เทศกาลปูริม เทศกาลแห่งความเป็นและความตาย

ช่วงวันที่ 4-5 มี.ค.2015 ประเทศอิสราเอลมีการเฉลิมฉลองเทศกาล "ปูริม"(Purim)   ซึ่งต้นกำเนิดของเทศกาลปูริมอยู่ในพระธรรม "เอสเธอร์"
เทศกาลนี้ เป็นการระลึกเหตุการณ์สมัยพระราชาอาหสุเอรัสแห่งเปอร์เชียร เมื่อพระนางเอสเธอร์และโมรเดคัยลูกพี่ลกน้องของเธอช่วยชาวยิวให้รอดพ้นจากการถูกฆ่า ล้างเผ่าพันธุ์ 
คำว่า ปุริม  มาจากภาษาฮีบรู פּוּרִים แปลว่า สลาก”(lot) เป็นการอ้างอิงถึงการทอดสลากของฮามาน เพื่อหาวันที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวทั้งผู้ใหญ่และเด็ก 
เทศกาลนี้มีการแต่งตัวสวยงาม และมีการละเล่นพื้นเมืองต่างๆที่เรียกกันว่า "ปูริมสปีล"และมีคุกกี้ชนิดพิเศษที่เรียกกันว่า "ฮามานตาชิน"(อสธ.3:7;9:24-26) 

เอสเธอร์ 3:7  ในเดือนแรกซึ่งเป็นเดือนนิสานปีที่สิบสองแห่งรัชกาลกษัตริย์อาหสุเอรัส เขาพากันทอดเปอร์ คือสลาก ต่อหน้าฮามานเพื่อหาวัน และเขาทอดเปอร์เพื่อหาเดือน ได้วันที่สิบสามและเดือนที่สิบสอง คือเป็นเดือนอาดาร์


เอสเธอร์ 9:24-26 
24 เพราะฮามานบุตรฮัมเมดาธาคนอากัก ศัตรูของพวกยิวทั้งปวง ได้ปองร้ายต่อพวกยิวเพื่อทำลายเขาได้ทอดเปอร์ คือสลาก เพื่อล้างผลาญและทำลายเขา...
26 เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกวันเหล่านี้ว่า ปูริม ตามคำเปอร์ ดังนั้น เพราะทุกอย่างที่เขียนไว้ในจดหมายนี้ และเพราะสิ่งที่พวกยิวต้องเผชิญในเรื่องนี้และสิ่งที่อุบัติแก่เขา


สิ่งที่น่าสนใจจากการศึกษาเทศกาลนี้ สืบเนื่องมาจาก คำเผยพระวจนะของดร.ชัค เพียร์ซ ในวันที่ 18 .. 2015 ที่ผ่านมา ให้จับตาดูตัวอักษรเฮ้  (Hei- 
ה)  มีคำต่างๆที่ขึ้นต้นด้วยตัวเฮ้ ดังนี้ เช่น คำว่า ลมพายุหมุน(Whirlwind,หน้าต่าง(Window,สรรเสริญ(Hallelujah-Praise),พักสงบ(Rest ปีแห่งการพักสงบ ปีสะบาโต(ซามิตะ -Shmita) ),ชีวิต(Life),การรื้อฟื้น (Renew) ชื่อคนที่เกี่ยวของคือ ฮาการ์(Hagar-เกี่ยวกับอิชมาเอล =มุสลิมจะมาเชื่อ)พระนางเอสเธอร์(Esther)  ชื่อเอสเธอร์ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยตัวเฮ้แต่ ชื่อเดิมของเธอคือ "ฮาดาชาห์" ขึ้นต้นด้วยตัวเฮ้ )

พระราชินีเอสเธอร์หรือชื่อเดิมคือ  "ฮาดาชาห์" (הֲדַסָּה : Hadassah) ในเทศกาลปูริม เกี่ยวข้องกับคำเฮ้ คือ คำว่า เอเธอร์ หรือ "ฮาดาชาห์" ,ชีวิต(Life),การรื้อฟื้น (Renew ดังนี้
พระราชินีเอสเธอร์หรือชื่อเดิมคือ  "ฮาดาชาห์" (הֲדַסָּה : Hadassah)

