จุดประสงค์ 3 ประการของการรื้อฟื้นระบบอัครทูตและการเผยพระวจนะ



 จุดประสงค์ 3 ประการของการรื้อฟื้นระบบอัครทูตและการเผยพระวจนะ
(Three Goals of Apostolic/Prophetic Restoration)
 โดย อาร์เชอร์ อินเทรเตอร์ (Asher Intrater)

ในปัจจุบันประเด็นของพันธกิจการรับใช้ในรูปแบบของอัครทูตและการเผยพระวจนะนั้นยังก่อให้เกิดข้อโต้แย้งมากมาย  โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับกลุ่มเมสสิยานิค (ชาวยิวผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ที่เหลืออยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม ทำไมเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในจดหมายที่เขียนถึงเมืองเอเฟซัส ได้กล่าวถึงการงานของ  "อัครทูตและผู้เผยพระวจนะ" ถึง 3 ครั้งด้วยกัน
การกล่าวถึงในครั้งแรกนั้น เป็นเรื่องของการปลูกฝังรากฐานสำหรับคริสตจักร "Ecclesia"เพื่อให้เป็นที่ทรงสถิตของพระวิญญาณของพระเจ้า 
เอเฟซัส 2:20 “ท่านได้รับการสร้างขึ้นบนฐานรากของเหล่าอัครทูตและผู้เผยพระวจนะโดยมีพระเยซูคริสต์เองเป็นศิลามุมเอก
นี่ไม่ใช่เป็นการพูดถึงชุมชนท้องถิ่นแต่เป็นคริสตจักร "Ecclesia" สากล ศิษยาภิบาลนั้นจดจ่ออยู่ที่ชุมชนท้องถิ่น ในขณะที่อัครทูตจะให้ความสนใจในมุมกว้างแบบคริสตจักร"Ecclesia" สากล
ในส่วนที่ 2 ที่กล่าวถึง เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วเกี่ยวกับการให้กลับมาคืนดีกันระหว่างยิวและชาวต่างชาติผ่านทางความเชื่อในเยชูวาห์ (พระเยซูคริสต์ในภาษาฮีบรู)
เอเฟซัส 3:5-6 “ซึ่งในยุคก่อนๆ ไม่ได้ทรงเปิดเผยแก่มนุษย์เหมือนที่บัดนี้ทรงสำแดงโดยพระวิญญาณแก่เหล่าอัครทูตและผู้เผย  พระวจนะผู้บริสุทธิ์ของพระเจ้า ข้อล้ำลึกนี้คือ โดยทางข่าวประเสริฐนั้นคนต่างชาติก็เป็นทายาทร่วมกับชนอิสราเอล เป็นอวัยวะร่วมในกายเดียวกันและเป็นผู้มีส่วนร่วมในพระสัญญาในพระเยซูคริสต์
การได้ร่วมเป็นพวกเดียวกันระหว่างอิสราเอลและคริสตจักร “Ecclesia” สากล คือศูนย์กลางของอาณาจักรของพระเจ้า และควรจะเป็นส่วนหนึ่งของพื้นฐานต่างๆที่ถูกวางไว้โดยอัครทูตและผู้เผยพระวจนะทั้งในอดีตและกระทั่งปัจจุบันนี้
ในส่วนที่ 3 นั้น เกี่ยวกับสิทธิอำนาจทางฝ่ายวิญญาณ ที่ได้ถูกมอบไว้แก่ "พันธกรทั้ง 5"เพื่อเป็นการตระเตรียมสำหรับงานรับใช้ หลังจากที่ เยชูวาห์ ถูกรับขึ้นไปสู่สวรรค์ 
เอเฟซัส 4:11 - “พระองค์เองทรงให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์ เพื่อเตรียมประชากรของพระเจ้าสำหรับงานรับใช้ เพื่อว่าพระกายของพระคริสต์จะได้รับการเสริมสร้างขึ้น
 สิทธิอำนาจทางฝ่ายวิญญาณ มันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จขึ้นสู่สวรรคของ เยชูวาห์ พระองค์ทรงฟื้นขึ้นและอยู่เหนือทุกอำนาจทั้งศักดิเทพและอิทธิเทพทั้งหมด และพระองค์ทรงประทานอำนาจทั้งหมดนั้นให้แก่คริสตจักร “Ecclesia” ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ (เอเฟซัส 1:20-23) พระองค์ทรงประทานสิทธิอำนาจทางฝ่ายวิญญาณ โดยพระนามของพระองค์ พระวิญญาณของพระองค์และประเภทของตำแหน่งของการเป็นผู้นำแบบ “การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ ascension” 5 ประการด้วยกันตามที่กล่าวใว้นี้   (เอเฟซัส 4:7-11)
เหตุที่ "อัครทูตและผู้เผยพระวจนะนั้นถูกกล่าวถึงขึ้นพร้อมๆกับ "ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ ศิษยาภิบาล และอาจารย์" มันชัดเจนว่าทั้งหมดนี้นั้นยังจำเป็นจะต้องทำงานต่อไปอย่างต่อเนื่องและไม่มีการสูญหายไป
สอดคล้องกับข้อมูลที่มีการอ้างถึงเบื้องต้นไปแล้วนั้น  ทำให้เราสามารถบันทึก 3 หลักการหรือการสังเกตการณ์ที่น่าตกตะลึงดังต่อไปนี้
1. คริสตจักร “Ecclesia” - ในกลุ่มผู้เชื่อทั้งหมดในช่วงเวลาของศตวรรษแรกนั้น พวกเขายอมรับการถือกำเนิดขึ้นจากพื้นฐานและยอมจำนนอยู่ภายใต้การปกคลุมของเหล่าอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ
2. อิสราเอล ในกลุ่มผู้เชื่อทั้งหมดในช่วงเวลาของศตวรรษแรกนั้น ได้เห็นว่าพวกเขาได้เชื่อมโยงและมีความสอดคล้องกับอิสราเอลและเยรูซาเล็มตามอย่างในพระคัมภีร์
3. อาณาจักร – สิทธิอำนาจทางฝ่ายวิญญาณของคริสตจักร “Ecclesia” สากล ก่อนที่เยชูวาจะเสด็จกลับมา จะกลายเป็นสิทธิอำนาจของรัฐบาลหรือการปกครองในอาณาจักรแห่งยุคมิลเลเนียม หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับมา (มัทธิว 19:28, ลูกา 19:17)
เป้าหมายทั้ง 3 ประการนี้ คริสตจักร “Ecclesia” อิสราเอลและอาณาจักร เป็นสาเหตุหลักเพื่อการรื้อฟื้นในเรื่องของระบบอัครทูตและการเผยพระวจนะ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากของทั้งประการนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องการรื้อฟื้นนี้ต้องเผชิญสงครามทางฝ่ายวิญญาณอย่างมากมาย การทำความเข้าใจกับเป้าหมายทั้ง 3 ประการนี้ จะช่วยเราให้เข้าสู่พระประสงค์ของพระเจ้าในยุคสมัยของเราได้ดีขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก http://reviveisrael.org

ความคิดเห็น