02 มกราคม 2560

ชีวิตที่อยู่ภายใต้องค์ผู้ทรงอุปถัมภ์

สวัสดีปีใหม่ครับผู้อ่านทุกท่าน ปีเก่า คือ ปี 2016 ผ่านไป ปีใหม่ คือ ปี 2017 กำลังจะมา  ปีแล้วปีเล่าผ่านไป ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกสิ่ง  ที่ทำให้เราสามารถผ่านสถานการณ์ต่างๆมาได้  เพราะพระองค์ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของเรา  เรามีสปอนเซอร์หลัก  ผู้ให้การสนับสนุนเราอย่างเป็นทางการเสมอมา

สำหรับบทความในครั้งนี้  ผมขอนำถ้อยคำจากพระธรรมสดุดี 121 ดังนี้
สดุดี 121:1-8
ข้าพเจ้า​เงย​หน้า​ดู​ภูเขา ความ​อุปถัมภ์​ของ​ข้าพเจ้า​มา​จาก​ไหน  
ความ​อุปถัมภ์​ของ​ข้าพเจ้า​มา​จาก​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก 
3 ​พระ​องค์​จะ​ไม่ให้​เท้า​ของ​ท่าน​พลาด​ไป ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​อารักขา​ท่านจะ​ไม่​เคลิ้ม​ไป  
ดู​เถิด ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​อารักขา​อิสราเอล  จะ​ไม่​ทรง​หลับ​สนิท​หรือ​นิทรา  
5 ​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ผู้​อารักขา​ท่าน ​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ที่​กำบัง​ที่​ข้าง​ขวามือ​ของ​ท่าน  
ดวง​อาทิตย์​จะ​ไม่​โจมตี​ท่าน​ใน​เวลา​กลางวัน หรือ​ดวง​จันทร์​ใน​เวลา​กลางคืน  
7 ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อารักขา​ท่าน​ให้​พ้น​ภยันตราย​ทั้งสิ้น ​พระ​องค์​จะ​ทรง​อารักขา​ชีวิต​ของ​ท่าน 
8 ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อารักขา​การ​เข้า​ออก​ของ​ท่าน  ตั้งแต่​กาล​บัดนี้​สืบไป​เป็น​นิตย์

พระธรรมสดุดีตอนนี้เป็นบทเพลงแห่ขึ้น(Song  of  Ascents) เป็นบทเพลงที่คนอิสราเอลใช้ร้องในขณะเดินทางไปพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อนมัสการพระเจ้าในเทศกาลประจำปี 

ผมเชื่อว่าในช่วงเวลานั้นหนทางในการเดินทางคงจะยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขา หนทางคงจะขรุขระ เต็มไปด้วยหินแหลมคม  สภาพอากาศร้อนแบบทะเลทราย กลางวันร้อนและกลางคืนหนาวเย็น นอกจากนี้ยังอาจจะมีอันตรายจากสัตว์ร้ายในยามค่ำคืน หรืออาจะมีโจรที่คอยดักปล้นทำร้าย จ้องที่จะแย่งชิงทรัพย์สินไป

ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงได้ร้องเพลงบทนี้ขึ้นเป็นบทเพลงที่ปลุกใจให้หันกลับจากความกลัว  หันกลับมามองดูพระเจ้า  ผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ เป็นพระเจ้าผู้ทรงปกป้องคุ้มครอง และเป็นผู้นำทางให้มุ่งตรงไปสู่ความปลอดภัย สู่ความสว่าง และสู่จุดหมายปลายทาง

เมื่อเปรียบเทียบชีวิตของเราเป็น “นักเดินทางเราก็จะต้องมาพบกับทางแยกเพื่อเป็นจุดตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ  ที่ผ่านไปปีแล้วปีเล่า  อาจมีหลายสิ่งที่เรามองไป แล้วอาจรู้สึกคร้ามกลัว  กลัวล่วงหน้า ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เรากลัวนั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ เป็นแต่เพียงความคิด ความรู้สึก และความกระวนกระวายล่วงหน้า

