เผ่ามนัสเสห์(Manasseh) - ช่อมะกอกที่ออกผล

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน เข้าสู่เดือนเชสวานแล้วนะครับ เชสวานเป็นเดือนที่ 8 ตามปฏิทินศาสนา (Ecclesiastical calendar)และเป็นเดือนที่ 2 ปฏิทินการปกครอง (Civil calendar)ของอิสราเอลซึ่งในปี 2016 จะอยู่ในช่วงวันที่ .- 30 ..

เชสวาน” (Cheshvan) บางทีในภาษาอังกฤษจะเขียนว่า Heshvan เพราะเป็นแปลมาจากภาษากรีกจะใส่ตัว แทน Ch เพราะภาษาฮีบรูจะออกเป็นเสียงตัวอักษร  เพราะสะกดด้วยตัว Chet ח (เฆท)  จะออกเสียงเป็น "เฆทวาน" 
คำว่า เชสวาน”  חֶשְׁוָן,(Cheshvan) ในภาษาฮีบรู จะมีคำนำหน้าเป็นคำว่า มาร์เฆทวาน (Mar Cheshvan)  מַרְחֶשְׁוָןแปลว่า ขม (bitter) ทั้งนี้เพราะเป็น"เดือนแห่งความขมขื่นใจเพราะเป็นเดือนที่ระลึกถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลก(ปฐมกาล 7)และเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธฺ์คนยิว (Holocaust)
ในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า เดือนเชสวาน ชื่อเดิม คือ เดือนบูล (Bul) 

พงศ์กษัตริย์ 6:38 และในปีที่​ 11 ในเดือนบูล (Bul) ซึ่งเป็นเดือนที่ 8 พระนิเวศนั้นก็สำเร็จหมดทุกส่วนตามที่กำหนดไว้ทุกอย่าง พระองค์ทรงสร้างพระนิเวศนั้น​ 7 ปี    

เดือนต่างๆของอิสราเอลจะมีเผ่าประจำแต่ละเดือน  ซึ่งเราได้เรียนรู้จักลักษณะแต่ละเผ่าไปแล้ว ครั้งนี้ผมจะพูดถึงเผ่ามนัสเสห์ 

(หมายเหตุ  เรียนรู้จักลักษณะของเผ่าต่างๆประจำเดือนของอิสราเอลโดยสามารถอ่านบทความที่เขีนยไว้ตาม Link นี้ครับ 
  สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์,อิสสาคาร์ - ลาที่มีกำลังกล้าหาญ,เศบูลุน-เรือสำเภามุ่งสู่จุดหมาย,รูเบน - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว,กาด นักรบผู้เก่งฉกาจ,เอฟราอิม-กระทิงแห่งศักดิ์ศรี)

มนัสเสห์เป็นบุตรหัวปีของโยเซฟซึ่งเกิดในแผ่นดินอียิปต์  ท่านตั้งชื่อบุตรของท่านว่า "มนัสเสห์"(Manasseh) מְנַשֶּׁה  ชื่อหมายความว่า "ทำให้ลืม" เป็นบุตรชายคนโตของโยเซฟ สาเหตุเพราะพระเจ้าทำให้โยเซฟลืมความทุกข์โศกที่ผ่านมา  

ปฐมกาล 41:51 โยเซฟเรียกลูกหัวปีว่า มนัสเสห์ "เพราะว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ข้าพเจ้าลืมความยากลำบากทั้งปวง และบรรดาพงศ์พันธุ์ของบิดาเสีย...

ผมขอตั้งชื่อเป็นภาษาไทย คือ นาย "สิ้นโศก" แม้ว่าจะเป็นบุตรหัวปีของโยเซฟ แต่สิทธิบุตรหัวปีของเขาได้ตกเป็นของน้องชายคือ เอฟราอิม หรือชื่อภาษาไทยที่ผมตั้งคือ นาย "เสริมพงศ์" เพราะพงศ์พันธ์ุของโยเซฟจะเกิดผลทวีคูณเพราะเอฟราอิม ทั้งนี้เนื่องจากการที่ยาโคบหรืออิสราเอลได้อวยพรหลานไว้ 
โยเซฟได้พาบุตรทั้งสองของท่านไปหายาโคบเพื่อนับการอธิษฐานอวยพร (ปฐมกาล 48) ขณะนั้น ยาโคบชรามากแล้ว จะลุกขึ้นนั่งก็แทบจะไม่ไหว เพื่อให้ง่ายต่อบิดา   โยเซฟจึงวางเอฟราอิมไว้ที่มือซ้ายของยาโคบ และมนัสเสห์ไว้ที่มือขวาของยาโคบ 
เนื่องจากมนัสเสห์เป็นบุตรหัวปี  แต่ยาโคบ(อิสราเอล) กลับไขว้มือสลับตำแหน่งการอวยพร  เขาได้วางมือขวาบนศีรษะของเอฟราอิม และอวยพรด้วยสิทธิบุตรหัวปี

