30 ตุลาคม 2553

คุณค่าที่พันธกรคู่ควร


ในวันเสาร์ ที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา พี่น้องทีมนมัสการ UCC อุบลราชธานี มาเยี่ยมบ้าน Agape บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับพระพรเป็นอย่างมากในการหนุนจิตชูใจกันและกัน

ผมเชื่อว่าพระเจ้าจะนำการอวยพระพรไปสู่งานพันธกิจในภาคอีสาน ผ่านพันธกรแห่งข่าวประเสริฐกลุ่มนี้ ผมได้แบ่งปันพระวจนะของพระเจ้าจากพระธรรม 2 คร. 3:1-7 เรื่อง "คุณค่าที่พันธกรคู่ควร" จึงนำมาสรุปใน Blog เพื่อแบ่งปันดังนี้ครับ

2โครินธ์ 3:1-7
1 เรากำลังจะยกย่องตัวเราเองหรือ หรือว่าเราต้องการหนังสือแนะนำตัวให้แก่พวกท่าน เหมือนอย่างคนบางคนหรือ เราต้องการหนังสือนำตัวจากพวกท่านหรือ
2 ท่านเองเป็นหนังสือของเราจารึกไว้ที่ดวงใจของเรา ให้คนทั้งปวงได้รู้และได้อ่าน
3 ท่านปรากฏเป็นหนังสือของพระคริสต์ ซึ่งเราได้เขียนไว้มิใช่ด้วยน้ำหมึก แต่ด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ และมิได้เขียนไว้ที่แผ่นศิลา แต่เขียนไว้ที่แผ่นดวงใจมนุษย์
4 เรามีความไว้ใจในพระเจ้าโดยพระคริสต์อย่างนั้น
5 มิใช่เราจะคิดถือว่า สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดจากความสามารถของเราเอง แต่ว่าความสามารถของเรามาจากพระเจ้า
6 ผู้ทรงโปรดประทานให้เราสามารถที่จะเป็นพันธกรแห่งพันธสัญญาใหม่ อันมิใช่ประมวลกฎแต่เป็นมาโดยพระวิญญาณ ด้วยว่าประมวลกฎนั้นประหารให้ตาย แต่ส่วนพระวิญญาณประทานชีวิต
7 แต่ถ้าการปฏิบัติที่ประหารให้ตาย คือตามตัวอักษรที่จารึกไว้ที่แผ่นศิลานั้น ยังมาด้วยรัศมี แม้ว่าจะเป็นรัศมีที่จางหายไป ก็ยังทำให้พวกอิสราเอลแลดูหน้าของโมเสสไม่ได้


งานพันธกิจเป็นงานที่พระเจ้ามอบหมายให้ผู้เชื่อทุกคนเพื่อทำให้พระมหาบัญชา ของพระเจ้าสำเร็จ บุคคลที่ทำหน้านี้ เรียกว่า พันธกร ซึ่งเป็นผู้ที่เสียสละ และอุทิศตน จึงสมควรได้รับเกียรติและการยกย่อง

คำว่า "พันธกร" มาจากภาษากรีกว่า Deikonos หมายถึง ผู้ปรนนิบัติบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Deacon (ดี – เคิน) ภาษาไทย แปลว่า ผู้รับใช้หรือมัคนายก ในพระคัมภีร์กิจการฯ บทที่ 6 เป็นกลุ่มแรกที่ทำหน้าที่ปรนนิบัติแจกทานให้กับกลุ่มคน

เราทุกคนจึงเป็นปุโรหิตหลวง ผู้รับใช้ของพระเจ้า (1 ปต 2:9)

ไม่มีงานใดที่เป็นงานที่น่าภาคภูมิใจและเป็นที่น่ายอมรับนับถือเทียบเท่าบทบาทในการเป็นพันธกรของพระเจ้า เพราะว่างานนี้เป็นงานที่ประเสริฐในสายพระเนตรพระเจ้า

1 ทธ.3:1 คำนี้เป็นคำจริง คือว่าถ้าผู้ใดปรารถนาหน้าที่ ผู้ปกครองดูแลคริสตจักร ผู้นั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ

ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เราต่างก็ได้รับการทรงเรียกให้เป็นพันธกรของพระเจ้าทั้งสิ้น
พันธกรจึงมีคุณค่าในสายพระเนตรพระเจ้า และมีสิ่งที่คู่ควรที่พระเจ้าทรงมอบให้ในการรับใช้พระองค์ ดังนี้

คุณค่าของการเป็นพันธกร (ข้อ 1-3)

หากเราต้องการจะเข้าใจเนื้อหาที่เปาโลสื่อสารในตอนนี้ เราจำเป็นต้องเข้าใจบริบทก่อนหน้านี้
สถานการณ์ ณ เวลานั้น คริสตจักรโครินธ์ซึ่งเกิดขึ้นจากการบุกเบิกของเปาโลถูกยุยงปลุกปั่นจากชาวยิวบางคนที่อิจฉาและคิดร้ายท่านให้สงสัยและเคลือบแคลงในเจตนาของเปาโล

มิหนำซ้ำยังดูหมิ่นเปาโลโดยหาว่าท่านเป็นพวกสอนผิด เพราะไม่มีหนังสือรับรองที่ตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันในสมัยนั้นเพราะเห็นแก่คริสตจักรโครินธ์และงานพระเจ้าที่จะได้รับผลกระทบจากข้อกล่าวหา

เปาโลจึงจำเป็นต้องอธิบายในเรื่องหนังสือรับรองที่ท่านไม่มีนั้นว่า แท้จริง หนังสือรับรองใช้เพื่อแนะนำตัวบุคคลนั้น เมื่อต้องเดินทางไปต่างถิ่นที่ซึ่งไม่มีใครสักคนที่นั่นรู้จักเขา หรือเพื่อช่วยให้ผู้รับใช้พระเจ้าได้รับการยอมรับโดยเร็วและสามารถเทศน์สอนได้

แต่นี่เป็นคริสตจักรที่ท่านตั้งขึ้นมาเอง ดูแลและสอนเองมาตลอด จำเป็นด้วยหรือที่ท่านยังต้องหาจดหมายมารับรองตัวท่านและเมื่อท่านต้องเดินทางไปทำพันธกิจที่อื่น ตัวของเปาโลเองก็เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เพราะงานพันธกิจที่ท่านทุ่มเทมาตลอดนั้นเป็นหนังสือ รับรองอย่างดีอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีหนังสือใดรับรองอีก

นอกจากนี้ หนังสือรับรองที่ดีที่สุด คือแบบอย่างชีวิตที่ประจักษ์ชัดยิ่งกว่า น้ำหมึก และจารึกไว้อย่างมั่นคงยิ่งกว่าศิลาชนิดใด เพราะมันจารึกไว้ในจิตใจ

เปาโลจึงต้องการเน้นให้พวกเขาตระหนักว่า ชีวิตนั้นก็ดังกว่าคำพูด หรือเอกสารรับรองใด ๆ

การเป็นพันธกรจึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่การได้รับรองจากหนังสือ แต่การเป็นพันธกรมีคุณค่าจากสิ่งที่เขากระทำต่างหาก

สิ่งที่พันธกรเป็นและสิ่งที่พันธกรทำมีคุณค่าอย่างไร

1. เป็นที่น่ายอมรับนับถือ (ข้อ 1-2)

การเป็นพันธกรเป็นงานที่ประเสริฐในสายพระเนตรของพระเจ้า เราควรแสดงการยอมรับและให้เกียรติพันธกร ด้วยการสนับสนุนงานที่ท่านกระทำ

2.เป็นเหมือนตัวแทนของพระเจ้า (ข้อ 3)


พันธกรเป็นบทบาทที่เป็นเหมือนตัวแทนของพระคริสต์ ดังนั้น การเห็นคุณค่าของพันธกรก็เท่ากับเห็นคุณค่าของพระเจ้าด้วย (มธ.25:37-40)

3. เป็นแบบอย่างแห่งชีวิต (ข้อ 3)

พันธกรแท้เป็นผู้ที่เลียนแบบอย่างชีวิตของพระคริสต์ (1 คร.11:1) โดยมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ดลอยู่ภายใน เพื่อผู้อื่นจะสามารถเลียนแบบได้

(ตัวอย่าง จาก 1,500 Illustrations for Biblical Preaching หัวข้อ 617 “Greatness” หน้า 179)