บางคนอาจจะกระวนกระวายใจ ว่าปีหน้าจะไปทิศทางไหนดี เงินจะพอใช้จ่ายไหม? 
บางคนอาจกังวลใจ คิดถึงเรื่อง ธุรกิจ การงาน  การเรียน หรือครอบครัว 
ชีวิตอาจจะยากลำบากเหมือนเข็นครกขึ้นเขา  ยอดเขาอาจเป็นจุดหมายปลายทางที่จะต้องไปให้ถึง แต่ที่นั่นยาวไกลจนน่าครั่นคร้ามเมื่อมองด้วยสายตามนุษย์  

หากเราคิดแบบมนุษย์ นั้น ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกินที่ทำให้เรากลัว และขาดสันติสุข
แต่พระเจ้าต้องการให้เราสวมความคิดใหม่และจดจ้องอยู่ที่พระองค์

ในช่วงรอยต่อของปี ระหว่างปีเก่าและปีใหม่นี้ พระเจ้าเรียกให้เรามองที่พระองค์
ให้เราเข้าสู่ฤดูกาลใหม่  ด้วยสายตาทอดมองอย่างถูกที่ ถูกทาง  คือ สายตาจ้องมองที่พระเจ้า

ผมขอหนุนใจให้เราได้ใช้วันหยุดนี้  จัดเวลา หาสถานที่เงียบสงบ อธิษฐานเพื่อเสาะหาทิศทางจากพระเจ้า  มองไปที่พระเจ้าก่อนมองสิ่งใด ๆ เพื่อเส้นทางในปีที่เข้ามานี้ พระเจ้าจะนำทิศนำของเราอย่างแท้จริง วางใจในพระเจ้าผู้เป็นพ่อที่แสนดีและชีวิตของเราจะอยู่ภายใต้องค์ผู้ทรงอุปถัมภ์  

เมื่อเราอ่านในข้อที่ 1-2 เราจะพบว่า ผู้เขียนซึ่งกำลังเดินทางมุ่งตรงไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ในขณะที่เดินทางไปใจก็คร้ามกลัวสิ่งที่จะต้องพบเจอ  เมื่อเดินผ่านภูเขาลูกหนึ่งนั้น ก็ได้เงยหน้าขึ้นมองยอดเขาและถามขึ้นว่า ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้ามาจากไหน

เมื่อเราเดินทางมาเจอภูเขา มุมมองของเราเป็นเช่นไร  มองว่าภูเขา(ปัญหา) เป็น "อุปสรรค" หรือ "อุปกรณ์" เพื่อใช้ออกกำลังกายให้ข้ามผ่านไป 
ผู้เขียนมองว่าภูเขาทำให้เขานึกถึง "พระเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์"  

คำว่า  ความอุปถัมภ์” ตรงนี้ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “help” ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษาฮีบรู คือ คำว่า 'ezer  (ay'-zer) เอเซอร์ ให้ความหมายถึง การช่วยเหลือ การสนับสนุน และการปกป้องคุ้มภัย

บุคคลคนหนึ่งในพระคัมภีร์ เป็นปุโรหิต ชื่อว่า  "เอลีเอเซอร์" แปลว่า  พระเจ้าทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือ  (God is a Helper) (1 พงศาวดาร 15:24) 

หลังจากตั้งคำถามในข้อที่ 1  ผู้เขียนคิดขึ้นมาได้ทันทีในข้อที่ 2  ว่า  ความ​อุปถัมภ์​ของ​ข้าพเจ้า​มา​จาก​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก 

คำตอบที่ได้รับคือ  ความ​อุปถัมภ์ไม่ได้มาจากใครที่ไหน  ไม่ใช่ขุนเขาสูงใหญ่ตรงหน้านั้น  ไม่ใช่พระบาอัล เหล่ารูปเคารพที่มนุษย์สร้างไว้บนยอดเขาที่พวกเขาสักการะกันบนนั้น แต่ความ​อุปถัมภ์​ของ​เรามา​จาก​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก

พระเจ้าผู้ทรงสร้างยิ่งใหญ่กว่าพระที่มนุษย์สร้าง รูปเคารพที่พวกเค้ารักไม่ใช่คำตอบ และช่วยเหลือเขาไม่ได้จริง   รูปเคารพยังมีความเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาต้องมาทำการซ่อมแซมบูรณะ แต่พระเจ้าผู้ทรงสร้างจักรวาล พระองค์ไม่เคยทำผิดพลาด และพระองค์ไม่เคยหลับหรืออ่อนกำลัง 

