26 ธันวาคม 2559

ความแตกต่างระหว่าง “ของประทานอัครทูต” กับ “ตำแหน่งอัครทูต”

บทความเรื่อง ความแตกต่างระหว่าง “ของประทานอัครทูต” กับ “ตำแหน่งอัครทูต”
โดย Haiyong Kavilar


ในทศวรรษ 1970 นับเป็นทศวรรษสำคัญสำหรับคำสอนเรื่องของประทาน ก่อนหน้าปี 1970 คำสอนและหนังสือเรื่องของประทานยังมีไม่มากนัก ทว่าช่วงปี 1970 นี่เองที่คำสอนและหนังสือเรื่องของประทานเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในพระกาย โอ ราวกับว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงรื้อฟื้นความเข้าใจเรื่องของประทานให้กับเจ้าสาวพระคริสต์ ดังนั้นแล้วคำสอนเรื่องของประทานจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่และหาอ่านจากหนังสือเก่าๆได้ยาก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ spiritual gifts

เมื่อคริสตจักรก้าวเข้าสู่การปฏิรูปอัครทูตครั้งใหม่(New Apostolic Reformation)ในช่วงทศวรรษ 1990 ตำแหน่งอัครทูตในยุคปัจจุบันจึงได้ถูกรื้อฟื้นขึ้น อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะเข้าใจถึงการรื้อฟื้นเรื่องอัครทูตอย่างกระจ่างแจ้ง การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “ของประทานความเป็นอัครทูต” กับ “ตำแหน่งอัครทูต” ก็จะช่วยเสริมสร้างเพื่อนๆได้ดียิ่งขึ้น


ของประทานเป็นสิ่งแต่ละคนได้รับจากพระวิญญาณ การที่แต่ละคนจะมีของประทานใดนั้นท้ายสุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับพระทัยของพระวิญญาณ ของประทานความเป็นอัครทูตนับเป็นของประทานหนึ่งที่พระวิญญาณมอบให้กับผู้เชื่อบางคน คนที่มีของประทานความเป็นอัครทูตมักจะมีลักษณะเด่นบางประการ เช่น มีความกล้าในการทำสิ่งใหม่ๆ มีความเป็นผู้นำ และรับรู้ถึงสิ่งต่างๆที่พระวิญญาณกำลังตรัสกับคริสตจักร เป็นต้น คนที่มีของประทานความเป็นอัครทูต มักจะมีผู้คนที่อยากจะติดตามเขาโดยสมัครใจ อย่างไรก็ตาม “ของประทานความเป็นอัครทูต” กับ “ตำแหน่งอัครทูต” ก็มีความแตกต่างกัน


“ของประทาน” เป็นสิ่งที่ได้มาจากพระวิญญาณโดยตรง แต่ “ตำแหน่ง” เป็นสิ่งที่ได้รับจากพระวิญญาณและจากคริสตจักร การที่คนผู้หนึ่งจะมีตำแหน่งอัครทูตได้นั้น โดยพื้นฐานแล้วคนผู้นั้นต้องมีของประทานความเป็นอัครทูตก่อน เมื่อวันเวลาผ่านไป ของประทานความเป็นอัครทูตที่คนผู้นั้นมีก็จะเติบโตยิ่งขึ้น ซึ่งผู้อื่นจะรับรู้ได้ผ่านลักษณะชีวิตและผลจากพันธกิจของเขา และเมื่อถึงวาระที่เหมาะสม พระวิญญาณอาจจะตรัสกับคณะผู้ปกครองหรืออัครทูตคนอื่นๆว่า “จงแต่งตั้งคนผู้นี้ให้เป็นอัครทูต” และเมื่อคริสตจักรได้แต่งตั้งเขาให้เป็นอัครทูตแล้ว นับตั้งแต่นั้นเขาจึงจะมีตำแหน่งอัครทูต


ตัวอย่างหนึ่งในพระคัมภีร์ก็คือ เปาโล แม้ว่าเปาโลจะบังเกิดใหม่และเข้าสู่คริสตจักรตามหนังสือกิจการบทที่9 แต่พระคัมภีร์ก็ยังไม่ได้เรียกเปาโลว่าเป็นอัครทูต จนกระทั่งหลังจากหนังสือกิจการบทที่13 เมื่อเปาโลได้รับการแต่งตั้งจากพระวิญญาณและจากคริสตจักรที่อันทิโอก พระคัมภีร์จึงค่อยเรียกเปาโลว่าเป็นอัครทูต นั่นหมายความว่าระหว่างหนังสือกิจการบทที่ 9 – 12 เปาโลยังไม่ได้รับตำแหน่งอัครทูต แต่เปาโลมีของประทานและการทรงเรียกสู่การเป็นอัครทูตอยู่แล้ว และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมตามหนังสือกิจการบทที่13 เปาโลจึงได้รับตำแหน่งอัครทูต ดังนั้นตำแหน่งอัครทูตจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการแต่งตั้งตนเอง แต่เกิดจากการที่พระวิญญาณและคริสตจักรได้แต่งตั้งขึ้นมา


จากประวัติศาสตร์คริสตจักรที่ผ่านมาเกือบ 2000 ปี ตำแหน่งอัครทูตในยุคปัจจุบันเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับการยอมรับมากนัก จนกระทั่งทศวรรษที่ 1990 อันเป็นทศวรรษของการรื้อฟื้นอัครทูต ตำแหน่งอัครทูตในยุคปัจจุบันจึงเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในทศวรรษ 1990 ไม่ได้เป็นการรื้อฟื้นของประทานความเป็นอัครทูต แต่เป็นการรื้อฟื้นตำแหน่งอัครทูต จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แม้จะผู้เชื่อจะไม่มีตำแหน่งอัครทูต แต่ผู้เชื่อหลายๆคนก็มีของประทานความเป็นอัครทูตอยู่แล้ว


ในพระคัมภีร์เมื่อคนผู้หนึ่งได้รับตำแหน่งอัครทูต คนผู้นั้นก็จะแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าตัวเขาเป็นอัครทูตโดยมิได้ปิดบังหรือซ่อนเร้น ในจดหมายฝากแต่ละฉบับของเปาโล ตัวเปาโลก็เน้นย้ำและขึ้นต้นจดหมายของเขาอยู่บ่อยๆว่า “เปาโล อัครทูตของพระเยซูคริสต์” ซึ่งนี่ชึ้ให้เห็นว่า ถ้าผู้ใดได้รับตำแหน่งอัครทูตแล้ว ผู้นั้นก็ควรแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเป็นอัครทูต โอ ขอให้บรรดาอัครทูต จงลุกขึ้นเถิด

แนะนำหนังสือเพิ่มเติม
Your Spiritual Gifts Can Help Your Church Grow เขียนโดย C. Peter Wagner
Apostles Today เขียนโดย C. Peter Wagner


ที่มาของรูป
รูปของขวัญ จาก https://www.pinterest.com/jeichhorst/spiritual-gifts/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น