08 เมษายน 2558

การแช่ตัวในการทรงสถิต (Soaking in God's presence)

บทความในครั้งนี้ ขอพูดถึงเรื่องของการนมัสการและอธิษฐานแบบการแช่ตัว (Soaking)ในการทรงสถิต ของพระเจ้า ส่วนตัวผมใช้คำว่า "การซบนิ่ง" คือ การเข้าไปซบในพระทรวงของพระเจ้าและนิ่งสงบในการทรงสถิตเพื่อจะรับฟังเสียงของพระองค์ เป็นเวลาแห่งการผ่อนคลาย   

 ขอนำแนวทางการนมัสการและอธิษฐานแบบการแช่ตัว (Soaking)ที่ผมได้เรียบเรียงจากบทความเรื่อง Soaking in HisPresence โดย เจมส์ กอลล์  (James Goll) มาแบ่งปันดังนี้ครับ 
เราอาจเคยจะได้ยินเรื่องมากมายในคริสตจักรต่างๆเกี่ยวกับการนอนแช่ตัว(soaking) ในการทรงสถิต  บางคนอาจจะคัดค้านเพราะคำนี้ที่ไม่ได้อยู่ในพระคัมภีร์ (อันที่จริงแล้ว สิ่งต่างๆที่เราทำในคริสตจักรเป็นประจำก็ไม่ได้ระบุไว้โดยตรงในพระคัมภีร์ เช่นโรงเรียนพระคัมภีร์วันอาทิตย์ (Sunday school),การนมัสการด้วยการใช้กีต้าร์ไฟฟ้า  การใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆเพื่อใช้ประกอบการเทศนาหรือประกาศพระกิตติคุณ เราก็ยังใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่เรื่องการนอนแช่ตัว(soaking) ในการทรงสถิตกลับต่อต้าน)
James Goll
การแช่ตัวในการทรงสถิต ไม่ใช่การนอนแน่แช่นิ่ง หรือ การนอนนิ่งๆให้หลับ แต่เป็นการซึมซับบรรยากาศการทรงสถิต การพักสงบและรับการสำแดง  คล้ายกับการแช่อิ่มของผลไม้ที่น้ำตาลค่อยซึมซับ(Osmosis) เข้าไปในเนื้อผลไม้จนได้รสชาติใหม่ที่กลมกล่อมกว่าเดิม

ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์จากพระคัมภีร์ซึ่งเราคุ้นเคยดี ในเรื่องของ “เสียงเรียกเจ้าพระเจ้าในยามหลับ” นั้นคือ เรื่องของซามูเอล ในพระธรรม 1 ซามูเอล บทที่ 3 ข้อ 1-10

