16 กุมภาพันธ์ 2557

ผลแรกในวันต้นเดือนและคำอธิษฐานอวยพรประจำเดือนตามปฏิทินฮีบรู

บทความในครั้งนี้ ผมขอรวบรวมบทความที่ผมได้เคยเขียนไว้เกี่ยวกับเรื่องของ"ผลแรกในวันต้นเดือน" (Rosh Chodesh)  และรวบรวมบทความเกี่ยวกับ คำอธิษฐานอวยพรประจำเดือนต่างๆตามปฏิทินฮีบรู เพื่อทำความเข้าใจและอธิษฐานใคร่ครวญตามพระวจนะของพระเจ้า
(สามารถ Click บทความต่างๆ ตามที่ Link ได้นะครับ)

ผลแรกในวันต้นเดือน (Rosh Chodesh)
(คำว่า Rosh Chodesh רֹאשׁ חֹדֶשׁ ให้ความหมายตามตัวอักษรคือ คำว่า Rosh หมายถึง Head หัว การเริ่มต้น คำว่า Chodesh หมายถึง Month เป็นการเริ่มต้นของเดือนใหม่ (Head of the month)ยังให้ความหมายถึงการชำระ (sanctification)เป็นการชำระชีวิตในบริสุทธิ์)


พระเจ้าประสงค์ให้เราเติบโตขึ้นในเรื่องผลแรกในทุก ๆ ด้าน รวมถึงเรื่องผลแรกของเวลาด้วยเช่นกันพระเจ้ากำหนดให้มีวงจรแห่งเดือนขึ้น คนมากมายไม่รู้ไม่เข้าใจว่าการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวนั้นมีความหมายพระวจนะบอกว่า ดวงสว่างบนฟ้าเป็นหมายสำคัญ(sign) ที่จะบอกให้รู้ว่าอยู่ในฤดูกาลใดนั่นคือ บอกให้รู้ว่า ถึงวาระ ฤดู ที่จะต้องทำสิ่งใด

ปฐก. 1:14 พระเจ้าตรัสว่า “จงมีดวงสว่างบนฟ้า เพื่อแยกวันออกจากคืน ให้ดวงสว่างเป็นหมายกำหนดฤดู วัน ปี
Gen. 1:14 God said, “Let there be lights in the expanse of the sky to separate the day from the night, and let them be signs to indicate seasons and days and years,
คนยิวในสมัยก่อน ดูหมายสำคัญต่างๆ(sign) เรื่องเวลาของพระเจ้า  พวกเขาทำความเข้าใจกับการเคลื่อนของดวงสว่างบนฟ้าแต่อำนาจมืดได้ทำให้คนหลงไป ด้วยการครอบงำ บิดเบื้อนให้กลายเป็นเรื่องโหราศาสตร์และเมื่อพูดถึงเรื่องดวงดาว คริสเตียนกลับรีบปฏิเสธ เพราะความกลัวว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น

แต่แท้จริง พระเจ้าเป็นผู้สร้างดวงสว่างและกำหนดความหมายที่ซ่อนอยู่ในการเคลื่อนตัวของดวงสว่างบนฟ้าเหล่านั้นโดยสิ่งทรงสร้างเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องของเวทมนตร์ ความบาปแต่อย่างใด เพราะพระเจ้าสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา แต่ทว่ามารซาตานได้ขโมย บิดเบือนและใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อให้คนหลงไปจากการศึกษาในประวัติศาสตร์ของคนยิว พบว่า ตามธรรมศาลามากมายในช่วงศตวรรษแรกนั้น มีเครื่องหมายจักราศี หรือรูปดวงดาวที่ประดับอยู่ตามพื้นในธรรมศาลาด้วยซ้ำ แต่มารได้บิดเบือนให้กลายเป็นเรื่องโหราศาสตร์ คือ ความพยายามที่จะพยากรณ์อนาคตจากดวงดาวเพื่อรับการสำแดง โดยไม่ได้พามนุษย์เข้าไปเสาะหาหน้าพระเจ้า และฟังเสียงของพระองค์ โหราศาสตร์เป็นการทำนายที่เป็นความบาป

