27 มีนาคม 2556

การหลั่งพระโลหิต7ครั้งของพระเยซู

Chag Pesach Sameach :Happy Passover 

สำหรับพี่น้องในพระคริสต์ทุกท่าน ผมทำสรุปคำสอนของ อ.นิมิต พรานิช เรื่องการหลั่งพระโลหิต 7 ครั้ง เป็นการประกาศถึงชัยชนะในเทศกาลปัสกา ในกลุ่มสามัคคีธรรมเราจะรับพิธีมหาสนิทและอธิษฐานป่าวประกาศด้วยฤทธิ์พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ร่วมกัน





1.เหงื่อที่หลั่งออกเป็นเลือดที่สวนเกทเสมานี (ลก.22:44) เล็งถึงชนะเหนือความเครียด

2.พระเยซูถูกตบจนเลือดกลบปาก( มธ.26:67)  เล็งถึงชนะเหนือการถูกทำร้ายเรื่องคำพูด ชนะด้วยสัจจะความจริงของโดยพระคำของพระเยซู 

3. พระเยซูถูกดึงเคราทำให้โลหิตออก  เคราหมายถึงศักดิ์ศรี เล็งถึงชนะเหนือการดูหมิ่น  เยาะเย้ย ( อสย.50:6-7,52:14,มธ.26:67)

4.โลหิตที่หลั่งออกที่หลังเมื่อพวกทหารโรมันโบยตีด้วยตะบวง 39 ครั้ง เล็งถึงชนะเหนือโรคภัยไข้เจ็บ เราต้องอธิษฐานป่าวประกาศถึงการักษาโรค  (อสย.53,1ปต.2:24)

5.โลหิตที่ถูกหลั่งออกจากพระเศียร (มธ.27:29-30) เล็งถึงชนะเหนือความยากจน  มนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้าแผ่นถูกสาปมีพืชหนามและทำงานตรากตรำเหงื่อไหล(ปฐก.3)   (2คร.8:9 ชนะเหนือความยากจน)

 6.โลหิตที่หลั่งออกจากมือและเท้า  (มธ.27,สดด.22) เล็งถึงชนะเหนือความบาปในชีวิต

7.โลหิตที่ถูกแทงที่สีข้าง ( ยน.19:34)  เล็งถึงชนะความบาดเจ็บโดยความสัมพันธ์

21 มีนาคม 2556

I Have Stepped You Into a New Season

I Have Stepped You Into a New Season”

(http://geodins.wordpress.com/2013/03/14/chuck-pierce-a-new-season/)


Chuck D. Pierce
Judah: The Month to Celebrate Praise in a Year of Praise!

The Lord designed time with a built-in blessing for us to claim and walk in. That is one of the reasons I love to celebrate Firstfruits – to hear the revelation that the Lord has for us in a given month of a given year. Aviv is a Hebraic term for the stage of growth of grain when the seeds have reached full size. The harvest was waved before the Lord this month Leviticus 23:4-11:

The Passover and the Festival of Unleavened Bread

"These are the Lord’s appointed festivals, the sacred assemblies you are to proclaim at their appointed times: The Lord’s Passover begins at twilight on the fourteenth day of the first month. On the fifteenth day of that month the Lord’s Festival of Unleavened Bread begins; for seven days you must eat bread made without yeast. On the first day hold a sacred assembly and do no regular work. For seven days present a food offering to the Lord. And on the seventh day hold a sacred assembly and do no regular work."

Offering the Firstfruits
The Lord said to Moses, “Speak to the Israelites and say to them: ‘When you enter the land I am going to give you and you reap its harvest, bring to the priest a sheaf of the first grain you harvest. He is to wave the sheaf before the Lord so it will be accepted on your behalf; the priest is to wave it on the day after the Sabbath.
There is a Relief and an Escape on your Path!

Last Sunday (March 3, 2013) the Spirit of the Lord moved so powerfully during our service. Barbara Wentroble and I heard the Lord say:
Barbara Wentroble
“Take a sigh and take a time [to pause], and say that a sigh of relief is rising within you. For you have come head-on in days past, and you thought you would be overtaken, but I say, ‘Now sigh the sigh of relief.’ If you will sigh the sigh of relief then I will come down and energize you in a new way.
“For just as the falls of a raging river are flowing, and you have said in the past, ‘I don’t know how to get across that river,’ I say I am stretching a tightrope. And don’t even fear getting on the tightrope, for you will walk across that tightrope with the waters raging under you, and you will find yourself on the other side of your mess in a new victory.

“For even as the children of Israel came to the Jordan, know it was in a time of flood, know that it was in a time of devastation, and know it was in a time when there seemed to be no way. But know that I’m your God and I always make a way. For did I not sayI would give you a way of escape? And I say in this season you’re going to enjoy seeing the way of escape that I make for you. Do not look at the way I caused you to escape in the past, for I have stepped you into a new season.