1 ฝ่ายกุมารซามูเอลปรนนิบัติพระเจ้าอยู่ต่อหน้าเอลี  ในสมัยนั้นพระดำรัสของพระเจ้ามีมาแต่น้อย ไม่มีนิมิตบ่อยนัก
2 อยู่มาครั้งนั้นเอลีนอนอยู่ในที่นอนของตน (​ตาของท่านเริ่มมืดมัวมองอะไรไม่เห็น​)​
3 ตะเกียงของพระเจ้ายังไม่ดับ ซามูเอลนอนอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า ที่ที่หีบของพระเจ้าอยู่ที่นั่น
 4 ​พระเจ้าทรงเรียกซามูเอลและซามูเอลทูลตอบว่าข้าพเจ้าอยู่นี่
5 เขาจึงวิ่งไปหาเอลีและว่าข้าพเจ้าอยู่นี่ ด้วยท่านร้องเรียกข้าพเจ้าแต่เอลีตอบว่าเราไม่ได้เรียกเจ้า จงกลับไปนอนอีกเขาก็ไปนอน
6 และพระเจ้าทรงเรียกขึ้นอีกว่าซามูเอลเอ๋ยและซามูเอลก็ลุกขึ้นไปหาเอลีกล่าวว่าข้าพเจ้าอยู่นี่ ด้วยท่านร้องเรียกข้าพเจ้าแต่เอลีตอบว่าลูกเอ๋ย เรามิได้เรียกเจ้า จงนอนอีก
7 ฝ่ายซามูเอลไม่เคยรู้จักพระเจ้า และยังไม่เคยทรงสำแดงพระดำรัสของพระเจ้าแก่เขา
8 และพระเจ้าทรงเรียกซามูเอลครั้งที่สาม ซามูเอลก็ลุกขึ้นไปหาเอลี กล่าวว่าข้าพเจ้าอยู่นี่ ด้วยท่านร้องเรียกข้าพเจ้าแล้วเอลีจึงหยั่งรู้ได้ว่าพระเจ้าทรงเรียกเด็กนั้น
9 เพราะฉะนั้นเอลีจึงพูดกับซามูเอลว่าจงไปนอนเสียเถิด ถ้าพระองค์ทรงเรียกเจ้า เจ้าจงทูลว่าพระเจ้าเจ้าข้า ขอพระองค์ตรัสเถิด เพราะผู้รับใช้ของพระองค์คอยฟังอยู่’ ” ซามูเอลจึงกลับไปนอนในที่ของตน
10 และพระเจ้าเสด็จมาประทับยืนอยู่ ทรงเรียกอย่างครั้งก่อนๆ ว่าซามูเอล ซามูเอลเอ๋ยและซามูเอลทูลตอบว่าขอตรัสเถิด เพราะผู้รับใช้ของพระองค์คอยฟังอยู่


ในช่วงเวลานั้น  ซามูเอล(Samuel) ยังเป็นเด็กและแม่ของซามูเอลคือ นางฮันนาห์ (Hannah) ได้นำซามูเอลมาฝากให้ปุโรหิตเอลี (Eli ดูแลเพื่อเรียนรู้ในเรื่องการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าในพระวิหาร   พระคัมภีร์กล่าวในข้อที่ 1 ว่า ในสมัยนั้นพระดำรัสของพระเจ้ามีมาแต่น้อย ไม่มีนิมิตบ่อยนัก” 
ดังนั้นซามูเอลยังเป็นเด็กจึงยังไม่เข้าใจในเรื่องเสียงของพระเจ้าและการสำแดงนิมิต เมื่อได้ยินเสียงพระองค์ตรัส จึงคิดว่าเป็นเสียงเรียกจากเอลี เมื่อซามูเอลนอนอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า ที่ที่หีบของพระเจ้าอยู่ที่นั่น

เมื่อเสียงของพระเจ้ามาถึงซามูเอล  แต่ซามูเอลยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นเสียงของพระองค์ จึงไปถามปุโรหิตเอลี  เอลีจึงบอกว่าให้กลับไปนอนลงที่นั่นอีกครั้ง  และเมื่อซามูเอลได้ยินเสียงอีกครั้งหนึ่ง  เอลีจึงหยั่งรู้ได้ว่าพระเจ้าทรงเรียกซามูเอล และบอกกับซามูเอลให้ทูลต่อพระเจ้าว่า

สาระสำคัญของเอลี ที่บอกกับซามูเอล คือ การเข้าไปนอนแช่ตัว (soaking)เพื่อดื่มด่ำในการทรงสถิต เพื่อที่ซามูเอลจะรู้จักเสียงของพระเจ้าเมื่อเขาได้ยินให้พร้อมที่จะฟังและกระทำตาม
สิ่งนี้เป็นคำแนะนำสำหรับเราเช่นเดียวกับซามูเอล  