     ปฐมกาล  48:14-16  
     14  ฝ่ายอิสราเอลก็เหยียดมือขวาออกวางบนศีรษะเอฟราอิมผู้เป็นน้อง และมือซ้ายวางไว้บนศีรษะมนัสเสห์เหยียดมือออกไขว้กันเช่นนั้น เพราะมนัสเสห์เป็นบุตรหัวปี 
     15 ​แล้วอิสราเอลกล่าวคำอวยพรแก่โยเซฟว่า “ขอพระเจ้าที่อับราฮัมและอิสอัคบรรพบุรุษข้าพเจ้า ​ดำเนินอยู่เฉพาะพระพักตร์นั้น ขอพระเจ้าผู้ทรงบำรุงเลี้ยงข้าพเจ้า ​ตลอดชีวิตจนถึงวันนี้ 
     16 ​ขอทูตสวรรค์ที่ได้ช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งสิ้น ​โปรดอวยพรแก่เด็กทั้งสองนี้ ให้พวกเขาสืบชื่อของข้าพเจ้าและชื่อของอับราฮัม และอิสอัคบรรพบุรุษของข้าพเจ้าไว้ และขอให้พวกเขาเจริญขึ้นเป็นมวลชนบนแผ่นดินเถิด” 

ตามธรรมเนียมของคนยิว บุตรหัวปี (บุตรคนโต) จะได้รับพระพรเป็น เท่า และมือขวาเล็งถึงสิทธิอำนาจและความโปรดปราน เหตุการณ์นี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับโยเซฟเป็นอย่างยิ่ง พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า โยเซฟไม่พอใจ โยเซฟจึงได้จับมือบิดาและพยายามจะสลับกลับให้ถูกต้อง แต่ยาโคบไม่ยอม

ปฐมกาล 48:17-19
17 ​ฝ่ายโยเซฟเมื่อเห็นบิดาวางมือข้างขวาบนศีรษะของเอฟราอิมก็ไม่พอใจ จึงจับมือบิดาเพื่อยกจากศีรษะเอฟราอิมวางบนศีรษะมนัสเสห์ 
18 ​โยเซฟบอกบิดาว่า “พ่อวางไม่ถูก เพราะคนนี้เป็นคนหัวปี ขอพ่อวางมือขวาบนศีรษะเขา 
19 ​แต่บิดาไม่ยอม ตอบว่า “พ่อรู้แล้ว ลูกเอ๋ย พ่อรู้แล้ว เขาจะเป็นคนเผ่าหนึ่งด้วย และเขาจะเป็นใหญ่ด้วย อย่างไรก็ดีน้องจะเป็นใหญ่กว่าพี่ และพงศ์พันธุ์ของน้องนั้นจะเป็นชนหลายหมู่รวมกัน” 
เหตุกาณ์นี้เป็นภาพสัญลักษณ์ (Typology)  นั่นคือ พงศ์พันธุ์ของยาโคบ(อิสราเอล)ที่ได้พร  มนัสเสห์ได้ดีอย่างไร แต่เอฟราอิมจะได้ดียิ่งกว่า!

เราจะเห็นได้ว่าเอฟราอิมได้รับพระพรในส่วนที่ดีที่สุดในฐานะบุตรหัวปี หมายถึงการเริ่มต้นที่ดี เป็นเหตุให้เดือนทิชรีเดือนแห่งการเริ่มต้นปีของอสราเอล เป็นเดือนแห่งเผ่าเอฟราอิม!

สำหรับเดือนนี้เป็นเดือนที่ 2 คือ เดือนเชสวาน เดือนแห่งเผ่าเผ่ามนัสเสห์ เดือนที่เตือนใจให้ลืมความบาดเจ็บ ความขมขื่นใจในอดีตและมุ่งไปสู่อนาคต


มนัสเสห์และเอฟราอิมได้รับความรักอย่างมากมายจากยาโคบ ผู้เป็นปู่ของเขา ยาโคบรับหลานทั้งสองคนไว้เสมือนลูกของตัวเอง และได้อธิษฐานอวยพรมาเหนือหลานทั้ง 2 คน 
มนัสเสห์และเอฟราอิมได้รับพรที่ยิ่งใหญ่ คำอวยพรที่มาถึงพวกเขากลายมาเป็นมาตรฐานที่คนยิวนำมาใช้อวยพรลูกหลานของพวกเขา