เอสเธอร์ 2:7 ท่านได้เลี้ยงดู ฮาดาชาห์คือ เอสเธอร์ บุตรสาวลุงของท่านเพราะเธอไม่มีพ่อแม่ สาวคนนี้รูปงามและน่าดู เมื่อบิดามารดาของเธอสิ้นชีวิตแล้ว โมรเดคัยก็รับเธอมาเลี้ยงเป็นบุตรี

ชื่อของเธอเป็นภาษาฮีบรู ขึ้นต้นด้วยตัวเฮ้ (Hei – הֲ ปี 5775 เป็นปีของตัวอักษร เฮ้
"ฮาดาชาห์" หมายถึง  "ต้นเมอเทิล"(myrtle”)  ดอกของเมอเทิลมีความหมายว่า "ความรัก" เป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงานของชาวฮีบรู ที่ใช้ตกแต่งในงานแต่งงาน  
นอกจากนี้ยัง หมายถึง การรื้อฟื้น (Renew) มาจาก คำว่า คาแดช" חָדַשׁ -Chadash (H2318)  หมายถึง เพื่อต่ออายุ สร้าง และซ่อมแซม รื้อฟื้น

บทเพลงคร่ำครวญ 5:21 โอ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้กลับสู่พระองค์เถิด แล้วพวกข้าพระองค์จะกลับสู่พระองค์ ขอทรงฟื้น (H2318เดือนปีของข้าพระองค์ให้เหมือนดังก่อน
Turn thou us unto thee, O LORD, and we shall be turned; renew our days as of old. KJV


เป็นการรื้อฟื้นพันธสัญญา (Renewed Covenant)หรือการต่ออายุสัญญาที่กำลังจะหมด ในภาษาฮีบรูเรียกว่าBrit  Chadashah” อ่านว่า “เบทริท ฮาดาชาห์"

Brit=covenant ,Chadasha=new or renewed.  ซึ่งหมายความว่า ชาวยิวถูกเริ่มใหม่ หรืออาจจะหมายถึง พันธสัญญา คือการเข้าสุหนัต  แสดงถึงการชำระล้างจิตวิญญาณให้สะอาด
เป็นการเล็งถึงพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่(New Covenant หรือ New Testament แปลความได้ว่า "พินัยกรรมใหม่" ทำโดยพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเราจะได้รับมรดกตามพินัยกรรม 

เทศกาลนี้เป็นภาพเงาเล็งถึงพันธสัญญาใหม่โดยการหลั่งพระโลหิตของพระคริสต์ที่ไม้กางเขนนำมาสู่แผนการความรอดมาสู่ผู้ที่เชื่อในพันธสัญญานี้

พระเยซูคริสต์ถูกตรึงที่ไม้กางเขน  สิ้นพระชนม์อยู่ในอุโมงค์ 3 วันและพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่ 3 หมายสำคัญนี้เป็ยชัยชนะของผู้เชื่อเช่นเดียวกับคนยิว เมื่อเอสเธอร์ได้อดอาหารอธิษฐานเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน และชัยชนะเป็นของชาวยิว

ในวันที่ 3 หลังจากการตึงกางเขนของพระองค์ในช่วงเวลาของเทศกาลปัสกา พระเยซูทรงฟื้นขึ้นมมจากความตาย เป็นหมายสำคัญซึ่งเป็น "ผลแรก หรือ First Fruits" ของการเป็นขึ้นมาจากความหมาย

1 โครินธ์ 15:20 แต่ความจริงพระคริสต์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกในพวกคนทั้งหลายที่ได้ล่วงหลับไปแล้วนั้น

พระเยซูคริสต์ทรงทำหน้าที่เป็นมหาปุโรหิตในพระวิหาร นำ"ผลแรก" มาทำพิธีถวายโบกแด่พระเจ้า เป็นการเก็บเกี่ยวของวิญญาณของบรรดาผู้คนในวันที่ 3  นำเสนอต่อพระบิดาในสวรรค์

เลวีนิติ 23:17 จงนำขนมปังสองก้อนทำด้วยแป้งสองในสิบเอฟาห์จากที่อาศัยของเจ้ามาทำพิธียื่นถวาย ให้ทำด้วยยอดแป้งใส่เชื้อปิ้งเป็นผลรุ่นแรกถวายแด่พระเจ้า

ในพระธรรมเอสเธอร์ กษัตริย์อาหสุเอรัสทรงออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ (Renewed Decree) เพื่อประกาศความรอดให้กับคนยิว   ในทำนองเดียวกัน ทางเดียวกัน พระยาห์เวห์ นำเสนอ "พันธสัญญาใหม่" ทำให้เราทั้งหลายรอดจากการทำร้ายของมารซาตานและเป็นชัยชนะผ่านทางพระเยซูคริสต์เป็นดั่งแกะที่ถูกนำมาไปฆ่าในเทศกาลปัสกา 


พระเยซูคริสต์ทรงรับมอบสิทธิอำนาจนี้และประกาศพันธสัญญาใหม่ผ่านทางพิธีมหาสนิท นั่นคือการรับประทานขนมปังไร้เชื่อในเทศกาลปัสกา

1โครินธ์ 11:25 เมื่อรับประทานแล้ว พระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกัน ตรัสว่า "ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา"

2โครินธ์ 3:6 ผู้ทรงโปรดประทานให้เราสามารถที่จะเป็นพันธกรแห่งพันธสัญญาใหม่ อันมิใช่ประมวลกฎแต่เป็นมาโดยพระวิญญาณ ด้วยว่าประมวลกฎนั้นประหารให้ตาย แต่ส่วนพระวิญญาณประทานชีวิต


คำที่เป็นตัวอักษรเฮ้ ในน่าสนใจอีกคำ คือ คำว่า "ฮามาน" เป็นคำที่ขึ้นต้นด้วยอักษรเฮ้   הָמָן หมายถึง ความน่าสงสัย (dubious)

ปูริมจึงเป็นเทศกาลแห่งความเป็นและความตาย  เปรียบเทียบระหว่าง"ฮาดาชาห์" VS ฮามาน

เมื่อกล่าวถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ นึกถึงเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ โฮโลคอสต์ "Holocaust" เป็นภาษากรีก หมายถึง การเผาเป็นเครื่องบูชายัญ (sacrifice by fire)
 แต่ในภาษาฮีบรู คือ คำว่า ฮาโชอะห์ השואה, HaShoah, หมายถึง ภัยพิบัติ (catastrophe)

(เมื่อวันที่ 27 ..2015 ที่ผ่านมาเป็นการครบรอบ 70 ปีของเหตุการณ์"Holocaust") เลข 70 เป็นเลขที่เป็นช่วงเวลาแห่งการจับตามอง หมายถึงตัว อักษรอัยยิน(Ayin-ע‎ )  คือ  "การจับตามอง" 

สำหรับในเดือนอาดาร์(20 ก.พ.-20 มี.ค.2015)  นี้ เราได้ฉลองชัยชนะในเทศกาลปูริม (Purim)ซึ่งมีความหมายด้วยมุมหนึ่งว่า "การบดขยี้"  คำป่าวประกาศ(declare)ในการอธิษฐานตามพระราชกฤษฎีกา(decree) จะมีชัยชนะเหนือศัตรู 

เป็นการเชื่อมต่อไปถึงเดือนหน้าคือ เดือนนิสาน (Nissan - 21 มี.ค.- 19 เม.ย.2015) เดือนนี้ะมีทศกาลปัสกา(Passover) หรือภาษาฮีบรู คือ “เพสัคห์”( Pesach)ในช่วงวันที่ 3-11 เม.ย. 2015 เชื่อว่าจะเป็นเทศกาลปัสกาแห่งการประกาศชัยชนะอย่างเด็ดขาดร่วมกับพระเยซูคริสต์ในการทำสงครามฝ่ายวิญญาณ (เดือนนิสาน  เดือนแห่งสงคราม) 


สำหรับเทศกาลปัสกา(Passover) หรือภาษาฮีบรู คือ “เพสัคห์”( Pesach)ในช่วงวันที่ 3-11 เม.ย. 2015 ในปีนี้วันที่ 4 เม.. 2015 จะมีปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงทำให้ดวงจันทร์กลายเป็นสีเลือด  (Blood moon)  เป็นซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ในรอบปีเดียว เรียกว่า  เทแทรด (Tetrad)
เป็นหมายสำคัญที่เป็นสัญญาณเตือนใจสู่วาระสุดท้าย

ลูกา 21:25,28  "จะมีหมายสำคัญที่ดวงอาทิตย์ ที่ดวงจันทร์ และที่ดวงดาวทั้งปวง และบนแผ่นดินก็จะมีความทุกข์ร้อนตามชาติต่างๆ ซึ่งมีความฉงนสนเท่ห์เพราะเสียงกึกก้องของทะเลและคลื่น ... เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มจะบังเกิดขึ้นนั้น จงยืดตัวและผงกศีรษะขึ้น ด้วยการไถ่ท่านใกล้จะถึงแล้ว" 

โยเอล 2:30-31 "เราจะสำแดงลางมหัศจรรย์ในท้องฟ้าและบนดิน เป็นเลือดและไฟและเสาควัน ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ดวงจันทร์เป็นเลือดก่อนวันใหญ่ยิ่งและน่าสยดสยองแห่งพระยาห์เวห์จะมาถึง"

วิวรณ์ 6:12  "เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่หกนั้นแล้ว ดูเถิด ข้าพเจ้าก็ได้เห็นแผ่นดินไหวใหญ่โต ดวงอาทิตย์ก็กลายเป็นมืดดำดุจผ้ากระสอบขนสัตว์ และดวงจันทร์ก็กลายเป็นสีเลือด
 "  

เทแทรด (Tetrad) ปีนี้ เกิดไปแล้ว 2 ครั้ง  คือครั้งที่ 1 วันที่ 15 เม..2014(เทศกาลปัสกา),ครั้งที่ 1 วันที่ 8 ..2014 (เทศกาลอยู่เพิง) และจะเกิดขึ้นครั้งที่ 3 ในวันที่ 4 เม.. 2015 (เทศกาลปัสกา) และครั้งที่ 4 วันที่ 28 ..2015 ในเทศกาลอยู่เพิง ซึ่งปรากฏการณ์นี้ 2 ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับประเทศอิสราเอล คือ

1. ชนชาติอิสราเอลที่กระจัดกระจายไปทั่วโลกกลับมารวมเป็นประเทศ เกิดขึ้นเป็นจริงเมื่อปี ค.ศ.1948   ปรากฏการณ์เทแทรด (Tetrad เกิดขึ้นเมื่ออิสราเอลกลับมาเป็นประเทศหลังจากไม่ได้เป็นประเทศ 1,878 ปี  เมื่ออิสราเอลประกาศกลับมาเป็นประเทศ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 1948  สงครามนี้เรียกว่า สงครามของความเป็นอิสระ และเกิดในช่วงเทศกาลปัสกา      

2.ชนชาติอิสราเอลอิสราเอลได้กรุงเยรูซาเล็มกลับคืนมา   เกิดขึ้นเป็นจริงเมื่อปี ค.ศ.1967  ในช่วงวันที่ 5 - 10 มิถุนายน เรียกว่า "สงคราม 6 วัน" ( Six Day War) สงครามนี้สำคัญมากๆเพราะในตอนนั้นเขาชนะได้เมืองหลวงของเขากลับคืนมาคือ กรุงเยรูซาเล็ม หลังจากหายไป 1,897 ปี   ก่อนสงครามนั้นในเทศกาลปัสกา มีจันทรุปราคาเป็นการเริ่มต้นของเทดเทรด   
เป็นการรวมชาติอิสราเอลตามพระคัมภีร์พยากรณ์ ใน เอเสเคียล 37:1-2, 7-9,11
 "พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือข้าพเจ้า และพระองค์ทรงนำข้าพเจ้าออกมาด้วยพระวิญญาณของพระพระยาห์เวห์และวางข้าพเจ้าไว้ที่กลางหว่างเขา มีกระดูกเต็มไปหมด พระองค์ทรงพาข้าพเจ้าไปเที่ยวในหมู่กระดูกเหล่านั้น ดูเถิด มีกระดูกที่หว่างเขานั้นมากมายเหลือเกิน และดูเถิด เป็นกระดูกแห้งทีเดียว ...
ข้าพเจ้าก็พยากรณ์ดังที่ข้าพเจ้าได้รับบัญชา  เมื่อข้าพเจ้าพยากรณ์อยู่นั้นก็มีเสียง และดูเถิด เป็นเสียงกรุกกริก กระดูกเหล่านั้นก็เข้ามาหากันตามที่ของมัน และเมื่อข้าพเจ้ามองดู ดูเถิด ก็เห็นมีเอ็นบนมัน และเนื้อก็มาที่กระดูก และหนังก็มาหุ้มกระดูกไว้ แต่ไม่มีลมหายใจในนั้น แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า จงพยากรณ์แก่ลมหายใจ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงพยากรณ์เถิด จงกล่าวแก่ลมหายใจว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า โอ ลมหายใจเอ๋ย จงมาจากลมทั้งสี่มาหายใจเข้าไปในคนที่ถูกฆ่าเหล่านี้เพื่อให้เขามีชีวิต ... แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือวงศ์วานอิสราเอลทั้งสิ้น ดูเถิด เขาทั้งหลายกล่าวว่า กระดูกของเราแห้ง และความหวังของเราก็สิ้นไป เราได้ถูกตัดส่วนของเราออกเสีย
 "  

เมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ มักจะเกี่ยวกับอิสราเอล
สิ่งที่เราจะทำคือ การเฝ้าดูจับตามองดูอิสราเอล และอธิษฐานเผื่อตามพระธรรม

สดุดี  122:6-7  
 6 จงอธิษฐานขอสันติภาพให้แก่เยรูซาเล็มว่าขอบรรดาผู้ที่รักเธอจงจำเริญ   
7 ขอสันติภาพจงมีอยู่ภายในกำแพงของเธอ และให้ความปลอดภัยอยู่ภายในวังของเธอ

อธิษฐานป่าวประกาศ  คำว่า เอสเธอร์ หรือ "ฮาดาชาห์" หมายถึง ชีวิต(Life),การรื้อฟื้น (Renew)   เพื่อเกิดการรื้อฟื้นคืนชีวิตขึ้นในอิสราเอลให้พวกเขากลับมาหาพระเจ้าตามพระธรรม


บทเพลงคร่ำครวญ 5:21 โอ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้กลับสู่พระองค์เถิด แล้วพวกข้าพระองค์จะกลับสู่พระองค์  ขอทรงฟื้นเดือนปีของข้าพระองค์ให้เหมือนดังก่อน 

เราไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่เราควรจะตืนตระหนักและเฝ้าระวังในการดำเนินชีวิตของเราเสมอ เพราะในวาระเวลาแห่งสงคราม นั้นหมายถึงความเป็นและความตาย เราอยู่ในสงครามในฝ่ายวิญญาณ ที่เป็นสงครามที่มองไม่เห็น  เราต้องดำเนินชีวิตให้พร้อมเสมอ! ถึงเวลาก้าวสู่สงครามด้วยชัยชนะ  ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ 

ความคิดเห็น