เราจำเป็นต้องใช้เวลาพักผ่อนในการทรงสถิตของพระเจ้า  ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนกับการตกหลุมรักพระเจ้า (falling in love with God)
เมื่อพบกับพระเจ้าชีวิตของเราจะเปลี่ยนไป  ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงแบบชั่วคราวแต่เป็นการเปลี่ยนไปแบบชั่วนิรัดร์  พระองค์จะนำเรากลับไปในประสบการณ์รักครั้งแรก( first love)  ของเราที่มีต่อพระองค์ หรือพระองค์จะพาเราไปค้นหาความรักครั้งแรก  ถ้าเราไม่เคยลิ้มรสมาก่อน
เราสามารถเรียนรู้ที่จะรู้จักเสียงของพระองค์และเราจะได้รับการฟื้นใจ(renewal)พบการฟื้นฟู การส่วนตัว (personal revival)  เสียงของพระองค์ทำให้เรามีประสบการณ์ เพื่อเราจะเชื่อฟังเสียงของพระองค์นำไปสู่การรับใช้พระองค์
ซ่อนตัวและเข้าไปแสวงหา (Hide and Seek)
เมื่อเราเข้าไปแสวงหาพระองค์  เราจะพบกับพระองค์  ลองนึกภาพตอนที่เราสามารถใช้เวลาทั้งวันกับพระเยซูเพียงลำพังกันสองคน   หากเราไม่มีเวลานานขนาดนั้นก็ลองจินตนาการว่าเราได้ใช้เวลากับพระเยซูเพียงลำพังกันสองคนในหนึ่ง  แม้เพียงแค่ชั่วโมงเดียวหรือเพียงแค่หนึ่งนาทีที่เราได้เข้าใกล้คนที่เป็นที่รักของจิตวิญญาณ(lover of your soul) ของเรา เพียงแค่นี้มันก็คุ้มแล้ว
จงทำต่อไปคือการนอนแช่ตัวในการทรงสถิต  จะให้ดีเราควรจะฟังแผ่นซีดีการนมัสการที่เงียบสงบ  เพื่อให้ความรู้สึกเป็นอิสระและผ่อนคลาย  ทำเช่นนั้นบ่อยๆ  
เราสามารถแสวงหาพระองค์ใน หลายสถานที่ได้  วิธีหนึ่งที่หลายคนชื่นชอบคือการไปพักผ่อนชมธรรมชาติ เช่น การเดินป่าคนเดียวในป่า เพื่อไปหาที่สงบพบกับพระองค์  เพื่อจะสามารถนั่งอ่านจดหมายรัก (พระคัมภีร์) ที่พระองค์เขียนให้เราอ่าน  เราสามารถเห็นพระองค์ในดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานและชื่นชมในธรรมชาติที่เป็นสิ่งทรงสร้างที่ส่งเสียงรอบตัวเรา สิ่งเหล่านี้จะนำเราเข้ามาใกล้พระองค์มากขึ้น

บางครั้งการนอนแช่ตัวโดยการใช้ดนตรีบำบัดโรค (healing  soaking music) สามารถทำให้มีชัยชนะเหนือโรคภัยต่างๆได้เช่น โรคมะเร็งได้ เพราะร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณเกี่ยวข้องกันถ้าจิตวิญญาณได้รับการเยียวยา ร่างกายก็จะได้รับการรักษาด้วยเช่นกัน

เราควรจะใช้เวลาเพียงลำพังในการแช่ตัวในการทรงสถิตของพระเจ้า  เหมือนดั่งเช่น ซามูเอล  ท่านได้เข้าไปนอนพักสงบอยู่รอบๆหีบพันธสัญญา (Ark)  เช่น ใช้บทเพลงสรรเสริญท่วงทำนอง "เซลาห์""Selah"  โดยการหยุดจากวุ่นวายของชีวิต แล้วก็ ... รอ ... นอนหลับ ... เมื่อได้รับสิ่งใดก็สะท้อนสิ่งที่เราได้รับจากพระเจ้าให้กับคนที่เรารัก

วิธีการแช่ตัวในการทรงสถิต (Soaking in His Presence)

มีขั้นตอน 3 ขั้นง่ายนั่นคือ  นมัสการ,ฟังและตอบสนอง (Worship, Listen, Respond) เพื่อเราจะเข้าไปแสวงหาพระเจ้า 
การเข้าไปมีจุดประสงค์ดังนี้ 