ปฐมกาล 48:20 วันนั้นอิสราเอลก็ให้พรแก่ทั้งสองคนว่า “พวกอิสราเอลจะใช้ชื่อเจ้าให้พรว่า ‘ขอพระเจ้าทรงโปรดให้ท่านเป็นเหมือนเอฟราอิม และเหมือนมนัสเสห์ เถิด’ ” ​อิสราเอลจึงให้เอฟราอิมเป็นใหญ่กว่ามนัสเสห์

คนยิวในทุกวันนี้ เมื่อจะกล่าวคำอวยพรเด็กๆ ในวันสะบาโต (Shabbat)  พวกเขาจะอธิษฐานให้พระเจ้าทรงอวยพระพรเด็กๆ ให้เป็นเหมือนเอฟราอิม และมนัสเสห์

เราจะเห็นได้ว่าการกล่าวคำอวยพรเหนือลูกหลาน นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเมื่อเรากล่าวคำอวยพรลูกหลาน ของเรา  พวกเขาก็จะได้รับพระพรนั้น 

สัญลักษณ์ของเผ่ามนัสเสห์ คือ ช่อมะกอกเทศ(Oliveและธนู(Arrow) ตามคำอวยพรของยาโคบ(อิสราเอล) อวยพรหลานของตน คือมนัสเสห์และเอฟราอิม ซึงเป็นบุตรของโยเซฟ  

ปฐมกาล 49:22-24 
22 ​โยเซฟ​เป็น​กิ่ง​(มะกอกเทศ)ที่​เกิดผล ​เป็น​กิ่ง​ที่​เกิดผล​อยู่​ริม​บ่อ​น้ำ ​มี​กิ่ง​เลื้อย​บน​กำแพง
23 ​พวก​ทหาร​ธนู​โจมตี​เขา​อย่าง​โหดร้าย ​ทั้ง​ยิง​และ​ข่มขู่​เขา
24 ​แต่​ธนู​ของ​เขา​เอง​ยืน​หยัด ​ลำ​แขน​ของ​เขา​มี​กำลัง​ขึ้น โดย​พระ​หัตถ์​ของ​ผู้​ทรง​ฤทธิ์​ของ​ยาโคบ ​โดย​พระ​นาม​ของ​ผู้​เลี้ยง​แกะ​คือ​ศิลา​แห่ง​อิสราเอล



หากสืบเชื้อสายแล้วเผ่าเอฟราอิมคือ ประเทศอังกฤษ และมนัสเสห์คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อมนัสเสห์แยกจากเอฟราอิม คือ สหรัฐอเมริกาอเมริกามาตั้งประเทศใหม่
เดือนเชสวานจึงเกี่ยวโยงกับประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 8 พ.ย. ( 7 เชสวาน)
ตราสัญลักษณ์ของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา เป็นรูปนกอินทรีถือช่อมะกอกและธนู เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ของเผ่ามนัสเสห์!
นกอินทรีถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของชาติ ในปี ค.ศ.1782 เพราะนกอินทรีเปี่ยมไปด้วยสปิริตแห่งเสรีภาพ แข็งแรงและทรงพลังจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชาติที่จะนำพาเสรีภาพต่อโลก
ตรานี้เป็นภาพแสดงให้เห็นนกอินทรีกางปีก ตรงหน้าอกมีโล่เป็นแถบสีขาวและแดงในแนวตั้งฉากรวม 13 แถบ ขาขวาเหนี่ยวกิ่งมะกอกไว้ ขณะที่ขาซ้ายมีลูกธนู 13 ดอก (เริ่มแรกสหรัฐฯมี 13 รัฐ)
และจะงอยปากคีบม้วนกระดาษที่บันทึกคำว่า 
"E Pluribus Unum." เป็นภาษาละตินและเป็นคำขวัญประจำชาติ  มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า "From many, one" คือ ความหลากหลายกลายรวมเป็นชาติเดียว
การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นการกำหนดเป้าประสงค์และแผนการในอนาคตของโลกที่ควรจะจับตามองและเฝ้าอธิษฐานเผื่อ!  
สำหรับผลการเลือกตั้ง ผู้ที่ได้เป็นประธานาธิบดี คนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา คือ นาย โดนัลด์ ทรัมพ์ (Donald Trump) เราต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกนับจากนี้ไป 

ประเด็นทางการเมือง ผมขอข้ามไปและไม่กล่าวในที่นี้ แต่สิ่งที่เราจะมาพิจารณา คือ เดือนเชสวาน เดือนแห่งเผ่ามนัสเสห์ ! 
เดือนนี้เชื่อมโยงกับการเกิดน้ำท่วมโลก(The Great Flood) นสมัยของโนอาห์(Noah) บันทึกไว้ในพระธรรมปฐมกาล บทที่ 6-9 
โดยเริ่มต้นในวันที่ 17 เดือนเชสวาน และสิ้นสุดในอีกปีหนึ่งตรงกับวันที่ 28 เดือนนี้เช่นกัน   ดังนั้นเดือนเชสวานจึงเป็นเดือนแห่งการพิพากษาโลกของพระเจ้า  โนอาห์ได้สร้างเรือ(Ark) และอยู่ในเรือในช่วงน้ำท่วมโลกเป็นเวลาถึง 1 ปีกับ 10 วัน 
(ในพระธรรมปฐมกาล บทที่ 7:10-24,8:1-12 พระเจ้าทรงบันดาลให้ฝนตกหนักตลอด 40 วัน จนเกิดน้ำท่วมแผ่นดินเป็นเวลา 150 วัน ผู้คนและสิ่งมีชีวิตทั่วโลกต่างตายจนหมดสิ้น เหลือเพียงครอบครัวของ   โนอาห์และฝูงสัตว์ที่เขานำขึ้นเรืออย่างละคู่  หลังจากนั้น พระเจ้าจึงทรงกระทำให้น้ำลดลง ซึ่งใช้เวลาอีก 150 วัน แผ่นดินจึงแห้ง รวมเวลาทั้งสิ้นประมาณ  370 วัน ( 1 ปีของฮีบรู คือ 360 วัน)  
ปฐมกาล 7:10-24  
10  ครั้น​ล่วง​ไป​  7 ​วัน น้ำ​ก็​ท่วม​แผ่นดิน  
11 ​ เมื่อ​โน​อาห์​มี​อายุ​ได้ 600 ปี ใน​เดือน​ที่​ 2 วันที่​ 17 ของ​เดือน​นั้น (17 เชสวาน) ใน​วัน​นั้นเอง​น้ำพุ​ใต้​บาดาล​ที่​ลึก​มาก​ทั้งหมด​ก็​พลุ่ง​ขึ้น​มา และ​ช่อง​ฟ้า​ก็​เปิด​  
12 ​ฝน​ตก​บน​แผ่นดิน 40 วัน 40 คืน  
13 ​วัน​เดียว​กัน​นั้น​โน​อาห์​กับเชม ฮาม และ​ยาเฟท บรรดา​บุตร​ของ​ท่าน และ​ภรรยา​ของ​โน​อาห์ กับ​บุตร​สะใภ้​สาม​คน​เข้า​ไป​ใน​เรือ...
17 ​น้ำ​ท่วม​แผ่นดิน​ตลอด 40 วัน น้ำ​ทวี​ขึ้น​หนุน​เรือ​ให้​สูง​เหนือ​แผ่นดิน...
24 ​น้ำ​ท่วม​แผ่นดิน​อยู่​ถึง 150 วัน
ปฐมกาล  8:1-12  ​ 
3 ​น้ำ​ก็​ลดลง​จาก​แผ่นดิน​เรื่อยๆ เมื่อ​ล่วง​ไป 150 วัน​แล้ว น้ำ​ก็​ลด​ระดับ​ลง
4 ​ณ วันที่ 17 ของ​เดือน​ที่​ 7 ( 17 นิสาน)  เรือ​ก็​ค้าง​อยู่​บน​เทือกเขา​อา​รา​รัต
8:5 ​น้ำ​นั้น​ลด​ระดับ​ลง​เรื่อยๆ จนถึง​เดือน​ที่ 10 ใน​วันที่​ 1 ​เดือน​ที่10 (10 ทัมมุส) ​ก็​เห็น​บรรดา​ยอด​ภูเขา
6 ​เมื่อ​ครบ 40 วัน​แล้ว โน​อาห์​ก็​เปิด​หน้าต่าง​ที่​ทำ​ไว้​ใน​เรือ
7 ​ปล่อย​กา​ไป​ตัว​หนึ่ง กา​ก็​บิน​ไป​และ​บิน​กลับมา จน​น้ำ​ลด​แห้ง​จาก​แผ่นดิน
8 ​โน​อาห์​ก็​ปล่อย​นกพิราบ​ตัว​หนึ่ง เพื่อ​ดู​ว่า​น้ำ​ลดลง​ไป​จาก​แผ่นดิน​แล้ว​หรือ​ยัง​
9 ​แต่​นกพิราบ​นั้น​ไม่​พบ​ที่​ที่​จะ​เกาะ​ได้ จึง​บิน​กลับมา​หา​โน​อาห์​ที่​เรือ​เพราะ​น้ำ​ยัง​ท่วม​แผ่นดิน​อยู่ โน​อาห์​จึง​ยื่น​มือ​ออกไป​จับ​นกพิราบ​นั้น​มา​หา​ท่าน​นำเข้า​ไป​ใน​เรือ
10 ​โน​อาห์​เฝ้าคอย​อยู่​อีก​ 7 วัน จึง​ปล่อย​นกพิราบ​ไป​จาก​เรือ​อีก
11 ​ครั้น​เวลา​เย็น​นกพิราบ​ก็​กลับมา​หา​โน​อาห์ และ​คาบ​ใบ​มะกอก​เทศ​เขียว​สด​มา​ด้วย โน​อาห์​จึง​รู้​ว่า​น้ำ​ลด​จาก​แผ่นดิน​แล้ว​
8:12 ​โน​อาห์​เฝ้าคอย​อยู่​อีก​  7 ​วัน​หลังจาก​นั้น​จึง​ปล่อย​นกพิราบ​ไป นก​นั้น​ไม่​กลับมา​หา​โน​อาห์​อีก​เลย
ในวันที่ 28 เดือนเชสวาน  โนอาห์ได้นำเครื่องสัตวบูชามาถวายแด่พระเจ้า  และพระองค์ทรงมอบรุ้งกินน้ำให้เป็นพันธสัญญาว่า จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมโลกเพื่อทำลายล้างมนุษย์อีก 
ปฐมกาล 9:13-14  
13 คือเราตั้งรุ้งของเราไว้ที่เมฆ และรุ้งนั้นจะเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาระหว่างเรากับโลก
14 เมื่อเราให้มีเมฆเหนือแผ่นดิน และมีรุ้งขึ้นที่เมฆนั้น
สิ่งที่เป็นข้อคิดจากเหตุกาณ์น้ำท่วมโลกครั้งนี้ คือ 
1.พระเจ้าทรงมีเอกสิทธิ์ในการพิพากษามนุษย์ เมื่อมนุษย์ทำบาปไม่กลับใจจะถูกการพิพากษา
2.โนอาห์เชื่อฟังพระเจ้าในการต่อเรือความรอดจึงมาสู่ครอบครัวของเขา
3.น้ำท่วมจะยังไม่เคลื่อนออกไปจนกว่าพระเจ้าจะจัดการกับรากของปัญหา 
4.พระเจ้าทรงมีเวลาแห่งการปลดปล่อยและทรงเป็นผู้ริเริ่มพันธสัญญาให้กับมุษย์  

เมื่อน้ำเริ่มลดลง โนอาห์ใช้สติปัญญาอย่างมาก ไม่ผลีผลามรีบออกจากเรือ  แม้รู้ว่าน้ำได้ลดลงแล้ว ท่านได้ทดสอบโดยการปล่อยนกอีกาออกไป โนอาห์ส่งไปเพื่อทดสอบว่าน้ำลดลงไหมและมีผู้รอดชีวิตไหม โดยปกติอีกาจะบินไปกินซากศพ   ปรากฏว่าอีกาไม่พบอะไร มันจึงบินกลับมาและท่านจึงได้ปล่อยนกพิราบออกไปหลายครั้งจนมั่นใจแน่ใจ 
เมื่อนกพิราบบินกลับมาพร้อมใบมะกอกเทศเขียวสด และเมื่อปล่อยมันอีกครั้ง มันก็ไม่กลับมาอีกเลย แสดงให้เห็นชัดว่า น้ำแห้งแล้ว มันสามารถหาที่พักทำรังได้  ท่านจึงได้ออกจากเรือ 
ภาพของนกพิราบคาบใบมะกอกเทศจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความปลอดภัย 
ในขณะที่อีกาเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายและสายรุ้งเป็นพันธสัญญาของพระเจ้าที่มีกับมนุษย์ พระเจ้าทรงให้มนุษย์เกิดผลมีลูกดกและครอบครองฝูงสัตว์ต่างๆ มนุษย์สามารถรับประทานเนื้อสัตว์ได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ปฐมกาล 9:1-17)

เดือนเชสวานจึงเป็นเดือนแห่งพันธสัญญานิรันดร์ของพระเมสิยาห์(Messiah)   
เดือนเชสวาน เป็นเดือนที่ 8 ตามปฏิทินฮีบรูแบบศาสนา(Ecclesiastical  Calendar)  เลข 8 เป็นสัญลักษณ์ของ การเริ่มต้นใหม่”(New Beginning)และ การสำแดงนิรันดร์” (Eternal Revelation)ของพระเมสิยาห์(Messiah) พระเจ้าทรงตั้งรุ้งกินน้ำเพื่อนึกถึงพันธสัญญานิรันดร์ของพระองค์(ปฐก.9:12-13)  พระองค์เป็นผู้เริ่มต้นการดีและทรงนำความสำเร็จ(ฟป.1:6)  แม้ว่าน้ำท่วม(ปัญหา)เข้ามาในชีวิต แต่พระเจ้าจะทรงเคลื่อนออกไป และจะจัดการปัญหาต่างๆของรา ระลึกถึงพันสัญญาของพระองค์และป่าวประกาศให้เกิดขึ้นเป็นจริง   


สัญลักษณ์ของเผ่ามนัสเสห์เป็นภาพของช่อมะกอกและธนู ดังนั้นจึงเผ่าที่รักสงบแต่ถึงรบก็ไม่ขลาด เพราะเผ่ามนัสเสห์เป็นเผ่าแห่งนักรบที่เก่งกล้า
1 พงศาวดาร 5:18   คน​รู​เบน คน​กาด และ ​คน​เผ่า​มนัส​เสห์​กึ่ง​หนึ่ง​มี​คน​เก่งกล้า ผู้​ถือ​โล่​และ​ดาบ และ​โก่ง​ธนู ชำนาญ​ศึก​สี่​หมื่น​สี่​พัน​เจ็ด​ร้อย​หก​สิบ​คน พร้อม​ที่​จะ​เข้า​รบ​  

เผ่านมัสเสห์พงศ์พันธุ์ของโยเซฟได้ส่งผ่านพระพรแก่โมเสส  ซึ่งยาโคบ (อิสราเอล) ได้ให้ไว้แก่เอฟราอิมและมนัสเสห์ 
เฉลยธรรมบัญญัติ 33:17   ​ลูก​โค​หัวปี​ของ​เขา​เป็น​ศักดิ์ศรี​ของ​เขา ​เขา​ของ​เขา​เหมือน​เขา​วัว​กระทิง และ​ด้วย​เขา​นั้น เขา​จะ​ดัน​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ออกไป​จน​สุด​ปลาย​พิภพ คือ​คน​เอฟราอิม​นับ​หมื่น และ​คน​มนัส​เสห์​นับ​พัน

เผ่ามนัสเสห์ได้ส่วนแบ่งบางส่วนอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งอยู่ติดกับแผ่นดินของเผ่า เอฟราอิม   และอีกส่วนหนึ่งทางตะวันออกของของแม่น้ำจอร์แดนในทุ่งเลี้ยงสัตว์อันอุดมสมบูรณ์แห่งบาชาน กิเลอาด และโกลาน เผ่ามนัสเสห์จะช่วยเหลือเผ่าเอฟราอิมในการรวบรวมอิสราเอลที่กระจัดกระจายเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา  (เฉลยธรรมบัญญัติ 33:13-17) 
  
