15 พฤษภาคม 2553

การอธิษฐานวิงวอนพลังที่ถูกลืม

สรุปจากเนื้อหาที่ได้จาก หนังสือ “การอธิษฐานวิงวอนพลังที่ถูกลืม” โดย จิม กอลล์
เคยลงใน Web.ของคริสตจักรหลายแห่ง จึงขอนำมาแบ่งปัน

การอธิษฐานคือกระดูกสันหลังของคริสตจักร เมื่อเราเฝ้าระวังนั้นพระเจ้าก็ทรงรื้อฟื้นพันธุกรรมทางฝ่ายวิญญาณของเราขึ้นด้วย ไม่มีสักสิ่งหนึ่งซึ่งพระเจ้าทรงกระทำจะเกิดขึ้นได้โดยปราศจากคำอธิษฐาน

1. รื้อฟื้นไฟแห่งชุมชนโมราเวียน

พระเจ้าได้ประทาน “สามเกลียว” ซึ่งพวกเขาใช้ถักทอชีวิตของเขาขึ้น และเกลียวเหล่านี้ได้ช่วยให้ชาวโมราเวียนเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก
พวกเขามีสัมพันธภาพที่เป็นหนึ่งเดียว เป็นชุมชนฝ่ายวิญญาณและดำเนินชีวิตแห่งการอุทิศตน
ฤทธิ์อำนาจในการยืนหยัดอธิษฐานของพวกเขา ได้ทำให้เกิดความเร่าร้อนและกระตือรือร้นจากเบื้องบน ต่องานมิชชั่นสู่ผู้ที่ยังไม่
ได้รับความรอด
เกลียวที่สามได้ถูกบรรยายไว้ด้วยคติพจน์ประจำชีวิตของพวกเขา “ไม่มีผู้ใดทำงานนอกเสียจากใครบางคนจะอธิษฐาน” ซึ่งเป็นรูปแบบของการทำสัญญาใจร่วมกันเพื่อจะดำรงการอธิษฐานและพันธกิจต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าไว้
ผลกระทบของชาวโมราเวียนที่มีต่อจอห์น เวสเลย์ ในการพบกันครั้งแรก กล่าว คือ ความจริงจังอย่างแรงกล้าและความถ่อมใจที่ชาวโมราเวียนได้ปฏิบัติต่อผู้โดยสารคนอื่นๆ โดยยอมทำงานซึ่งราวกับงานของทาส ได้ท้าทายใจของเขา เมื่อมีใครจะจ่ายเงินให้ พวกเขาจะปฏิเสธโดยตอบว่า “งานนี้ดีต่อจิตใจที่เย่อหยิ่งของพวกเขา” และ “พระผู้ช่วยให้รอดอันเป็นที่รักได้ทำมากยิ่งกว่านี้อีกเพื่อพวกเขา”

2. รื้อฟื้นไฟบนแท่นบูชา

ไฟบนแท่นบูชาแสดงถึงคำอธิษฐานของธรรมิกชน (วิวรณ์ 8:3-5; โยบ 36:32-37:3) การอธิษฐานวิงวอนจะปลดปล่อยแสงอันเจิดจ้าของพระเจ้าหรือฟ้าแลบเพื่อ “ผ่าจุดที่หมาย” บนแผ่นดินโลก จะนำฤทธิ์อำนาจของพระองค์และพระสิริไปยังสถานการณ์ที่ต้องประสงค์โดยมีผลลัพธ์อันเหนือธรรมชาติเกิดขึ้น! ฟ้าแลบคือพระคำ เมื่อเรากล่าวพระคำพระเจ้า พระคำนั้นจะออกจากปากของเราเหมือนฟ้าแลบ เพื่อวิงวอนเผื่อและผ่าจุดที่หมาย ตีกองทัพศัตรูให้แตกพ่ายไป นำการพิพากษาของพระเจ้ามายังสถานการณ์ต่างๆ เปิดเผยจิตใจของผู้คน และทำให้ทุกสิ่งบรรลุผลสมบูรณ์ตามที่ทรงบัญชาไว้ การอธิษฐานวิงวอนจะ “วาดเป้าหมาย” ไว้ เพื่อพระเจ้าจะยิงเข้าไปยังความต้องการของเราได้อย่างไม่พลาดเป้า ด้วยพระสิริของพระองค์ พระองค์ทรงตั้ง “ศูนย์เล็ง” ไว้บนเป้าหมายเหล่านี้ และ “ผ่าจุดที่หมาย” ด้วยฟ้าแลบของพระองค์หรือโดยการ “ฉายพระพักตร์ที่เจิดจ้า” เราได้รับสิทธิพิเศษให้วาดเป้าหมายต่างๆ บนเมือง ประเทศชาติ คริสตจักร และในชีวิตส่วนตัวของคนมากมาย เพื่อกำหนดจุดซึ่งพิชิตให้แก่พระองค์ผู้ทรงปกคลุมพระหัตถ์ไว้ด้วยฟ้าแลบ
เหนือสิ่งอื่นใด คำอธิษฐานเป็นคำทูลเชิญจากมนุษย์สู่เบื้องฟ้าสวรรค์ เพื่อการตอบสนองจากพระเจ้าที่จะโยนลงมาสู่แผ่นดินโลก สิ่งจากมนุษย์แลกเปลี่ยนกับสิ่งจากเบื้องฟ้าสวรรค์