1. เข้าไปอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระองค์เพื่อที่จะสนทนากับพระองค์  (Get still before Him in order to commune with Him) 
สดุดี 46:10จงนิ่งเสีย และรู้เถิดว่า เราคือพระเจ้า เราเป็นที่ยกย่องท่ามกลางบรรดาประชาชาติ... 
2 ซามูเอล 7:18 จากนั้นกษัตริย์ดาวิดจึงเสด็จเข้าไปประทับนั่งต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าและทูลว่า
“ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต ข้าพระองค์เป็นผู้ใดเล่า วงศ์ตระกูลของข้าพระองค์เป็นใครหนอ พระองค์จึงทรงนำข้าพระองค์มาถึงเพียงนี้? 

วิวรณ์ 3:20  นี่แน่ะ เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู ถ้าใครได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาเขาและจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา

ฮาบากุก 2:20 แต่​พระ‍ยาห์‌เวห์​สถิต​ใน​พระ‍วิหาร​บริ‌สุทธิ์​ของ​พระ‍องค์  จง​ให้​ทั่ว​ทั้ง​แผ่น‍ดิน​โลก​สงบ​นิ่ง​ต่อ‍พระ‍พักตร์​พระ‍องค์​เถิด

2.เข้าไปใกล้หัวใจของพระองค์ (Draw near to His heart) 

ยากอบ 4:8 พวก‍ท่าน​จง​เข้า​ใกล้​พระ‍เจ้า แล้ว​พระ‍องค์​จะ​เสด็จ​เข้า‍มา​ใกล้​ท่าน พวก​คน‍บาป​เอ๋ย จง​ชำระ​มือ​ให้​สะอาด ...

(สดุดี 42:1-2; อิสยาห์ 55: 1-3,6,สดุดี 65: 4; สดุดี 73:28 สดุดี 84: 1-4,10 และฮีบรู10 :22)

3.  เข้าไปแสวงหาพระพักตร์ของพระองค์  แสวงหาพระเจ้าเพื่อรับประโยชน์จากพระองค์ (Seek His face. Seek God for God's sake)  
การที่เราจะเป็นนักอธิษฐานวิงวอนที่มีประสิทธิภาพ (an effective intercessor) ขอหนุนใจว่าเราต้องเข้านำตัวของเราเข้าไปมีส่วนร่วมกับพระเจ้า (engage yourself with the Lord)   ทำให้พระเจ้าเข้ามาเป็นหุ้นส่วนของเราในการทำงาน ในการอธิษฐาน 
 (มัทธิว 7: 7-8,สดุดี 27:4,8;สดุดี 63:1-8; ฮีบรู 11: 6 และเยเรมีย์ 29: 11-14)
สดุดี 27:4 ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหาเสมอ คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า ตลอดวันเวลาชั่วชีวิตของข้าพเจ้า เพื่อจะดูความงามของพระเจ้า และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์

ใช้เวลาอยู่ในการทรงสถิต (Just spend time in His presence)    
ศึกษาในพระธรรมอพยพบทที่ 33 เกาะติดกับพระเจ้าเหมือนโมเสส  อพยพ 33:14-15 
14 ฝ่ายพระองค์ตรัสว่าเราเองจะไปกับเจ้า และให้เจ้าได้พัก
15 ฝ่ายโมเสสจึงกราบทูลพระองค์ว่าถ้าพระองค์มิได้เสด็จไปกับข้าพระองค์ก็ขออย่านำพวกข้าพระองค์ขึ้นไปจากที่นี่เลย
(สดุดี 16:11,สดุดี 89:15; อิสยาห์ 29:13; อิสยาห์ 63: 9; บทเพลงคร่ำครวญ 2:19 และ  ยูดา ข้อ24-25)
เติมน้ำมันให้เต็ม (Have Plenty of Oil
เราจะต้องรักษาน้ำมันในตะเกียงให้เต็มอยู่เสมอ ดั่งคำอุปมาเรื่องหญิงพรมจรรย์ที่มีปัญญา(มธ.25;1-13)
ทำความรู้จักกับพระเจ้า ในพระลักษณะที่สะท้อนออกมาให้เราเรารู้จักในพระนามต่างๆ ที่อยู่เราสามารถจะไปศึกษาค้นคว้าได้าเป็นร้อยๆ พระนามในพระวจนะของพระองค์  บางครั้งหนึ่งในพระนามของพระองค์ทรงจับหัวใจของเราไว้ ในช่วงที่เราได้ไปพักสงบในพระองค์ 