นักรบคนสำคัญของเผ่ามนัสเสห์ คือ  กิเดนโอน บุรุษผู้กล้าของพระเจ้า 
กิเดโอน (Gideon) หนึ่งในผู้วินิจฉัยในสมัยนั้นที่พระเจ้าทรงเรียกเขา เพื่อนำอิสราเอลให้พ้นการกดขี่ของศัตรู  เวลานั้นอิสราเอลได้ทำบาปกับพระเจ้าจึงเป็นเหตุให้เขาตกอยู่ในการกดขี่ของพวกมีเดียน คนเหล่านี้ได้ยกทัพมาโจมตี และทำลายสิ่งต่างๆ ของอิสราเอล ในพระธรรมผู้วินิจฉัยบทที่ 7 และ 8  เราเห็นพระเจ้าใช้กิเดโอนเรียกกองทัพอิสราเอลไปสู้รบกับชาวมีเดียน 135,000 คน  จากกองทัพอิสราเอล 32,000 คนแต่ในท้ายที่สุดพระเจ้าใช้คนอิสราเอลเพียง 300 คน โดยการนำของกิเดโอนให้มีชัยชนะเหนือกองทัพที่ใหญ่โตของคนมีเดียน  พระเจ้าทรงกระทำกิจยิ่งใหญ่อัศจรรย์ท่ามกลางพวกเขา
พระเจ้าทรงเรียกกิเดโอนว่าเป็นบุรุษผู้กล้าหาญ (God calls Gideon a mighty warrior) ในเวลานั้น กิเดโอนเป็นเพียงแค่คนสามัญที่ไม่มีใครรู้จัก ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวที่ต่ำต้อยที่สุดในเผ่ามนัสเสห์ และเขาก็เป็นคนที่เล็กน้อยที่สุดในครอบครัว 
ผู้วินิจฉัย 6:14-15 
14  และ​พระ​ยาห์เวห์​ทรง​หัน​มา​หา​ท่าน​และ​ตรัส​ว่า จง​ไป​ช่วย​คน​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือพวก​มีเดียน​ด้วย​กำลัง​ของ​เจ้า​นี่​แหละ เรา​ใช้​เจ้า​ไป​ไม่​ใช่​หรือ?”  
15  ท่าน​จึง​ทูล​ว่า องค์​เจ้านาย​ของ​ข้า​พระองค์ ข้า​พระ​องค์​จะ​ช่วย​อิสราเอล​ได้​อย่าง​ไร? นี่แน่ะ ตระกูล​บิดา​ของ​ข้า​พระ​องค์​ต่ำ​ต้อย​ที่​สุด​ใน​เผ่า​มนัสเสห์ และ​ตัว​ข้า​พระ​องค์​ก็​เป็น​คน​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​ใน​บ้าน​บิดา​ข้า​พระองค์ ” 
พระเจ้าทรงเรียกกิเดโอนขณะที่เขานวดข้าวสาลีอยู่ในบ่อย่ำองุ่น ซึ่งโดยปกติแล้วการนวดข้าวสาลี 
ต้องนวดในพื้นที่เปิด เขาจะนำรวงข้าวมาตีกับไม้ที่ลานนวดเพื่อแยกฟางกับเมล็ดข้าวออกจากกัน บางครั้งก็โยนขึ้นไปในอากาศเพื่อให้ลมพัดแกลบไป   แต่กิเดโอนกลับไปนวดข้าวสาลีในบ่อย่ำองุ่น ซึ่งเป็นสถานที่ปิด และมีต้นไม้ล้อมรอบมากมาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสำหรับการนวดข้าว เพราะเหตุใดกิเดโอนจึงได้ทำเช่นนั้น? นั่นเพราะเขากลัวเขากลัวว่าคนมีเดียนจะมาขโมยข้าวของเขาและอาจจะฆ่าเขาเสีย เขากลัวว่าจะต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
เมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้กิเดโอนไปสู้รบกับคนมีเดียน เขาต้องการความมั่นใจ โดยการขอหมายสำคัญจากพระเจ้า

ผู้วินิจฉัย 6:17   เขาก็ทูลพระองค์ว่า "ถ้าบัดนี้ข้าพระองค์เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ ขอพระองค์โปรดให้ข้าพระองค์เห็นหมายสำคัญว่า ผู้ที่พูดอยู่กับข้าพระองค์นี้คือพระองค์เอง ผู้

วินิจฉัย 6:36-40   

36   กิเดโอนจึงทูลพระเจ้าว่า "ถ้าพระองค์จะช่วยกู้อิสราเอลด้วยมือของข้าพระองค์ ดังที่พระองค์ตรัสแล้วนั้น  
37   ดูเถิด ข้าพระองค์ได้วางกลุ่มขนแกะไว้ที่ลานนวดข้าว แม้มีน้ำค้างเฉพาะที่กลุ่มขนแกะเท่านั้น ส่วนที่พื้นดินโดยรอบนั้นแห้ง ข้าพระองค์ก็จะทราบว่า พระองค์จะทรงช่วยกู้อิสราเอลด้วยมือของข้าพระองค์ ดังที่พระองค์ตรัสนั้น
38   ก็เป็นไปดังนั้นเมื่อกิเดโอนตื่นขึ้นในวันรุ่งเช้าก็บีบกลุ่มขนแกะ เขาบีบได้น้ำค้างจากกลุ่มขนแกะจนเต็มชาม 
39   แล้วกิเดโอนจึงทูลพระเจ้าว่า "ขออย่าให้พระพิโรธพลุ่งขึ้นต่อข้าพระองค์ ขอข้าพระองค์ทูลอีกสักครั้งเดียว ขอข้าพระองค์ทดลองด้วยกลุ่มขนแกะนี้อีกครั้งหนึ่งเถิด คราวนี้ขอให้แห้งเฉพาะที่กลุ่มขนแกะ ส่วนที่พื้นดินนั้นให้มีน้ำค้างโดยทั่วไป"  
40   ในคืนวันนั้นพระเจ้าก็ทรงกระทำตามที่ขอ คือกลุ่มขนแกะนั้นแห้งอยู่ แต่มีน้ำค้างอยู่ทั่วพื้นดิน