“You’re going to laugh with Me at the enemy – to think that he could stop My people. In the day of flooding, in the day of that seems to be devastation, know I say it is a day of revelation. For you’re not going to be devastated, but you’re going to have the revelation that I’m bringing you. And you shall sing your way into the new place in this new season. So rise up in this hour; enjoy this that I am doing. For I’m going to cause you to laugh at your enemy [for him] to think that he could stop you.
“I have invisible lines that the enemy cannot see – these lines you can walk on and these doors that you can go through, that the enemy is blinded to. Fear not taking the step and continuing on in the way that I’m calling you, for victory is already ahead, on your behalf!”

Say “GOODBYE” to an Old Form of Provision and Receive New Provision!

As I got up this morning (March 10, 2013) and began seeking the Lord, I heard the following that I believe will greatly encourage you:
“This is a day of freedom for those who will choose to say goodbye to an old form of provision and security, and who will embrace a journey of unknown expectations and rewards. For I have many new ways for you to have supply. I am creative, for I am the Creator. Therefore, I will show you how to create and gain wealth. I will show you supply that has been hidden.

“If you will worship Me, you will see! If you will proceed forth with Me now, you will learn as you go and see Me in new ways. It doesn’t matter how old you are, or how set in your ways you are. If you take a step today, I will teach you in a new, fresh way. You will also hear Me in new ways, and the sound you hear will become fresh and directive toward your future. So enter in to the freedom that I have for you now, and do not rely on the freedom that you have experienced up until now. Be shod for the path of glory that awaits you today!”

Blessings,

Chuck D. Pierce - Glory of Zion International Ministries

19 มีนาคม 2556

คริสเตียนกับความเข้าใจเรื่องโหราศาสตร์

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน มีหลายคนตั้งคำถามว่าเมื่อเรามาเป็นคริสเตียนแล้ว เราสามารถไปดูดวงจากหมอดูได้ไหม  เราสามารถถือตามโชคชะตาราศีได้ไหม?   คำตอบที่อยู่ในใจของผม คือ ไม่จำเป็นที่เราต้องทำแบบนั้น   เพราะเรารู้ว่าแผนการของพระเจ้าที่มีให้กับเราในฐานะลูกของพระเจ้าแล้ว คือสวัสดิภาพเพื่ออนาคตที่ดีสำหรับเรา
เยเรมีย์ 29:11 พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า

เราจะเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงมีวาระสำหรับทุกสิ่ง เพียงแต่เราต้องรู้วาระเวลาของพระเจ้า หากเรารู้เวลาเราจะเคลื่อนไปตามวาระของพระเจ้าไปสู่แผนงานสวัสดิภาพของพระองค์

ผู้ที่จะเข้าใจวาระเวลาของพระเจ้าได้ดีที่สุด ก็น่าจะเป็นชนชาติของพระเจ้า คือ "อิสราเอล" ในพระคัมภีร์ยังกล่าวถึงเผ่าของอิสราเอลที่รู้วาระเวลาคือ "เผ่าอิสสาคาร์" พวกเขาเป็นแนวหน้าในการถูกจัดทัพของอิสราเอล

1 พศด.12:32 จากเผ่าอิสสาคาร์ มีผู้รู้กาละ ทราบว่าอิสราเอลควรทำประการใด มีหัวหน้าสองร้อยคน และญาติของเขาทั้งสิ้นอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา


ดังนั้นหากเราสังเกตสิ่งต่างๆที่พระเจ้าทรงสร้าง และเรียนรู้ที่จะฟังเสียงพระเจ้า ทำให้เรารู้วาระเวลาเช่นเดียวกับเผ่าอิสสาคาร์


 สดด.19:1-2
1 ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์
2 วันส่งถ้อยคำให้แก่วัน และคืนแจ้งความรู้ให้แก่คืน
 
ในครั้งนี้ผมได้สรุปเรียบเรียงเนื้อหาบทความนี้จากคำสอนดร.ชัค เพียซ(Dr.Chuck D. Pierce)และดร.โรเบิร์ต ไฮด์เลอร์ (Dr.Rpbert Heidler) ในหัวข้อ "เข้าใจเดือนฮีบรูในเชิงเผยพระวจนะ" ซึ่งเป็นการทำให้เราเข้าใจว่า

"ทำไมเราต้องมีการฉลองในวันต้นเดือน (Rosh Chodesh) ทำไมต้องมีการถวายผลแรก ทำไมต้องมีการเชื่อถือเรื่องดูดวงจันทร์หรือดวงดาวต่างๆตามแบบปฏิทินฮีบรู?" 