มัทธิว 11:29 จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก
พระวิญญาณบริสุทธิ์จะยึดครองหัวใจของเราและเปิดใจของเราออกเพื่อเราจะรู้จักพระเจ้าและเราสามารถที่จะรับใช้ในการทรงสถิตของพระองค์ต่อคนอื่น ๆ เมื่อเราอยู่กับพระองค์ โดยพระนามต่างๆ และเราจะรู้จักกับพระองค์ผ่านทางพระวจนะของพระองค์   
ถ้าเรานับทุกสิ่งที่เป็นความสูญเสียไปแต่เมื่อเปรียบเทียบกับการรู้จักพระองค์ พระองค์ทรงเติมน้ำมันในตะเกียงของเรา 
ฟิลิปที่ 3:7-8
7  แต่​ว่า​อะไร​ที่​เคย​เป็น​กำไร​ของ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ได้​ถือ​ว่า​สิ่ง​นั้น​เป็น​การ​ขาดทุน​แล้ว​เพราะ​เหตุ​พระ​คริสต์​  
8 ​ยิ่ง​กว่า​นั้น​ข้าพเจ้า​ถือ​ว่า​ทุก​สิ่ง​เป็น​การ​ขาดทุน เพราะ​เหตุ​คุณค่า​อัน​สูง​ยิ่ง​ของ​การ​ได้​รู้จัก​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ข้าพเจ้า เพราะ​เหตุ​พระ​องค์​ข้าพเจ้า​ยอม​ขาดทุน​ทุก​อย่าง และ​ถือ​ว่า​สิ่ง​เหล่า​นั้น​เป็น​เหมือน​เศษ​ขยะ​เพื่อ​ว่า​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​พระ​คริสต์​เป็น​กำไร

​ 1 พงศาวดาร 21:23 และ 2 ซามูเอล 24:24)  
อนุญาตให้ตัวเองได้รับการท่วมท้น (overwhelmed) กับพระเจ้าผู้ที่ทำให้เราประหลาดใจที่ทรงสนทนากับเรา  เรากำลังพูดคุยกับพระองค์ ไม่เพียงที่เราจะอยู่ใกล้กับพระองค์แต่พระองค์จะตรัสกับเราด้วย   พระเจ้าแห่งจักรวาลทรงชอบที่จะได้ยินเสียงของเรา 
โรม 5: 5 ...เพราะเหตุว่าความรักของพระเจ้าได้หลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเรา โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่เราแล้ว

