25 ตุลาคม 2559

เผ่าเอฟราอิม(Ephraim) กระทิงแห่งศักดิ์ศรี

ช่วงวันที่ 3 ..-1 ..2016 ตามปฏิทินฮีบรูจะเป็นเดือนทิชรี (Tishri) ปี 5777 เดือนทิชรี (Tishri)  เดิมชื่อว่า เอธานิม (Ethanim) เป็นเดือนที่กษัตริย์ซาโลมอนได้ถวายพระวิหารเมื่อสร้างเสร็จแล้วแด่พระยาห์เวห์ (1พงศ์กษัตริย์ 8:2-11) เป็นเดือนที่ 7 ตามปฏิทินศาสนาและเป็นเดือนแรกตามแบบปฏิทินราชการของประเทศอิสราเอล  เป็นช่วงเวลาแห่งความยินดีเนื่องจากก้าวเข้าสู่ปีใหม่(Rosh Hashanah) 
เดือนนี้มีความสำคัญคือเป็นช่วงเวลาแห่งการนัดหมายเข้าเฝ้าพระเจ้า(Divine Appointment) เดือนนี้มีเทศกาลสำคัญถึง 3 เทศกาลนั่นคือ เทศกาลเสียงแตรเขาสัตว์ วันลบมลทินบาปและอยู่เพิง เพื่อจะพบกับประสบการณ์การทรงสถิต  ระลึกถึงความอุดมสมบูรณ์และความดีของพระองค์ที่ไหลท่วมท้นอย่างเต็มอิ่มด้วยความรักในชีวิตของเรา
 เดือนนี้เป็นเดือนที่เราจะเกิดผลทวีคูณ  เพราะเป็นเดือนแห่งเผ่าเอฟราอิม(Ephraim)   บุตรคนที่ของโยเซฟ ความหมายของชื่อคือ เกิดผลและทวีคูณ (ปฐมกาล 41:52)  
บุตร​ที่​สอง​ท่าน​เรียก​ชื่อ​ว่า เอฟ​รา​อิม “เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​โปรด​ให้​ข้าพ​เจ้า​มี​พงศ์​พันธุ์​ทวี​ขึ้น​ใน​ดิน​แดน​ที่​ข้าพ​เจ้า​ได้​รับ​ความ​ทุกข์​ใจ”
คำอวยพรของพ่อมีความสำคัญสำหรับชีวิตของลูก   โยเซฟได้รับพรจากยาโคบผู้เป็นบิดา เขาจึงเป็นคนแห่งเกิดผลและทวีคูณ (ปฐมกาล 49:22-26) เดือนนี้เป็นเดือนที่เราจะได้รับพระพรในฐานะบุตรที่ได้รับการอวยพรอย่างทวีคูณโดยความโปรดปรานจากพระบิดาในสวรรค์

 บทความครั้งนี้ เราจะมาเรียนรู้จากลักษณะชีวิตของเผ่า
เอฟราอิม(Ephraim) ร่วมกัน

(หมายเหตุ เราเรียนรู้จักลักษณะของเผ่าต่างๆประจำเดือนของอิสราเอล 6 เผ่าแล้ว สามารถอ่านได้ตาม Link นี้ครับ   สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์ (Lion of Judah),อิสสาคาร์ - ลาที่มีกำลังกล้าหาญ,เศบูลุน-เรือสำเภามุ่งสู่จุดหมาย,เผ่ารูเบน - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว,

เผ่ากาด นักรบผู้เก่งฉกาจ)


เอฟราอิม(Ephraim) ไม่ได้เป็นบุตรของยาโคบหรืออิสราเอล หากแต่เป็นหลานเพราะเอฟราอิมเป็นบุตรของโยเซฟ อันเกิดจากนางราเชล(Rachel) เป็นภรรยาที่ยาโคบรัก ซึ่งเราได้เรียนรู้กันมาแล้วว่าเผ่าแต่ละเผ่าของอิสราเอลตั้งชื่อตามบุตรของยาโคบ  ผมได้ตั้งชื่อภาษาไทยเอาไว้ดังนี้

1. รูเบน(Reuben) ลูกชายคนโต ชื่อหมายความว่า "บุตรชาย" หรือ "สมชาย" จะบอกว่ายาโคบว่าเธอมีลูกชายให้แล้วนะ รู้ยัง เพราะการมีลูกชายจะทำให้ยาโคบรักเธอ แต่ยาโคบรักนางราเชล 

2. สิเมโอน(Simeon) ชื่อหมายความว่า "รับฟัง" หรือ เด็กชาย"สดับฟัง" เพื่อสำนึกถึงการที่พระยาห์เวห์ทรงสดับรับฟังเสียงคำอธิษฐานของเธอ ทำให้เธอได้มีบุตรคนที่สองกับยาโคบ

3. เลวี(Levi)  ชื่อหมายความว่า "สนิทสนม" หรือ เด็กชาย"สนิทใจ" เหตุที่เธอตั้งชื่อบุตรเช่นนี้เพราะต้องการให้สามีสนิทสนมกับเธอบ้าง