ขอหนุนใจไว้ดังนี้ว่า เราไม่ได้เลียนแบบความเป็นยิว หรือพยายามเป็นคนยิว เพราะเราไม่สามารถเป็นแบบคนยิวได้ เราไม่จำเป็นต้องไปทำตามพิธีของชาวยิว  แต่เราต้องปรับเวลาของเราเข้าสู่เวลาของพระเจ้า

ในปัจจุบันเราอาจจะใช้ปฏิทินสากลคือแบบโรมัน เป็นปฏิทินแบบสุริยคติ เพื่อรู้เวลาของโลก แต่ในชีวิตในฝ่ายวิญญาณเราต้องปรับเวลาของเราเข้าสู้วาระเวลาของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงกำหนดวาระเวลาต่างๆ โดยให้เราเห็นได้จากหมายสำคัญต่างๆ บอกให้รู้ว่า ถึงวาระ ฤดู ที่จะต้องทำสิ่งใด

ปฐก.1:14 พระเจ้าตรัสว่า  "จงมีดวงสว่างบนฟ้า  เพื่อแยกวันออกจากคืน  ให้ดวงสว่างเป็นหมายกำหนดฤดู  วัน  ปี)
คนยิวในสมัยก่อน ดูหมายสำคัญ(sign) เรื่องเวลาของพระเจ้า ทำความเข้าใจกับการเคลื่อนของดวงสว่างบนฟ้า แต่อำนาจมืดได้ทำให้คนหลงไป ด้วยการครอบงำ บิดเบือนให้กลายเป็นเรื่องโหราศาสตร์ แบบจักรราศี(Horoscope)และเมื่อพูดถึงเรื่องดวงดาว คริสเตียนกลับรีบปฏิเสธ เพราะความกลัวว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น    แม้แต่ในสมัยที่พระเยซูคริสต์ประสูติ พวกโหราจารย์ยังดูการเคลื่อนดวงดาว จนได้มาพบกับพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ที่พวกเขารอคอย (มธ.2) 
เราต้องทำการศึกษาเรื่องหมายสำคัญต่างๆเช่น ดวงจันทร์และดวงดาวแบบ"โหราศาสตร์"  (Astrology) ไม่ใช่แบบ "จักรราศี" (Horoscope) ไม่ใช่เพื่อการดูดวงชะตาแบบหมอดู

คำว่า "จักรราศี" (Zodiac- มาจากภาษากรีก คือ ζῳδιακός หมายถึง "สัตว์") เป็นแถบสมมติบนท้องฟ้าที่มีขอบเขตประมาณ 8 องศา ค่อนไปทางเหนือและใต้ของแนวเส้นทางที่ดวงอาทิตย์ปรากฏเคลื่อนผ่านระบบสุริยะ ซึ่งครอบคลุมแนวเส้นทางปรากฏของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลอีก 7 ดวง
 
คำว่า "โหราศาสตร์" หรือ "ดาราศาสตร์" ตรงกับภาษากรีกว่า Astrology เป็นคำศัพท์เฉพาะมาจากคำว่า Astro ซึ่งแปลว่า ดวงดาว กับอีกคำหนึ่งว่า Logic ซึ่งแปลว่า ตรรกศาสตร์ เมื่อนำคำทั้งสองมารวมกันเป็น Astrology แปลว่า "ศาสตร์ที่ว่าด้วยดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์"  
 
สำหรับคริสเตียนเราไม่มีโชคชะตาราศี ไม่ต้องถือฤกษ์ยาม อัครทูตเปาโลได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ในพระธรรม โคโลสี 2:15-18   
   15   พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครองและศักดิเทพเสีย  พระองค์ได้ทรงประจานเขา  และชนะเขาโดยกางเขนนั้น
   16   เหตุฉะนั้นอย่าให้ผู้ใดพิพากษาปรักปรำท่านในเรื่องการกิน  การดื่ม  ในเรื่องเทศกาล  วันต้นเดือน  หรือวันสะบาโต
   17   สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเงาของเหตุการณ์ที่จะมีมาในภายหลัง  แต่กายนั้นเป็นของพระคริสต์
  18   อย่าให้ผู้ใดตัดสิทธิ์ของท่าน  ด้วยเขาทำทีถ่อมตัวลง  กราบไหว้ทูตสวรรค์  ใฝ่ฝันอยู่ในนิมิต  ผยองขึ้นเปล่าๆตามความคิดของเนื้อหนัง
ฉะนั้นในวันนี้เรามีการประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม และไม่ใช่จุดยืนในความเชื่อที่จะต้องมากถกเถียงกัน สิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นเงาที่เล็งถึงพระเยซูคริสต์ และเราต้องเข้าใจในเรื่องวาระเวลาและเทศกาลต่างๆเป็นช่วงเวลาที่พระเจ้ากำหนดให้ไว้เพื่อให้คนของพระเจ้า
พระเยซูคริสต์ตรัสเรื่องโหราศาสตร์ไว้ว่า
ลก.21:25 "จะมีหมายสำคัญที่ดวงอาทิตย์ที่ดวงจันทร์  และที่ดวงดาวทั้งปวง  และบนแผ่นดินก็จะมีความทุกข์ร้อนตามชาติต่างๆ  ซึ่งมีความฉงนสนเท่ห์  เพราะเสียงกึกก้องของทะเลและคลื่น

