08 มีนาคม 2560

นัฟทาลี กวางยอดนักสู้

สุขสันต์สำหรับการเริ่มต้นเดือนใหม่สำหรับเพื่อนผู้อ่านทุกท่านนะครับ เดือนนี้คือเดือนมีนาคม  

หากนับตามปฏิทินฮีบรูก็จะตรงกับเดือน "อาดาร์"(Adar) ปี 5777 (ช่วงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 27 มีนาคม 2017)  

คำว่า "อาดาร์ "(Adar  -אֲדָר) หมายถึง "พละกำลัง","ความแข็งแรง”(strength)  

เดือนอาดาร์ เป็นเดือนที่ 6 ตามปฎิทินยิวแบบราชการ(Civil Calendar)  และเป็นเดือนที่ 12 ตามปฏิทินยิวแบบศาสนา(Ecclesiastical Calendar) เป็นเดือนสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่ในเดือนนิสาน(Nisan) 
  
ในปีพิเศษที่เรียกว่า ปีอธิกมาส (leap year) จะมีเดือนอาดาร์ 2 เดือน  เดือนอาดาร์ที่ 1 หรือ “อาดาร์ อาเลฟ” (אֲדָר  א) จะมี 30 วัน เดือนอาดาร์ที่ 2 หรือ “อาดาร์ เบท” ( אֲדָר  ב)  จะมี 29 วัน  ทั้งนี้เนื่องจากปฏิทินฮีบรูเป็นการนับปฏิทินแบบจันทรคติ  จะมีการนับเดือนจันทรคติที่ 13 โดยการเพิ่ม 7 ครั้งในทุก 19 ปี เข้าไปในเดือนจันทรคติที่ 12 เพื่อให้ไม่เกิดการคาดเคลื่อนของฤดูกาลต่างๆ

เราได้เรียนรู้จักลักษณะของเผ่าต่างๆประจำเดือนของอิสราเอลกันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนนิสาน(Nisan) เผ่ายูดาห์ จนถึงเดือนนี้เดือนอาดาร์(Adar) เผ่านัฟทาลี  โดยผู้อ่านสามารถเข้าไปอ่านบทความที่เขียนไว้ตาม Link นี้ครับ

(สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์, อิสสาคาร์ - ลาที่มีกำลังกล้าหาญ,เศบูลุน-เรือสำเภามุ่งสู่จุดหมาย,รูเบน - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว,สิเมโอน กระบี่ในใจที่ร้ายกาจ,กาด  นักรบผู้เก่งฉกาจ, เอฟราอิม-กระทิงแห่งศักดิ์ศรี, มนัสเสห์- ช่อมะกอกที่ออกผล,เบนยามิน -สุนัขป่า นักล่า, ดาน สันดานงูพิษ,อาเชอร์ ต้นไม้ริมธารน้ำ)

ผมได้ตั้งชื่อเผ่าของอิสราเอล พงศ์พันธุ์ของยาโคบเป็นภาษาไทยเพื่อให้จดจำได้ ดังนี้

รูเบน-"สมชาย", สิเมโอน -"สดับฟัง", เลวี-"สนิทใจ", ยูดาห์-"สรรเสริญ", 
อิสสาคาร์-"สินชัย",เศบูลุน-"สมเกียรติ", กาด -"สบโชค", 
โยเซฟ-"เสริมพล", มนัสเสห์ -"สิ้นโศก", เอฟราอิม -"เสริมพงศ์", เบนยามิน-"ศักดิ์ชาย",
อาเชอร์- "สุขใจ",นัฟทาลี- "สมชัย", ดีนาห์- "แสนดี"

ในเดือนอาดาร์ก็เช่นเดียวกัน เราสามารถเรียนรู้จากเผ่านัฟทาลี(Naphali) 