4. ยูดาห์(Judah) ชื่อหมายความว่า "การยกมือขึ้น สรรเสริญ" หรือ เด็กชาย "สรรเสริญ" เป็นการแสดงถึงการขอบพระคุณพระยาห์เวห์ที่ทรงประทานบุตรให้กับเธออีก

5. อิสสาคาร์(Issachar) ชื่อหมายความว่า "สินจ้าง"(hire) หรือ เด็กชาย "สินชัย" นางเลอาห์ จึงตั้งชื่อลูกว่า อิสสาคาร์  หมายถึง  "สินจ้าง"(hire) ค้าจ้างที่ได้ให้ผลดูดาอิมกับนางราเชลเพื่อได้หลับนอนกับยาโคบ 

6. เศบูลุน(Zebulun) ชื่อหมายความว่า "การให้เกียรติ" หรือ เด็กชาย "สมเกียรติ"

7. กาด (Gad) ชื่อหมายความว่า เด็กชาย "สบโชค" เป็นบุตรชายคนที่ 7 ของยาโคบ 

8. โยเซฟ(Joseph) ชื่อหมายความว่า "เพิ่มพูน" ทำให้ตระกูลเพิ่มมากขึ้น หรือ เด็กชาย "เสริมพล" เป็นบุตรชายคนที่ 11 ของยาโคบ มีลูก 2 คนชื่อว่า "มนัสเสห์"(Manasseh)  และ เอฟราอิม(Ephraim) 

9. มนัสเสห์(Manasseh) ชื่อหมายความว่า "ทำให้ลืม" เป็นบุตรชายคนโตของโยเซฟ สาเหตุเพราะพระเจ้าทำให้โยเซฟลืมความทุกข์โศกที่ผ่านมา  ชื่อที่ผมตั้งเป็นภาษาไทย คือ เด็กชาย "สิ้นโศก" 

สำหรับเผ่ามนัสเสห์ (Manasseh) เราจะเรียนรู้ในบทความครั้งหน้า คือ เดือนเชสวาน(Cheshvan)

10. เอฟราอิม(Ephraim) אֶפְרָיִם ชื่อหมายความว่าเกิดผลและทวีคูณโยเซฟตั้งชื่อนี้เพราะพระเจ้าทรงมี​พงศ์​พันธุ์​ทวี​ขึ้น​ใน​ประเทศอียิปต์ ดิน​แดน​ที่​​โยเซฟได้​รับ​ความ​ทุกข์​ใจ ชื่อของเอฟราอิมมีความหมายเดียวกับพ่อคือ โยเซฟ หรือ เสริมพล  ผมขอตั้งชื่อ เด็กชาย "เสริมพงศ์"เพราะพงศ์พันธ์ุของโยเซฟเกิดผลทวีคูณ

บทความครั้งนี้เราจะมาเรียนรู้จากชีวิตของเอฟราอิมร่วมกัน

 เอฟราอิม(Ephraim) אֶפְרָיִם เรารู้จักผ่านทางผู้ที่เป็นบิดา นั่นคือ “โยเซฟ”  มีบิดาชื่อว่ายาโคบ ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่ำรวยมาก และโยเซฟก็เป็นบุตรชายที่บิดาโปรดปรานมาก แต่บรรดาพี่ๆ ของโยเซฟเกลียดชังท่าน (ปฐมกาล 37บรรดาพี่ๆ ของโยเซฟเกลียดชังเขา เพราะเขาได้รับความฝันจากพระเจ้าเรื่องฟ่อนข้าวของพี่ๆมาก้มกราบฟ่อนข้าวของโยเซฟ
โยเซฟจึงถูกพี่ๆ ขายไปเป็นทาสในอียิปต์ ซึ่งแม้เหตุการณ์นี้อาจดูเหมือนจะเป็นสิ่งเลวร้ายสำหรับท่าน   แต่ต่อมาภายหลังท่านได้พูดกับบรรดาพี่ๆ ของท่าน เมื่อเขาเหล่านั้นเดินทางมาเพื่อซื้อข้าวในอียิปต์จากมือของโยเซฟในช่วงที่เกิดการกันดารอาหารทั่วโลก  โยเซฟพูดกับพี่ๆ ของท่านดังนี้ว่า 
“แต่เดี๋ยวนี้อย่าเสียใจไปเลย อย่าโกรธตัวเองที่ขายฉันมาที่นี่ เพราะว่าพระเจ้าทรงใช้ฉันให้มาก่อนหน้าพวกพี่ เพื่อจะได้ช่วยชีวิต (ปฐมกาล 45:5)


·    โยเซฟสามารถแปลความฝันได้ และมีสติปัญญาเลิศจากพระเจ้า โยเซฟจึงได้รับการยกชูจากฟาโรห์ พระองค์ทรงยกให้โยเซฟมีตำแหน่งสูงสุดในการปกครองอียิปต์