3.รื้อฟื้นบทบาทปุโรหิตแห่งการอธิษฐานวิงวอน

หากเราสามารถปลูกสิ่งหนึ่งในใจของคุณ สิ่งนั้นก็คือ... การอธิษฐานไม่ใช่กิจกรรม และไม่ใช่คำทูลขอ แต่การอธิษฐานเป็นชีวิตซึ่งพบได้ในคนคนหนึ่ง เมื่อคุณได้เห็นพระเยซูคริสต์ เมื่อนั้นความมืดบอดก็จะหลุดตกจากตาของคุณในพระสิริแห่งการสถิตของพระองค์ ทัศนคติต่อการอธิษฐานของคุณจะเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง จะไม่ใช่ภาระลำเค็ญ แต่เป็นความชื่นชมยินดี พึงระลึกไว้ว่าผู้เชื่อทุกคนได้รับการทรงเรียกให้เป็นปุโรหิตต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าในทุกวันนี้ และเรายังต้องเข้าใจอีกด้วยว่าไม่มีภาระปฏิบัติใดของผู้เชื่อที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการอธิษฐาน อันเป็นหน้าที่เอกสำหรับปุโรหิตผู้เชื่อของวันนี้ “การอธิษฐานวิงวอนอย่างเป็นตัวแทน” คืออะไร เป็นความสามารถและหน้าที่ในลักษณะบุคคลโดยเข้าไปเป็นตัวแทนในความต้องการของผู้อื่น ถึงขนาดว่าในทางจิตใจเราเป็นหนึ่งเดียวกับคนเหล่านั้นโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นการแสดงออกในลักษณะที่ถือว่าเราเป็นบุคคลเดียวกับพระเยซูคริสต์และติดตามรอยพระบาทของพระองค์ เพราะรอยพระบาทของพระองค์จะนำเราไปเกินกว่ากำแพงสี่ด้านของคริสตจักร ไปสู่ท้องถนนของโลกที่แตกเป็นเสี่ยง โลกของโสเภณี คนคดโกง ผู้แพ้ และบรรดาคนที่แตกยับและบาดเจ็บ ไปถึงมนุษย์จริงที่มีปัญหาจริง พระองค์ทรงนำเราสู่การเป็นปุโรหิตที่แท้ หนทางเดียวที่เราจะอธิษฐานวิงวอนได้อย่างจริงแท้และมีประสิทธิภาพ คือจากหัวใจแห่งความรักเมตตา ใจที่ชอกช้ำและไม่คิดเห็นแก่ชีวิต จากหัวใจที่กระแทกเป็นจังหวะด้วยความทุกข์ยากของผู้อื่นราวกับว่านั่นเป็นความทุกข์ของเราเอง หัวใจของเราจะได้รับภาระจากพระวิญญาณของพระเจ้าเพื่อร้องคร่ำครวญ เผื่อการสารภาพความผิดบาป และอธิษฐานวิงวอนอย่างปราศจากคำพูดเพื่อพวกเขาด้วยใจของเรา เมื่อได้สารภาพบาป ความเสื่อมเสีย การพลั้งพลาด และความน่าอับอายแทนพวกเขาต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว เราก็ได้กวาดล้างเครื่องกีดขวางของศัตรูออก เพื่อบุคคลผู้นั้นที่เราได้อ้อนวอนเผื่อจะมาถึงกางเขนด้วยการกลับใจและได้รับการฟื้นคืนสู่สภาพดี (อิสยาห์ 57:14-15)

ตามพจนานุกรมภาษาอังกฤษ คำว่า intercede หมายถึง “เข้าแทรกแซงระหว่างกลุ่มคณะเพื่อสมานความแตกต่างให้ลงรอยกัน : เข้าขวาง เข้าทำการประนี ประนอม” ส่วนรากศัพท์ภาษาละติน คำๆ นี้หมายถึง “คนกลาง”