3 ​พระ​องค์​จะ​ไม่ให้​เท้า​ของ​ท่าน​พลาด​ไป ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​อารักขา​ท่านจะ​ไม่​เคลิ้ม​ไป  
ดู​เถิด ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​อารักขา​อิสราเอล  จะ​ไม่​ทรง​หลับ​สนิท​หรือ​นิทรา  


Christ the Redeemer
ในประเทศบราซิล มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก คือ พระเยซูพระผู้ไถ่ (Christ the Redeemer) 

รูปปั้นพระเยซูขนาดยักษ์ ความสูงถึง 38 เมตรประดิษฐ์สถานอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด แลนด์มาร์ค ความยิ่งใหญ่ของรูปปั้นนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่ไกลออกไปรอบๆ เมืองสามารถมองเห็นได้ชัดเจน  บนยอดเขากอร์โกวาดูที่มองลงไปเห็นเมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล มีรูปปั้นพระเยซูพระผู้ไถ่ ซึ่งเป็นรูปปั้นพระเยซูที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ด้วยความสูง 30 เมตรความกว้างสุดปลายแขนสองข้าง 28 เมตร รูปปั้นนี้มีน้ำหนักถึง 635 ตัน สามารถมองเห็นได้ทั้งกลางวันและกลางคืนไม่ว่าจากที่ใดในเมืองเพียงแค่มองไปทางภูเขาก็จะได้เห็นรูปปั้นพระเยซูพระผู้ไถ่

พระคัมภีร์ใหม่บอกเราว่า พระเยซูมิได้ทรงเป็นเพียงพระผู้ไถ่ แต่ทรงเป็นองค์พระผู้สร้างจักรวาล 
พระเยซูทรงตรัสว่า เราเป็นหนึงเดียวกับพระบิดา เราเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลกนี้ (ยอห์น 10:30-33) 

พระเยซูคริสต์ พระองค์ผู้เดียวก็เพียงพอที่จะเป็นกำลังของเราและนำก้าวย่างของเราในการใช้ชีวิตในโลกที่อันตรายและสับสนนี้ เพราะทรงเป็นพระผู้ทรงอุปถัมภ์


 ข้อคิดเรื่อง "ชีวิตที่อยู่ภายใต้องค์ผู้ทรงอุปถัมภ์" เป็นดังนี้  

1.ชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือเสมอ (ข้อ 3-4) 

3 ​พระ​องค์​จะ​ไม่ให้​เท้า​ของ​ท่าน​พลาด​ไป ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​อารักขา​ท่าน​จะ​ไม่​เคลิ้ม​ไป  
ดู​เถิด ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​อารักขา​อิสราเอล  จะ​ไม่​ทรง​หลับ​สนิท​หรือ​นิทรา  

พระวจนะบอกกับเราอย่างชัดเจนว่า พระเจ้าผู้ทรงอารักขาเรานั้น  ทรงเป็นพระเจ้าแบบ  full time God  พระองค์ทรงเฝ้าจับตามเราตลอดเวลา 24 ชั่วโมง  ทรงเป็นยามที่ไม่เคยหลับยาม  

แม้ในยามหลับหรือยามตื่น พระองค์จะดูแลเราตลอดเวลา และนี่คือ คำมั่นสัญญาของพระเจ้าที่บอกกับเรา ว่า พระเจ้าจะไม่เคลิ้มไป  พระเจ้าจะไม่ทรงหลับสนิทหรือนิทราไป แต่ทรงเฝ้ามองเรา  ทั้งในขวบปีที่ผ่านมา และทรงสัญญาถึงขวบปีที่อยู่ข้างหน้าเราทั้งหลายเช่นกัน 

เหตุผลเดียวที่พระองค์กระทำเช่นนั้น ก็คือ  เราคือ แก้วตาดวงใจของพระเจ้า  ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ไม่ว่าเราจะเข้าใจ หรือไม่เข้าใจ แต่พระเจ้าต้องการย้ำว่า เราคือ แก้วตาดวงใจของพระองค์” 

พระเจ้าทรงเปรียบคนอิสราเอลประชากรของพระองค์ว่าเป็น "แก้วพระเนตรของพระองค์" 