      ฟาโรห์ได้ทรงประทานชื่อใหม่ให้แก่โยเซฟ คือ “ศาเฟนาทปาเนอาห์”  (Zaphenath-Paneah)  หมายถึง “ผู้ที่เปิดเผยสิ่งลึกลับ” ( revealer of secrets) เนื่องจากโยเซฟได้รับการสำแดงจากพระเจ้าในการตีความความฝัน ฟาโรห์ทรงมอบบุตรสาวโปทิเฟรา  ชื่อ “อาเสนัท” (Asenath) ให้เป็นภรรยาของท่าน
ปฐมกาล 41:45   ฟาโรห์เรียกนามโยเซฟว่า ศาเฟนาทปาเนอาห์ และประทานอาเสนัทบุตรสาวโปทิเฟรา ปุโรหิตเมืองโอนให้เป็นภรรยา โยเซฟก็ออกไปสำรวจทั่วประเทศอียิปต์

เมื่อโยเซฟดำเนินชีวิตในฐานะมหาอุปราชของอียิปต์ ท่านไม่ได้มีความสุข เพราะรากแห่งความขมขื่นนั่นคือ ความทุกข์ใจและความรู้สึกสูญเสียยังไม่หมดจากชีวิตของท่าน 
เนื่องจากสาเหตุที่นางราเชล แม่ของท่านตายเมื่อท่านยังเป็นเด็ก  การถูกพวกพี่ๆ ปฏิเสธ วางแผนที่จะฆ่า และขายท่านมาเป็นทาสในอียิปต์ การต้องจากบิดา และถูกจับเข้าคุกโดยไร้ความผิด สิ่งเหล่านี้ยังไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของโยเซฟ  จนกระทั่ง เมื่อนางอาเสนัท คลอดบุตรชายให้ท่าน 2 คน นั่นคือ  มนัสเสห์ และ เอฟราอิม  

ปฐมกาล 41:51-52    โยเซฟเรียกลูกหัวปีว่า มนัสเสห์ "เพราะว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ข้าพเจ้าลืมความยากลำบากทั้งปวง และบรรดาพงศ์พันธุ์ของบิดาเสีย"  บุตรที่สองท่านเรียกชื่อว่า เอฟราอิม "เพราะว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ข้าพเจ้ามีพงศ์พันธุ์ทวีขึ้นในดินแดนที่ข้าพเจ้าได้รับความทุกข์ใจ" 
    
     เมื่อยาโคบและครอบครัวได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อิยิปต์  ยาโคบรวมถึงพี่ๆ น้องๆ ของโยเซฟ  รวม 70 ชีวิต ได้ย้ายถิ่นฐานมาพำนักอยู่ที่เมืองโกเชน (Goshen) ประเทศอียิปต์ร่วมกับโยเซฟ   
     ในช่วงบั้นปลายชีวิตของยาโคบ  โยเซฟได้พาบุตรทั้งสองของเขาเข้าไปให้ยาโคบอธิษฐานอวยพร (ปฐมกาล 48)

·     ขณะนั้น ยาโคบ (หรืออิสราเอล) ชรามากแล้ว จะลุกขึ้นนั่งก็แทบจะไม่ไหว เพื่อให้ง่ายต่อบิดา   โยเซฟจึงวางเอฟราอิมไว้ที่มือซ้ายของยาโคบ และมนัสเสห์ไว้ที่มือขวาของยาโคบ  เนื่องจากมนัสเสห์เป็นบุตรหัวปี  แต่ยาโคบ(อิสราเอล) กลับไขว้มือสลับตำแหน่งการอวยพร  เขาได้วางมือขวาบนศีรษะของเอฟราอิม และอวยพรด้วยสิทธิบุตรหัวปี
     ปฐมกาล  48:14-16  
     14  ฝ่ายอิสราเอลก็เหยียดมือขวาออกวางบนศีรษะเอฟราอิมผู้เป็นน้อง และมือซ้ายวางไว้บนศีรษะมนัสเสห์ เหยียดมือออกไขว้กันเช่นนั้น เพราะมนัสเสห์เป็นบุตรหัวปี 
     15 ​แล้วอิสราเอลกล่าวคำอวยพรแก่โยเซฟว่าขอพระเจ้าที่อับราฮัมและอิสอัคบรรพบุรุษข้าพเจ้าดำเนินอยู่เฉพาะพระพักตร์นั้น ขอพระเจ้าผู้ทรงบำรุงเลี้ยงข้าพเจ้าตลอดชีวิตจนถึงวันนี้ 
     16 ​ขอทูตสวรรค์ที่ได้ช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งสิ้นโปรดอวยพรแก่เด็กทั้งสองนี้ ให้พวกเขาสืบชื่อของข้าพเจ้าและชื่อของอับราฮัม และอิสอัคบรรพบุรุษของข้าพเจ้าไว้ และขอให้พวกเขาเจริญขึ้นเป็นมวลชนบนแผ่นดินเถิด” 


ตามธรรมเนียมของคนยิว บุตรหัวปี (บุตรคนโต) จะได้รับพระพรเป็น เท่า และมือขวาเล็งถึงสิทธิอำนาจและความโปรดปราน 
เหตุการณ์นี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับโยเซฟเป็นอย่างยิ่ง พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า โยเซฟไม่พอใจ โยเซฟจึงได้จับมือบิดา และพยายามจะสลับกลับให้ถูกต้อง แต่ยาโคบไม่ยอม

ปฐมกาล 48:17-19
17 ​ฝ่ายโยเซฟเมื่อเห็นบิดาวางมือข้างขวาบนศีรษะของเอฟราอิมก็ไม่พอใจ จึงจับมือบิดาเพื่อยกจากศีรษะเอฟราอิมวางบนศีรษะมนัสเสห์ 
18 ​โยเซฟบอกบิดาว่าพ่อวางไม่ถูก เพราะคนนี้เป็นคนหัวปี ขอพ่อวางมือขวาบนศีรษะเขา 
19 ​แต่บิดาไม่ยอม ตอบว่าพ่อรู้แล้ว ลูกเอ๋ย พ่อรู้แล้ว เขาจะเป็นคนเผ่าหนึ่งด้วย และเขาจะเป็นใหญ่ด้วย อย่างไรก็ดีน้องจะเป็นใหญ่กว่าพี่ และพงศ์พันธุ์ของน้องนั้นจะเป็นชนหลายหมู่รวมกัน 
เหตุกาณ์นี้เป็นภาพสัญลักษณ์ (Typology)  นั่นคือ พงศ์พันธุ์ของยาโคบ(อิสราเอล)ที่ได้พร  มนัสเสห์ได้ดีอย่างไร แต่เอฟราอิมจะได้ดียิ่งกว่า!

ปฐมกาล 48:20-22   
20 ​วันนั้นอิสราเอลก็ให้พรแก่ทั้งสองคนว่า​ “พวกอิสราเอลจะใช้ชื่อเจ้าให้พรว่าขอพระเจ้าทรงให้ท่านเป็นเหมือนเอฟราอิม และเหมือนมนัสเสห์’ ”  ดังนั้นอิสราเอลจึงจัดให้เอฟราอิมมาก่อนมนัสเสห์                             
21 ​อิสราเอลบอกโยเซฟว่านี่แน่ะ พ่อจะตาย แต่พระเจ้าจะทรงอยู่กับพวกเจ้า จะพาพวกเจ้ากลับไปดินแดนของบรรพบุรุษของพวกเจ้า  
22  ​ยิ่งกว่านั้นอีก พ่อยกเชเคมที่พ่อยึดจากมือคนอาโมไรต์ ด้วยดาบและธนูของเรานั้นให้แก่เจ้า แทนที่จะให้พี่น้องของเจ้า


(คำว่า "เชเคม"(Shechem -שְׁכָם ) ในภาษาฮีบรูหมายความว่า "ไหล่ บ่า" และชื่อสถานที่ (เมืองเชเคม)อีกด้วย ซึ่งต่อมาจะเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหลานของโยเซฟและเป็นสถานที่ที่โยเซฟจะถูกฝังไว้ 


โยชวา 24:32 กระดูก​ของ​โยเซฟ​ซึ่ง​ชน​อิสราเอล​นำมา​จาก​อียิปต์​นั้น เขา​ฝัง​ไว้​ที่​เมือง​เช​เคม ใน​ส่วน​ที่ดิน​ซึ่ง​ยาโคบ​ซื้อ​ไว้​จาก​บุตร​หลาน​ของ​ฮา​โมร์​บิดา​ของ​เช​เคม​เป็น​เงิน​หนึ่ง​ร้อย​แผ่น ที่นี้​ตก​เป็น​มรดก​ของ​พงศ์​พันธุ์​โยเซฟ


ข้อความนี้จึงเป็นการเล่นคำ ยาโคบแบ่งแผ่นดินคานาอันให้บรรดาบุตรในฐานะพ่อที่จัดสรรมรดกให้กับลูกๆ หรือภาพของปุโรหิตที่ทำพิธีถวายสัตวบูชา และทำการแบ่งสัตว์ที่ถวายเป็นบูชาแก่ผู้มาร่วมพิธี (1 ซมอ 1:4) ไหล่ของสัตว์ถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุด (1 ซมอ. 9:23-24) )

เราจะเห็นได้ว่าเอฟราอิมได้รับพระพรในส่วนที่ดีที่สุดในฐานะบุตรหัวปี หมายถึงการเริ่มต้นที่ดี เป็นเหตุให้เดือนทิชรีเดือนแห่งการเริ่มต้นปีของอสราเอล เป็นเดือนแห่งเผ่าเอฟราอิม!