นัฟทาลี (Naphali- נַפְתָּלִי) เป็นบุตรชายคนที่ 6 ของยาโคบ(อิสราเอล) โดยผ่านการตั้งครรภ์ของนางบิลฮาห์ สาวใช้ของนางราเชล เป็นบุตรคนที่ 2 ต่อจากดาน 
ปฐมกาล 30:7-8 
7  บิล​ฮาห์​สาว​ใช้​ของ​นาง​ราเชล​ตั้งครรภ์​อีก และ​คลอด​บุตร​ชาย​คน​ที่​สอง​ให้แก่​ยาโคบ​
 8 นาง​ราเชลจึง​ว่า “ข้าพเจ้า​ปล้ำ​สู้​ กับ​พี่สาว​ของ​ข้าพเจ้า​เสีย​ใหญ่โต และ​ข้าพเจ้า​ได้​ชัย​ชนะ​แล้ว” นาง​จึง​ให้​ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า นัฟ​ทา​ลี

ดังนั้น ชื่อ “นัฟ​ทา​ลี” จึงหมายถึง การต่อสู้ ...และชัยชนะ! อุปสรรค (struggle)ของนางราเชล ที่เธอแข่งขันชิงดีกันกับนางเลอาห์เพื่อจะเอาชนะใจสามีคือ ยาโคบ  ชนะใจก็จริงแต่ไม่ใช่ชนะจริงที่ใสสะอาด

ผมตั้งชื่อ"นัฟทาลี" เป็นชื่อภาษาไทยว่า "สมชัย" เพราะนัฟทาลีเป็นชัยชนะที่สมใจอยากของนางราเชล 

สัญลักษณ์ของเผ่านัฟทาลี เป็นภาพของกวาง ตามคำเผยพระวจนะของยาโคบที่อวยพรลูกๆของตน ต่อมาเป็นเผ่าต่างๆของอิสราเอล ท่านอวยพรนัฟทาลีว่า 

Genesis 49:21 ​​​​​​​Naphtali is a free running doe, ​​​​​​he speaks delightful words.

ปฐมกาล 49:21 นัฟทาลีเป็นกวางตัวเมียที่ปลดปล่อย เขากล่าวคำอันไพเราะ  (ฉบับไทย คิง เจมส์)

นัฟทาลีเป็นกวางตัวเมีย ในภาษาอังกฤษใช้ว่า "doe"  (ผมนึกถึงบทเพลงหัดร้องดนตรี โดเรมี...จากหนังเรื่อง The sound of music ร้องว่า  Doe, a deer, a female deer. Ray, a drop of golden sun...)


กวาง มีรูปร่างงดงาม ปราดเปรียว  เป็นสัตว์สะอาดไม่เป็นมลทิน(Kosher)ตามธรรมบัญญัติ(ลนต.11)ใช้เป็นอาหารได้ ชอบอยู่รวมตัวกันเป็นฝูง 

อัตลักษณ์ของเผ่านัฟทาลี เป็นภาพกวางตัวเมียที่กระโดดออกมาจากถูกจับกุม  และวิ่งออกมาอย่างมีเสรีภาพด้วยพระคุณ นอกจากนี้นัฟทาลียังเป็นผู้ “กล่าวคำอันไพเราะ”  ดังนั้นนัฟทาลีจึงมีถ้อยคำที่ไพเราะ 


 “นัฟ​ทา​ลี” เป็นศิลปิน เป็นเผ่าแห่งนักประพันธ์  เป็นนักเต้นรำและนักเขียนบทกวี

เมื่อกษัตริย์ซาโลมอนทรงสร้างพระวิหาร  พระองค์ทรงให้ฮีรามซึ่งแม่ของเขามาจากเผ่านัฟทาลี เพื่อที่จะทำงานช่างทองแดง (1 พกษ.7:12-14) 

เผ่านัฟทาลียังเป็นนักรบอีกด้วย  เรียกว่า "นัฟทาลี เป็นนักรบที่ห้าวหาญ และนักรักที่หวานซึ้ง" (อารมณ์ประมาณเพลงจากหนังเรื่อง "สายโลหิต" ที่ร้องว่า "ออกศึกข้านึกแต่รบ  จบศึก ข้านึกแต่รักพระเจ้าเท่านั้น " :)