หากเราศึกษาในพระคัมภีร์จะพบว่ามีการอ้างอิงถึงเรื่องโหราศาตร์ เพราะเป็นที่ยอมรับกันในสมัยพระคัมภีร์

แต่ในปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงเรื่องโหราศาสตร์ กลับถูกมองว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของศาสตร์ลึกลับ แต่เรื่องโหราศาตร์แบบพระคัมภีร์เป็นเรื่องจริงแท้ในจิตวิญญาณ(Real spirit) ไม่ใช่ริว จิตสัมผัส
 
เมื่อเราศึกษาเรื่องโหราศาตร์ จะเห็นได้ว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อโลกอย่างมาก
 
ในภาคปฏิบัติเราสามารถทราบถึงการเริ่มต้นเดือนใหม่ โดยสังเกตจากดวงจันทร์แบบคนยิว การขึ้นต้นเดือนใหม่จะเห็นดวงจันทร์ปรากฎบนท้องฟ้าเรียกว่า "New Moon"  คนยิวจะมีการฉลองวันต้นเดือน(Rosh Chodesh)

( สามารถอ่านได้ในบทความเรื่อง ความเข้าใจเกี่ยวกับผลแรกในวันต้นเดือน (Rosh Chodesh)  http://pattamarot.blogspot.com/2012/08/rosh-chodesh.html)

การอธิษฐานในวันต้นเดือน(Rosh Chodesh) เป็นการอธิษฐานป่าวประกาศเพื่อให้พระเจ้านำการปลดปล่อยพระพรในเดือนนั้น นอกจากนี้เรายังมีการถวายผลแรก มีทั้งถวายผลแรกของเวลา เป็นการชำระชีวิตก่อนในต้นเดือนเพื่อให้พระเจ้าอวยพระพรตลอดทั้งเดือน และถวายสิ่งที่เป็นรายได้ของเราในเดือนนั้นให้กับพระเจ้า เป็นการแสดงออกถึงการให้เกียรติพระเจ้า (ลนต.23:10-11)
10 "จงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า เมื่อเจ้ามาถึงแผ่นดินซึ่งเราให้เจ้า และเกี่ยวพืชผลของแผ่นดินนั้น เจ้าจงเอาฟ่อนข้าวที่เกี่ยวในรุ่นแรกนำไปให้ปุโรหิต

 
11 และปุโรหิตจะนำฟ่อนข้าวนั้น ทำพิธียื่นถวายแด่พระเจ้า เพื่อเจ้าจะเป็นที่โปรดปราน รุ่งขึ้นหลังวันสะบาโตปุโรหิตจะทำพิธียื่นถวาย

ในแต่ละเดือนจะมีคำอธิษฐานอวยพรประจำเดือน ซึ่งผมได้แปลมาจากข้อมูลของ http://www.arise5.com/#/resources โดย Ron Sawka

ทั้งนี้เป็นแนวทางในการอธิษฐาน แต่เราเองสามารถปรับเปลี่ยนโดยประยุกต์ตามความเหมาะสม โดยการแสวงหาพระเจ้าอย่างเจาะจงเป็นส่วนบุคคล
 
มีคำถามว่า ทำไมในแต่ละเดือนมีการนับราศีในแต่ละเดือน เช่น
 
ในเดือนอาดาร์ที่ผ่านมา  เป็นเดือนแห่ง“ราศีมีน” หมายถึง “ปลา กลุ่มดาวปลา”  มาจากคำในภาษาอังกฤษว่า "The month of Pisces, the fishes." เพราะการนับราศีแห่งดวงดาว ชาวยิวได้รับอิทธิพลจากกรีก และโรมัน ซึ่งต่อมาปฏิทินตามสากลก็ตั้งชื่อตามราศีของโรมัน

ในบริบทของเนื้อหาของคำอธิษฐานเป็นการแปลความหมายเชิงสัญลักษณ์ใช้หลักการเดียวกับการตีความหมายในความฝัน โดยเทียบจากพระคัมภีร์ แปลความว่า เดือนประจำราศีมีน- คือปลา การพบสิ่งจำเป็นในโลกที่ซ่อนอยู่ (เช่น เหรียญทองในปากปลา มธ. 17:24-28)
ให้ความหมายเชิงประยุกต์คือ เรามีอัตลักษณ์แต่ละที่เราอาจจะมองไม่เห็น  เราอธิษฐานแสวงหาหาอัตลักษณ์ฝ่ายวิญญาณของเราให้เจอ เหมือนหาเหรียญที่อยู่ในปากปลา 

สิ่งเหล่านี้เป็นการเผยพระวจนะเป็นความหมายเชิงการประยุกต์ เพื่อให้กลับไปสู่การศึกษาพระคัมภีร์ไม่ได้นำไปสู่การเชื่อแบบราศีที่ทำให้หลงและออกจากหลักการพระคัมภีร์

 ผมขอเสนอการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้
  1. เอกสารคำอธิษฐานอวยพรประจำเดือนเป็นคู่มือสำหรับใช้ประกอบการอธิษฐานเพื่อป่าวประกาศพระพรประจำเดือน  เราสามารถประยุกต์ตามความเหมาะสมและสิ่งที่เราจะต้องทำคือการอุทิศเวลาของเราซึ่งเป็นผลแรกเพื่อแสวงหาพระเจ้าส่วนตัว
  2. เราต้องทำความเข้าใจในเรื่องของวัฒนธรรมของคนยิว ในเรื่องการศึกษาความหมายเชิงการเผยพระววจนะบางสิ่งเป็นภาษาสัญลักษณ์(Type) ต้องมีการแปลความเช่นการนับราศีตามกลุ่มดาวเป็นเรื่องการเคลื่อนของเวลา, ตัวอักษรประจำในแต่ละเดือนอักษรฮีบรูให้ความหมายเป็นภาพสัญลักษณ์ ,อวัยวะของร่างกายเป็นสัญลักษณ์ประจำเดือนที่เล็งถึงการดำเนินชีวิตให้ความสำคัญในเรื่องต่างๆ
  3. เราต้องทำความเข้าใจเรื่องการสำแดงของพระเจ้า พระเจ้าสามารถใช้สิ่งต่างๆเพื่อการสำแดงเป็นการเผยพระวจนะ เช่น ดวงดาว การสำแดงผ่านทางความฝัน การตีความหมายเป็นการสำแดงจากพระเจ้า   บางครั้งอาจจะไม่ได้อยู่ในพระคัมภีร์เพราะพระคัมภีร์เป็นส่วนหนึ่งในการสำแดงของพระเจ้าไม่ได้ทั้งหมด แต่พระคัมภีร์เป็นมาตรฐานในการวัด(canon) หากมีสิ่งใดที่ผิดหลักการพระคัมภีร์สิ่งนั้นไม่ถูกต้อง
  4. เราต้องทำการศึกษาในเรื่องการสำแดงของพระเจ้า โดยกลับไปทบทวนสัมมนาต่างๆที่เคยเรียนมาเช่น มิติแห่งการสำแดง(Revelation realms)  สัมมนาอิสสาคาร์ ต่างๆ
ผมขอสรุปไว้ตอนท้ายบทความว่า เราต้องทำความเข้าใจเรื่องโหราศาสตร์ แต่เราไม่ได้นำสิ่งนี้มาติดยึด และต้องระมัดระวังถูกล่อลวงจากศาสตร์ลึกลับ
เช่น  พวกคับบาล่าห์ (Kabbala) มีรากฐานมาจากศัพท์ภาษาฮีบรูว่า 'Qibel' ซึ่งหมายความถึง "การได้รับสืบทอดผ่านการบอกเล่าปากต่อปากมายาวนาน" ซึ่งสิ่งที่ได้รับสืบทอดมานั้นหมายถึง คำบอกเล่าเกี่ยวกับศาสตร์ลึกลับหรือความรู้อันลับเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ ปริศนาแห่งธรรมชาติอันมีความสำคัญยิ่ง
 
หรือเรื่องการนับดูดวงดาวตามแบบโชคชะตาราศี

เราต้องระมัดระวังเพราะสิ่งลี้ลับ พระเจ้าจะปิดซ่อนไว้ และเปิดเผยให้เรารู้ในเวลาที่เหมาะสม แต่ผีวิญญาณชั่วมักจะนำเรื่องสิ่งลี้ลับมาเปิดเผยเพื่อล่อลวงเราให้หลงไปจากทางของพระเจ้า ไปนมัสการพวกมัน  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการศึกษาพระคัมภีร์และการรับการปกคลุมชีวิตในฝ่ายวิญญาณ

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ
 
ฉธบ. 29:29 "สิ่งลี้ลับทั้งปวงเป็นของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลาย แต่สิ่งทรงสำแดงนั้นเป็นของเราทั้งหลายและของลูกหลานของเราเป็นนิตย์ เพื่อเราจะกระทำตามถ้อยคำทั้งสิ้นของกฎหมายนี้

ฉธบ.4:19 และจงระวังให้ดีเกรงว่าพวกท่านเงยหน้าขึ้นดูท้องฟ้าและเมื่อท่านเห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว คือบริวารของท้องฟ้า พวกท่านจะถูกเหนี่ยวรั้งให้นมัสการและปรนนิบัติสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของพวกท่านทรงแบ่งแก่ชนชาติทั้งหลายทั่วใต้ฟ้าทั้งสิ้น
 
2 พกษ.23:5 และพระองค์ทรงกำจัดปฏิมากรปุโรหิต ผู้ซึ่งบรรดาพระราชาแห่งยูดาห์ ได้สถาปนาให้เผาเครื่องหอมในปูชนียสถานสูงที่หัวเมืองแห่งยูดาห์ และรอบๆ กรุงเยรูซาเล็มทั้งคนเหล่านั้นที่เผาเครื่องหอมถวายพระบาอัล ถวายดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และหมู่ดาวประจำราศี และบริวารทั้งสิ้นของฟ้าสวรรค์