แม้กิเดโอนจะมีความเชื่อน้อยและขาดความมั่นใจ  แต่พระเจ้าทรงอดทนจนเขาเติบโตขึ้นในความเชื่อ  พระเจ้าไม่ต้องการให้เขาเย่อหยิ่ง แต่ให้ถ่อมใจลง และทำให้เขาเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์โดยให้กิเดโอนคัดทหารให้เหลือเพียง 300 คน ในที่สุด กองทัพกิเดโอนก็สามารถพิชิตกองทัพของมีเดียนที่มีมากกว่าแสนคนได้

ในเดือนนี้  เราจะเป็นดั่งกิเดโอนบุรุษผู้กล้าหาญของพระเจ้า   แม้ว่าเราจะเป็นผู้เล็กน้อย หรือมีกำลังน้อยเพียงใดก็ตาม แต่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่จะกระทำให้เรามีชัยชนะได้
เราจะเป็นดั่งลูกธนูของพระเจ้าที่ถูกขัดมันและวางในตำแหน่งที่พร้อมที่จะถูกไปสู่เป้าหมายของพระเจ้า

อิสยาห์ 49:2 ​พระ​องค์​ทรง​ทำ​ปาก​ของ​ข้าพเจ้า​เหมือน​ดาบ​คม ​พระ​องค์​ทรง​ซ่อน​ข้าพเจ้า​ไว้​ใน​ร่ม​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ทรง​ทำ​ข้าพเจ้า​ให้​เป็น​ลูกศร​ขัด​มัน ​พระ​องค์​ทรง​ซ่อน​ข้าพเจ้า​ไว้​เสีย​ใน​แล่ง​ของ​พระ​องค์ 

ดังนั้นในเดือนนี้เราควรจะเข้ามาอธิษฐานต่อพระเจ้า เพื่อขอให้พระองค์วางเราไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับกองทัพของพระเจ้า ดังต่อไปนี้  

เดือนแห่งความกล้าหาญ เดือนนี้เป็นเดือนของกิเดนโอน ชาวเผ่ามนัสเสห์  พระเจ้าทรงเรียก กิเดโอนว่า “บุรุษผู้กล้าหาญ” (วนฉ.6:14-15)  อธิษฐานป่าวประกาศ ความกล้าหาญในทางของพระเจ้า เรียกตัวเราว่า ฉันเป็นนักรบของพระเจ้า(ยอล.3:10)  ขอพระเยซูทรงเหยียบหัวงู(ซาตาน) และเราสามารถทำและจะต้องทำอย่างเดียวกับพระองค์ (รม 16.20) เราจะขึ้นไปเหยียบแผนของศัตรู  สามารถมีชัยชนะเหนืออุบายทั้งสิ้นของผีร้ายได้ด้วยการให้อภัย

เดือนแห่งการเจิม น้ำมันมะกอกเป็น้ำมันที่ใช้ในการเจิม เดือนนี้เป็นเดือนที่ชีวิตของเราได้รับการสงวนไว้สำหรับเข้าเฝ้าพระองค์เพื่อรับการเจิมในความโปรดปรานของพระองค์ การเจิมของพระองค์จะมีชัยชนะเหนือศัตรูของเรา  การเจิมจะหักแอกแห่งพันธนาการของศัตรู (อสย. 10.27) อธิษฐานขอความชื่นชมยินดีแม้ว่าสถานการณ์รอบข้างอาจจะบีบเราอย่างหนักสิ่งที่อออกมาคือความเป็นตัวตนของเรา พระเจ้ากำลังให้เราผ่านสถานการณ์และรับการเจิมของพระองค์

ดือนเชสวานเป็นเดือนแห่งความยินดี   พราะเดือนนี้เป็นแห่งเผ่ามนัสเสห์ พระเจ้าทรงทำให้โยเซฟลืมความยากลำบากและความทุกข์ยาก  ดังความหมายของชื่อเผ่ามนัสเสห์ (ปฐก 41:51) 
อธิษฐานป่าวประกาศ  ขอพระเจ้าประทานความชื่นชมยินดีแทนความขมขื่นใจ เราสามารถที่จะลืมความยากลำบากและความทุกข์ยาก  
ชีวิตเราจะเป็นแบบเผ่ามนัสเสห์ คือ ลืมความยากลำบาก ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะโสมนัส หรือ จะโทมนัส ฉันจะนมัสการพระเจ้าได้เสมอทุกเวลา!
ขอพระเจ้าอวยพระพร พบกันใหม่เดือนคิสเลฟ(Kislev) เดือนแห่งเผ่าเบนยามิน(Benjamin)

ความคิดเห็น