เมื่อเราดูโหราศาสตร์เราก็ไม่เชื่อฟังพระเจ้าและเปิดประตูให้มารซาตานเข้ามาครอบงำในชีวิตพระวจนะบอกเราอย่างชัดเจนว่า ดวงสว่างเป็นหมายกำหนดฤดู วัน ปีทำให้รู้ว่า ต้องทำอะไรแล้วคำว่า หมาย หรือ sign ที่ปรากฏในพระธรรมตอนนี้ ในรากศัพท์ภาษาฮีบรูมาจากคำว่า oth หมายถึง warning ดังนั้น เราจึงรู้จากการมองไปบนท้องฟ้า ว่า พระเจ้าเตือนให้ทำอะไรเช่นเดียวกับที่พระคัมภีร์หลาย ๆ ตอนกล่าวไว้ว่า ในวาระสุดท้ายนั้น
there will be signs in the sky
กจ. 2:19 เราจะสำแดงการอัศจรรย์ในอากาศเบื้องบน และนิมิตที่แผ่นดินเบื้องล่าง เป็นเลือด ไฟ และไอควัน

มธ. 24:30 เมื่อนั้นนิมิตแห่งบุตรมนุษย์ จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า มนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะตีอกร้องไห้ แล้วจะเห็นบุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า ทรงฤทธานุภาพและพระสิริเป็นอันมาก

ส่วนอีกคำหนึ่ง คือคำว่า ฤดู ใน ปฐก.1:14 ที่ได้กล่าวไปนั้น ในภาษาฮีบรูมาจากคำว่า Mo’ed หมายถึง appointed time คือ เวลาที่ถูกกำหนดไว้ เป็นเวลาที่พระเจ้านัดหมายเราไว้
เป็นเวลาฤดูกาลที่จะพบพระองค์ ฟ้าสวรรค์สำแดงเวลาของพระเจ้า คนยิวเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อคนยิวต้องการที่จะรู้ว่า นี่เป็นวันอะไร มีเทศกาลอะไรไหม เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าพระเจ้าได้กำหนดดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ในฟ้าสวรรค์ เพื่อจัดตั้งระเบียบเวลาของพระองค์ไว้ในชีวิตของเรา ทำให้รู้ว่าถึงวาระ เวลา ฤดูกาลใด ต้องทำสิ่งใดท้องฟ้าจึงเป็นดังนาฬิกาของคนยิวทุกเดือนคนยิวจ้องดูท้องฟ้า รอเวลาที่ดวงจันทร์ ดวงใหม่ปรากฏขึ้นอีกครั้งและเมื่อถึงวันขึ้นค่ำ
เมื่อดวงจันทร์ดวงใหม่(New Moon)เกิดขึ้น พวกเขาก็ป่าวประกาศเสียงดังว่า “เดือนใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว”นั่นเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นการเฉลิมฉลองด้วยความชื่นชมยินดี เรียกว่า "โรช โคเดช (Rosh Chodesh)" ซึ่งเป็นเวลาที่เขาจะมาอยู่รวมกันกับผู้เผยพระวจนะ และฟังเสียงพระเจ้าที่จะให้ทิศทางในเดือนนั้นRosh Chodesh ถือเป็น head of the month เป็นวันต้นเดือนนั้นพระวจนะในพระคัมภีร์เดิม ทำให้เราเห็นภาพ Rosh Chodesh ชัดเจนถึงเวลาต้นเดือน ที่เราสามารถสนองตอบโดยทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นผลแรกของเวลาแด่พระเจ้า 

(อ่านเพิ่มเติมได้จาก บทความ ความเข้าใจเกี่ยวกับผลแรกในวันต้นเดือน (Rosh Chodesh))

คำอธิษฐานอวยพรประจำเดือนต่างๆตามปฏิทินฮีบรู

ปฏิทินฮีบรูมี 2 แบบคือ แบบศาสนา(Ecclesiastical Calendar)และซึ่งปีแบบราชการ(Civil Calendar) 
 