เฉลยธรรมบัญญัติ  32:10  "พระองค์ทรงพบเขาในแผ่นดินทุรกันดาร  ในที่เปลี่ยวเปล่ามีแต่เสียงเห่าหอน  พระองค์ทรงโอบล้อมเขาไว้  และทรงดูแลเขาอยู่  ทรงรักษาเขาไว้ดังแก้วพระเนตรของพระองค์ 

เศคาริยาห์ 2:8 เมื่อ​พระ​สิริ​ใช้​เรา​ให้​ไป​ยัง​ประชาชาติ​ที่​ปล้น​เจ้า (​เพราะ​ว่า​ผู้ใด​ได้​แตะ​ต้อง​เจ้า ​ก็​ได้​แตะ​ต้อง​แก้ว​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์​) ​….

2. ชีวิตจะได้รับการทรงนำ (ข้อ 3)

3 ​พระ​องค์​จะ​ไม่ให้​เท้า​ของ​ท่าน​พลาด​ไป ​…. 

การเฝ้าจับตามองของพระเจ้า ทำให้เท้าของเราทั้งหลาย ไม่พลาดพลั้งไป แม้ในขวบปีที่ผ่านมา เราอาจเป็นเหมือนลูกเล็ก ๆ เดินล้มลุกคลุกคลาน ดีบ้างร้ายบ้าง เข้มแข็งบ้างอ่อนแอบ้าง แต่การล้มโดยความอ่อนแอนั้น พระเจ้าจะผยุงให้ลุกขึ้นได้เสมอ 

สุภาษิต 24:16   เพราะคนชอบธรรมล้มลงเจ็ดครั้งแล้วก็ลุกขึ้นอีก  แต่คนชั่วร้ายจะถูกความลำบากยากเย็นคว่ำลง

แม้ล้ม แต่เมื่อเรากลับใจ หันกลับมาหาพระเจ้า พระเจ้าก็พร้อมให้อภัย และจะทรงจูงมือเราต่อไปเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางที่พระเจ้าวางไว้สำหรับชีวิตของเรา 

จำไว้ว่า ล้ม แล้ว อย่ากลัวที่จะ "ลุก" .. "ทุกข์แล้ว อย่ากลัวที่จะ "ยิ้ม" ...

ผู้ที่จะพาเราไปคือ พระเจ้า พระองค์จะไม่ทอดทิ้งเรา ให้ล้มลุกคลุกคลาน 

เฉลยธรรมบัญัติ 31:8     ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเจ้า  พระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย  พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย  อย่ากลัวและอย่าขยาดเลย"

ฉะนั้น จงอย่ากลัว นี่คือ คำมั่นสัญญาที่พระเจ้าบอกว่า จงไปต่อ ลุกขึ้น เดินต่อไป เส้นทางยังอีกยาวไกล ไป แล้วเราจะนำหน้าเจ้าไป 

สิ่งสำคัญคือ  การไปโดยให้พระเจ้านำหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อย่าเดินนำหน้าพระเจ้า และอย่าเดินช้ากว่าการนำของพระเจ้า  ขอให้เราทั้งหลายก้าวเดินไป เดินตามการทรงนำของพระเจ้าไปอย่างใกล้ชิด 
และประการสุดท้ายของชีวิตที่อยู่ภายใต้องค์ผู้ทรงอุปถัมภ์ นั่นคือ

3. ชีวิตจะได้รับการปกป้อง– (ข้อ 5-8) 

5 ​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ผู้​อารักขา​ท่าน ​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ที่​กำบัง​ที่​ข้าง​ขวามือ​ของ​ท่าน   
ดวง​อาทิตย์​จะ​ไม่​โจมตี​ท่าน​ใน​เวลา​กลางวัน หรือ​ดวง​จันทร์​ใน​เวลา​กลางคืน   
7 ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อารักขา​ท่าน​ให้​พ้น​ภยันตราย​ทั้งสิ้น ​พระ​องค์​จะ​ทรง​อารักขา​ชีวิต​ของ​ท่าน  
8 ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อารักขา​การ​เข้า​ออก​ของ​ท่าน  ตั้งแต่​กาลบัดนี้​สืบไป​เป็น​นิตย์ 