นอกจากนี้ เผ่าเอฟราอิม(Ephraim) ได้ชื่อว่าเป็น กระทิงแห่งศักดิ์ศรี ตราสัญลักษณ์ของเผ่าเป็นรูปกระทิง ตามคำอวยพรของโมเสส ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์

เฉลยธรรมบัญญัติ  33:16-17  
16...ขอ​ให้​สิ่ง​เหล่า​นี้​ลง​มา​เหนือ​ศีรษะ​ของ​โยเซฟ และ​เหนือ​กระหม่อม​ของ​ผู้​ที่​เป็น​เจ้านาย​ของ​พี่​น้อง
17 ลูก​วัว​หัวปี​ของ​เขา​มี​ศักดา เขา​ของ​เขา​เหมือน​เขา​วัว​กระทิง และ​ด้วย​เขา​นั้น เขา​จะ​ดัน​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ออกไป​จน​สุด​ปลาย​พิภพ คน​เอฟราอิม​นับ​หมื่น​เป็น​เช่นนี้ คน​มนัส​เสห์​นับ​พัน​ก็​เหมือน​กัน”

พระเจ้าทรงต่อสู้และขับไล่ชนชาติต่างๆเพื่อให้คนอิสราเอลเข้าสู่ดินแดนพันธสัญญา
กันดารวิถี 23:22 พระ​เจ้า​ทรง​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​อียิปต์ ทรง​เป็น​เหมือน​เขา​โค​กระ​ทิง​เพื่อ​เขา

เผ่าเอฟราอิมจึงเป็นนักต่อสู้ดังกระทิงที่มีเขาทรงพลังที่ขับไล่ชนชาติต่างๆออกไปจากดินแดนพันธสัญญา และสถาปนาดินแดนของอิสราเอลไว้  บุคคลที่นำชนชาติอิสราเอลมาสู่ดินแดนนีี้คือ โยชูวา (Joshua) ชนเผ่าเอฟราอิม ! หรือชื่อเดิมคือ โฮเชยา 
กันดารวิถี 13:8,16  
 8โฮ​เช​ยา​ บุตร​นูน​จาก​เผ่า​เอฟ​รา​อิม  
16 เหล่า​นี้​เป็น​ราย​ชื่อ​ของ​คน​ที่​โมเสส​ส่ง​ไป​สอด​แนม​ที่​แผ่น​ดิน​นั้น แต่​โมเสส​เรียก​ชื่อ​โฮ​เช​ยา​บุตร​นูน​ว่า ​โย​ชู​วา
(ชื่อ โฮ​เช​ยา​ หมายถึง ความรอด แต่โมเสส เปลี่ยนชื่อท่านเป็น โยชูวา แปลว่า พระเจ้าทรงเป็นความรอด)
     เมื่อโยชูวาพาคนอิสราเอล เข้าสู่ดินแดนคานาอัน ดินแดนแห่งพันธสัญญา  ท่านได้แบ่งดินแดนต่างๆให้กับคนอิสราเอล ท่านได้จัดวางเผ่าเอฟราอิม  ตั้งอยู่ที่ เชเคม  ซึ่งอยู่บนเนินเขาแห่งเอฟราอิม  ตามคำอวยพรของยาโคบ (ปฐมกาล 48:22)        
·       ดินแดนแห่งเผ่าเอฟราอิม  เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญคือ อยู่ตรงใจกลางประเทศอิสราเอล  เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญนั่นคือ เมืองเชเคม เมืองชิโลห์ และเมืองเบธเอล (1 พงศาวดาร 7:28)     
·       ที่ตั้งของเผ่าเอฟราอิม อยู่บนภูเขาแห่งพระพรคือ เกริซิม ตามที่โมเสสอวยพรประชาชนชาวอิสราเอลที่มาที่ภูเขานี้(เฉลยธรรมบัญญัติ 27:12)     
·    เผ่าเอฟราอิมเป็นเผ่าแห่งการเจิม

     เขากระทิงใส่น้ำมันเป็นสิ่งที่ปุโรหิตนำมาใช้ในการเจิม  
     ซามูเอลผู้ที่เป็นผู้วินิจฉัย (Judge) คนสุดท้าย และเป็นผู้เผยพระวจนะ (Prophet) คนแรกของอิสราเอลมาจากเผ่าเอฟราอิม!
     ท่านใช้เขาสัตว์ใส่น้ำมันเพื่อจะเจิมแต่งตั้งกษัตริย์ดาวิด  เป็นกษํตริย์เหนืออิสราเอล

     เผ่าเอฟราอิมเป็นเผ่าแห่งนักรบ
·    เผ่าเอฟราอิมที่มาสมทบที่ภูเขาเฮโบรนของกษัตริย์ดาวิด ได้เชื่อว่าเป็นกองทัพที่เกรียงไกรและมีชื่อเสียงมากที่สุด(1พงศาวดาร 12:30) 

     เผ่าเอฟราอิมเป็นหมวกเหล็ก(helmet)ของพระยาห์เวห์  
     
 ​   สดุดี 60:7  …เอฟราอิมเป็นหมวกป้องกันศีรษะของเรา ​… 
    สดุดี 108:8  …เอฟราอิมเป็นหมวกป้องกันศีรษะของเรา