ในพระธรรมฮาบากุก 3:19 กล่าวว่า “พระ‍องค์​ทรง​ทำ​ให้​เท้า​ของ​ข้าพ‌เจ้า​เหมือน​ตีน​กวาง​ตัว‍เมีย พระ‍องค์​ทรง​ทำ​ให้​ข้าพ‌เจ้า​เดิน​ไป​บน​ที่​สูง​ทั้ง‍หลาย …

พระธรรมฮาบากุก ใช้คำที่เกี่ยวข้องกับการคำเผยพระวจนะของยาโคบอธิบายว่านัฟทาลีเป็นนักรบแห่งชัยชนะ!
เผ่านัฟทาลีมีเท้าที่เกาะอย่างมั่นคงและเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว!   พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแต่เก่งด้านศิลปะและความงดงามเท่านั้น  แต่พวกเขาถูกเรียกมาเพื่อยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูและมีชัยชนะ!

เผ่านัฟทาลี เป็นกวางยอดนักสู้ 

การเคลื่อนทัพของอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร
เผ่านัฟทาลีอยู่ในตำแหน่งที่เคลื่อนทัพด้านหลัง อยู่ในกลุ่มที่คอยระมัดระวังหลัง  เมื่อศัตรูเข้ามาโจมตีจากด้านหลัง ดาน,อาเชอร์และนัฟทาลี  จะอยู่ในตำแหน่งที่ป้องกัน เมื่อคนอิสราเอลเดินในถิ่นทุรกันดาร
การตั้งที่พำนักของกองทัพอิสราเอล

เมื่อคนอิสราเอลตั้งค่ายล้อมพลับพลา(Tabernacle)  เผ่านัฟทาลีถูกจัดวางอยู่ทางด้านทิศเหนือของค่ายพร้อมกับเผ่าดานและเผ่าอาเชอร์  เพื่อปกป้องชนชาติอิสราเอล เนื่องจากการโจมตีจากศัตรูมักจะโจมตีจากทางทิศเหนือ

ในผู้วินิฉัยบทที่ 4 เราเห็นว่า "บาราค" (Barak) มาจากเผ่านัฟทาลี  เขาได้รับเลือกจากพระยาห์เวห์ที่จะนำกำลังทหาร 10,000 นายของเผ่าของเขา ต่อสู้กับคานาอันที่เข้ามากดขี่ข่มเหงพวกเขา  ด้วยความช่วยเหลือของเดโบราห์  พวกเขาจึงได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

ผู้วินิฉัย 4:6  นาง​ใช้​คน​ไป​เรียก​ บา​ราค​  บุตร​อา​บี​โน​อัม  ให้​มา​จาก​เค​เดช​ใน​นัฟ​ทา​ลี​และ​กล่าว​แก่​เขา​ว่า “​พระ​ยาห์เวห์พระ​เจ้า​ของ​อิสราเอล​มิได้​ทรง​บัญชา​ท่าน​หรือ​ว่า ‘ไป​ซิ​รวบรวม​พล​ไว้​ที่​ภูเขา​ทา​โบร์ จง​เกณฑ์​จาก​เผ่านัฟ​ทา​ลี​และ​เผ่า​เศบู​ลุน​หนึ่ง​หมื่น​คน​

ในบทเพลงเพลงของเดโบราห์, เผ่านัฟทาลีได้รับการยกย่องสำหรับความกล้าหาญ ในการรบชนะสิเสราและคานาอัน

ผู้วินิฉัย  5:18  เศบู​ลุน​เป็น​เผ่า​ที่​เสี่ยง​ชีวิต​เข้า​สู่​ความ​ตาย  ฝ่ายนัฟ​ทา​ลี​ก็​ทำ​เช่นกัน  ณ ที่​สูง ใน​สนาม​รบ