คำอธิษฐานเป็นสิ่งที่ใช้ได้ผล คำอธิษฐานเต็มด้วยฤทธิ์อำนาจ คำอธิษฐานเป็นหนึ่งในอาวุธประหัตประหารที่ร้ายแรงซึ่งจะถล่มการงานของศัตรู คำอธิษฐานคือเส้นชีวิตของพระเจ้าไปสู่ผู้ที่เจ็บปวด บาดเจ็บ ผู้อ่อนแอ และผู้ที่กำลังจะตายจาก แต่พระเจ้าทรงคาดหวังให้เราเหวี่ยงเชือกแห่งชีวิตของพระองค์ออกไปในพระนามของพระบุตร พระเยซู การอธิษฐานวิงวอนไม่ใช่เรื่องหมกมุ่นสำหรับผู้ร้อนรนหยิบมือหนึ่ง แต่เป็นการทรงเรียกและจุดหมายสำหรับประชาชนที่ทรงเลือกสรร สำหรับบุตรพระเจ้าผู้ได้รับการชำระโดยพระโลหิตทุกคน หากคุณเรียกพระเยซูคริสต์ว่าพระผู้ช่วยให้รอดแล้ว พระองค์ก็ทรงเรียกคุณว่าผู้อธิษฐานวิงวอนและปุโรหิต และพระองค์เรียกคุณให้ไปที่หัวเข่าของคุณในวันนี้

คุณได้ชื่อว่าเป็นผู้นำการปลดปล่อยญาติสนิท ผู้มีสิทธิ์ไถ่ถอน ผู้รักษาโรค และผู้ซ่อมแซมช่องโหว่ คุณจะลุกขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติอันดุเดือดของพระองค์ไหม?

4. รื้อฟื้นศิลปะแห่งการอ้อนวอนเรื่องคดีความของคุณ

สิ่งนี้ยิ่งผลักดันให้เราเชื่อมั่นว่าการประสบความสำเร็จในการเป็นนักอธิษฐานวิงวอนนั้น เราต้องมีภาพสำแดงของพระเจ้าองค์ยิ่งใหญ่ในฐานะผู้พิพากษาเหนือเนื้อและเลือดทั้งสิ้น เราได้รับสิทธิพิเศษให้ “ฟ้องร้องที่หน้าบัลลังก์ศาล” ภายใต้สิทธิอำนาจและคำเชื้อเชิญจากอัยการของเราคือพระเยซูคริสต์ เรารับผิดชอบในการปกป้องประชาชนขององค์ราชา และทำการฟ้องร้องศัตรูของพระองค์ในโลกฝ่ายวิญญาณ (ซาตานและสมุนกบฎของมัน) การอธิษฐานวิงวอนที่ทรงประสิทธิภาพเริ่มต้นที่ความรู้และความเข้าใจ ทำการบ้านของคุณเพื่อจะรู้พระสัญญาของพระเจ้า และทำความเข้าใจว่าเหตุใดพระสัญญาจึงไม่สำเร็จตามนั้นในแต่ละสถานการณ์ที่เจาะจง (ถ้าเป็นได้) หาดูว่าทำไมกลุ่มสังคมหรือกลุ่มคนนั้นๆ จึงล้มเหลวเข้าใจเงื่อนไขทุกประการที่พระเจ้าทรงต้องการก่อนที่จะให้สัญญานานาประการสำเร็จ จากนั้นสนทนากับพระเยซูและรับหัวใจของพระองค์สำหรับเรื่องนั้นไว้ ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ชี้แนะเมื่อคุณนำเสนอคำโต้แย้งบริสุทธิ์นั้นต่อหน้าผู้พิพากษาชอบธรรมแห่งชีวิตทั้งสิ้น

นักอธิษฐานวิงวอนคือผู้ซึ่ง
ก.เตือนพระเจ้าถึงพระสัญญาและนัดหมายของพระองค์ซึ่งยังไม่ถึงกำหนดและบรรลุผล (อิสยาห์ 62:6-7)
ข.ทูลถวายคดีความแห่งความยุติธรรมต่อพระเจ้าในนามของผู้อื่น (อิสยาห์ 59:15-16)
ค.สร้างเครื่องกีดขวางและก่อกำแพงเพื่อพิทักษ์รักษาในเวลาแห่งการต่อสู้ (เอเสเคียล 13:4-5)
ง.ยืนอยู่ที่ช่องโหว่ระหว่างการพิพากษาอันชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งจะต้องเป็นไปตามนั้น กับความต้องการพระเมตตาในนามของผู้คน (เอเสเคียล 22:30-31)

เราได้รับการทรงเรียกให้ขอร้องพระเจ้าทำในสิ่งที่พระองค์ต้องการจะทำเพื่อเรา ช่างเป็นข้อตกลงที่ดีอะไรเช่นนี้!
ก.อ้อนวอนโดยอ้างถึงพระเกียรติและพระสิริแห่งพระนามของพระองค์ (สดุดี 106:8; 79:9)
ข.อ้อนวอนโดยอ้างถึงความสัมพันธ์ของพระเจ้าต่อเรา (โยบ 10:3, 8-9; สดุดี 33:20; 19:14; อิสยาห์ 64:8)
ค.อ้อนวอนโดยอ้างถึงพระลักษณะของพระเจ้า (เนหะมีย์ 9:33; สดุดี 89; 27:7)
ง.อ้อนวอนโดยอ้างถึงความทุกข์ยากและข้นแค้นของประชากรของพระเจ้า (สดุดี 35:11-13)

6. รื้อฟื้นเส้นทางอธิษฐานสู่การทรงสถิต

คำอธิษฐานของเราขึ้นไปยังพระเจ้าดังเครื่องหอมที่ส่งกลิ่นหอมหวาน และพระองค์ตอบสนองโดยส่งคำตอบของคำอธิษฐานนั้นคละเคล้ากับไฟของพระองค์กลับมายังโลก พันธสัญญาเดิมได้ให้รายละเอียดของเครื่องหอมพิเศษนี้ที่ใช้ถวายแด่พระเจ้าในพลับพลาของโมเสสในแต่ละวัน

“จงตั้งแท่นนั้นไว้ข้างนอกม่านซึ่งอยู่ใกล้หีบพระโอวาทข้างหน้าแท่นพระที่นั่งกรุณา ซึ่งอยู่เหนือหีบพระโอวาท ที่ที่เราจะพบกับเจ้า จงให้อาโรนเผาเครื่องหอมบนแท่นนั้นทุกเวลาเช้า เมื่อเขาแต่งประทีปก็จงเผาเครื่องหอมด้วย และในเวลาเย็นเมื่ออาโรนจุดประทีป ให้เผาเครื่องหอมบนแท่นเป็นเครื่องหอมเนืองนิตย์ต่อพระพักตร์พระเจ้า ตลอดชั่วชาตพันธุ์ของเจ้า” อพยพ 30:6-8)

พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงเอาเครื่องเทศ คือกำยาน ชะมด และมหาหิงค์ ผสมกับกำยานบริสุทธิ์ (ให้เท่าๆ กันทุกอย่าง) จงผสมเครื่องหอมปรุงตามศิลปช่างปรุงเจือด้วยเกลือให้เป็นของบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ จงเอาส่วนหนึ่งมาตำให้ละเอียดและวางอีกส่วนหนึ่งไว้หน้าหีบพระโอวาทในเต็นท์นัดพบที่เราจะพบกับเจ้า เครื่องหอมนั้นเจ้าจงถือว่าบริสุทธิ์ที่สุด” (อพยพ 30:34-36)

ส่วนในพันธสัญญาใหม่ เราได้รับบัญชาว่า “จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ” (1 ธส. 5:17)

นี่เป็นสิ่งซึ่งควบคู่กันไปอย่างสมบูรณ์กับพระบัญชาของพระเจ้าต่อโมเสสและอาโรนในเรื่องกลิ่นหอมแห่ง “เครื่องบูชาเนืองนิตย์” ซึ่งจะต้องพัดโบกกลิ่นจากแท่นเครื่องหอมไปยังอภิสุทธิสถานอย่างไม่ขาดสาย
ส่วนผสมของคำอธิษฐาน

ก.กำยาน เป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม ต้นไม้ซึ่งมีน้ำยางไหลเยิ้ม นำน้ำยางไปอบจนกระทั่งเครื่องเทศที่เรียกว่า กำยาน แยกตัวออกมา ทั้งในภาษากรีกและฮีบรูชื่อของเครื่องเทศนี้มีความหมายว่า “ไหลเยิ้มออกมาหรือหยดออกมา” เป็นคำเปรียบที่แสดงถึงพระคำของพระเจ้าที่ผุดขึ้นมาหรือสำหรับการเผยพระวจนะ ทำให้เกิดภาพของบางสิ่งที่ส่ำสมอยู่ในตัวเราซึ่งไหลเยิ้มหรือผุดออกมาจากภายในที่อิ่มเอิบ หากเราสะสม logos หรือพระคำพระเจ้าภายในจิตใจของเรา เมื่อลมของพระองค์ระบายลงเหนือพระคำนั้น คำนั้นก็จะกลายเป็นคำตรัส เป็นการทรงสำแดงหรือ rhema ในชีวิต คุณสมบัติประการแรกสำหรับเครื่องหอมแห่งการอธิษฐานที่ทรงชอบนั้นก็คือ การส่ำสมพระคำพระเจ้า ซึ่งจะไหลเยิ้มออกมาตามการเรียกร้องเพื่อหยดลงบนผู้อื่น เมื่อคุณได้เติมจิตใจด้วยเครื่องเทศหอมแห่งพระคำพระเจ้าแล้ว สิ่งนี้ก็จะไหลเยิ้มจากทุกส่วนในชีวิตของคุณ และแทรกซึมคำอธิษฐานของคุณด้วยความหอมหวานอันเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า

ข.ชะมด เป็นผงแป้งบดละเอียดที่มีกลิ่นหอมซึ่งได้มาจากเปลือกของหอยชนิดหนึ่ง เปลือกหอยจะถูกนำมาบดจนเป็นผงละเอียด และนำมาเผาไฟเพื่อจะส่งกลิ่นหอม คุณเคยรู้สึกเหมือนถูก “บดเป็นผุยผง” หรือถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้วยการทดลองหรือสถานการณ์หนึ่งไหม? คุณเคยถูก “เผา” ด้วยการกระทำของคนอื่นทั้งชนิดรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรืออย่างจงใจไหม? คำอธิษฐานที่คุณทูลถวายหลังจากที่ได้อดกลั้นกับเหตุการณ์เหล่านี้จะอบอวลด้วยกลิ่นหอมของชะมด การอธิษฐานเป็นวิถีชีวิตที่แตกหักต่อพระพักตร์พระเจ้า เป็นการสนทนาซึ่งชโลมด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศซึ่งแหลกละเอียด ที่เรียกว่าความถ่อมใจและการแตกสลาย (สดด.51:17)

ค.มหาหิงค์ เป็นเครื่องหอมที่ปรุงขึ้นจากพืชในแถบเอเชียหลายชนิด มีลักษณะเป็นยางไม้สีเหลืองอมเขียว หรือสีน้ำตาลมีรสขม” มีความหมายว่า “ความอิ่มเอิบหรืออ้วนพี” มหาหิงค์มีลักษณะเป็นน้ำมันซึ่งจะช่วยให้ส่วนผสมอื่นๆ รวมตัวกันได้ ความเชื่อมั่นในพระเจ้านำให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางพี่น้องผู้มีลักษณะแตกต่างและความเชื่อที่หลากหลาย บ่อยครั้งเกินไปที่พวกเรายอมให้ตัวเองแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายเป็น “ค่าย” เช่น “ค่ายพระคำ”, “ค่ายของการแตกสลาย” ซึ่งรวมเอาบรรดา “พวกฟื้นฟู” จำนวนมากไว้

ง.กำยานบริสุทธิ์ เป็น “น้ำยางที่ได้จากเปลือกต้นไม้” เมื่อน้ำยางสีอำพันเริ่มแห้งนั้น จะมีผงสีขาวเกิดขึ้นบนหยดหรือน้ำตาของกำยานบริสุทธิ์ บางทีนี่อาจจะเป็นภาพล่วงหน้าของความชอบธรรมซึ่งเราได้รับเมื่อพระคริสต์ได้ถูกแขวนที่ต้นไม้และหลั่งโลหิตของพระองค์ และก่อนที่พระโลหิตแห่งพระเมษโปดกจะแห้งไปบนต้นไม้และแผ่นดินโลกนั้น เราก็ได้ถูกทำให้เป็น “คนชอบธรรมของพระเจ้าในพระคริสต์”

เครื่องปรุงของเครื่องหอมบริสุทธิ์นี้จะต้องถูกนำมาใหม่ในแต่ละวัน และต้องผสมด้วยอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน เครื่องหอมที่ปรุงขึ้นสดๆ เท่านั้นจึงจะใช้การได้ คุณและข้าพเจ้าไม่สามารถอยู่ด้วยคำอธิษฐานของอดีต วันต่อวันเราต้องดำเนินสู่การทรงสถิตของพระองค์เพื่อรับการฟื้นใจ การเปลี่ยนแปลง ฤทธิ์เดช และการเติมเต็มโดยพระสิริของพระองค์ โดยสัดส่วนที่เท่าๆ กันของ กำยาน พระวจนะจากภายในเราซึ่งจะหยาดเยิ้มพรั่งพรูออกมา ชะมด เครื่องเทศบดละเอียดอันแสดงถึงความถ่อมใจและความแตกสลายที่อยู่ภายใน มหาหิงค์ ความเชื่อที่ส่ำสมไว้เต็มเปี่ยมว่าพระเจ้าทรงดีเลิศ และ กำยานบริสุทธิ์ คือความชอบธรรมของพระคริสต์ได้หลั่งลงและแห้งบนจิตใจของเรา

จากการอธิษฐาน คุณจะไปสู่การทรงสถิตได้อย่างไร? ก็โดยวางชีวิตของคุณลงและเรียนรู้พระเมตตา และพระเจ้าจะมาพบคุณและสนทนากับคุณที่นั่น ฮีบรู 4:16 ได้บอกเราว่า “ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลายจงมีใจกล้า เข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ”

การอธิษฐานไม่ใช่เทคนิค ไม่ใช่วิธีการ แต่การอธิษฐานคือการมายังบุคคลผู้หนึ่งและอิ่มเอิบในการสนทนาแห่งการทรงสถิตที่ยิ่งใหญ่และทรงพระสิริของพระองค์
1. อ้อนวอนโดยอ้างถึงการตอบคำอธิษฐานในอดีต (สดุดี 78; 85:1-7)
2. อ้อนวอนโดยอ้างพระคำและพระสัญญาของพระเจ้า (1 พงศวดาร 17:23-26)
3. อ้อนวอนโดยอ้างถึงพระโลหิตของพระเยซู

7. รื้อฟื้นนิเวศอธิษฐานสำหรับบรรดาประชาชาติ

การนมัสการคือการแสดงออก และท่าทีซึ่งถวายตัวคุณรวมทั้งจิตวิญญาณ จิตใจ และร่างกายแด่พระเจ้าอย่างหมดหัวใจ ในภาษากรีกคำว่า “นมัสการ” มีความหมายว่า “การจูบ หรือเหมือนสุนัขเลียมือเจ้านายของมัน การหมอบกราบด้วยเคารพยำเกรงและการเทิดทูนบูชา” ( มัทธิว 4:10) การอธิษฐานวิงวอนหมายถึงการเสนอคำขอร้องต่อผู้ที่เหนือกว่า การนมัสการและการอธิษฐานจะมาพร้อมกันเป็นเครื่องแต่งกายไร้ตะเข็บซึ่งปุโรหิตแห่งพระเจ้าสวมใส่ คือร่วมกัน เป็นหนึ่งเดียว และประสาน กัน

คำอธิษฐานของคุณสามารถ “รดน้ำ” ผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยวและให้กำลังกับเมล็ดที่หว่านไปนั้นได้ บางทีสิ่งซึ่งเป็นที่ต้องการมากสุดในช่วงระหว่างการหว่านและการเก็บเกี่ยวก็คือฝน ซึ่งหากพูดในฝ่ายวิญญาณแล้ว เมล็ดพืชจำนวนมากพอได้ถูกหว่านแล้วเพื่อนำคนนับล้านมาถึงพระคริสต์! ไม่มีความผิดปกติใดๆ กับเมล็ดพืช แต่ปัญหาคือน้ำ ปริมาณของการเก็บเกี่ยวจะขึ้นกับปริมาณของคำอธิษฐานที่ช่วยรดน้ำแก่เมล็ด

คำอธิษฐานของคุณช่วยในการเพาะปลูกพืชผล พระเยซูทรงเตือนว่าปัญหา การข่มเหง ความกังวลตามธรรมดาโลก และความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติจะทำให้เมล็ดบางส่วนตกอยู่ตามข้างทางและไม่เกิดผล (มัทธิว 13:20-22) คำอธิษฐานของคุณสามารถหนุนใจ ให้กำลัง และปกป้องเมล็ดที่งอกขึ้นเหล่านั้นในช่วงที่หน้าสิ่วหน้าขวาน เมื่อชีวิตใหม่กำลังเกิดขึ้น

คำอธิษฐานของคุณมีอิทธิพลต่อผู้นำระดับโลกและช่วยปลุกกระตุ้นที่มาจากพระเจ้าได้อย่างแน่นอน ร่วมกับเอสรา เนหะมีย์ เอสเธอร์ เดโบราห์ และดาเนียล ซึ่งคำอธิษฐานของพวกเขาได้เปลี่ยนจิตใจของผู้ปกครอง หันเหกฏหมายของแผ่นดิน และมีอิทธิพลต่อบรรดาผู้นำประเทศ

การประยุกต์ใช้แห่งสติปัญญา ดิ๊ก อีสท์แมนได้ให้รายการคำร้องขอการทรงสำแดงห้าประการ และการอวยพรห้าประการเอาไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า Love on its knees ดังนี้

8.คำร้องขอการทรงสำแดงห้าประการ

1.อธิษฐานขอการทรงสำแดงน้ำพระทัยของพระเจ้า สำหรับคนงานในการประกาศพระกิตติคุณ อาจเป็นบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มคน คำอธิษฐานนี้เพื่อทิศทางการทรงนำจากเบื้องบน
2.อธิษฐานขอการทรงสำแดงสติปัญญาของพระเจ้า หรือมุมมองอย่างเบื้องบน คำอธิษฐานนี้คือเพื่อบุคคลผู้นั้นจะไม่เพียงแต่เต็มด้วยความรู้ในน้ำพระทัยพระเจ้าเท่านั้น แต่ที่เขาหรือเธอจะรู้ว่าควรกระทำอย่างไรด้วยวิธีที่ชาญฉลาดด้วย
3.อธิษฐานขอการทรงสำแดงความเข้าใจจากพระเจ้าหรือสรรพปัญญา นี่หมายถึงว่าบุคคลผู้นั้นจะรู้ว่าพระบิดาทรงต้องการให้เขาหรือเธอทำสิ่งใด และทำอย่างไร และทำเมื่อใด ที่ไหน ร่วมกับใคร
4.อธิษฐานขอการทรงสำแดงความบริสุทธิ์ของพระเจ้า เพื่อบุคคลผู้นั้นจะเดินอย่างสมควรกับองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นที่ชอบพระทัยในทุกทาง
5.อธิษฐานขอการทรงสำแดงความโปรดปรานของพระเจ้าหรือทำตามความประสงค์จากเบื้องบน นี่คือกุญแจที่แท้จริง จำเป็นที่คุณจะต้องอธิษฐานขอสิ่งนี้สำหรับชีวิตของคุณเองและสำหรับคนเหล่านั้นที่พระเจ้าได้วางไว้ในใจของคุณ อธิษฐานที่พวกเขาจะได้รับการทรงสำแดงในความชื่นบานที่พระเจ้าทรงพบในพวกเขาและในการงานที่เชื่อฟังของเขา และอธิษฐานที่พระเยซูคริสต์จะเป็นความชื่นบานยอดยิ่งของเขาด้วย นี่คือคำอธิษฐานแห่งการสนิทสนม

9.คำร้องขอคำอวยพรห้าประการ

1.อธิษฐานเพื่อการเพิ่มพูนในประสิทธิภาพ ความหมั่นเพียรและการเกิดผลอย่างสมบูรณ์ อธิษฐานเพื่อบุคคลนั้นๆ จะเกิดผลมากยิ่งขึ้นในการงานและการกระทำอันดีทุกอย่าง
2.อธิษฐานเพื่อการเพิ่มพูนในการเติบโตขึ้นด้วยการอุทิศตน หรือในฝ่ายจิตวิญญาณ อธิษฐานที่เขาจะรู้จักพระเจ้าและเข้าใกล้พระองค์ในสัมพันธ์สนิทที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
3.อธิษฐานเพื่อการเพิ่มพูนในฝ่ายกำลัง คุณอาจเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น “การเพิ่มความทนทาน” ก็เป็นได้ คือที่คนงานหรือบุคคลนั้นจะมีหนังที่หนาเหมือนแรด แต่ขณะเดียวกันมีจิตใจที่อ่อนสุภาพ
4.อธิษฐานเพื่อการเพิ่มพูนในความอดทนอดกลั้น
5.อธิษฐานเพื่อการเพิ่มพูนในความชื่นชมยินดี อธิษฐานที่เขาจะมีความปิติยินดีในการงานขององค์พระผู้เป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น ขอพระเจ้าอวยพรเขา และขอสันติสุขถังใหญ่ที่จะเทลงบนศีรษะของเขา เพราะความชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นกำลังของเรา (นหม.8:10)

10. วันแห่งคนยามได้มาถึง

วันแห่งคนยามได้มาถึงแล้ว คำพูดของ ศจ.จอห์น กรีนฟิลด์ นักประกาศที่ยิ่งใหญ่ชาวโมราเวียนและนักเขียน แม้ว่าจะล่วงเลยมาราว 70 ปีหรือมากกว่านั้นแล้วก็ตาม “การอธิษฐานจะนำหน้าวันเพ็นเทคอสเสมอ หนังสือกิจการได้บรรยายถึงการเทลงหลายๆ ครั้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ไม่มีสักครั้งที่ปราศจากการอธิษฐาน ในสมัยของเราเองการฟื้นฟูครั้งยิ่งใหญ่ในเวลส์และในเกาหลีก็นำหน้าด้วยการอธิษฐานอย่างร้อนรนและเป็นหนึ่งเดียวกันนับเดือนๆ หรือปีๆ ด้วยเหตุนี้การประชุมอธิษฐานจึงมีความสำคัญอย่างยอดยิ่ง เพราะการประชุมอธิษฐานคือ ‘คลังสรรพาวุธของคริสตจักร’”

ก่อนที่คุณจะมีส่วนในการเป็นคนยามขององค์พระผู้เป็นเจ้า จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องถวายตัวเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตบนแท่นบูชาของพระเจ้า และให้พระองค์ บัพติศมาคุณครั้งใหม่ในไฟบริสุทธิ์ของพระองค์เสียก่อน

สำหรับหลักของการฟื้นฟูนั้น พระเจ้าทรงเรียกร้องการยอมจำนนในส่วนบุคคล สัญญาใจ และการรับใช้อย่างถวายชีวิตในการอธิษฐาน และในการเป็นพยานต่อหน้าชุมชนถึงพระสิริของพระองค์!
เมื่อคนของพระเจ้ากล้าที่จะถวายชีวิตแด่พระวิญญาณบริสุทธิ์ และดำเนินชีวิตในการอธิษฐานอย่างไม่หยุดหย่อนแล้ว เขาก็จะสำแดงถึงความชื่นชมยินดีซึ่งซึมซาบอยู่ทั่วชีวิตเขา และจะดึงผู้ที่หลงหายคนแล้วคนเล่าเข้าสู่จุดมุ่งหมายแห่งเบื้องบน
มัทธิว เฮนรี่ ได้เขียนไว้เช่นนี้ว่า “เมื่อพระเจ้าทรงเจตนาจะประทานพระเมตตาใหญ่หลวงแก่คนของพระองค์ สิ่งแรกที่จะทรงทำคือวางพวกเขาไว้ในการอธิษฐาน” พระเจ้าทรงเจตนาที่จะปกคลุมแผ่นดินโลกด้วยพระสิริของพระองค์ และให้พระเมตตาและพระคุณของพระองค์ท่วมท้น แต่สิ่งแรกพระองค์จะต้องปลุกยักษ์หลับของพระองค์คือคริสตจักรเสียก่อน ถึงเวลาแล้วที่เราจะเขย่าโลกเพื่อพระคริสต์

ภาพของเมืองขนาดใหญ่รายล้อมด้วยกำแพงป้องกัน มีเนินเขาอยู่ที่ด้านหนึ่ง และที่ข้ามเนินเขานั้นไป เป็นกองทัพของผู้บุกรุกนับร้อยๆ บนหลังม้า ภาพดังกล่าวยังปรากฏร่างของคนยามบนกำแพงเมืองด้วย เป็นคนยามที่กำลังนอนหลับ มีแตรซึ่งโดยปกติจะถูกใช้เป่าเตือนในยามที่อันตรายมาใกล้ วางอย่างไร้ความหมายเคียงข้างคนยามที่เคลิ้มหลับนั้น และในระหว่างนั้นศัตรูก็รุกใกล้เข้ามายังเมืองที่ไม่มีทางป้องกันตัวเองอย่างสิ้นเชิง ในเอเสเคียล 33:6 ซึ่งกล่าวว่า “แต่ถ้าคนยามเห็นดาบมาแล้วและไม่เป่าเขาสัตว์ ประชาชนจึงไม่ได้รับเสียงตักเตือนและดาบก็มาพาคนหนึ่งคนใดไปเสีย คนนั้นถูกนำไปด้วยเรื่องความบาปชั่วของเขา แต่เราจะลงโทษคนยามเพราะความตายของคนนั้น” นี่น่าจะทำให้เกิด “ความมีสติจากพระเจ้า” อยู่ภายในเรา!!

พระเจ้าทรงมองหาสักคนหนึ่งที่พระองค์จะทรงสิงหรือครอบครองได้ พระองค์อยากที่จะกระทำมากกว่าการเป็นเจ้าของเราตามกฎหมาย เพราะพระองค์ได้ทรงซื้อเราไว้แล้วด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง พระองค์ทรงต้องการที่จะครอบครองเราอย่างช่ำชองด้วย เมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตหรือทรงครอบครองกิเดโอน เขาได้กลายเป็นคนใหม่! เขาไม่ใช่เจ้าตัวจ้อยที่มีแต่คำแก้ตัวเรื่องเผ่าอันเล็กน้อยอีกต่อไป เขาถูกครอบครองโดยพระเจ้า และกล้าที่จะเป่าเขาสัตว์ ซึ่งในทันใดนั้นเองด้วยความแปลกใจของเขา ผู้คนนับพันๆ ได้เต็มใจที่จะติดตามเขาในทันที (ผวฉ.6:34)
บรรดาผู้ช่วยที่ประหลาดใจของกิเดโอนทั้ง 22,000 คนอยู่ในความกลัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากจะเข้าใจ นั่นทำให้เหลือชายพร้อมรบอีกราว 10,000 คนสำหรับศึกสงคราม และในทันใดนั้นเอง “การคัดตัวรอบที่สอง” ก็มาถึง น้อยกว่า 1 ใน 10 ของชายเหล่านี้ที่ผ่านรอบตัดเชือก เพียง 300 คนเท่านั้นที่เหลืออยู่ร่วมกับกิเดโอนจาก 32,000 คนในครั้งแรก

เหตุการณ์นี้เหมือนกับคำพูดของพระเยซูในหนังสือพระกิตติคุณ พระองค์ทรงบอกเรา 4 ครั้งว่า “อย่ากลัวเลย” (นั่นเป็นการคัดเลือกรอบแรก) 4 ครั้งที่ทรงตรัสว่า “จงอดทนไว้และยืนหยัด” (เป็นการคัดเลือกรอบที่สอง) และ 11 ครั้งด้วยกันที่พระองค์ทรงบัญชาเราว่า “จงเฝ้าระวัง” (การคัดเลือกรอบสุดท้ายซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในการสงคราม)

คำอธิษฐานแห่งการอุทิศถวาย

ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงครอบครองข้าพระองค์ด้วยชีวิตที่บริสุทธิ์ของพระองค์ สอนข้าพระองค์ให้ปลดปล่อย
อาวุธสูงสุดแห่งสงครามฝ่ายวิญญาณ คือความสุกสว่างแห่งการทรงสถิตอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ขอให้ไฟแห่งรักร้อนแรงของพระองค์ลุกโหมอยู่บนแท่นบูชาแห่งใจของข้าพระองค์ ขอให้มีไฟอยู่บนแท่นบูชาของข้าพระองค์เสมอและที่จะไม่มีวันมอดดับ ขอทรงนับข้าพระองค์ ขอทรงจารึก ข้าพระองค์ไว้เพื่อการเป็นคนยามบนกำแพงของพระองค์ รื้อฟื้นฤทธิ์อำนาจและความเร่าร้อนแห่งคนยามขององค์พระผู้เป็นเจ้าขึ้น เพื่อราชนามแห่งองค์พระเยซูคริสต์ อาเมน.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น