08 มิถุนายน 2561

เข้าใจการแปลภาษาแปลกๆ

บทความเรื่อง เข้าใจการแปลภาษาแปลกๆ โดย Philip Kavilar

คำว่า แปล ในภาษาอังกฤษมีอยู่สองคำคือ Translate กับ Interpret ทว่าสองคำนี้ให้ความหมายที่แตกต่างกัน
การแปลแบบคำต่อคำ กับ การแปลแบบตีความ
Translate หมายถึง การแปลคำต่อคำ เหมือนกับการแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เช่น ถ้ามีประโยคภาษาอังกฤษว่า “I am a boy”ก็จะแปลภาษาไทยเป็น ฉันเป็นเด็กผู้ชาย การแปลแบบนี้เกิดจากการรู้ว่า I แปลว่า ฉัน ส่วน am แปลว่า เป็น” และ a boy แปลว่า “เด็กผู้ชาย การแปลภาษาอังกฤษในชีวิตประจำของคนส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการแปลคำต่อคำหรือการ Translate 
Interpret หมายถึง การแปลแบบตีความ ซึ่งการแปลแบบนี้ไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์แบบคำต่อคำ แต่หมายถึงการรู้อย่างกว้างๆหรือการรู้อย่างคร่าวๆว่า ประโยคนี้มีหมายความว่าอะไร การแปลแบบตีความไม่เพียงแต่ใช้ในเรื่องของ ถ้อยคำ” เท่านั้น แต่บางทียังเป็นเรื่องของ ท่าทาง หรือ สัญลักษณ์ ด้วย เช่น ถ้าเพื่อนๆเห็นป้ายนี้ 
เพื่อนๆก็แปลแบบตีความว่าห้ามเลี้ยวซ้าย หรือถ้าเพื่อนๆเห็นมนุษย์คนหนึ่งยิ้มให้เพื่อนๆ เพื่อนๆก็แปลแบบตีความได้ว่ามนุษย์คนนี้เป็นมิตรกับเรา 
ในภาษาอังกฤษเมื่อพระคัมภีร์กล่าวถึงการแปลภาษาแปลกๆ ทั้งหมดแล้วล้วนมาจากคำว่าInterpret ที่หมายถึงการแปลแบบตีความ ดังนั้นการแปลภาษาแปลกๆ จึงไม่ใช่เป็นการแปลแบบคำต่อคำเหมือนการแปลภาษาทั่วๆไป แต่เป็นการแปลแบบตีความที่รู้อย่างคร่าวๆว่า ภาษาแปลกๆที่กำลังพูดอยู่นี้หมายถึงอะไรหรือมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร
 เมล็ดพันธุ์ของการแปลที่ซ่อนเร้-ความรู้สึกอย่างคร่าวๆ
เพื่อนๆเคยไหมครับที่ว่า ระหว่างที่ตนเองพูดภาษาแปลกๆอยู่นั้น เพื่อนๆกลับรู้สึกอย่างคร่าวๆว่า ตัวเองกำลังนมัสการพระเจ้าอยู่ บางทีเพื่อนๆอาจจะไม่ได้รู้อย่างชัดเจนว่าตัวเองกำลังพูดอะไรบ้าง แต่เพื่อนๆรู้สึกอย่างคร่าวๆถึงการยกย่องพระองค์
บางครั้งที่เพื่อนๆพูดภาษาแปลกๆ เพื่อนๆเคยไหมครับที่รู้สึกว่าตนเองกำลังวิงวอนเผื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ บางทีเพื่อนๆอาจจะไม่ได้รู้ว่าภาษาแปลกๆที่พูดมีรายละเอียดอะไรบ้าง แต่เพื่อนๆรู้สึกอย่างคร่าวๆว่าเพื่อนๆกำลังวิงวอนเผื่อเรื่องหนึ่งอยู่
บางครั้งที่เพื่อนๆพูดภาษาแปลกๆ เคยไหมครับที่เพื่อนๆรู้สึกว่าตนเองกำลังสู้รบกับสิ่งชั่วร้ายอยู่ แม้ว่าเพื่อนๆจะไม่ได้รู้ละเอียดว่าภาษาแปลกๆที่เพื่อนๆพูดมีความหมายว่าอะไร แต่เพื่อนๆกลับรู้สึกอย่างคร่าวๆว่าเพื่อนๆกำลังอธิษฐานต่อต้านสิ่งชั่วร้ายอยู่
ความรู้สึกระหว่างที่พูดภาษาแปลกๆ ที่เพื่อนๆรู้อย่างคร่าวๆว่าตนเองกำลัง นมัสการหรือ วิงวอน หรือ สู้รบ” อยู่นั้น ก็คือเมล็ดพันธุ์ของการแปลภาษาแปลกๆที่อยู่ภายในเพื่อนๆ ทั้งนี้เพราะการแปลภาษาแปลกๆไม่ใช่เป็นการแปลแบบคำต่อคำเหมือนการแปลภาษาทั่วๆไป  แต่เป็นการแปลแบบตีความที่รู้อย่างคร่าวๆว่าภาษาแปลกๆที่กำลังพูดอยู่นั้น มีจุดประสงค์และเนื้อความคร่าวๆอย่างไร