1. แบบศาสนา(Ecclesiastical Calendar)  มี 12 เดือนเริ่มต้นในเดือน
"นิสาน"(Nissan)(ประมาณเดือนเม.ย.-พ.ค.)และไปสิ้นสุดที่เดือน"อาดาร์ (Adar) (ประมาณเดือนมี.ค.-เม.ย.) บางปีจะมีเดือนอาดาร์ 2 หน เช่นในปีนี้ ปี 2014  สาเหตุที่มีเดือนอาดาร์ 2 หนในปีที่เป็น ปีอธิกสุรทิน (leap year) ทั้งนี้เพราะปฏิทินฮีบรูเป็นการนับปฏิทินสุริยจันทรคติ จะมีการนับเดือนจันทรคติที่ 13 โดยการเพิ่ม 7ครั้งทุก 19ปีเข้าไปในเดือนจันทรคติ 12 เดือนในปีปกติสุรทินเพื่อให้ปีปฏิทินไม่คาดเคลื่อนจากฤดูกาลเร็วเกินไป

2.แบบราชการ(Civil Calendar) มี 12 เดือน เริ่มต้นวันที่ 1 ในเดือนทิชรี (Tishrei) )(ประมาณเดือนก.ย.-ต.ค.)จะมีการเฉลิมฉลองในการขึ้นปีใหม่ที่เราเรียกว่า "Rosh Hashanah (โรช ฮาชชะนาห์)" ไปสิ้นสุดที่เดือน"เอลลูล (Elul)"
(ประมาณเดือนก.ย.-ต.ค.)   
จะได้ว่ามีการปีใหม่ 2 ครั้งคือในเดือนนิสานเป็นปีใหม่แบบศาสนาและเดือนทิชรีเป็นการขึ้นปีใหม่แบบราชการที่เรียกว่า "Rosh Hashanah" แต่ละเดือนจะมีความหมายในเชิงการเผยพระวจนะและเราสามารถนำคำอธิษฐานอวยพรประจำเดือนตามปฏิทินฮีบรูมาอธิษฐานใคร่ครวญตามพระวจนะของพระเจ้าได้ดังนี้ (สามารถ Click บทความต่างๆ ตามที่ Link ได้นะครับ)

1.เดือน “นิสาน”(Nissan) หรือ “เดือนอาบีบ”(Abib) (อพย.13:4)(ประมาณเดือนมี.ค.-เม.ย.) เป็นเดือนแรกของปีปฏิทินฮีบรู แบบศาสนา(Ecclesiastical Calendar) ซึ่งปีใหม่ของชาวฮีบรูอยู่ในช่วงเป็นเดือนที่ 7 ตามปฏิทินแบบราชการ(Civil Calendar)   เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรใหม่ของการไถ่บาป เทศกาลปัสกา (Passover)อยู่ในเดือนนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 14 ของเดือนนิสาน เป็นช่วงเวลาการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากสิ่งเก่าก่อน และก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่
ดือนนี้เกี่ยวข้องกับเผ่ายูดาห์ เผ่ายูดาห์ขึ้นไปสู้รบ ทำสงครามก่อนเผ่าอื่น (วนฉ.1:2,20:18) และยูดาห์ยังเป็นเผ่าแรกของอิสราเอลที่เคลื่อนขบวนทัพเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร (กดว.10:14)
คำว่า “ยูดาห์” หมายถึง “การสรรเสริญ” และเป็นวิถีทางที่จะทำให้มือของเราจับคอของศัตรูไว้ได้ต่อไป(ปฐก.49:8)

2.เดือน "อิยาร์" (Iyar) เดือนแห่งการเจิมแบบอิสสาคาร์ ผู้ที่รู้กาลเวลาของพระเจ้า (1 พศด. 12:32)

3.เดือน"สิวัน" (Sivan) เป็นเดือนแห่งเผ่าเศบูลุน คือ เผ่านักธุรกิจ เดือนแห่งเทศกาลเพ็นเทคอสต์(Pentecost) พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับความมั่งคั่ง (ปฐก.49:13,ฉธบ.33:18-19
หากศึกษาพระคัมภีร์จะพบว่า เมื่ออิสราเอลเคลื่อนทัพออกมาจากอียิปต์ จะเคลื่อนพลเป็นเผ่า และ 3 เผ่าที่นำหน้า นั้นก็คือ เผ่า ยูดาห์ อิสสาคาร์ และเศบูลุน ให้เรานำคำอธิษฐานอวยพระพรประจำเดือนเหล่านี้มาป่าวประกาศ

4.เดือน “ทัมมุส (Tammuz) ชื่อเดือนทัมมุส ตั้งตามชื่อเทพเจ้าของบาบิโลน เพื่อเป็นการเพื่อระลึกว่า“รูปเคารพเป็นเหตุให้บ้านเมืองของตนต้องพินาศย่อยยับ” เพื่อเตือนใจพวกเขาให้หันกลับมาแสวงหาพระเจ้า (อสค.8:14-15) เป็นเดือนแห่งเผ่ารูเบน บุตรชายคนแรกของยาโคบ(อิสราเอล) เขาสูญเสียมรดกแห่งการเป็นบุตรหัวปีไป เพราะเขาไปร่วมหลับนอนกับบิลฮาห์ภรรยาน้อยของบิดา (1 พศด.5:1)


5.เดือน "อับ" (Av) คำว่า "อับ" อ่านตามภาษาฮีบรู จะอ่านว่า "อัฟ"เพราะสะกดด้วยตัว Beth ไม่มีจุด(Dagesh)จะออกเสียงตัววี AV ไม่ใช่ตัวบี AB

אָב ในภาษาฮีบรู ความน้ำพระทัยหมายตามตัวอักษรหมายถึง บิดา”(Father) มีรากศัพท์ให้ความหมายถึง (will) และความปรารถนา (desire) ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจถึงหัวใจของพระบิดา ดังเช่นพระเจ้าทรงมีน้ำพระทัยที่จะอวยพรชนชาติของพระองค์ผ่านทางบิดาแห่งความเชื่อคือ อับราฮัม พระเจ้าทรงเปลี่ยนชื่อจากอับรามเป็นอับราฮัม บิดาของมวลชน เพื่อแผนการแห่งน้ำพระทัยพระบิดา (ปฐก.17:5) เป็นเดือนแห่งเผ่าสิเมโอน

สิเมโอน (Simeon) שמעון มาจากคำภาษาฮีบรูที่ออกเสียงว่า "เชมา" แปลว่า "การได้ยินการตระหนัก"



6.เดือน "เอลลูล" (Elul) เดือนแห่งเผ่ากาด  เมื่อตอนที่กาดได้ถือกำเนิด นางเลอาห์กล่าวว่า “โชคดีจริงๆ"(ปฐก.30:11) ซึ่งมีนัยบ่งบอกถึงการเพิ่มทวี

เดือนที่องค์จอมกษัตราเสด็จมาอยู่กับเรา (The King is in the field)



7. เดือน “ทิชรี"  (Tishrei) ชื่อเดิมคือ เอธานิม (Ethanim) เป็นเดือนที่กษัตริย์ซาโลมอนได้ถวายพระวิหารเมื่อสร้างเสร็จแล้วแด่พระเจ้า การทรงสถิตของพระเจ้าทำให้เมฆแห่งพระสิริเทลงมาอย่างมากจนบรรดาปุโรหิตไม่สามารถยืนอยู่ได้(1 พกษ. 8:2-11)

เป็นเดือนที่ 7 ตามปฏิทินศาสนา (Ecclesiastical calendar) เป็นเดือนที่ 12 ตามแบบปฏิทินราชการ(Civil calendar) ของประเทศอิสราเอล เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ (Rosh Hashanah-Head of the year) เดือนแห่งเผ่าเอฟราอิม  เกิดผลและทวีคูณ ! (ปฐก 49.22) 

ในเดือนนี้จะมีเทศกาลสำคัญอยู่ 3 เทศกาลด้วยกัน (ลนต.23:24-40) 
1.ทศกาลเป่าแตรเขาสัตว์ (Rosh Hashanah-โรช ฮาชชะนาห์)  (วันที่ 1 เดือนทิชรี) เพื่อปลุกเราให้ตื่นขึ้นสู่ความดีของพระเจ้า
2. เทศกาลลบมลทินบาป (Yom Kippur-ยม คิปปูร์) (วันที่ 10 เดือนทิชรี)  จะช่วงเวลา 10 วันแห่งความยำเกรงพระเจ้า(Days of Awe) เป็นเวลาที่จะหันชีวิตออกจากวิถีแห่งความบาป และหันกลับมาหาพระเจ้าโดยการอดอาหารอธิษฐานเป็นการเตรียมชีวิตกลับใจจากความบาป

3. เทศกาลอยู่เพิง (Sukkot-สุคคท) (วันที่ 15-21 เดือนทิชรี)เพื่อเราจะได้สามัคคีธรรม ชื่นชม และดำเนินอยู่ต่อการทรงสถิตของพระเจ้าและรับ
      ความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์

8. เดือน "เชสวาน" (Cheshvan) เดือนแห่งเผ่ามนัสเสห์ (ลืม, กระโดดหนี) ดังความหมายของชื่อเผ่ามนัสเสห์ (ปฐก 41.51) พระเจ้าทรงอวยพรเรา ดังนั้นเราสามารถที่จะลืมความยากลำบากและความทุกข์ยาก

9.เดือน "คิสเลฟ" (Kislev) เดือนแห่งเผ่าเบนยามิน เบนยามินเป็นเพียงหนึ่งเดียวใน 12 คนที่เกิดในดินแดนอิสราเอล ดังนั้นจงเฝ้าดูอิสราเอล สิ่งต่างๆจะเกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนวิถีทางของเขา

10.เดือน "เทเบท" (Tevet) ในประวัติศาสตร์เดือนเทเบทมีความสำคัญ เพราะเป็นเดือนที่เอสเธอร์ได้ถูกเตรียมเพื่อเป็นราชินี และเมื่อได้เป็นราชินี พระนางเอสเธอร์ได้ช่วยชีวิตชาวยิวจากการถูกสั่งฆ่าโดยศัตรู

เอสเธอร์ 2:16 เมื่อเขาพาเอสเธอร์เข้าไปเฝ้ากษัตริย์อาหสุเอรัสในพระราชสำนัก ในเดือนสิบซึ่งเป็นเดือนเทเบท ในปีที่เจ็ดแห่งรัชกาลของพระองค์

 
ดังนั้นเดือนนี้จะเป็นเดือนแห่งการลุกขึ้นเป็นหัวไม่ใช่หางของคนของพระเจ้าในสังคม เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมในความชอบธรรมของพระเจ้า และศัตรูที่อธรรมจะถูกการพิพากษาจัดการ

เดือนแห่งเผ่าดาน ในปฐก.49:16-18 บอกไว้ว่า

"ส่วน​ดาน​จะ​เป็น​ทนาย​ของ​ประชาชน​ของ​ตน เป็น​เผ่า​หนึ่ง​ใน​อิสราเอล ดาน​จะ​เป็น​งู​อยู่​กลาง​ถนน เป็น​งู​พิษ​ที่​อยู่​ใน​หนทาง​ที่​กัด​ส้น​เท้า​ม้า ให้​คน​ขี่​ตก​หงาย​ลง ข้า​แต่​พระ​เจ้า ข้า​พระ​องค์​รอ​คอย​ความ​รอด​จาก​พระ​องค์"

11.เดือน "เชบัท"(Shevat) เดือนของเผ่าอาเชอร์ เป็นเดือนที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องความสุขและสิ่งที่ดีต่างๆ



12.เดือน "อาดาร์" (Adar) เดือนแห่งเผ่านัฟทาลี ซึ่งหมายถึง "ความหวานต่อฉัน" นี่เป็นเวลาแห่งการเ ฉลิมฉลองเพื่อว่าคำแช่งสาปจะถูกล้างและสิ่งต่างๆกลับกลายเป็นหวานสำหรับเรา ( ฉธบ.33:23 )

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น