ผู้เขียนพระธรรมสดุดีได้ให้ความมั่นใจว่า พระเจ้าจะทรงปกป้องผู้เดินทางไว้ให้ปลอดภัย ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก็ตาม 
พระวจนะบอกว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้อารักขาท่าน ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า The keeper
ส่วนในภาษาฮีบรู มาจากคำว่า ชามาร์” shamar (shaw-mar') ซึ่งให้ภาพของการล้อมรั้วกั้นไว้ด้วยต้นหนาม การป้องกัน และการเอาใจใส่ (shall preserve)

พระนามของพระเจ้า คือ พระยาห์เวห์ ซัมมาร์ ( Yahweh Shammah) หมายถึง  พระเจ้าทรงอยู่ที่นั่นด้วย ทรงประทับอยู่ร่วมกับเรา

นอกจากนี้พระวจนะยังบอกว่า พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังที่ข้างขวามือ 
คำว่าที่กำบัง ในภาษาฮีบรูมาจากคำว่า เซลล์” tsel (tsale) ให้ภาพของการดูแลปกป้องให้พ้นจากอันตราย 

ส่วนคำว่า ที่ข้างขวามือ ให้ภาพของพระเจ้าผู้อยู่เคียงข้าง ในฐานะของบอดีการ์ด(Body guard) ผู้มีโล่ปกป้องกันเราให้พ้นจากอันตรายทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีสิ่งใดทำร้ายเราได้
กล่าวแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า ต่อไปนี้ เราจะใช้ชีวิตอย่างประมาท  ดำเนินชีวิตอย่างไรก็ได้เพราะมี body guard คอยปกป้องระวังให้หมดแล้ว พระเจ้าไม่ได้บอกให้เราใช้ชีวิตโดยประมาท 

แต่ให้ใช้ชีวิตโดยมั่นใจในพระเจ้า และดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังไม่ประมาท ไม่เปิดช่อง เพราะมารก็วนเวียนรอบ ๆ ตัวเราดุจสิงห์คำราม เช่นกัน 

ในข้อที่ บอกว่า  ดวง​อาทิตย์​จะ​ไม่​โจมตี​ท่าน​ใน​เวลา​กลางวัน หรือ​ดวง​จันทร์​ใน​เวลา​กลางคืน 

นั่นคือ อันตรายทั้งในยามกลางวัน และกลางคืน จะไม่อาจมาถึงตัวเราได้ เพราะพระเจ้าเฝ้าปกป้องอยู่ 
เช่นเดียวกับชนชาติอิสราเอล ที่พระองค์ทรงนำพวกเขาออกมาจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ เมื่อพวกเขาเดินทางในถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าทรงนำพวกเขาและปกป้องพวกเขาไว้ด้วยเสาเมฆและเสาเพลิง 
อพยพ 13:21-22 
21   พระเจ้าเสด็จนำทางพวกเขาในเวลากลางวันด้วยเสาเมฆ  และตอนกลางคืนด้วยเสาเพลิง  ให้เขามีแสงสว่างเพื่อจะได้เดินทางได้ทั้งกลางวันและกลางคืน 
22   เสาเมฆในเวลากลางวันและเสาเพลิงในเวลากลางคืน  มิได้คลาดจากเบื้องหน้าประชากรเลย 
 ถ้าพระเจ้าไม่อนุญาตด้วยวัตถุประสงค์เบื้องหลังใด ๆ ก็ตาม จะไม่มีอันตรายใด ๆ มาประชิดตัวเราได้เลย  ยกเว้น พระเจ้าอนุญาตให้สถานการณ์ร้ายเกิดขึ้นสำหรับบางคน เพื่อผลดี ที่ซ่อนอยู่สำหรับคนนั้น พระเจ้าจะทรงอารักขาเรา ด้วยความรักของพระองค์ ดังภูเขาที่โอบล้อมเป็นป้อมปราการทางภูมิประเทศที่ปกป้องกรุงเยรูซาเล็ม 

สดุดี 125:2   ภูเขาอยู่รอบเยรูซาเล็มฉันใด  พระเจ้าทรงอยู่รอบประชากรของพระองค์  ตั้งแต่เวลานี้สืบต่อไปเป็นนิตย์ฉันนั้น  

คำมั่นสัญญาของพระเจ้าคือ จะทรงอยู่รอบประชากรของพระองค์ กำบัง ป้องกันเรา ให้พ้นจากอันตรายทั้งสิ้น ไม่เพียงทรงกระทำแค่วานนี้ แต่พระวจนะบอกว่าสืบไปเป็นนิตย์ 

คำว่า "สืบไปเป็นนิตย์"  หมายถึง ตั้งแต่แรกที่เราเชื่อ ขณะนี้ที่เราเชื่อ และจะคงอยู่ตลอดไปในอนาคต 
แม้ว่าความมั่นคงและปลอดภัยในฝ่ายภายภาพ ยังมีวันที่จะเสื่อมไปแต่พันธสัญญาของพระองค์ไม่เคยเสื่อมสลาย 
อิสยาห์ 54:10   เพราะภูเขาอาจจะพรากจากไป  และเนินอาจจะคลอนแคลน  แต่ความรักมั่นคงของเราจะไม่พรากไปจากเจ้า  และพันธสัญญาแห่งสันติภาพของเราจะไม่คลอนแคลนไป  …. 

ความรักของพระองค์จะไม่ขาดไปจากเราเลย 
โรม.8:35-39 
35 แล้ว​ใคร​จะ​ให้​เรา​ทั้ง​หลาย​ขาด​จาก​ความ​รัก​ของ​พระ​คริสต์​ได้​เล่า จะ​เป็น​ความ​ทุกข์ หรือ​ความ​ยาก​ลำบาก หรือ​การ​เคี่ยวเข็ญ หรือ​การ​กันดาร​อาหาร หรือ​การ​เปลือย​กาย หรือ​การ​ถูก​โพย​ภัย หรือ​การ​ถูก​คม​ดาบ​หรือ​ 
36 ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์​ว่า เพราะ​เห็น​แก่​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​จึง​ถูก​ประหาร​วัน​ยัง​ค่ำ  และ​นับว่า​เป็น​แกะ​สำหรับ​จะ​เอา​ไป​ฆ่า  
 37 แต่​ว่า​ใน​เหตุการณ์​ทั้ง​ปวง​เหล่า​นี้ เรา​มี​ชัย​เหลือล้น​โดย​พระ​องค์​ผู้​ได้​ทรง​รัก​เรา​ทั้ง​หลาย​
38  เพราะ​ข้าพเจ้า​เชื่อมั่น​ว่า แม้​ความ​ตาย หรือ​ชีวิต หรือ​บรรดา​ทูตสวรรค์ หรือ​เทพ​เจ้า หรือ​สิ่ง​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​ปัจจุบัน​นี้ หรือ​สิ่ง​ซึ่ง​จะ​มี​ใน​ภาย​หน้า หรือ​ฤทธิ์​เดช​ทั้ง​หลาย​  39 หรือ​ซึ่ง​สูง หรือ​ซึ่ง​ลึก หรือ​สิ่ง​ใดๆ อื่น​ที่​ได้​ทรง​สร้าง​แล้ว​นั้น จะ​ไม่​สามารถ​กระทำ​ให้​เรา​ทั้ง​หลาย​ขาด​จาก​ความ​รัก​ของ​พระ​เจ้า ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​ได้ 

ความรักของพระเจ้าจึงเป็นความมั่นใจและเป็นป้อมปราการที่เราจะเข้าไปพักสงบได้อย่างอบอุ่นและผ่อนคลาย   
เมื่อเรานำชีวิตของเราให้ตรงกับวาระเวลาของพระเจ้า (Align your timeline with the Lord’s Timeline!)  พระเจ้าจะนำเราไปสู่วาระและฤดูกาลใหม่ของพระองค์ 

นี่เป็นเวลาที่เราจะเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจกับพระเจ้า เพื่อจะฟังเสียงและเคลื่อนตามเป้าประสงค์ของพระองค์ในปีข้างหน้า 

กิจการฯ 3:19 เหตุ​ฉะนั้น​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​หัน​กลับ​และ​ตั้งใจ​ใหม่ เพื่อ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ลบ​ล้าง​ความ​ผิด​บาป​ของ​ท่าน​เสีย เพื่อ​วาระ​พักผ่อน​หย่อน​ใจ​จะ​ได้มา​จาก​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​

ขอพระเจ้าอวยพระพรให้ชีวิตที่อยู่ภายใต้องค์ผู้ทรงอุปถัมภ์นะครับ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น