ในหนังสือผู้วินิจฉัยบทที่  6-7  เมื่อกิเดโอนยกกองทัพของเขา  เผ่านัฟทาลีตอบสนองเข้าร่วมรบได้อย่างรวดเร็ว  คนอิสราเอลจากเผ่านัฟทาลี ร่วมกันขับไล่พวกคนมีเดียน

ผู้วินิจฉัย 7:23 คน​อิสราเอล​ถูก​เรียก​ออกมา​จาก​นัฟ​ทา​ลี และ​จาก​อา​เชอร์ และ​จาก​ทั่ว​มนัส​เสห์​และ​พร้อม​กัน​ติดตาม​พวก​มีเดียน​ไป 

เมื่อดาวิดขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ปกครองเหนืออิสราเอล  เผ่านัฟทาลีที่เป็นทหารถือโล่และหอกได้เข้าร่วมกับกษัตริย์ดาวิดที่เมืองเฮโบรน  จึงเป็นกองทัพที่มีขนาดใหญ่และกองคาราวานของอาหารที่เพรียบพร้อม

1 พงศาวดาร 12:34 จาก​คน​เผ่านัฟ​ทา​ลี ผู้บังคับบัญชา​หนึ่ง​พัน ซึ่ง​มี​คน​ติด​โล่​และ​หอก​มา​ด้วย​สาม​หมื่น​เจ็ด​พัน​คน​

1 พงศาวดาร 12: 40 และ​ผู้​ที่​อยู่​ใกล้​เขา​ทั้ง​หลาย​ด้วย​คือ​ไกล​ออกไป​ถึง​อิสสา​คาร์ และเศบู​ลุน และนัฟ​ทา​ลี​ได้​จัด​อาหาร​บรรทุก​ลา อูฐ ล่อ และ​วัว​กับ​เสบียง​อาหาร​มาก​มาย​เป็น​แป้ง ขนม มะเดื่อ ช่อ​องุ่น​แห้ง เหล้า​องุ่น น้ำ​มัน วัว และ​แกะ เพราะ​ว่า​มี​ความ​ชื่น​บาน​ใน​อิสราเอล

นอกจากนี้แล้วยังมีคำเผยพระวจนะอื่นๆ  ที่โมเสสกล่าวถึงเผ่านัฟทาลี ว่า…

เฉลยธรรมบัญญัติ  33:23 และ​ท่าน​กล่าวถึงนัฟ​ทา​ลี​ว่า “โอ นัฟ​ทา​ลี ผู้​อิ่ม​ด้วย​พระ​คุณ และ​หนำ​ด้วย​พระ​พร​ของ​พระ​เจ้า จง​ยึด​ครอง​ทะเลสาบ​และ​ทาง​ใต้”

โมเสสได้ให้คำเผยพระวจนะเกี่ยวกับดินแดนของเผ่านัฟทาลี  เผ่านัฟทาลีจะได้รับมรดกในที่ดินแดนพันธสัญญา…

เมื่ออิสราเอลเข้าไปยึดดินแดนพันธสัญญา   มีการจัดสรรที่ดินให้กับแต่ละเผ่าของอิสราเอล

เผ่านัฟทาลีได้รับที่ดินพื้นที่มีขนาดใหญ่ในภาคเหนือ มีพรมแดนติดกับเผ่าอาเชอร์,เศบูลุนและอิสสาคาร์ตามที่โมเสสได้พยากรณ์ไว้ว่า "เผ่านัฟทาลีจะขยายพื้นที่ไปทางทิศใต้  รอบๆทะเลสาปกาลิลี"  ซึ่งป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ร่ำรวยที่สุดและมีผลผลิตมากที่สุดของดินแดนพันธสัญญา

