิธีแก้ปัญหาเพื่อต่อสู้กับความขุ่นเคืองเหล่านั้น คุณก็จะเริ่มรู้สึกโกรธไม่พอใจ ความไม่พอใจสามารถแสดงให้เห็นได้ด้วยวิธีต่างๆ     แต่ถ้าไม่จัดการแก้ไข คุณก็จะไถลลงไปตามทางลื่นอันลาดชันนั้นไปยังความเฉยชา คุณเลิกใส่ใจ         ความปรารถนาครั้งหนึ่งนั้นของคุณที่มันเคยเป็นไฟเร่าร้อนเพื่อสร้างความแตกต่างได้กลายเป็นแค่กองถ่าน ที่ระอุอยู่เท่านั้น การตัดสินใจอะไรที่เคยง่ายก็กลายเป็นเรื่องยาก และคุณก็ต้องการให้คนอื่นตัดสินใจให้คุณมากกว่า ถ้าคุณละเลยต่อสัญญาณเตือนสภาวะอารมณ์ของคุณเช่นนี้ ความเฉยชานั้นแหละจะนำคุณไปสู่ภาวะความซึมเศร้าและภาวะหมดไฟ
ผมกลับดีใจที่ผมสังเกตเห็นสัญญาณเตือนและได้พบกับผู้นำของผม ได้หารือเกี่ยวกับความต้องการของผมสำหรับการได้พักผ่อนและการพักฟื้น นี่รวมถึงการใช้เวลาหลายสัปดาห์หยุดพักจากการทำรับใช้ และอุทิศเวลาของผมเพื่อรับกำลังในการทรงสถิตของพระเจ้ารวมถึงจุดไฟภายในของผมขึ้นใหม่
รากสาเหตุ(Root Cause)
ผมได้เรียนรู้ว่าคนที่มีบุคลิกเก็บตัวแต่เป็นบุคลิกประเภท 'A'  อย่างตัวผมเองนั้นส่วนใหญ่มักจะมีแนวโน้มว่าจะหมดไฟได้ง่าย ตัวการหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการก้าวสู่ความถดถอยของผมไม่ได้เป็นปริมาณงานมากที่ผมทำอยู่ (แน่นอนนี่เป็นปัจจัยหนึ่ง) แต่คือปริมาณงานที่ผมทำนอกเหนือความสนใจหลักของผมต่างหาก ผมเปลี่ยนจากการเป็นผู้นำไปสู่การบริหารจัดการ ผมต้องวุ่นอยู่กับอีเมล์ การประชุมและงานด้านการบริหาร รวมถึงสูญเสียการมองภาพรวมไป
ทุกวันนี้ทุกคนก็ดูเหมือนจะใช้ชีวิตที่เร่งรีบเกินจะรับไหว เราคิดว่า "การทำตัวยุ่ง" เราควรได้รับติดเข็มเกียรติยศและสามารถแสดงให้คนอื่นเห็นเพื่อว่าเรารู้สึกมีความสำคัญมากขึ้น แต่เมื่อเราหยุดและนั่นผมหมายถึงหยุดจริงๆ และกลับมาประเมินทั้งหมดดูสิ่งที่เรากำลังทำและเหตุผลที่เรากำลังทำมัน ส่วนใหญ่จะพบว่าพวกเขาได้กลายเป็นอยู่กับรูปการปัจจุบันแทนที่จะได้ไขว่คว้าหาสิ่งที่ดีที่สุด โดยตามสถิติ ผู้คนเป็นจำนวนมาก ไม่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขารัก แต่กลับทำในสิ่งที่ทำให้ตนไม่พึงพอใจ รับภาระหนักเกินไป และกำลังไถลเข้าสู่การหมดไฟในที่สุด
สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับคุณหรือไม่? คุณกำลังกำลังไถลเข้าสู่การหมดไฟหรือไม่? สภาพฝ่ายวิญญาณ จิตใจ และร่างกายของคุณเป็นอย่างไร? สัปดาห์หน้าผมจะแบ่งปันกับคุณถึง 5 สิ่งที่ผมได้รับเพื่อให้ชีวิตและสุขภาพภายในของผมได้กลับมาเป็นปกติสุข
ขอบคุณข้อมูลจาก http://kehilanews.com/2017/11/09/flirting-with-burnout/

12 พฤศจิกายน 2560

ที่มาของวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day)

ทุกวันพฤหัสบดีที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน (ปี 2017 ตรงกับวันที่ 23 พ.ย.) ประเทศสหรัฐอเมริกาจะถือเป็น "วันขอบคุณพระเจ้า"(Thanksgiving Day)
ชาวอเมริกันจะเลี้ยงฉลองขอบคุณพระเจ้าที่อวยพระพรพวกเขาทั้งหลายให้มีความสุขทั้งกายและใจตลอดปีที่ผ่านมา และเป็นวันที่สมาชิกครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้ากัน เพื่อรับประทานอาหารเย็น รวมทั้งพูดคุยถึงสิ่งที่ ต้องการขอบคุณพระเจ้า
วันขอบคุณพระเจ้า มีประวัติความเป็นมาเริ่มตั้งแต่การอพยพตั้งถิ่นฐานครั้งแรก ในอเมริกาในปี ค.ศ. 1620 เริ่มจากชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตนเองว่า เพียวริแทนสฺ (Puritans) นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ศาสนาในประเทศอังกฤษซึ่งในยุคนั้นเป็นนิกาย เชิร์ชออฟอิงแลนด์ (Church of England) ให้เป็นไปตามความเชื่อ เน้นความเรียบง่ายไม่หรูหรา ผลปรากฏว่าพวกเพียวริแทนส์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จนในที่สุดได้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน
การออกเดินทางมุ่งหน้าสู่โลกใหม่ พวกเพียวริแทนสฺ เริ่มเรียกตัวเองว่าพิลกริม (Pilgrims) เนื่องมาจากการท่องหาดินแดนแห่งเสรีภาพทางศาสนานี้
เมื่อเวลาผ่านไปเข้าสู่ฤดูหนาว (Winter) พวกพิลกริมต้องเผชิญกับการต่อสู้ภัยธรรมชาติ ซึ่งยากที่จะรับมือได้เนื่องจาก ไม่คุ้นเคยและไม่ได้รับการฝึกฝนทนกับความหนาวเย็น การใช้ชีวิตในป่าดงพงไพรอันเต็มไปด้วยโรคต่าง ๆ การทำงานหนัก ตลอดจนอาหารมีไม่เพียงพอ พวกเขาจึงได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมากจนถูกคร่าชีวิตไปกว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาว จำนวนผู้รอดชีวิตเหลืออยู่แค่ 50 คนเท่านั้น ในเช้าวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิอันเป็นฤดูกาลถัดจากฤดูหนาว ชายชาวอินเดียนแดงคนหนึ่งเดินเข้ามาในหมู่บ้านเล็ก ๆ ของพลีมัธ และแนะนำตัวเองอย่างเป็นมิตรซึ่งในเวลาต่อมาเขาได้นำหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดง ชื่อแมสซาซอยท์ (Massasoit) นำของกำนัลต่าง ๆ มามอบให้พวกพิลกริม และยังเสนอความช่วยเหลืออีกด้วย โดยสมาชิกในเผ่าของแมสซาซอยท์ได้สอนวิธีการล่าสัตว์ จับปลาและปลูกพืชให้กับพวกพิลกริม นอกจากนี้ยังสอนวิธีการใช้ปลา เป็นปุ๋ยสำหรับปลูกข้าวโพด (Corn) ฟักทอง (Pumpkins) และถั่ว (Beans) มีผลให้พวกพิลกริมสามารถเก็บเกี่ยว พืชผลได้อย่างดีมาก
ผู้ว่าการวิลเลี่ยม แบรดฟอร์ด (William Bradford) เจริญรอยตามแบบแผนประเพณีเก่าแก่ที่เคยปฏิบัติกันมา ได้กำหนดวันเพื่อขอบคุณพระเจ้าในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 1621 และยังได้ใช้โอกาสทางศาสนานี้สร้างสายสัมพันธ์ อันดีงามระหว่างพวกพิลกริม และเพื่อนบ้านชาวอินเดียนแดงเหล่านั้น
ประเพณีการฉลองวันขอบคุณพระเจ้าของคนอเมริกันในยุคปัจจุบันมีที่มาจากการฉลองวันขอบคุณพระเจ้าครั้งแรกดังกล่าว ดังนั้นอาหารหลักบนโต๊ะอาหารในวันนี้ซึ่งถือเป็นอาหารประจำเทศกาลขอบคุณพระเจ้าจะมีไก่งวงอบยัดไส้ (Roast turkey with stuffing) ผลสควอช ขนมปังข้าวโพด (Corn bread) และซอสแครนเบอร์รี่ (Cranberry sauce) พายฟักทอง (Pumpkin pie) เช่นเดียวกับอาหารที่หาและเก็บเกี่ยวได้ ในยุคสมัยนั้น...
ในวันศุกร์หลังจากวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) เรียกกันว่า Black Friday เป็นวันเริ่มต้น การหาซื้อของขวัญเทศกาลคริสต์มาส เพื่อเตรียมมอบให้แก่กันและกัน
(ที่มา http://www.thainewyork.com/find-411.htm)
สำหรับเราในฐานะคริสตชน สามารถขอบพระคุณพระเจ้าได้ทุกวันเวลา สำหรับการจัดเตรียมจัดสรรของพระองค์ การไปคริสตจักรในทุกสัปดาห์จึงมีึวามหมายเพื่อเราจะได้เข้าไปนมัสการและขอบพระคุณพระเจ้า
สดุดี 95:2 ​ให้​เรา​เข้า​มา​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​องค์​ด้วย​การ​ขอบ​พระ​คุณ ​ให้​เรา​โห่​ร้อง​ด้วย​ความ​ชื่น​บาน​ถวาย​แด่​พระ​องค์​ด้วย​บท​เพลง​สรรเสริญ
สดุดี 100:4 ​จง​เข้า​ประตู​ของ​พระ​องค์​ด้วย​การ​ขอบ​พระ​คุณ ​และ​เข้า​บริเวณ​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​องค์​ด้วย​การ​สรรเสริญ จง​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​องค์ จง​ถวาย​สาธุการ​แด่​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์

10 พฤศจิกายน 2560

คำคมควรคิด :ความรู้กับความรัก

ความรู้ทำให้หยิ่งอยู่ด้วยความลำพอง
ความลำพองไม่ยอมรับความจริงจะอยู่อย่างลำพัง
ความลำพังทำให้เผชิญทุกสิ่งอย่างลำบาก
ความลำบากทำให้ชีวิตจริงอยู่อย่างลำเค็ญ

ความรู้ทำให้หยิ่ง ความจริงทำให้ตระหนัก ความรักทำให้กลับใจ

ความรักที่ท่วมท้นล้นใจดีกว่าความรู้ที่ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด

‭‭2 โครินธ์‬ ‭1:5-6‬
“เพราะความรักของพระคริสต์มากท่วมท้นเราอย่างไร การหนุนใจของพระคริสต์ก็มากท่วมท้นเราอย่างนั้น ที่เราทนความยากลำบากนั้น ก็เพื่อให้พวกท่านได้รับการหนุนใจและได้รับความรอด และที่เราได้รับการหนุนใจ ก็เพื่อให้พวกท่านได้รับการหนุนใจด้วย ซึ่งท่านจะได้รับเมื่อ สู้ทนความทุกข์เช่นเดียวกับที่เราทนอยู่นั้น
” ‭
ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับความรักที่ให้โดยพระคุณไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการกระทำ
1 ยอห์น 4:9 -10
9 โดยข้อนี้ความรักของพระเจ้าก็เป็นที่ประจักษ์แก่เราทั้งหลาย คือพระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลก เพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตร
10 ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้มิใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มา ทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา

ปล. แถมให้เพื่อความครื้นเครง "ลำปาง" หนาวมากไม่หนาวใจเท่า "ลำพัง" อยากกินลำใยต้องไปซื้อที่ลำพูน  รับรองลำแต้แต้

02 พฤศจิกายน 2560

"เลือกคนที่เหมาะเพราะเป็นคู่ที่ใช่"

“True love is like a jigsaw puzzle.
The pieces will find themselves
when they are right for each other.”

ความรักที่แท้จริงก็เหมือนกับเกมจิ๊กซอว์
ชิ้นส่วนทั้งหมดจะสามารถค้นพบตัวเองได้
ก็ต่อเมื่อแต่ละชิ้นสามารถหาชิ้นที่”ใช่”สำหรับตัวมันเอง


"เลือกคนที่เหมาะเพราะเป็นคู่ที่ใช่"

เตรียมพบกับ E book เล่มใหม่ของเรา เร็วๆนี้ - Naphtali Family

21 ตุลาคม 2560

ความหมายของคำว่า "Ark"ในพระคัมภีร์

คำว่า "Ark" ในพระคัมภีร์ให้ภาพเล็งถึงความรอดที่พระยาห์เวห์จัดเตรียมแผนการสำหรับคนของพระองค์ มี 3 สิ่ง คือ
1.เรือโนอาห์(Noah's Ark)
2.ตระกร้าของโมเสส(Moses' Ark)
3.หีบพันธสัญญา (Ark of the Covenant)
โดย เรือโนอาห์(Noah's Ark) และตระกร้าของโมเสส(Moses' Ark) ในภาษาฮีบรูใช้คำว่า "เทบาห์" (תֵּבָה -Tebah) มีความหมายว่า "กล่อง" หรือ "หีบ"
ส่วนหีบพันธสัญญา (Ark of the Covenant) ใช้คำว่า อาโรน (אָרוֹן 'arown)

1. เรือโนอาห์(Noah's Ark)
ปฐมกาล 7:1 แล้ว​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​แก่​โนอาห์​ว่า “เจ้า​และ​ครัว​เรือน​ทั้ง​หมด​ของ​เจ้า​จง​เข้า​ไป​ใน​เรือ(Ark) เพราะ​ใน​ชั่ว​อายุ​คน​รุ่น​นี้​เรา​เห็น​เจ้า​เป็น​ผู้​ชอบ​ธรรม​ต่อ​หน้า​เรา

พระยาห์เวห์ทรงมีแผนการความรอดสำหรับผู้ชอบธรรมคือโนอาห์ และทรงตั้งรุ้งเพื่อระลึกถึงพันธสัญญานิรันดร์ของพระองค์
ปฐมกาล 9:11-13
11เรา​จะ​ตั้ง​พันธ​สัญ​ญา​ของ​เรา​ไว้​กับ​พวก​เจ้า​ว่า​จะ​ไม่​ทำ​ลาย​มนุษย์​และ​สัตว์​ทั้ง​ปวง​โดย​ให้​น้ำ​ท่วม​อีก และ​จะ​ไม่​ให้​มี​น้ำ​มา​ท่วม​ทำลาย​โลก​อีก​ต่อ​ไป”
12 พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า “นี่​แหละ​เป็น​เครื่อง​หมาย​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา ซึ่ง​เรา​ให้​ไว้​ระหว่าง​เรา​กับ​พวก​เจ้า และ​กับ​สัตว์​มี​ชีวิต​ทั้ง​ปวง​ที่​อยู่​กับ​พวก​เจ้า​สืบ​ไป​ทุก​ชั่ว​อายุ
13 คือ​เรา​ตั้ง​รุ้ง​ของ​เรา​ไว้​ที่​เมฆ และ​รุ้ง​นั้น​จะ​เป็น​เครื่อง​หมาย​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​ระหว่าง​เรา​กับ​โลก

2. ตระกร้าของโมเสส(Moses' Ark)
อพยพ 2:3,10 
เมื่อ​ซ่อน​ต่อ​ไป​ไม่​ได้​แล้ว นาง​ก็​เอา​ตะกร้า​สาน​จาก​ต้น​กก ยา​ด้วย​ยาง​มะ​ตอย​และ​ชัน วาง​ทารก​นั้น​ลง​ใน​ตะกร้า(Ark) แล้ว​นำ​ไป​ไว้​ที่​กอ​ปรือ​ริม​แม่​น้ำ​ไนล์
10 เมื่อ​ทารก​เติบ​โต​ขึ้น นาง​ก็​พา​มา​ถวาย​พระ​ราช​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์ พระ​นาง​ก็​ทรง​รับ​ไว้​เป็น​พระ​ราช​บุตร​ของ​พระ​นาง และ​ประ​ทาน​นาม​ให้​ว่า โม​เสส ตรัส​ว่า “เพราะ​เรา​ได้​ฉุด​ขึ้น​มา​จาก​น้ำ”

พระยาห์เวห์ทรงช่วยโมเสส ด้วยการ "ฉุด​ขึ้น​มา​จาก​น้ำ” ทำให้รอดพ้นจากการถูกประหารโดยฟาโรห์แห่งอียิปต์ ต่อมาโมเสสเป็นผู้ปลดปล่อยคนยิวให้รอดพ้นจากการเป็นทาสในประเทศอิยิปต์

3.หีบพันธสัญญา (Ark of the Covenant)
ส่วนที่เป็นตัวหีบพันธสัญญา (Ark of the Covenant) ใช้คำว่า อาโรน (אָרוֹן 'arown) ข้างในบรรจุหม้อมานาแห่งการจัดสรร ไม้เท้าแห่งสิทธิอำนาจของอาโรน และพระบัญญัติ 10 ประการ
ส่วนที่เป็นฝาหีบเรียกว่า พระที่นั่งกรุณา(Mercy seat) หรือ כַּפֹּֽרֶת‎ kappōreṯ
พระยาห์เวห์ให้โมเสสสร้างหีบพันธสัญญาเพื่อย้ำเตือนแผนการความรอดที่พระองค์มีสำหรับคนอิสราเอล หีบพันธสัญญานำมาซึ่งการทรงสถิต พวกเขาจะให้คนเลวีหามหีบไปทุกที่และคนอิสราเอลจะมีชัยชนะในสงคราม
กันดารวิถี 14:44-45
44 แต่​เขา​ทั้ง​หลาย​ยัง​บังอาจ​ขึ้น​ไป​ที่​เขต​เทือกเขา แต่​หีบพันธสัญญา​แห่ง​พระ​เจ้า(Ark) และ​โมเสส​มิได้​ออก​จาก​ค่าย​
45 แล้ว​คน​อามาเลข​และ​คน​คานาอัน​ที่​อยู่​ใน​เขต​เทือกเขา​นั้น​ได้​ลง​มา​ขับ​ไล่​เขา​ให้​พ่าย​แพ้​จน​ไป​ถึง​ตำบล​โฮร​มาห์​

หีบพันธสัญญาเป็นศูนย์กลางที่สร้างความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นในการนมัสการพระเจ้า
สมัยที่อิสราเอลเข้าสู่ดินแดนพันธสัญญา หีบนี้อาจเก็บไว้ที่กิลกาล (ยชว.4:15-24)
ภายหลังจึงย้ายไปเก็บที่เมืองเบธเอล (วนฉ.20.27) ในสมัยซามูเอล หีบนี้เก็บไว้ที่เมืองชิโลห์ (1ซมอ.3.3) โดยเชื่อว่าหีบใบนี้มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับพระเจ้าจึงมีฤทธานุภาพอยู่ในตัว

ดังนั้นในยามเกิดสงคราม พวกเขาจะหามหีบพันธสัญญานำหน้ากองทัพเพื่อบำรุงขวัญบรรดานักรบของพระเจ้า (1ซมอ.4.5-9)
และใช้พระนามใหม่ที่เกี่ยวข้องกับหีบพันธสัญญาว่า "ยาห์เวห์ สะบาโอธ"(Yahweh Sabaoth) แปลว่า "พระเจ้าจอมโยธา" แสดงว่า พระเจ้าทรงจอมทัพของพวกเขา (1ซมอ.4.4)

เมื่อคนฟีลิสเตียมาบุกอิสราเอล(1ซมอ.4:1-22,5:1-0) และได้ยึดหีบพระพันธสัญญาไปวางไว้ในวิหารแห่งพระดาโกน
เมื่อเช้าขึ้นมา พระดาโกนก็ล้มคว่ำหน้าลงมายังพื้นดินตรงหน้าหีบพระโอวาท และเมื่อชาวฟีลิสเตียยกพระดาโกนขึ้นตั้ง วันรุ่งขึ้น พระดาโกนก็ล้มลง เศียรพระดาโกนก็หักออก แสดงให้เห็นว่า การมีหีบพันธสัญญา หรือครอบครองบางสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์เมื่อคนที่ครอบครองสิ่งเหล่านั้น

การประพฤติตนตามที่พระเจ้าทรงปรารถนาต่างหากที่พระเจ้าจะสถิตอยู่ด้วย เพราะเมื่อใดที่เราทำบาป และไม่ยอมกลับใจใหม่ เมื่อนั้นพระสิริของพระเจ้าได้พรากจากเราไปแล้ว!


เมื่อคนอิสราเอลทำบาป พระเจ้าจึงลงโทษให้พวกเขาพ่ายแพ้สงครามและตกเป็นเชลย 
กรุงเยรูซาเล็มและพระวิหารถูกกองทัพบาบิโลนทำลายในปี 587 ก.ค.ศ. หีบพันธสัญญานี้หายไปไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าอยู่ที่ใด

แม้ว่าหีบหายไปแต่พระสิริของพระเจ้าไม่จางหายไปจากชีวิตของเรา 

หีบพันธสัญญาเป็นที่แห่งการทรงสถิตของพระเจ้า และปัจจุบัน เราคือ พลับพลาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ 

1 โครินธ์ 3:16 ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในท่าน

เราจะต้องรักษาชีวิตของเราเสมอไม่กระทำบาปและทำให้พระสิริของพระเจ้า พรากไปจากชีวิตของเราเหมือนดังที่ชาวอิสราเอลทำบาปถูกชาวฟิลิสเตียทำลายเมืองและยึดหีบพันธสัญญาไปได้(1ซมอ.4:1-22) นำความโศกเศร้าแม้แต่ภรรยาฟีเนหัสยังตั้งชื่อลูกเพื่อเตือนใจว่า"พระสิริพรากไปจากอิสราเอลแล้ว" 

(1ซมอ.4:21 นางให้ชื่อเด็กนั้นว่า อีคาโบด {แปลว่า พระสิริ} หายไปไหน หรือ ไม่มีพระสิริ กล่าวว่า "พระสิริพรากไปจากอิสราเอลแล้ว") 

ในพระธรรมวิวรณ์อัครสาวกยอห์นได้รับการสำแดงและเห็นว่าหีบพันธสัญญาอยู่บนสวรรค์

วิวรณ์ 11:19 แล้วพระวิหารของพระเจ้าในสวรรค์ก็เปิด ในพระวิหารนั้นเห็นมีหีบพันธสัญญาของพระองค์ แล้วก็มีสายฟ้าแลบ และเสียงต่างๆฟ้าร้อง แผ่นดินไหว ลูกเห็บก็ตกอย่างหนัก


ปัจจุบัน เราเชื่อกันว่า เรือโนอาห์(Noah's Ark) จอดนิ่งสงบอยู่บนเทือกเขาอารารัต ในประเทศตุรกี  ส่วนตระกร้าของโมเสส(Moses' Ark) คงลอยล่องไปในแม่น้ำไนล์ไปแล้ว และหีบพันธสัญญา (Ark of the Covenant) อยู่บนสวรรค์เพื่อให้เราทั้งหลายไปพบการพักสงบที่นั่น

20 ตุลาคม 2560

Review หนังสือคริสเตียน

Review หนังสือคริสเตียน  โดย Philip Kavilar

วันที่ 18 – 29 ตุลาคม 2017 นี้ ก็เป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับคอหนังสือ ใช่แล้วครับ นับตั้งแต่ตอนนี้จวบจนวันอาทิตย์หน้า ก็เป็นช่วงเวลาแห่งงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ” ซึ่งจัดขึ้นที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในแต่ละวัน งานจะเริ่มตั้งแต่ 10:00 21:00 น.
สำหรับงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ ผมมีบูธของร้านหนังสือคริสเตียนแนะนำอยู่ 2 บูธด้วยกัน บูธแรกที่ขอแนะนำคือ บูธ-ปัญญาจารย์ ซึ่งจัดอยู่ใน โซน-C2 บูธหมายเลข-R51 กับอีกบูธหนึ่งที่ขอแนะนำคือ บูธ-บริดจ์ คอมมิวนิเคชั่น ซึ่งจัดอยู่ใน โซน-Plenary บูธหมายเลข-F06

คลังหนังสือในห้องของผม
บูธ-ปัญญาจารย์ เป็นบูธร้านหนังสือของสมาคมพระคริสตธรรมไทย บูธนี้เป็นบูธที่ขายหนังสือในแวดวงคริสเตียนโดยเฉพาะ มีหนังสือจากสำนักพิมพ์คริสเตียนต่างๆจัดจำหน่ายอยู่หลายเล่ม ส่วน บูธ-บริดจ์ คอมมิวนิเคชั่น เป็นบูธที่ขายหนังสือคริสเตียนกับหนังสืออื่นทั่วไปผสมผสานกัน ถ้าเพื่อนๆสนใจจะไปดูหนังสือในแวดวงคริสเตียนโดยเฉพาะ ผมแนะนำให้ไปดูที่ บูธ-ปัญญาจารย์ เลย แต่ถ้าเพื่อนๆสนใจหนังสือทั่วไปอื่นๆด้วย บูธ-บริดจ์ คอมมิวนิเคชั่น ก็เป็นอีกบูธหนึ่งที่น่าสนใจ

ในที่นี้ ผมจะขอแนะนำหนังสือคริสเตียนที่ผมชอบจากสำนักพิมพ์ต่างๆ โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีหนังสือคริสเตียนสะสมอยู่ในห้องของผมประมาณ 550 เล่ม (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) และผมเองก็แวะเวียนไปร้านหนังสือคริสเตียนอยู่เรื่อยๆ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับหนังสือคริสเตียนแล้ว ผมคิดว่าผมสามารถแนะนำได้เที่ยงตรงทีเดียว 

แนะนำหนังสือจาก สำนักพิมพ์กนกบรรณสาร
รูป หนังสือผู้หักโซ่ตรวน
            กนกบรรณสาร เป็นสำนักพิมพ์คริสเตียน ที่แทบทุกโบสถ์ในประเทศไทยให้การยอมรับ สำนักพิมพ์นี้จัดจำหน่ายหนังสือ ทั้งในแง่วิชาการกับหนังสือที่อ่านง่าย หนังสือที่ขายดีมากๆของสำนักพิมพ์นี้ก็คือ หนังสือ “บุรุษจากสวรรค์” (เป็นหนังสือเกี่ยวกับคำพยานและประสบการณ์ของคริสเตียนที่ถูกข่มเหงในประเทศจีน) อย่างไรก็ตาม หนังสือที่ผมชอบกลับไม่ใช่เล่มนี้ ในบรรดาหนังสือของกนกบรรณสาร หนังสือที่ผมค่อนข้างชอบก็คือ หนังสือ “ชัยชนะเหนือความ” กับ “ผู้หักโซ่ตรวน” (เป็นหนังสือเกี่ยวกับพันธกิจปลดปล่อยสู่เสรีภาพ) ที่เขียนโดย นีล ที. แอนเดอร์สัน

            ในบรรดาหนังสือภาษาไทยที่เกี่ยวกับพันธกิจปลดปล่อยสู่เสรีภาพ สำหรับผมแล้ว หนังสือที่ยอดเยี่ยมที่สุดในหัวข้อนี้ก็คือ “ชัยชนะเหนือความ” กับ “ผู้หักโซ่ตรวน” ถ้าเพื่อนๆสนใจการดำเนินชีวิตอย่างมีเสรีภาพและการขับวิญญาณชั่วแบบยั่งยืน ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้ จะตอบโจทย์เพื่อนๆได้ดีทีเดียว

แนะนำหนังสือจาก สำนักพิมพ์แม่น้ำ
หนังสือวิถีชีวิตเหนือธรรมชาติ
            ในบรรดาสำนักพิมพ์คริสเตียนภาษาไทย สำนักพิมพ์หนึ่งที่กล้าตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับเรื่องฤทธิ์เดชและการดำเนินชีวิตที่เหนือธรรมชาติ ก็คือสำนักพิมพ์แม่น้ำ หนังสือหลายๆเล่มจากสำนักพิมพ์นี้ อาจไม่ได้เป็นหนังสือแบบวิชาการสักเท่าใด แต่เป็นหนังสือที่พูดถึงประสบการณ์ที่เหนือธรรมชาติประกอบไปกับพระคัมภีร์ โดยมีหลายหัวเรื่องด้วยกัน ทั้งสงครามฝ่ายวิญญาณ, การเผยพระวจนะ, ความบริสุทธิ์ เป็นต้น

            ส่วนตัวผมชอบหนังสือหลายเล่มในสำนักพิมพ์นี้ แต่ถ้าจะให้ผมแนะนำหนังสือได้เพียงเล่มเดียวในสำนักพิมพ์นี้ โดยที่เป็นหนังสือที่ยังคงจัดจำหน่ายอยู่ ผมก็คงแนะนำหนังสือ “วิถีชีวิตเหนือธรรมชาติ” ที่เขียนโดย คริส แวลโลตัน

            หนังสือวิถีชีวิตเหนือธรรมชาติ เป็นหนังสือที่อธิบายถึงการดำเนินชีวิตที่เหนือธรรมชาติในพันธสัญญาใหม่โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ ยังอธิบายประสบการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆในยุคปัจจุบัน (เช่น การเผยพระวจนะ, การพบกับทูตสวรรค์) โดยมีพระคัมภีร์อธิบายประกอบด้วย การอ่านหนังสือเล่มนี้ จึงได้ประโยชน์ทั้งการดำเนินชีวิตในฤทธิ์เดชพร้อมไปกับการเข้าใจพระคัมภีร์

แนะนำหนังสือจาก สำนักพิมพ์วันนิวแมนไทยแลนด์
คริสตจักรกลับสู่รากแห่งพันธสัญญา
            สำนักพิมพ์วันนิวแมนไทยแลนด์ แทบจะเป็นสำนักพิมพ์เดียวในประเทศไทย ที่ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับอิสราเอลในมุมมองจากคริสเตียน ถ้าเพื่อนๆสนใจเกี่ยวกับอิสราเอลหรือรากฮีบรู สำนักพิมพ์นี้อาจเป็นสำนักพิมพ์ที่เหมาะกับเพื่อนๆอย่างยิ่ง

            ที่ผ่านมา เมื่อสำนักพิมพ์นี้ผลิตหนังสือเล่มใดออกมา ส่วนตัวผมก็มักจะซื้อเก็บไว้เสมอ และในบรรดาหนังสือของสำนักพิมพ์วันนิวแมนไทยแลนด์ หนังสือที่ผมชอบมากที่สุดในสำนักพิมพ์นี้ก็คือ “คริสตจักรกลับสู่รากพันธสัญญา” ที่เขียนโดย โรเบิร์ต ดี. ไฮเลอร์


            หนังสือคริสตจักรกลับสู่รากพันธสัญญา เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์คริสตจักรประกอบไปกับสภาพการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้หนังสือเล่มนี้ได้เสนอแนวทางเบื้องต้นในการแก้ไขสภาพการณ์ที่มีปัญหานี้ด้วย หนังสือเล่มนี้ แม้ว่าอาจจะดูเป็นกึ่งๆวิชาการ แต่ก็ยังคงเป็นหนังสือที่อ่านสนุก และใช้ภาษาที่เข้าใจได้ไม่ยาก

ชาโลม
          ในแวดวงหนังสือคริสเตียนภาษาไทย ก็ยังมีสำนักพิมพ์อื่นๆอีก (เช่น ศูนย์ทีรันัส, ซีอีดี เป็นต้น) แต่ในที่นี้ ผมขอแนะนำไว้เบื้องต้นก่อน 3 สำนักพิมพ์ หวังว่าเพื่อนๆจะได้รับประโยชน์จากการ Review คร่าวๆนี้ ขอสันติสุขจงมีแด่เพื่อนๆที่ไปเดินงานมหกรรมหนังสือในครั้งนี้นะครับ


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์หนังสือเรเดียนท์ http://www.radiantbookcentre.com/books
สมาคมพระคริสคธรรมไทย http://www.thaibible.or.th/home/
สำนักพิมพ์กนกบรรณสาร http://www.kanokbannasan.org/
สำนักพิมพ์แม่น้ำ http://www.ywamthai.org/th/riverpublishing/
สำนักพิมพ์วันนิวแมนไทยแลนด์ http://www.onenewmanthailand.com/

18 ตุลาคม 2560

e book บ้านในฝัน สวรรค์เดินได้

Life is the flower for which love is the honey.
หากชีวิตคือดอกไม้ ความรักก็เปรียบเสมือนน้ำผึ้งที่หอมหวาน
เมื่อเราลงมือสร้างบ้าน เราปูพื้นบ้านด้วยความรัก เราก่อโครงร่างของบ้านขึ้นเป็นห้องต่างๆ…มีห้องต่างๆ มากมาย อยู่ในบ้านหลังนั้น ซึ่งมันก็เหมือนกับแง่มุมแห่งความรักในชีวิตสมรส มีแง่มุมมากมายที่คู่สมรสต้องเรียนรู้ …

e book บ้านในฝัน สวรรค์เดินได้
(หนังสือที่อ่านผ่านสมาร์ทโฟน แทบเล็ต หรือจอคอมพิวเตอร์)
📘E-book เล่มนี้ของคุณ จะช่วยเสริมสร้างครอบครัวให้...
🎗️กระตุ้นความรักในครอบครัวกลับมาหวานชื่นอีกครั้งหนึ่ง
🎗️ปรับตัวเข้าหากันได้ดีขึ้น
🎗️แนะนำทางออกของความขัดแย้ง🎗️ช่วยวางแผนและเตรียมการเพื่ออนาคตของครอบครัว
🎗️ได้รับข้อคิดจากประสบการณ์ของผู้เขียนในการแก้ไขปัญหาในครอบครัว
🎉ขยายโปรโมชั่น! จากราคา 390 บาท เหลือเพียง 250 บาทเท่านั้น💒
พิเศษ แถมฟรี E book วิทยาศาสตร์ของความร่ำรวย หากช่วยเขียนรีวิวกลับมา

วิธีการสั่งซื้อ
1. inbox เข้ามาในเพจเล่าเรื่องครอบครัว
https://www.facebook.com/commerce/products/1626239840783214/
2. สั่งซื้อผ่าน Line@ : @family777 หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40wpi1491h