·     ดังนั้น เอฟราอิมจึงเป็นเผ่าที่โดดเด่นและสำคัญในอาณาจักรอิสราเอล  ชื่อ “เอฟราอิม” สื่อความหมายเหมือนกับอาณาจักรอิสราเอลทั้งหมด (Entire Kingdom)  
      ถึงกระนั้นก็ดี  “เอฟราอิมได้หลงหายไปจากทางของพระเจ้า! พวกเขาหันไปกราบไหว้รูปเคารพ คือ โคทองคำ ในสมัยของกษัตริย์เยโรโบอัม  ประเทศอิสราเอลแยกเป็น 2 ราชอาณาจักร (ประมาณ ก่อน .. 922-802) 
      ในรัชสมัยของกษัตริย์ดาวิดและกษัตริย์ซาโลมอน อิสราเอลครองความเป็นใหญ่ในปาเลสไตน์ และดินแดนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนได้นานกว่าครึ่งศตวรรษ ชาติเล็กๆ ที่อยู่ใกล้เคียงต่างยอมสวามิภักดิ์ต่ออิสราเอลซึ่งมีความเป็นปึกแผ่นแต่เมื่อกษัตริย์ซาโลมอนสิ้นพระชนม์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เกิดการปฏิวัติจนทำให้อิสราเอลแตกเป็น 2 ราชอาณาจักร คือราชอาณาจักรทางเหนือ และราชอาณาจักรทางใต้
      
      ราชอาณาจักรทางเหนือ เรียกว่า "อิสราเอล" มีดินแดนกว้างใหญ่ ประกอบด้วย 10 เผ่า นำโดยเอฟราอิม 
     ราชอาณาจักรทางใต้เรียกว่า "ยูดาห์ มี 2 เผ่าหลักคือ ยูดาห์และเบนยามิน

     ความแตกแยกนี้ทำให้อิสราเอลไม่สามารถรักษาอำนาจในการปกครองเพื่อนบ้านได้อีกต่อไป  ประเทศต่างๆ จึงมาบุกรุกอาณาจักรอิสราเอล จนต้องพ่ายแพ้และสูญเสียอาณาจักรไปในที่สุด เพราะเผ่าเอฟราอิมได้กบฏต่อพระเจ้า ไปกราบไหว้โคทองคำ ซึ่งเป็นไปตามคำเผยพระวจนะในพระธรรมสดุดี เอฟราอิมกบฏและพระเจ้าทรงเลือกยูดาห์แทน

      สดุดี 78:9    คนเอฟราอิม พร้อมสรรพไปด้วยคันธนูได้หันกลับในวันสงคราม
     
     สดุดี 78:67-68  ​  
     67 พระองค์ทรงปฏิเสธเต็นท์ของโยเซฟพระองค์มิได้ทรงเลือกเผ่าเอฟราอิม  
     68 ​แต่พระองค์ทรงเลือกเผ่ายูดาห์ภูเขาศิโยนซึ่งพระองค์ทรงรัก

     แต่ถึงกระนั้นก็ดี เผ่าเอฟราอิมก็ได้มีประสบการณ์การกลับใจ หันกลับจากความบาป เข้ามาหาพระเจ้าอีกครั้ง! ในสมัยของกษัตริย์อาสา (2 พงศาวดาร 15:8-9) 
      
     ต่อมาในสมัยของกษัติย์เฮเซคียาห์ พระองค์ได้ทรงกลับใจและพาประชาชนมาหาพระเจ้า (2 พงศาวดาร 30,31แต่ก็เป็นการกลับใจเพียงแค่ชั่วคราวไม่ได้กลับใจอย่างแท้จริง

      อาณาจักรยังเต็มไปด้วยรูปเคารพจนถูกพวกอัสซีเรียมารุกรานและทำลายในที่สุดเผ่าเอฟราอิมจึงอยู่นอกสายตาของอิสราเอลและไปแต่งงานกับคนต่างชาติ เป็นเหตุให้พวกเขารับเอาพระของคนต่างชาติมานมัสการ  ในพระธรรม 2 พงษ์กษัตริย์ 22 กล่าวไว้ว่า กษัตริย์ของอาณาจักรยูดาห์ที่มีพระชนมายุเพียง 16 พรรษา นั่นคือ กษัตริย์โยสิยาห์ ได้กลับใจมาหาพระเจ้าและนำการปฏิรูปครั้งใหญ่นั่นคือและสถานที่แรกที่มีการรื้อฟื้นนั่นคือ  ดินแดนแห่งเผ่าเอฟราอิม

      พงศาวดาร  34:6-7 
     6 ส่วนในเมืองต่างๆของเผ่ามนัสเสห์  เอฟราอิมและสิเมโอน  จนไปถึงเผ่านัฟทาลี พระองค์ทรงสำรวจสิ่งก่อสร้างที่อยู่รอบๆนั้น   
     7 และพระองค์ทรงทำลายแท่นบูชาและพวกเสาอาเชราห์ และทรงทุบพวกรูปเคารพให้เป็นผง และทรงพังแท่นเผาเครื่องหอมทั้งหมดทั่วแผ่นดินอิสราเอล  แล้วพระองค์ก็เสด็จกลับกรุงเยรูซาเล็ม

     กษัตริย์โยสิยาห์ทรงทำลายแท่นบูชาและพวกเสาอาเชราห์ และทรงทุบพวกรูปเคารพให้เป็นผง และทรงพังแท่นเผาเครื่องหอมทั้งหมดทั่วแผ่นดินอิสราเอล  นี่คือหมายสำคัญของการรื้อฟื้นของเผ่าเอฟราอิมเพื่อกลับมาหาพระเจ้า  ตามพระวจนะในพระธรรมเศคาริยาห์  