15 มีนาคม 2556

คำอธิษฐานอวยพรประจำเดือนนิสาน ปี 5773

คำอธิษฐานอวยพรประจำเดือนนิสาน ปี 5773 (ช่วงวันที่ 12 มี..-10 เม..2013)

เดือนนิสาน เป็นเดือนแรกของปีปฏิทินฮีบรู แบบศาสนา(Ecclesiastical Calendar)   ซึ่งปีใหม่ของชาวฮีบรูอยู่ในช่วงเดือนที่ 7 ตามปฏิทินแบบราชการ(Civil Calendar)  แต่เนื่องมาจากการล้มลงของมนุษย์  พระเจ้าจึงได้ทรงสถาปนาให้มีการเริ่มต้นใหม่ 
ดังนั้น นิสานจึงเป็นเดือนแรก และเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรใหม่ของการไถ่บาป   
เทศกาลปัสกา (Passover)อยู่ในเดือนนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 14 ของเดือนนิสาน  เป็นช่วงเวลาของการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากสิ่งเก่าก่อน และก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่ ( เทศกาลปัสกาในปี 2013 เริ่มจากเย็นวันจันทร์ที่ 25มี.ค. -  เย็นวันอังคารที่ 2 เม.ย.13)
ในเดือนนี้ ให้เราตระหนักถึง “วงจรแห่งการไถ่ของพระเจ้า”  และเข้าใจว่าเราสามารถมีประสบการณ์ที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นในการปลดปล่อย และการเยียวยารักษาของพระองค์ และนั่นจะทำให้เราสามารถก้าวสูงยิ่งขึ้น ๆ  ในองค์พระผู้เป็นเจ้าได้  เป็นการลงน้ำลึกเพื่อพบอัตลักษณ์ของเรา  เพื่อเป็นก้าวกระโดดสู่การอัศจรรย์ในชีวิต  
“เดือนนิสาน” หรือที่รู้จักกันว่า “เดือนอาบีบ” (อพย.13:4) มีความสำคัญดังนี้  
 ดือนนี้เกี่ยวข้องกับเผ่ายูดาห์    เผ่ายูดาห์ขึ้นไปสู้รบ ทำสงครามก่อนเผ่าอื่น (วนฉ.1:2,20:18)  และยูดาห์ยังเป็นเผ่าแรกของอิสราเอลที่เคลื่อนขบวนทัพเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร (กดว.10:14)
คำว่า “ยูดาห์” หมายถึง การสรรเสริญ และเป็นวิถีทางที่จะทำให้มือของเราจับคอของศัตรูไว้ได้ต่อไป(ปฐก.49:8) ให้ทุกสิ่งที่เราทำได้เริ่มต้นขึ้นด้วยท่าทีแห่งการขอบพระคุณและการสรรเสริญพระเจ้า (วนฉ.1:2, 20:18,กดว.10:14,ปฐก. 49:8)

เดือนนี้เป็นเดือนที่ฤดูใบไม้ผลิได้เริ่มต้นขึ้น   เป็นการเริ่มต้นของเดือนที่แสงสว่างได้ฉายส่องออกมา (โดยทั่วไปประเทศอิสราเอลในช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่มืดมน และไม่น่าชื่นชมยินดี แต่เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิได้เห็นแสงสว่างจากดวงอาทิตย์จะเป็นช่วงเวลาที่สดใสน่ายินดี)
 
จงป่าวประกาศว่า “ความสว่างของเราจะเริ่มส่องสว่างมากยิ่งขึ้นๆ”
(อสย. 60, ลก.2:32, อสย.49:6 และ กจ.26:18)  ความสว่างยังหมายถึง การเปิดเผยสำแดง

จงคาดหวังที่พระเจ้าจะเปิดเผยให้เราทราบถึงวิถีทางและยุทธศาสตร์ในเรื่องต่าง ๆ ที่เราต้องการ(ลก. 2:32) 
เดือนแห่งเทศกาลปัสกา  เทศกาลปัสกาตั้งไว้เพื่อช่วยเราให้เข้าร่วมในประสบการณ์แห่งความรอดอันยิ่งใหญ่ในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า  เราเข้าร่วมปัสกาด้วยการกลับมาพินิจพิจารณาปัสกาที่ทำในครั้งแรกสุด ซึ่งสังเกตได้ว่ามีสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เกิดขึ้น

การปลดปล่อย  จงระลึกถึงสถานที่ ที่เราออกมา  ให้เรากล่าวเช่นนี้ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า ลูกขอบพระคุณพระองค์สำหรับปีนี้  ขอบพระคุณสำหรับวิธีของพระองค์ที่ได้ปลดปล่อยลูกออกจากอดีตที่ผ่านมา  และที่พระองค์จะกระทำด้วยวิธีต่าง ๆ ของพระองค์อีกเพื่อปลดปล่อยลูกในปีนี้ 
 
ในทุกๆ เทศกาลปัสกา ให้เราคาดหวัง การปลดปล่อยในระดับใหม่   อัครทูตเปโตรได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระออกจากคุก (กจ.12 )  จงพิจารณาว่ามีสิ่งใดหรือไม่ที่ดึงรั้งเราไว้? เช่นนิสัยที่ไม่ดีต่างๆ จงเชื่อว่าเราจะได้รับการปลดปล่อย  การสรรเสริญ นมัสการพระเจ้าจะนำมาซึ่งการปลดปล่อยในชีวิต  เทศกาลปัสกาเป็นช่วงเวลาของการก้าวข้าม(Passover)  อิสราเอลได้ก้าวข้ามทะเลแดง (อพย.15)ก้าวข้ามแม่น้ำจอร์แดน (ยชว.4-5)  จงตระหนักว่าเรากำลังก้าวเข้าไปสู่บางสิ่งที่เป็นสิ่งใหม่ จงพิจารณาว่าอะไรคืออุปสรรคปัญหา ที่เป็นทะเลแดงหรือแม่น้ำจอร์แดนที่เราจะต้องข้ามให้ได้

เดือนที่ความอดสูได้ถูกกลิ้งพ้นไปแล้ว (ยชว.5:9) ความรู้สึกถึงความล้มเหลวในอดีตใด ๆ ก็ตาม ที่เราอนุญาตให้มันหลงเหลือ และเป็นส่วนหนึ่งในอัตลักษณ์ตัวตนของเรา มันจะขวางกั้นเราไว้   พระเยซูคริสต์ประสงค์จะกลิ้งสิ่งนั้นออกไปให้พ้นจากเรา

เดือนแห่งการจัดเตรียมใหม่ๆ (ยชว.5:10-12)  เทศกาลปัสกาในแต่ละครั้งเป็นช่วงเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประสงค์นำการอวยพรมาถึงชีวิตของเรา โดยการจัดเตรียมสิ่งใหม่ ๆ  จงให้แน่ใจว่าเราได้ร้องขอการจัดเตรียมนี้จากพระองค์

เดือนแห่งการติดสนิทกับองค์พระผู้เป็นเจ้าและเพื่อรับยุทธศาสตร์ใหม่ ๆ (ความรักในพระเจ้าไม่ใช่เพียงสะกดด้วย "Love" เท่านั้นแต่ต้องสะกดด้วย "Time" เราต้องให้เวลาในการแสวงหาพระองค์)

เดือนแห่งการไถ่   คำว่า “ไถ่” หมายถึง "การจ่ายหนี้เพื่อออกจากความเป็นทาส " อ่านในพระธรรมนางรูธ  โบอาสได้จ่ายราคาเพื่อนำความมั่งคั่งกับสู่ชีวิตของนางรูธและนางนาโอมีจากที่เคยสูญเสียไป ให้เราป่าวประกาศทุกสิ่งที่เคยถูกล็อคไว้จะถูกปลดปล่อย พระเยซูได้จ่ายราคาเพื่อไถ่ชีวิตเรา เราจงก้าวออกไปสู่เป้าประสงค์ของพระองค์ในชีวิตของเรา
เดือนที่เป็นตัวอักษร "เฮ (Hei)"  อักษรเฮ เป็นอักษรตัวที่ 5 ในภาษาฮีบรูให้ความหมายถึง "พระสิริ (Glory)" และ "ความโอ่อ่าตระการตา(Splendor)"ในความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ดังคำป่าวร้องว่า

อสย. 2:19 ...และจากพระสิริแห่งความโอ่อ่าตระการของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นกระทำให้โลกสั่นสะท้าน
 
เดือนนี้เป็นการรื้อฟื้นแผนการที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในชีวิต พระวิญญาณของพระเจ้าทรงประทับอยู่ในชีวิตของเราตลอดทั้งเดือนเพื่อที่จะทำให้เกิดความสดใหม่ เพื่อการเปิดเผยใหม่ และเพื่อทำให้เราเข้าใจอย่างรวดเร็วในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ

เดือนแห่งคำพูด เป็นเดือนแห่งการควบคุมริมฝีปาก  
หากเราพูดแง่ลบในช่วงเดือนนี้ มันจะส่งผลไปสู่ชีวิตของเราถึง 3-4 เดือนหลังจากนี้ เมล็ดพันธุ์แง่ลบจะดึงเราให้ถอยหลัง เราจะต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ในเชิงบวก การพูดแง่บวกจะปรับเปลี่ยนบรรยากาศ(1 ปต.3:9, 1 ซมอ.1:17,2:20-21)

เดือนแห่งการเข้าสู่สงครามฝ่ายวิญญาณ
 ศัตรูที่ใหญ่ยิ่งกำลังเคลื่อนทัพมา  ในวงจรใหม่นี้  พระเจ้าต้องการจะขยายฐานชีวิตของเราให้กว้างขึ้น จงตั้งมั่นไว้ จงอธิษฐานป่าวประกาศทำสงครามฝ่ายวิญญาณ โดยมอบแผนงานต่างๆ  และจะเห็นสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้น