(สดุดี 143: 8-10; อิสยาห์ 54:10; บทเพลงคร่ำครวญ 3:22-25; ยอห์น 17: 23 และโรม 8:35-39)
4.รวบรวมความแกร่งกล้าฟันฝ่าเข้าไปในตาของพายุ  (Gather Strength in the Eye of the Storm)
หากเราจะเป็นนักอธิษฐานวิงวอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น   เมื่อเรารักษาชีวิตส่วนตัวของเรา ด้วยการ"เฝ้าดูและรอคอย"  ใช้เวลากับพระเจ้า  เรามีตะเกียงอยู่ในมือของเราแล้วพระเจ้ามอบมันให้กับคุณเมื่อเราได้รับความรอดเมื่อต้อนรับพระองค์  ตอนนี้ถึงเวลาที่จะรวบรวมน้ำมันให้เต็มตะเกียงและรักษาไฟให้ลุกโชนเสมอ
เหมือนดั่งเช่นเมื่อเราอยู่ในของพายุเฮอริเคน (hurricane)  เมื่อเรารวบรวมความกล้าฟันฝ่าเข้าไปในตาของพายุ   เราจะมีความแข็งแรงด้วยพระองค์  นั่งพับสงบพักผ่อนและนอนหลับอยู่ที่พระบาทของพระองค์  รวบรวมความแกร่งกล้าฟันฝ่าเข้าไปในการทรงสถิตของพระองค์
ขอให้น้ำมันแห่งการทรงสถิตไหลมาเพื่อบรรเทาแผลและปวดกล้ามเนื้อของเรา เพื่อจะหล่อลื่นข้อต่อของเราและยืดเส้นยืดสายกระบวนการทางจิตขอเรา   น้ำมันจะเข้าไปบำรุงหัวใจของเราให้ชุ่มชื้น
แสวงหาพระองค์  แช่ตัวในการทรงสถิตของพระองค์  ให้พระองค์จัดเตรียมความพร้อมทุกอย่าง เพื่อเราจะรู้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อไป
อธิษฐานปิดท้าย (Closing Prayer)
"พระบิดา ลูกขอนำตัวของลูกเข้ามาต่อพระองค์ ในพระนามที่ยิ่งใหญ่คคือพระเยซู  ลูกเข้ามาอธิษฐานวิงวอนต่อพระองค์ในเวลานี้ เพื่อลูกจะรู้จักพระองค์มากขึ้นกว่าเดิม  ขอให้ถ้อยคำของลูกเป็นที่พอพระทัย  ขอทรงปลุกจิตใจและจิตวิญญาณภายในลูก ที่จะได้ยินเสียงของพระองค์  ลูกรักพระองค์และลูกต้องการจะรักพระองค์มากขึ้น
ลูกต้องการที่จะเป็นเหมือนซามูเอลน้อยที่เรียนรู้ที่จะพักสงบอยู่รอบๆหีบพันธสัญญา ลูกต้องการที่จะแช่ตัวในการทรงถิตของพระองค์  นำให้ลูกเข้าใกล้พระองค์  ให้ลูกได้ยินเสียงจังหวะเต้นของพระทัยพระองค์   นำให้ลูกเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของพระทัยพระองค์  ลูกต้องการที่จะได้ยินเสียงของพระองค์และสำแดงหนทางของพระองค์ให้ลูกเดินตาม     ลูกเลือกที่จะเดินมนทางของพระองค์มากกว่าเดินตามใจลูกเอง
ขอพระบิดาทรงเติมน้ำมันในตะเกียงของลูก  และประทานพระคุณ ให้ ลูกมีสติปัญญาในการดำเนินตามหนทางในชีวิต ลูกเข้ามาหาพระองค์ด้วยความคาดหวังและความสุข ในพระนามพระเยซูคริสต์ เอเมน!"
(บทความนี้ตัดตอนมาจากบทที่ 6  พายุการอธิษฐาน (Prayer Storm)  จากหนังสือเรื่อง หีบพันธสัญญาแห่งการทรงสถิตที่หายไป The Lost Art of Practicing His Presence )
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการแช่ตัวในการทรงสถิต ในแบบส่วนตัว
1.จัดเตรียมสถานที่ให้เหมาะสม หามุมโปรดของเรา จัดเตรียมอุปกรณ์ในการนอนเช่นหมอน ผ้าห่ม เพื่อพักสงบให้สบาย
2.เตรียมเครื่องเล่น CD หรือใช้หูฟังเพื่อไม่รบกวนผู้อื่น 
3.เลือกเพลงนมัสการที่เหมาะสมในการแช่ตัวในการทรงสถิต
4.เตรียมสมุดและปากกา เพื่อบันทึกสิ่งที่ได้รับจากพระเจ้า และนำไปใคร่ครวญอธิษฐานต่อไป


ขอพระเจ้าอวยพระพรนะครับ

2 ความคิดเห็น: