26 กันยายน 2553

HOME:ครอบครัวสุขสันต์ “สัมผัสด้วยใจ สร้างได้ด้วยการกระทำ”


(ลงข่าวคริสตชน 27 ก.ย.2010)

ผมได้มีโอกาสไปให้โอวาทในงานแต่งงานของพี่น้องในคริสตจักร เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา มีข้อคิดน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน จึงได้นำมาแบ่งปันในวันนี้

ผมคิดว่าปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นการหย่าร้าง การนอกใจคู่สมรส เด็กเกิดมาขาดความรักจากผู้เป็นพ่อแม่ เนื่องจากมีลูกเมื่อยังไม่พร้อม เพราะมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หน่วยงานในสังคมพยายามแก้ไขปัญหา โดยรณรงค์ใช้อุปกรณ์ "คุมกำเนิด" ในความคิดผมคิดว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ แทนที่จะ "คุมกำเนิด" ผมว่าควรจะ "คุมกำหนัด" น่าจะดีว่าเพราะเป็นการแก้ไขที่กระบวนความคิด คิดถูก การกระทำที่ถูกก็ตามมา


โดยเริ่มจากการควบคุมสื่อลามกต่างๆเพื่อไม่ไให้มีอิทธิพลต่อเด็กและเยาวชนที่บริโภคสื่อ บางครั้งผู้ที่เป็นศิลปินนักร้อง นักแสดง ที่มีอิทธิพลต่อเด็กและเยาวชนก็ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี มีปัญหามีลูกนอกสมรส ไม่รับผิดชอบ ต้องทำการขอตรวจ DNA หาพ่อเด็ก สถาบันการศึกษาในสังคมควรที่จะสอนให้เห็นคุณค่าการสร้างชีวิตครอบครัวที่ถูกต้อง โดยเริ่มต้นจากความคิดที่ถูกต้อง จะส่งผลต่อการกระทำที่ถูกต้อง

ตามหลักการของพระคัมภีร์สอนเราในเรื่องเพศ ว่าต้องคิดให้ถูกต้อง คิดผิดก็เป็นความบาปทางความคิด ต้องจัดการควบคุมไม่ส่งผลทำผิดทางการกระทำ เรียกว่า "คุมกำหนัด"

มัทธิว 5:27-28
27 "ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา
28 ฝ่ายเราบอกท่านทั้งหลายว่า ผู้ใดมองผู้หญิงเพื่อให้เกิดใจกำหนัดในหญิงนั้น ผู้นั้นได้ล่วงประเวณีในใจกับหญิงนั้นแล้ว


ก่อนที่จะเลือกใครสักคนมาแต่งงานและอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว ต้องแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้า และพัฒนาความสัมพันธ์ จากการเป็นเพื่อน เป็นคู่รัก คู่หมั้นและคู่สมรส ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับผู้นำในคริสตจักรที่สอนผม และให้คำแนะนำตั้งแต่ก่อนแต่งงาน จนมีชีวิตครอบครัว การรู้จักกันดีพอ ทำให้เกิดความเข้าใจและมาสู่การตัดสินใจร่วมกันในการสร้างครอบครัว

มีบทเพลงจากหนังเรื่องหนึ่ง ร้องว่า "ยินดีที่ไม่รู้จัก ไม่รู้จัก แค่รู้ว่ารักก็พอใจ แค่คำว่าไม่รู้จัก ไม่รู้จัก รักเราก็ไม่ได้น้อยลงจริงไหม แค่มีเธอใกล้ๆ มันก็ใช่ ที่สุดแล้ว"

เนื้อหาข้างต้นเป็นท่อนร้องรับของเพลงวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ และเป็นเพลงประกอบภาพยนต์ที่กำลังทำเงินอย่างมากมาย เนื้อหาของภาพยนต์คือ ชายหนุ่มอกหักคนหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ต่อมาพลัดหลงกับกลุ่มทัวร์ และได้ไปพบกับนางเอกที่เดินทางไปเที่ยวคนเดียว และมาโดนแฟนบอกเลิก ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกัน เป็นเพื่อนกัน และลงเอยด้วยรักกัน โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้จักแม้นแต่ชื่อเสียงเรียงนาม

หนังเรื่องนี้ ชื่อว่า “กวน มึน โฮ” แต่ ผมขอเปลี่ยนเป็น "ชวน มา โฮม(Home)" ชวนมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน สร้างครอบครัวด้วยความรัก เริ่มต้นจากความรู้จัก จนมั่นใจ และตัดสินใจ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ชั่วคืน เป็นความสัมพันธ์ชั่วคราว แบบเพลง"ไม่รู้จักเธอไม่รู้จักฉัน" เพลงประกอบหนังเรื่อง "สายลับจับบ้านเล็ก"

ดังนั้นควรจะเลือกใครคนที่ใช่ ไม่ใช่คนที่ชอบ เพราะบางทีคนถูกใจ บางทีอาจจะไม่ถูกต้อง เพราะเราต้องแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้าเพื่อแต่งงาน กันมาอยู่ในครอบครัวเดียวกัน

ปฐมกาล 2:24 เพราะเหตุนั้นผู้ชายจึงจากบิดามารดาของตนไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน


การแต่งงานถ้าเลือกคนที่ไม่ใช่ก็เหมือนถูกจำคุกติดในพันธนาการจองจำ เมื่อทำพันธสัญญาต่อกันไม่ได้ทำพันธนาการต่อกัน
เลือกผิดคน ต้องจนใจอยู่ตลอดชีวิต มีคนเคยบอกผมว่า "การแต่งงานของคริสเตียนเป็นการติดคุก แต่ติดคุกในสวรรค์ แม้ไปไหนไม่ได้ แต่ก้มีความสุข อยู่รอดปลอดภัย" แหม เข้าใจเปรียบเทียบจริงๆ

ผมเชื่อว่า พระคริสตธรรมคัมภีร์ (Bible) เป็นคู่มือแห่งชีวิต เป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานในทุกด้านก่อนเราออกจากโลกนี้
(BIBLE : Basic Instruction Before Leaving Earth) รวมถึงการดำเนินชีวิตครอบครัว

ขอนำหลักการพระคัมภีร์ มาเรียงร้อยเป็นคำภาษาอังกฤษ คือ คำว่า “HOME” แปลว่า "บ้าน" ผมไม่ใช้คำว่า “House” เพราะคำว่า “House” จะให้ความหมายเป็นตัวบ้านที่เป็นอาคาร แต่คำว่าครอบครัว ให้ความหมายถึงความอบอุ่นใจในบ้าน เรียกว่า “HOME”



บ้านนี้ต้องมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง

สดุดี 127:1 ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงสร้างบ้าน บรรดาผู้ที่สร้างก็เหนื่อยเปล่า ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงเฝ้าอยู่เหนือนคร คนยามตื่นอยู่ก็เหนื่อยเปล่า

มีบทกวีบทหนึ่งของ Frank Crane กล่าวไว้ว่า …

ความงดงามของบ้าน คือ ความปรองดองกลมเกลียว
ความมั่นคงของบ้าน คือ ความภักดีที่มีต่อกัน
ความยินดีของบ้าน คือ ความรัก
ความหลากหลายของบ้าน คือ ลูก ๆ ที่อยู่ร่วมกันในบ้าน
กฎของบ้าน คือ การรับใช้ปรนนิบัติกันและกัน
และ ผู้ค้ำจุนบ้านนี้ ก็คือ “พระเจ้า”


เมื่อพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง บ้านนี้ถูกสร้างอย่างถูกทาง ด้วยแบบ Plan ของพระองค์

นอกจากนี้จะสร้างบ้านเป็น "ครอบครัวสุขสันต์ สัมผัสด้วยใจ สร้างได้ด้วยการกระทำ”

บ้านนี้จึงต้องใส่ใจ(Heart) เริ่มต้นสร้างจากสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “รัก” จะอยู่กันชั่วฟ้าดินสลาย เมื่อพระเยซูกลับมารับเราผู้เชื่อ หรือเมื่อพระเจ้าแยกจากกันด้วยความตาย

1โครินธ์ ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด

ในบริบทพระคัมภีร์ตอนนี้ พูดถึงความเชื่อในพระโลหิตแห่การไถ่ ความหวังใจในการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ และความรักที่ยิ่งใหญ่แบบพระเจ้าที่ไม่มีเงื่อนไขแบบ Agape ตามนิยามรักดังนี้

1โครินธ์ 13:4-7
4 ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว
5 ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
6 ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
7 ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง


ครอบครัวจึงต้องมีความรัก ความทำให้เกิดความเชื่อในส่วนดีเสมอ และความหวังใจอยู่เสมอแม้ต้องอดทน แต่ความรักจะทำให้สมบูรณ์

โคโลสี 3:14 แล้วจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพราะความรักย่อมผูกพันทุกสิ่งไว้ให้ถึงซึ่งความสมบูรณ์

“ความรักก็เป็นเสมือนอากาศ ที่ขาดมันไม่ได้ แม้มองไม่เห็นแต่ก็สิ่งที่จำเป็น”

ความรักสามารถสัมผัสได้ด้วยใจ (Heart) และมองเห็นได้ด้วยการกระทำ (Hand)ที่แสดงออกมา

1ยอห์น 3:18 ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง



เริ่มต้นจากแหล่งความรัก คือ มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง

1ยอห์น 4:8 ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก

1ยอห์น 4:16 ฉะนั้นเราทั้งหลายจึงรู้ และเชื่อในความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา พระเจ้าทรงเป็นความรัก และผู้ใดที่อยู่ในความรักก็อยู่ในพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในผู้นั้น



คำว่า "HOME" จึงสามารถสร้างได้โดยมีองค์ประกอบดังนี้ครับ


H-Honor : ครอบครัวที่ให้เกียรติต่อกัน เป็นที่นับถือต่อคนทั้งปวง

ให้ความหมายถึง สิ่งที่ควรค่าแก่การให้เกียรติ Related. ที่น่าเคารพนับถือ honorable (adj)ซึ่งมีเกียรติ คำที่คล้ายกัน(Syn.)คือ moral,scrupulous,upright ซึ่งมีคุณธรรม ,ซึ่งมีศีลธรรมจรรยา คำตรงข้าม (Ant.)คือ dishonest,unethical,unscrupulousdishonest ,unethical,unscrupulous


ฮีบรู 13:4 จงให้การสมรสเป็นที่นับถือแก่คนทั้งปวง และให้เตียงสมรสปราศจากความชั่วช้าเพราะคนมีชู้ และคนที่ล่วงประเวณีนั้น พระเจ้าจะทรงพิพากษาโทษเขา

Hebrews 13:4 (kjv) Marriage is honourable in all, and the bed undefiled: but whoremongers and adulterers God will judge.


พระคัมภีร์ให้ความสำคัญในชีวิตสมรสต้องเป็นที่นับถือ อยู่ในความบริสุทธิ์(Holy) ภาพงานสมรสในโลกนี้เป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์ในทางที่บริสุทธิ์ ของผู้เชื่อ (คริสตจักร)เป็นเจ้าสาว และพระเจ้าเป็นเจ้าบ่าว (คำว่า Holy คือการรักษาความบริสุทธิ์ ให้เป็นที่นับถือ แยกไว้สำหรับพระเจ้า)

เอเฟซัส 5:24-28
24 คริสตจักรยอมฟังพระคริสต์ฉันใด ภรรยาก็ควรยอมฟังสามีทุกประการฉันนั้น
25 ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน เหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร และทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร
26 เพื่อจะได้ทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์ โดยการทรงชำระด้วยน้ำและพระวจนะ
27 เพื่อพระองค์จะได้มีคริสตจักรที่มีสง่าราศี ไม่มีตำหนิริ้วรอย หรือมลทินใดๆเลย แต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ
28 เช่นนั้นแหละ สามีจึงควรจะรักภรรยาของตนเหมือนกับรักกายของตนเอง ผู้ที่รักภรรยาของตนก็รักตนเอง



คำว่า "Honor" ไม่ใช่ "Horror" หมายถึงหนังสยองขวัญ คงจะสยองขวัญแน่ก็ครอบครัวไม่สงบ เหมือนดังบทเพลง "Home" ของคุณธีร์ ไชยเดช เนื้อหาประมาณว่า "ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่ แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟ ที่สวยงาม ...บ้านนี้จะงามอย่างไร ถ้าไม่มีเธอ
ให้ความหมายว่า มีเธอบ้านก็จะงดงาม แต่ถ้าไม่มีความรัก ไม่ให้เกียรติกัน ข้าวของที่กล่าวมา ก็จะเป็น แก้วน้ำ แจกัน จานบินที่ขว้างใส่กัน

ดังนั้นอยู่ในบ้านเดียวกัน ต้องเอาใจใส่กันให้เกียรติต่อกัน มีคำเรียกใหม่ ว่า "ที่รัก" หรือ "ฮันนี่ (Honey)"เป็นต้น มาจากความรักที่ให้เกียรติผู้ที่เป็นสามีหรือภรรยา เพราะเรียกมาจากความรู้สึกข้างใน และต้องรักษาสิ่งนี้แม้เวลาเปลี่ยนไป หรือ สังขารจะเปลี่ยนแปลง อย่ามีคำพูดที่เรียกแทนชื่อว่า "ตาแก่ ยายแก่" จาก "ฮันนี่ ที่รัก" กลายเป็น "หันหนี" หันหนีหายไปจากบ้าน
และครอบครัวจะต้องรักษาความบริสุทธิ์ในทางชอบธรรม ไม่ผิดประเวณี นอกใจคู่สมรส เป็นแบบอย่างจนเป็นที่นับถือของคนทั้งปวง


O-Offering : ครอบครัวแห่งการให้ ให้ความรักต่อกัน และแบ่งปันความรักออกไปสู่ผู้อื่น


เราอาจจะให้ได้แม้ไม่ได้รัก แต่ถ้ารักแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้ ความรักในครอบครัวไม่ใช่ให้แค่กันและกันแต่เป็นการให้ความรักออกไป
มีคำกล่าวว่า "การแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น เพิ่มความสุขให้กับตนเองเป็นสองเท่า การแบ่งเบาความทุกข์ของผู้อื่น ลดความทุกข์ของตนเองลงครึ่งหนึ่ง"

กิจการของอัครทูต 20:35 ... ระลึกถึงพระวาทะของพระเยซูเจ้า ซึ่งพระองค์ตรัสว่า "การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ"

การให้ทำให้เกิดสุขทั้งผู้รับและผู้ที่ให้ พระเจ้าจึงสอนคริสตชนให้รักเพื่อนบ้าน เหมือนรักตนเอง และแจกจ่ายความรักโดยให้ออกไป ดังที่พระเจ้าได้สำแดงความรักที่ยิ่งใหญ่แก่คนบาปแบบเราคือ ให้พระเยซูคริสต์มาตายเพื่อเรา

ยอห์น 3:16 เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

พระเจ้ามีแรงจูงใจที่ดีเลิศในการให้คือ "ทรงรักโลก" ของขวัญที่ดีเลิศ คือ "ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ "
เงื่อนไขการให้ที่ดีเลิศคือ "ทุกคนที่วางใจ" ผลของการให้ที่ดีเลิศคือ "ทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

นั่นเป็นสิ่งที่เมื่อเรามาแต่งงานเป็นครอบครัวแล้ว ไม่ใช่มองที่คนสองคนเข้ามากันเท่านั้น แต่มองไปข้างหน้าด้วยกันไปถึงผู้อื่นและให้สิ่งที่ดีที่สุดออกไป คือ ข่าวประเสริฐ (Gopel) ไปถึงคนสุดปลายแผ่นดิน (กจ.1:8)

(GOSPEL คือ God Offers Sinful People Eternal Life. พระจ้าทรงประทานชีวิตนิรันดร์ให้กับคนบาป)

เพลงโซโลมอน 8:7 น้ำมากหลายไม่อาจดับความรักให้มอดเสียได้ หรืออุทกธารทั้งหลายไม่อาจท่วมความรักให้สำลักตายเสียได้ แม้ว่าคนใดจะเอาทรัพย์สมบัติในเหย้าเรือนของตนทั้งสิ้นมาแลกกับความรักนั้น คนนั้นคงได้รับความหมิ่นประมาทจากคนทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง

การให้ด้วยความรักเป็นพลังที่สร้างสรรค์ที่มีอานุภาพมากกว่าพลังที่ทำลายล้าง ความรักนั้นไม่มีอะไรที่ทำลายล้างได้ โลกนี้จะน่าอยู่หากเราหยิบยื่นความรักให้กัน


ค.ศ.1905 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์(Albert Einstein)เผยแพร่ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (Special Relativity Theory) ผลลัพธ์สำคัญอันหนึ่งคือ E = mc2 ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติแต่น่าเสียดายที่ทฤษฎีนี้ถูกนำไปพัฒนาออกมาเป็นระเบิดปรมาณู ที่มีพลังในการทำลายล้าง

สมการ E = mc2 คือ E(Energy) เป็นพลังงาน เท่ากับ กำลัง 2 เท่าของ M( Mass) มวล รวมกับ C ความเร็วของแสงในศูนยากาศ (speed of light in a vacuum)

ผมขออนุญาตเปลี่ยนสมการนี้เป็นทฤษฎีใหม่ จาก "ทฤษฎีสัมพัทธภาพ" เป็น "ทฤษฎีสัมพันธภาพ (Relationship Theory)"

สมการจะเป็นแบบนี้ครับ E = mc2 คือ Energy of love = Marriage Covenant 2 to be 1

ความสัมพันธภาพในครอบครัวพันธสัญญาสองคนเป็นหนึ่งเดียว ด้วยความรักจะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ เป็นกำลังสองของคนสองคนไปสู่คนทั้งปวง

ครอบครัวต้องให้ความรักต่อกัน และเพิ่มพูนความรักขึ้นและส่งต่ออกไป

M-Meekness -ครอบครัวที่ถ่อมสุภาพ เรียนรู้จักกันและกัน

คำว่า Meekness ให้ความหมาย : ความนอบน้อม (Synonym : mildness, submission, timidity)


สดุดี 25:9 พระองค์ทรงนำคนใจถ่อมไปในสิ่งที่ถูก และทรงสอนมรรคาของพระองค์แก่คนใจถ่อม
Psalms 25:9 (kjv) The meek will he guide in judgment: and the meek will he teach his way.

โคโลสี 3:12 เหตุฉะนั้นในฐานะที่เป็นพวกซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้ เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก จงสวมใจเมตตา ใจปรานี ใจถ่อม ใจอ่อนสุภาพ ใจอดทนไว้นาน สุภาพอ่อนโยนให้เกียรติต่อกันและกัน

Colosians 3:12 Put on therefore, as the elect of God, holy and beloved, bowels of mercies, kindness, humbleness of mind, meekness, longsuffering;

มัทธิว 5:5 "บุคคลผู้ใดมีใจอ่อนโยน ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก
Matthew 5:5 Blessed are the meek: for they shall inherit the earth.


ความถ่อมใจอ่อนสุภาพจะเป็นเหมือน "แม่เหล็ก" จะเป็นแรงดึงดูดเข้าหากัน แต่ความโกรธ ฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์เป็นอาร์ทตัวพ่อ หรือ เอาแต่ใจตัวแม่ จะเป็น เหล็กไน ที่ทิ่มแทงและเกิดความอักเสบในชีวิตครอบครัว

สุภาษิต 15:1 คำตอบอ่อนหวานช่วยละลายความโกรธเกรี้ยวให้หายไป แต่คำกักขฬะเร้าโทสะ

ดังนั้นความถ่อมสุภาพจะเป็นการทำให้เกิดการเรียนรู้จักกันและกัน อดทนต่อกันและกัน ไม่ใช้อารณ์แต่ใช้เหตุผลในการพูดคุยกัน เและความถ่อมสุภาพจะช่วยผ่อนหนักผ่อนเบา ให้ชีวิตครอบครัวดำเนินไปได้ด้วยดี

และสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้ครอบครัว HOME สมบูรณ์ คือ

E-Encouragement ครอบครัวแห่งการหนุนใจให้กำลังใจกัน

ครอบครัวจึงเป็นบ้านที่พักใจแบบSeries หนังเกาหลี เรื่อง Full House สะดุดรัก...ที่พักใจ ที่พักใจที่เป็นแบบเต็มใจ Full Heart บ้านจึงเป็นที่พักใจ แม้ไม่ใหญ่โตแต่สบายใจ คับที่อยู่ได้ แต่คับใจอยู่ยาก กินผักในที่มีความรักก็ดีกว่ากินเนื้อ
ย่างเกาหลีในที่มีความเกลียดชัง รสชาติอาหารก็ไม่ดีเท่าบรรยากาศ กินอะไรไม่สำคัญเท่ากินกับใคร จริงไหม แม้เกาหลีจะกลายเป็นเกาเหลา ไม่กินเส้นกัน

สุภาษิต 15:17 กินผักเป็นอาหารในที่ที่มีความรัก ก็ดีกว่ากินเนื้อวัวอ้วนพร้อมกับความเกลียดชังอยู่ด้วย

คนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน ต้องพูดหนุนใจให้กำลังใจกัน ไม่จู้จี้ขี้บ่น หากมีภรรยาชอบบ่น สามีขอไปบนหลังคาเรือนดีกว่า

สุภาษิต 21:9 อยู่ที่มุมบนหลังคาเรือน ดีกว่าอยู่ในเรือนร่วมกับหญิงขี้ทะเลาะ

ครอบครัวควรจะเป็นเขตปลอดเสียง(บ่น) ให้เป็นครอบครัวที่มีเสียงนมัสการ อธิษฐานและหนุนใจกัน เพราะเมื่อมาอยู่ด้วยกัน ทำงานร่วมกัน ก็ดีกว่า ต่างคนต่างทำ สามีภรรยาจะเป็นคู่อุปถัมภ์ที่ดีต่อกัน

ปัญญาจารย์ 4:9-12
9 สองคนดีกว่าคนเดียว เพราะว่าเขาทั้งสองได้รับผลของงานดี
10 ด้วยว่าถ้าคนหนึ่งล้มลง อีกคนหนึ่งจะได้พะยุงเพื่อนของตนให้ลุกขึ้น แต่วิบัติแก่คนนั้นที่อยู่คนเดียวเมื่อเขาล้มลง และไม่มีผู้อื่นพะยุงยกเขาให้ลุกขึ้น
11 อนึ่ง ถ้าสองคนนอนอยู่ด้วยกัน เขาก็อบอุ่น แต่ถ้านอนคนเดียวจะอุ่นอย่างไรได้เล่า
12 แม้คนหนึ่งสู้คนเดียวได้ สองคนคงสู้เขาได้แน่ เชือกสามเกลียวจะขาดง่ายก็หามิได้


ครอบครัวต้องสนับสนุนกันในทางที่ดีที่ถูกที่ควร ความรักที่แท้ต้องสนับสนุนให้ทำความดี ความรักแท้ต้องสนับสนุนให้มีกำลังใจ ความรักแท้ต้องสนับสนุนให้คนมีความหวังใจ ไม่ใช่สนับสนุนกันในทุกทาง แต่ต้องสนับสนุนกันให้ถูกทางของพระเจ้า

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อคิด เรื่อง HOME:ครอบครัวสุขสันต์ “สัมผัสด้วยใจ สร้างได้ด้วยการกระทำ" จะเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่มีครอบครัว คนที่วางแผนจะแต่งงานและสร้างครอบครัวในอนาคต และเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านครับ

ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น