ขณะที่สองพี่น้องกำลังถกเถียงกันเรื่องเป้าหมายชีวิตของพวกเขา หลังจากเสร็จสิ้นจากการเรียนรวีวารศึกษา เป้าหมายของพี่ชายคนโตคือ ความร่ำรวยและชื่อเสียง แต่ส่วนเป้าหมายของน้องชายนั้นคือ การติดตามพระเยซูอย่างสุดกำลัง

บุคคลผู้น้องได้เติบโตขึ้นและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่เขาตั้งใจไว้ ชื่อของเขาคือ
เดวิด ลิฟวิ่งสโตน (David Livingstone)
ซึ่งคนมากมายในยุคนั้นต่างรู้จักเขาเป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นแพทย์แต่กลับถวายตัวไปเป็นมิชชั่นนารีที่แอฟริกาในยุคที่ยังไม่มีอะไรเลยแม้แต่ถนน

ส่วนพี่ชายของเขาก็ได้เติบโตขึ้นและกลายเป็นคนมั่งคั่ง แต่ชื่อเสียงของเขาได้รับมาจากบุคคลอื่น โดยข้อความไว้อาลัยบนป้ายหลุมฝังศพของเขาเขียนไว้ว่า “ที่นี่ บุคคลที่นอนสงบอยู่คือ พี่ชายของเดวิด ลิฟวิ่งสโตน”

ชื่อเสียงของพี่ชายของเขาไม่ได้มาจากชีวิตของเขา แต่ต้องอาศัยชื่อเสียงของน้องชายของเขาที่อุทิศตัวเป็นพันธกร

โดยทั่วไป เมื่อใครก็ตามจากโลกนี้ไป จะมีคน 3 ประเภทตอบสนองต่อการจากไปของคน ๆ นั้น

คนกลุ่มแรก จะรู้สึกเฉย ๆ และกล่าวว่า “อ้าว ! ตายแล้วเหรอ เห็นกันลัด ๆ ”
คนกลุ่มแรก จะรู้สึกดีใจ และกล่าวว่า “ดี น่าจะตายตั้งนานแล้ว ”
คนกลุ่มสาม จะรู้สึกคิดถึงและอาลัยหา และกล่าวว่า “เราจดจำเขาในความทรงจำตลอดไป ”

จงเลือกใช้ชีวิตเพื่อนำคนมารอด เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ถาวรกว่าการสะสมเงินทองในโลก
งานนี้เป็นงานที่คุณค่าที่สุดเพราะพระเจ้าเรียกให้เราทั้งหลายกระทำ


คุณค่าของการเป็นพันธกร จาก 3 สิ่ง คือ เป็นที่น่ายอมรับนับถือ เป็นตัวแทนของพระเจ้า และเป็นแบบอย่างแห่งชีวิต

สิ่งที่คู่ควรกับพันธกร ที่พระเจ้าทรงมอบให้คือ (ข้อ 4-7)

1.สิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณจากพระเจ้า (ข้อ 4-5)

พระเจ้ารับรองผู้รับใช้ของพระองค์ด้วยสิทธิอำนาจที่พระองค์ประทานให้ โดยใช้ในทางที่ถูกต้อง (รม.13:4)


2.พระวิญญาณจากพระเจ้า (ข้อ 6)


พระเยซูคริสต์กำชับให้สาวกรอคอยการเสด็จมาของพระวิญญาณฯ ก่อนที่จะไปทำงานพันธกิจ (กจ.1:8) เพราะการทำพันธกิจต้องพึ่งพาพระองค์

พระวิญญาณฯเป็นผู้ร่วมงานที่ดีทึสุดในงานพันธกิจ เมื่อเราร่วมงานกับพระวิญญาณ เราจะมีกำลังจากพระองค์ทำให้เราทำงานอย่างอุตสาหะ

โคโลสี 1:28-29
28 พระองค์นั้นแหละเราประกาศอยู่ โดยเตือนสติทุกคนและสั่งสอนทุกคนให้มีสติปัญญาทุกอย่าง เพื่อจะได้ถวายทุกคนให้เป็นผู้ใหญ่แล้วในพระคริสต์
29 เพื่อเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงตรากตรำทำงานด้วยความอุตสาหะ เข้มแข็งด้วยพลังที่พระองค์ทรงดลใจข้าพเจ้าอยู่



3. สง่าราศีนิรันดร์จากพระเจ้า (ข้อ 7)


แม้พันธกรจะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการทำพันธกิจ แต่พระเจ้าจะประทานเกียรติและศักดิ์ศรีอันยั่งยืนแก่ผู้รับใช้เหล่านี้บนสวรรค์ (อฟ.1:18; 1 ปต.5:4)


ซี.ที. สตัดด์ มิชชันารีที่ยิ่งใหญ่ กล่าวไว้ว่า “ ถ้าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าและทรงสิ้นพระชนม์เพื่อข้าพเจ้าแล้ว ฉะนั้นไม่มีการเสียสละใดๆจะยิ่งใหญ่เกินไปกว่าที่ข้าพเจ้าจะกระทำเพื่อพระองค์ไม่ได้”

นี่คือคำพูดของ พันธกร ที่เป็นบุคคลที่เสียสละในการออกไปรับใช้พระเจ้าในต่างแดน แม้ว่าหลายครั้งจะต้องเผชิญความทุกข์ยากลำบากแต่ก็ไม่เคยย่อท้อ เพื่อตอบแทนการเสียสละพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์


มาร์ติน ลูเธอร์ นักปฏิรูปศาสนาที่ยิ่งใหญ่ ท่านได้สร้างหลักการและคำสอนในเรื่องศาสนาศาสตร์ไว้จนได้เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์

แม้ว่าท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผู้คนที่เมืองวิเทนเบอร์กในประเทศเยอรมันบ้านเกิดของท่าน ได้ปั้นรูปเหมือนของท่านประดิษฐานไว้ และมีข้อความจารึกในแผ่นศิลาโดยยกข้อความจากพระคัมภีร์ใน

สดด.118:17 ว่า ข้าพเจ้าจะไม่ตาย แต่ข้าพเจ้าจะเป็นอยู่ และประกาศพระราชกิจของพระเจ้า

เป็นการระลึกเตือนใจเสมอว่ามาร์ติน ลูเธอร์ ได้เป็นแบบอย่างชีวิตของคนเยอรมัน ที่ไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำเลย

(ตัวอย่าง จาก Encyclopedia of 15,000 Illustrations หัวข้อที่ 7711 “Four Important Questions” หน้า 1708)

ที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ (Westminter Abbey) ณ หลุมฝังศพของ เดวิด ลิฟวิ่งสโตน (David Livingstone) มีข้อความบันทึกว่า “เพราะมีข้าพเจ้า จึงเกิดฝูงแกะเหล่านั้น” และมีข้อความเตือนใจคนรุ่นหลังเป็นคำถาม

4 คำถามว่า

“ถ้าเท้าของท่านไม่ก้าวออกไปหาพวกเขา ใครจะเป็นคนนำฝูงแกะเหล่านั้นกลับมาหาพระเจ้า?”

“ถ้ามือของท่านไม่ได้จูงพวกเขากลับมา ฝูงแกะเหล่านั้นจะกลับมาหาพระเจ้าได้อย่างไร?”

“ถ้าปากของท่านไม่เปิดออกและประกาศแก่พวกเขา ฝูงแกะเหล่านั้นจะได้ยินข่าวประเสริฐได้อย่างไร ?”

“ถ้าใจของท่านไม่รักพวกเขา ฝูงแกะเหล่านั้นจะรู้จักความรักของพระเจ้าได้อย่างไร? ”

นี่เป็นคำถามของมิชชันนารีผู้ที่เชื่อฟังพระมหาบัญชาและตัดสินใจออกไปบุกเบิกงานของพระเจ้าในทวีปแอฟริกาอันแสนยากลำบาก

วันนี้ขอให้เราเป็นพันธกรของพระเจ้าที่ออกทำการพันธกิจของพระเจ้า เพื่อนำคนทั้งหลายกลับมาหาพระองค์

เพราะงานพันธกิจมีคุณค่า และพันธกรก็คู่ควรในคุณค่าแห่งคำสรรเสริญ!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร โดย  Haiyong Kavilar             ในบทความที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงว่า ในการขับเคลื่อนแบบอัครทูตหรือแบบอาณาจ...