เมล็ดพันธุ์ของการแปลที่ซ่อนเร้-ความรู้สึกที่เจาะจง
ประสบการณ์ของความรู้สึกระหว่างการพูดภาษาแปลกๆเป็นประสบการณ์ที่เพื่อนๆหลายคนอาจจะมีอยู่แล้ว ทว่าเพื่อนๆบางคนอาจจะเหนือชั้นไปกว่านั้น ระหว่างการพูดภาษาแปลกๆ หลายคนอาจจะรู้สึกเพียงว่าตนเองกำลังนมัสการพระเจ้าอยู่ แต่บางคนนอกจากที่จะรู้สึกว่าตนเองกำลังนมัสการพระเจ้าแล้ว เขายังรู้อย่างเจาะจงอีกว่าตนเองกำลังนมัสการพระเจ้าในทิศทางไหน บางคนอาจรู้อย่างเจาะจงว่าตนเองกำลังนมัสการในความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า หรือรู้อย่างเจาะจงว่าตนเองกำลังนมัสการในความรักของพระเจ้า
หลายคนระหว่างที่พูดภาษาแปลกๆอยู่นั้น เขาอาจรู้เพียงว่าตนเองกำลังวิงวอนเผื่อเรื่องหนึ่งอยู่แต่ไม่รู้รายละเอียดชัดเจนนัก ทว่าบางคนนอกจากที่จะรู้ว่าตนเองกำลังวิงวอนแล้ว เขายังรู้อย่างเจาะจงอีกว่าตนเองกำลังวิงวอนเผื่อเรื่องอะไรอยู่
ระหว่างที่พูดภาษาแปลกๆ หลายคนอาจรู้สึกเพียงคร่าวๆว่าตนเองกำลังทำอะไร ทว่าบางคนจะมีความรู้สึกอย่างละเอียดและเจาะจงมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นการรู้สึกอย่างคร่าวๆหรือรู้สึกอย่างละเอียด ความรู้สึกเหล่านี้ก็นับเป็น มล็ดพันธุ์ของการแปล” ที่หลายๆคนมีอยู่ 

เมล็ดพันธุ์ของการแปลที่ซ่อนเร้-รู้สึกในภาษาแปลกๆที่คนอื่นพู
เมล็ดพันธุ์ของการแปล คือความรู้สึกหรือความคิดที่รู้อย่างคร่าวๆว่าภาษาแปลกๆที่พูดอยู่นั้นมีเนื้อความประมาณใด โดยไม่จำเป็นต้องรู้เนื้อความแบบละเอียดหรือแบบคำต่อคำ
บางคนนอกจากที่จะมีความรู้สึกอย่างคร่าวๆในภาษาแปลกๆที่ตนเองพูดแล้ว เขายังมีความรู้สึกต่อภาษาแปลกๆที่คนอื่นพูดอีกด้วย บางคนเมื่อได้ยินผู้อื่นพูดภาษาแปลกๆแล้ว เขาสามารถรู้สึกหรือสัมผัสได้ว่าภาษาแปลกๆที่คนอื่นพูดอยู่นั้นเป็น การนมัสการ หรือ การวิงวอน นอกจากนี้บางคนยังรู้อย่างเจาะจงอีกว่า ภาษาแปลกๆที่คนอื่นพูดนั้นเป็นการนมัสการเรื่องอะไรหรือวิงวอนในเรื่องไหน ถึงแม้จะไม่รู้อย่างละเอียดแบบคำต่อคำ แต่ก็รู้ถึงเนื้อความแบบคร่าวๆ
     ความรู้สึกหรือความคิดอย่างคร่าวๆระหว่างที่พูดภาษาแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาแปลกๆที่ตนเองพูดหรือที่คนอื่นพูด ก็นับเป็นเมล็ดพันธุ์ของการแปลที่หลายคนมีอยู่ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีความเข้มข้นที่แตกต่างกันออกไป ทว่ามีเรื่องน่าเสียดายประการหนึ่งนั่นคือ หลายคนมีเมล็ดพันธุ์ของการแปลอยู่ แต่เนื่องด้วยขาดการสอนหรือขาดคำแนะนำ ทำให้เมล็ดพันธุ์ที่หลายคนมีอยู่นี้ไม่ได้เจริญเติบโตเท่าที่ควร หลายคนมีความรู้สึกที่รู้อย่างคร่าวๆถึงเนื้อความภาษาแปลกๆที่ตนเองพูด แต่เนื่องด้วยการขาดข้อแนะนำ ทำให้เมล็ดพันธุ์ของการแปลที่อยู่ภายในไม่ได้รับการต่อยอดออกมา  
ไม่มีของประทาน หรือ ของประทานหลับไหล ?
มีบางคนให้ความเห็นว่า การแปลภาษาแปลกๆเป็นของประทานซึ่งน้อยคนจะได้รับ ด้วยเหตุนี้การแปลภาษาแปลกๆจึงไม่ค่อยมีให้เห็น แต่จากการค้นคว้าของผมแล้ว ผมกลับได้ความเห็นอีกทิศทางหนึ่ง ซึ่งความเห็นของผมก็คือ การแปลภาษาแปลกๆเป็นของประทานที่หลายๆคนมีอยู่ ทว่าเนื่องด้วยการขาดคำสอนหรือข้อแนะนำ ทำให้ของประทานการแปลที่หลายคนมีอยู่จึงหลับไหล
  
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
หนังสือ ฟังเสียงพระเจ้า เขียนโดย ซินดี้ เจคอปส์
หนังสือ Tongues Interpretation & Prophecyเขียนโดย Don Basham

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น