      เศคาริยาห์ 10:6-7
      6  "เราจะหนุนกำลังพงศ์พันธุ์ยูดาห์ และเราจะช่วยพงศ์พันธุ์โยเซฟให้รอด  เราจะนำพวกเขากลับมา เพราะเราสงสารเขา และเขาจะกลับเป็นเหมือนอย่างว่าเราไม่เคยทอดทิ้งเขา เพราะเราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา เราจะตอบเขา 
       7  แล้วเอฟราอิมจะเป็นเหมือนชายฉกรรจ์ และจิตใจพวกเขาจะเปรมปรีดิ์เหมือนได้ดื่มเหล้าองุ่น ลูกหลานของเขาจะได้เห็นและชื่นชม และจิตใจของเขาจะยินดีเหลือล้นในพระยาห์เวห์

      พระเจ้าทรงชื่นชมยินดีที่เอฟราอิม พงศ์พันธุ์โยเซฟ กลับมาหาพระเจ้า!

     ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ชื่อเอฟราอิมถูกเรียกใหม่ว่าสะมาเรีย”(Samaria) เป็นแคว้นที่อยู่อาศัยของคนต่างชาติ  ชาวยิวเกลียดชังและดูหมิ่นชาวสะมาเรีย  เนื่องจากเป็นคนต่างชาติ ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นมลทิน แม้แต่เมื่อเผ่ายูดาห์จะเดินทางจากเยรูซาเล็มไปที่ทะเลสาบกาลิลียังต้องเดินทางอ้อมเพื่อไม่ให้ผ่านแคว้นสะมาเรีย ของเผ่าเอฟราอิม  แม้คนยิวโดยทั่วไปจะไม่คบค้าสมาคมกับชาวสะมาเรีย  แต่พระเยซูคริสต์กลับทรงยอมรับพวกเขาและพระองค์ทรงเสด็จมาที่เมืองนั้น เพื่อจะมาพบกับหญิงชาวสะมาเรียที่บ่อน้ำของยาโคบ ในเมืองสิคาร์ (ยอห์น บทที่ 4) 
     แม้ว่าเธอจะเป็นหญิงที่น่ารังเกียจมีสามีมาแล้ว 5 คน คนที่อยู่ด้วยก็ไม่ใช่สามีของเธอ  เธอถูกชาวบ้านดูหมิ่นราวกับว่าเป็นหญิงโสเภณี

      แต่พระเยซูก็ไม่ได้ทรงรังเกียจเธอ พระเยซูบอกกับเธอว่า 
      “พระองค์เป็นน้ำแห่งชีวิต”  

      ยอห์น 4:13-14 พระเยซูตรัสตอบว่าทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก   แต่คนที่ดื่มน้ำที่เราจะให้กับเขานั้น จะไม่มีวันกระหายอีกเลย น้ำที่เราจะให้เขานั้นจะกลายเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิต
    ​นิรันดร์” 

นั่นเป็นสายธารน้ำพุที่พุ่งเข้าไปสู่ชีวิตของเธอ   ความเชื่อจึงทำให้เธอได้รับชีวิตนิรันดร์และหญิงผู้นี้เองได้นำความรอดไปสู่คนทั้งหมู่บ้านในเมืองสิคาร์ และเธอยังไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เธอยังได้เดินทางออกไปเพื่อนำความรอดไปสู่คนต่างชาติอีกมากมาย    

สะมาเรีย ดินแดนแห่งเผ่า เอฟราอิม เป็นสถานที่แห่งแรกที่มีการตั้งคริสตจักร เมื่อเหล่าสาวกถูกข่มเหงและกระจัดกระจายออกมาจากกรุงเยรูซาเล็ม

เอฟราอิม เป็นสัญลักษณ์ การเป็นคนใหม่คนเดียวกัน (One New Man) เผ่าเอฟราอิม จึงเป็นสัญลักษณ์คนต่างชาติ (gentileที่เชื่อมต่อกับยูดาห์คือคนยิว (Jewish)

ภาพของคนยิวและคนต่างชาติ เป็นคนใหม่คนเดียวกัน(One New Man)ในพันธสัญญาเดิม คือกิ่งไม้ของโยเซฟ ตามพระธรรมเอเสเคียล  