โจเซฟัส(Josephus) นักประวัติศาตร์ชาวยิวที่มีเชื้อสายโรมันได้อธิบายว่าพื้นที่ส่วนนี้เป็นเหมือนดังดินแดนสวรรค์บนโลก ... เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยการอวยพระพรของพระเจ้า  ดังนั้นนัฟทาลีจึงได้รับการอวยพระพรอย่างอัศจรรย์ตามคำเผยพระวจนะของโมเสส ที่ว่า...“โอ นัฟ​ทา​ลี ผู้​อิ่ม​ด้วย​พระ​คุณ และ​หนำ​ด้วย​พระ​พร​ของ​พระ​เจ้า จง​ยึด​ครอง​ทะเลสาบ​และ​ทาง​ใต้”

แม้จะได้รับพระพรมากแต่เผ่านัฟทาลีก็ได้เลือกไปสู่หนทางที่ผิด

เมื่อครั้งที่เผ่าต่างๆทางตอนเหนือของอิสราเอล 10 เผ่า กบฏและแยกอาณาจักรอิสราเอลกับอาณาจักรยูดาห์  เผ่านัฟทาลีก็ไปร่วมพวกเขาด้วย!   พวกเขาได้ปฏิเสธพระยาห์เวห์ พระเจ้าที่เที่ยงแท้ ไปกราบไหว้รูปเคารพ ! 

แม้ว่าพระเจ้าทรงให้โอกาสมากมายเพื่อให้พวกเขากลับใจใหม่   เมื่อกษัตริย์เฮเซคียาห์จัดงานฉลองเทศกาลปัสกาครั้งใหญ่  พระองค์ส่งสารไปยังเมืองของ 10 เผ่าทางตอนเหนือ เพื่อเชิญให้พวกเขามาเข้าร่วมในการเฉลิมฉลองเทศกาลปัสกาของพระเจ้า

2 พงศาวดาร 30:9 เพราะ​ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​หัน​กลับมา​ยัง​พระ​เจ้า  พี่​น้อง​ของ​ท่าน​และ​ลูกหลาน​ของ​ท่าน​จะ​ประสบ​ความ​เอ็นดู​จาก​ผู้​ที่​จับ​เขา​ไป​เป็น​เชลย และ​จะ​ได้​กลับมา​ยัง​แผ่นดิน​นี้​อีก เพราะ​พระ​ยาห์เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทรง​พระ​เมตตา​และ​กรุณา ถ้า​ท่าน​กลับมา​หา​พระ​องค์ ​พระ​องค์​จะ​ไม่​ทรง​หัน​พระ​พักตร์​ไป​จาก​ท่าน”

เนื่องจากการส่งสารของกษัตริย์เฮเซคียาห์ต้องผ่านจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมือง  เพื่อกระตุ้นให้คนกลับใจกลับมาหาพระเจ้า  แต่คนทางอาณาจักรทางตอนเหนือกลับหัวเราะเยาะและเย้ยหยัน แทนที่จะกลับใจใหม่   ส่งผลให้พระเจ้าทรงอนุญาตให้เผ่าต่างๆทางตอนเหนือ ถูกศัตรูบุกรุกรานเอาชนะพวกเขาและทำให้พวกเขาถูกจับไปเป็นเชลย

เนื่องจากเผ่านัพทาลีอยู่ในตำแหน่งที่ไกลทางตอนเหนือ  นัฟทาลีจึงเป็นเผ่าแรกของอาณาจักรตอนเหนือที่ถูกจับไปเป็นเชลย  แม้ว่าเผ่านัฟทาลีถูกเรียกมาเพื่อต่อสู้และมีชัยเหลือศัตรู  แต่เมื่อพวกเขาหันหลังจากการติดตามพระเจ้า  พวกเขาจึงตกอยู่ใต้คำแช่งสาปและศัตรูสามารถเอาชนะพวกเขาได้ 

ในปี 732 ก่อนคริสตกาล ทิกลัท-ปิ​เล​เสอร์​พระ​ราชา​แห่งอัส​ซีเรีย​ ได้​ยก​ทัพมา​และ​ยึดครอง แผ่นดิน  เผ่า​นัฟ​ทา​ลี​ทั้งหมด ถูกกวาด​ไป​เป็น​เชลย​ที่​อัส​ซีเรีย​

2 พงศ์กษัติย์ 15:29 ​ใน​รัชกาล​ของเป​คาห์​พระ​ราชา​แห่ง​อิสราเอล ทิกลัทปิ​เล​เสอร์​พระ​ราชา​แห่งอัส​ซีเรีย​ได้​ยก​มา​และ​ยึด​เมือง​อิ​โยน เอ​เบล-เบธ​มา​อา​คาห์ ยา​โน​อาห์ คาเดช ฮา​โซร์ กิเล​อาด กาลิลี แผ่นดิน​นัฟ​ทา​ลี​ทั้งหมด และ​กวาด​ต้อน​ประชาชน​เป็น​เชลย​ไป​ยัง​อัส​ซีเรีย​


ดินแดนของเผ่านัฟทาลี อยู่รอบๆทะเลกาลิลี
พวกอัสซีเรียได้จับ ผู้นำ,นักรบ, นักการศึกษา, ช่างฝีมือที่มีทักษะไปเป็นเชลย! คนที่เหลืออยู่ในเผ่านัฟทาลีก็กระจัดกระจายไป  พวกเขาใช้ชีวิตเป็นอยู่อย่างยากจนข้นแค้นอย่างที่สุดท่ามกลางซากปรักหักพัง ดินแดนของเผ่านัฟทาลีกลายเป็นเมืองของอัสซีเรีย!   

ดังนั้นดินแดนของเผ่านัฟทาลีจึงกลายเป็นดินแดนที่น่ารังเกียจ เช่นเดียวกับแคว้นสะมาเรียของเผ่าเอฟราอิม    ชาวยิวที่มาจากแคว้นยูเดียเรียกดินแดนของเผ่านัฟทาลีนี้ว่า "แคว้นกาลิลีของคนต่างชาติ ดินแดนที่อยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งความตาย"

การฟื้นฟูมาสู่ดินแดนแห่งเผ่านัฟทาลี!

ในพระธรรม 2 พงศวดาร 34:6-7 กล่าวว่า ​“ใน​หัว​เมือง​ของ​เผ่า​มนัส​เสห์ เอฟราอิม​และ​สิ​เม​โอน และ​ไป​ถึงนัฟ​ทา​ลี ใน​ที่​ปรักหักพัง​ซึ่ง​อยู่​โดยรอบ​
กษัตริย์โยสิยาห์​ทรง​ทำลาย​แท่น​บูชา และ​ทรง​ทุบ​บรรดา​อา​เชราห์​และ​รูป​เคารพ​ให้​เป็น​ผง และ​ทรง​โค่น​แท่น​เครื่อง​หอม​ทั้งสิ้น​ลง​ทั่ว​แผ่นดิน​อิสราเอล ..”

นี่เป็นภาพของคนที่เหลืออยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง  และกษัตริย์โยสิยาห์ได้เข้ามาทำลายแท่นบูชาของรูปเคารพ  คนที่เหลืออยู่ของเผ่านัฟทาลีจึงได้หันกลับไปหาพระเจ้าที่เที่ยงแท้ !

ข้อคิด คือ ในคนจำนวนมากที่หลงผิดและหลงหาย แต่จะมีคนส่วนน้อยที่หลงเหลืออยู่(remnant) ที่ไม่ได้หลงผิดไป พระเจ้าจะนำการฟื้นฟู(revival)

เราจะเห็นได้ว่า ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้สูญสลายไปแล้วสำหรับเผ่านัฟทาลี! แต่แล้วผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ ปลดปล่อยถ้อยคำแห่งการฟื้นใจ  ท่านกล่าวว่า พระเจ้ายังไม่เสร็จกิจสำหรับคนเผ่านัฟทาลี สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนเผ่านัฟทาลี จะมาถึงพวกเขา นั่นคือ...

เผ่านัฟทาลีกลับใจ นำความรอดมาสู่คนต่างชาติ

อิสยาห์ 9:1-2  

1 ​เมือง​นั้น​ซึ่ง​อยู่​ใน​ความ​แสน​ระทม​จะ​ไม่​กลัด​กลุ้ม ใน​กาล​ก่อน​พระ​องค์​ทรง​นำ​แคว้น​เศบู​ลุน​และ​แคว้น​นัฟ​ทา​ลี​มา​สู่​ความ​ดู​หมิ่น  แต่​ใน​กาล​ภายหลัง​พระ​องค์​จะ​ทรง​กระทำ​ให้​หนทาง​ข้าง​ทะเล แคว้น​ฟาก​ตะวันตก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน คือ กาลิลี​แห่ง​บรรดา​ประชาชาติให้​รุ่งโรจน์

2 ชน​ชาติ​ที่​ดำเนิน​ใน​ความ​มืด จะ​ได้​เห็น​ความ​สว่าง​ยิ่งใหญ่ บรรดา​ผู้​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​แห่ง​เงา​มัจจุราช สว่าง​จะ​ได้​ส่อง​มา​บน​เขา 

คำเผยพระวจนะของอิสยาห์ได้สำเร็จเป็นจริง! ในช่วงเวลาของพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่(NT) ดินแดนของเผ่านัฟทาลี 


พระเยซูเริ่มต้นทำพระราชกิจในดินแดนของนัฟทาลี
มัทธิวบทที่ 4 กล่าวถึงว่า  เมื่อพระเยซูทรงได้ยินข่าวว่ายอห์น(บัพติศโต)ถูกจับตัวไปคุมขัง พระองค์ได้เดินทางกลับไปยังแคว้นกาลิลี และออกจากเมืองนาซาเร็ธ(Nazareth)  พระองค์ทรงอาศัยอยู่ในเมืองคาเปอร์นาอูม(Capernaum) อยู่ในดินแดนของเผ่าเศบูลุนและนัฟทาลี ซึ่งคำเผยพระวจนะสำเร็จตามถ้อยคำของ
อิยาห์ 9:1-2  

เมืองนาซาเร็ธ ดินแดนของเผ่านัฟทาลีที่คนเคยดูหมิ่น แม้แต่นาธานาเอลยังกล่าวว่า "สิ่ง​ดี​อัน​ใด​จะ​มา​จาก​นาซาเร็ธ​ได้​หรือ” ​(ยน. 1:46​) 
แต่นาธานาเอลและฟิลิปได้พบกับพระมาซีฮา พระผู้ช่วยให้รอดของชาวยิวที่มาจากเมืองนี้ 

นาซาเร็ธเป็นสถานที่ที่พระเยซูคริสต์ทรงเติบโต และคาเปอร์นาอูมเป็นศูนย์กลางการรับใช้ของพระเยซู ทั้ง 2 แห่งนี้อยู่ในแคว้นนี้คือ นัฟทาลี!

พระเยซูคริสต์ทรงเริ่มต้นพระราชกิจของพระองค์ที่แคว้นนัฟทาลี  และทรงเรียกสาวกพวกแรกของพระองค์ในแคว้นนี้  (มธ.4:13-22)  คำเทศนาส่วนใหญ่ของพระเยซูคริสต์ ทรงเทศนาในแคว้นนัฟทาลี!
การอัศจรรย์ส่วนใหญ่ของพระองค์ ทรงกระทำในแคว้นนัฟทาลี! 

เมื่อเราอ่านพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์  พระองค์ทรงดำเนินรอบๆทะเลสาปกาลิลีและทรงเรียกเปโตร,ยากอบ,ยอห์นและสาวกคนอื่นๆของพระองค์  ซึ่งอยู่ในแคว้นนัฟทาลี !

มีบางคนบอกว่าอัครสาวกทั้งหมดของสาวกของพระเยซู  ยกเว้นยูดาสและเลวี(มัทธิว)มาจากเผ่านัฟทาลี!

ดังนั้นแล้วเผ่านัฟาลีซึ่งได้รับการเผยพระวจนะว่า  จะกระโดดไปข้างหน้าเหมือนดังกวางตัวเมีย
ให้เราได้ออกไปปลดปล่อยข่าวดี ... และก้าวกระโดดไปข้างหน้าภายใต้สิทธิอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ให้ข่าวประเสริฐแพร่ออกไปสู่คนทั้งโลก!

เมื่อเผ่านัฟทาลีมีความหยิ่งและกบฏไปร่วมกับอาณาจักรตอนเหนือ พระเจ้าทรงอนุญาตให้พวกเขาตกไปเป็นเชลย  แต่เมื่อพวกเขาถ่อมใจ และหันกลับมาหาพระเจ้า  
เป้าประสงค์ลิขิตของพระองค์ก็สำเร็จ  พระเจ้าทรงกดคนที่หยิ่งลงและยกชูคนที่ถ่อมใจขึ้น  

นัฟทาลี เคยถูกดูหมิ่น และนาซาเร็ธเป็นเมืองที่ต่ำต้อยที่สุด  แต่นาซาเร็ทเป็นเมืองที่พระเยซูเติบโตและแคว้นนัฟทาลีเป็นสถานที่ที่พระเยซูคริสต์ทรงเริ่มต้นพระราชกิจของพระองค์!

ให้เราป่าวประกาศการเริ่มต้นใหม่ในเดือนอาดาร์ เดือนแห่งเผ่านัฟทาลี ดังนี้

เดือนแห่งความยินดีเมื่อได้รับพระพร

อธิษฐานป่าวประกาศตามพระวจนะ เฉลยธรรมบัญญัติ 33:23 ​…โอ นัฟ​ทา​ลี ผู้​อิ่ม​ด้วย​พระ​กรุณา ​และ​เต็ม​ด้วย​พระ​พร​ของ​พระ​ยาห์เวห์ ​...


เดือนนี้เป็นเดือนแห่งเผ่านัฟทาลี(Naphtali) หมายถึง "ความหวานต่อฉัน" เป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เพราะคำแช่งสาปและความขมขื่นใจจะกลับกลายเป็นหวานชื่นสำหรับเรา  

เดือนแห่งการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในชีวิตของเรา

อธิษฐานป่าวประกาศตามพระวจนะ 2 โครินธ์ 12:9 “การ​มี​พระ​คุณ​ของ​เรา​ก็​เพียงพอ​กับ​เจ้า เพราะ​ว่า​ความ​อ่อนแอ​มี​ที่​ไหน ฤทธานุภาพ​ของ​เรา​ก็​ปรากฏ​เต็มที่​ที่​นั่น”

ในเดือนนี้มีเทศกาลสำคัญของคนยิวคือ เทศกาลปูริม (Purim) ในวันที่ 12-13 มี.ค. เป็นเทศกาลที่เล็งถึงชัยชนะและการไถ่ชีวิตจากการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยฮามาน พระยาห์เวห์ทรงใช้พระราชินีเอสเธอร์ให้เป็นผู้เปลี่ยนเหตุการณ์ร้ายให้กลายเป็นวันแห่งชัยชนะ (เอสเธอร์ 9:26-27)


ดังนั้นเดือนนี้ให้เราป่าวประกาศชัยชนะในชีวิตของเรา หากเราต้องเผชิญวิกฤตการณ์ในชีวิต นี่คือโอกาสทองของเราที่เราจะเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระยาห์เวห์ที่ทรงทำในชีวิตของเรา

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรให้เราเป็นดั่งเผ่า"นัฟาลี กวางยอดนักสูั" ที่เราจะกระโดดไปข้างหน้าด้วยเสรีภาพในพระคุณ และออกไปปลดปล่อยข่าวดี ... และก้าวกระโดดไปข้างหน้าภายใต้สิทธิอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ให้ข่าวประเสริฐแพร่ออกไปสู่คนทั้งโลก!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น