2 ซมอ. 11:1  ครั้นถึงฤดูแล้งเมื่อบรรดากษัตริย์ยกกองทัพออกไปรบ  ดาวิดทรงใช้โยอาบพร้อมกับพวกข้าราชการและอิสราเอลทั้งหมด  เขาไปกวาดล้างคนอัมโมนและล้อมเมืองรับบาห์ไว้  แต่ดาวิดประทับที่เยรูซาเล็ม

(สรุปความและเรียบเรียงข้อมูลจาก (http://arise5.com/updates/2013/03/11/nissan/))
 

12 มีนาคม 2556

Nissan—First Month of the Hebrew Year

Nissan—First Month of the Hebrew Year
March 12–April 10, 2013
(http://arise5.com/updates/2013/03/11/nissan/)

The Hebrew New Year falls during the seventh month, but because of the fall of man, God instituted a new beginning. Thus, this is the first month and the beginning of a new cycle of redemption. Passover comes this month (14th day of Nissan); it is a time of being set free from the old and entering into the new. This month, be conscious of God’s redemption cycle, and know that you can more deeply experience His deliverance and healing, and that you can rise higher and higher in the Lord.
Below are some of the highlights of Nissan, also known as Abib (or Aviv).
  • The tribe of Judah is associated with this month. Judah goes first into warfare. (See Judges 1:2; 20:18.) Judah was also the first tribe in the order of procession when Israel moved in the wilderness (Num. 10:14). Judah means “praise,” and is also the way we can keep our hand on the neck of the enemy (Gen. 49:8). Let everything we do start with an attitude of thanksgiving and praise.
  • The month in which spring starts; the beginning of the month of direct light. Declare that your light is getting brighter. (See Isaiah 60; Luke 2:32; Isaiah 49:6; and Acts 26:18.) Light also signifies “revelation.” Expect God to show you the paths and strategies you need.
  • The month of Passover. (Passover begins on the 14th of Nissan: March 25, 2013). Passover is designed to help us enter into a fuller experience of our great salvation in Jesus. We do this by examining the first Passover. Note the following things:
    • Deliverance. Remember where we came from. Say, “Lord, Thank You for this year; thank You for how you delivered me in the past, and for the many ways You will deliver me this year.”
    • Every Passover expect new a level of deliverance. Peter was set free from prison in Acts 12. Is anything (e.g., a bad habit) holding you back? Believe for deliverance.
    • Passover is a time of crossing over (e.g., the Red Sea, the Jordan River in Joshua 4–5). Realize that you are crossing into something new. Here in Japan, we definitely are crossing into a brand new season.
    • Reproach is being rolled away (Josh. 5:9). Any old sense of failure that is still a part of our identities that is allowed to remain will hinder us. Jesus wants to roll that off of us.
    • New provision (Josh. 5:10–12). Each Passover is a time when the Lord wants to bless us with new provision. Be sure to ask Him for it.
    • New intimacy with the Lord, and new strategy.
  • The month of redemption. (A price has been paid for you to be set free from each one of your “prisons.”) Read Ruth, and see how Boaz bought back the property that had been lost for Ruth and Naomi, and how this brought Ruth into her destiny. Declare all is being unlocked and that you are moving into your destiny. Jesus has bought back your destiny.
  • The month that sets the course for your future. Again, this is why it is so important to keep moving in praise.
         The annual renewal of Gods “HEI” plan. Every year, the spirit of God needs to blow on you during this month. Ask the Holy Spirit to blow upon you for refreshing, for new revelation, and for a quickened understanding of what God is doing.
  • Linked to the constellation “Aries” (the ram, or the lamb). Jesus is the lamb of God who takes away the sin of the world (John 1:29). God provided a ram for Abraham instead of Isaac. He is Jehovah Jireh, and God will provide (Gen. 22:14). Expect unusual sources of provision.
  • The month kings go to war; the new year for kings. God wants to “expand” you. Declare that plans and new beginnings shall begin to take place. Do warfare over those declarations (2 Sam. 11:1).
  • The month of speech. If you speak negatively during this month, it will adversely affect you 3–4 months later. The seeds of negativity take root and will pull you backward. Conversely, your positive confessions should “grab the wind” and change the atmosphere. (See 1 Peter 3:9; 1 Samuel 1:17; 2:20–21.)
  • The “controller month.” You need to assess both where you are at and where you are going.
  • The month where you need to “learn to fish.” If you can’t pay your taxes, pull a coin out of a fish’s mouth. Let the Lord give you new and unusual means of supply. (See Matthew 17:27.)
  • “Step forward with your better foot.” Don’t wait and hold back. Move ahead confidently in God. Numbers 33:3 (AMP) says, “The Israelites went out [of Egypt] with a high hand and triumphantly.”

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร โดย  Haiyong Kavilar             ในบทความที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงว่า ในการขับเคลื่อนแบบอัครทูตหรือแบบอาณาจ...