เอเสเคียล 37:12-19
12 เพราะ​ฉะนั้น จง​เผย​พระ​วจนะ​และ​กล่าว​แก่​เขา​ว่า ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​ว่า “ดู​เถิด โอ ประชากร​ของ​เรา​เอ๋ย เรา​จะ​เปิด​หลุม​ฝัง​ศพ​ของ​เจ้า และ​ยก​เจ้า​ออกมา​จาก​หลุม​ฝัง​ศพ​ของ​เจ้า และ​จะ​นำ​เจ้า​กลับมา​ยัง​แผ่นดิน​อิสราเอล​..
16 “เจ้า บุตร​แห่ง​มนุษย์​เอ๋ย จง​เอา​ไม้​มา​อัน​หนึ่ง​เขียน​ลง​ว่า ‘สำหรับ​ยูดาห์ และ​สำหรับ​ชน​อิสราเอล​ที่​สังคม​กับ​ยูดาห์’ จง​เอา​ไม้​มา​อีก​อัน​หนึ่ง​เขียน​ลง​ว่า ‘สำหรับ​โยเซฟ (​ไม้​ของ​เอฟราอิม​) และ​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล​ที่​สังคม​กับ​โยเซฟ’
17 เอา​ไม้​ทั้ง​สอง​มา​รวมกัน​เข้า​เป็น​อัน​เดียว เพื่อ​เป็น​ไม้​อัน​เดียว​ใน​มือ​ของ​เจ้า​
19 จง​กล่าว​แก่​เขา​ว่า ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​ว่า ดู​เถิด เรา​กำลัง​จะ​เอา​ไม้​ของ​โยเซฟ (​ซึ่ง​อยู่​ใน​มือ​ของ​เอฟราอิม​) และ​เผ่า​อิสราเอล​ที่​สังคม​กับ​เขา​และ​เรา​จะ​เอา​ไม้​ของ​ยูดาห์​มา​รวมเข้า​ด้วย และ​กระทำ​ให้​เป็น​ไม้​อัน​เดียว​กัน​เพื่อให้​เป็น​ไม้​อัน​เดียว​ใน​มือ​ของ​เรา​

ประเทศอิสราเอลมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกี่ยวกับการสูญเสียและการปฏิเสธ แต่เมื่อมีการเชื่อมต่อการเป็นคนใหม่คนเดียวกันระหว่างยิวกับคนต่างชาติ   พวกเขาจะสามารถลืมอดีตที่ผ่านมาและเกิดผลทวีคูณได้โดยพงษ์พันธ์ุของโยเซฟ 

 ในพันธสัญญา  ·พระเยซูคริสต์เป็นผู้เชื่อมกลางระหว่างยิวกับคนต่างชาติ ทำให้เป็นคนใหม่คนเดียวกันเอเฟซัส 2:15   “...เพื่อจะกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นคนใหม่คนเดียวในพระองค์ เช่นนั้นแหละ จึงทรงกระทำให้เกิดสันติสุข

เผ่าเอฟราอิม  เป็นเผ่าที่ได้รับการอวยพร (Blessed tribe) คือ สะมาเรีย พวกเขาจะเป็นผู้ที่นำข่าวประเสริฐออกไปอันมีผลทำให้เกิดการฟื้นฟูทั่วโลก (กจ.1:8)
แต่​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​พระ​ราช​ทาน​ฤทธา​นุภาพ เมื่อ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​สักขี​พยาน​ของ​เรา​ใน​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย ทั่ว​แคว้น​สะมา​เรีย และ​จน​ถึง​ที่​สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก”

ยิวเป็นรากความเชื่อของเราในฐานะที่เป็นคริสเตียน เพราะพระเยซูกล่าวไว้ว่า "เพราะ​ความ​รอด​นั้น​มา​จาก​พวก​ยิว"(ยอห์น 4:22)

คนต่างชาติเป็นดั่งกิ่งมะกอกป่า ที่เข้าไปทาบกับต้นมะกอกพันธุ์แท้คืออิสราเอล
โรม 11:17แต่ถ้าบางกิ่งถูกหักออกเสียแล้ว และพระเจ้าทรงนำท่านผู้เป็นกิ่งมะกอกเทศป่ามาต่อกิ่งไว้แทนกิ่งเหล่านั้น เพื่อให้เข้าเป็นส่วนได้รับน้ำเลี้ยงจากรากต้นมะกอก
สิ่งที่เราได้เรียนรู้ จากเผ่าเอฟราอิม  กระทิงแห่งศักดิ์ศรี คือ พวกเขาเป็นผู้ได้รับสิทธิบุตรหัวปี เป็นเกียรติศักดิ์ศรีแก่พงศ์พันธ์ุ หากแต่เมื่อเขาหลงหาย เมื่อเขากลับใจ พระพรความรอดของพระเจ้าก็เริ่มต้นที่เขาเพื่อทำให้เราซึ่งเป็นคนต่างชาติได้รับพระพร 
·       
      แม้พวกเขาจะทำบาป แต่เมื่อรับการชำระจากพระเจ้า เอฟราอิม ได้กลับใจใหม่และละทิ้งรูปเคารพ พวกเขาจะเป็นผู้ที่นำข่าวประเสริฐออกไปอันมีผลทำให้เกิดการฟื้นฟูทั่วโลก 

      พระเจ้าทรงให้อภัยเมื่อเอฟราอิมกลับใจใหม่   เอฟราอิม จึงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่บุกเบิกทางนำไปข้างหน้า (Forerunner) เพื่อนำทางแห่งความรอดไปสู่ชนชาติอื่นๆ 
     
     ขอพระเจ้าอวยพรและพบกันใหม่เดือนหน้า เดือนเชสวาน(Cheshvan) เผ่ามนัสเสห์ (Manasseh) ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น