20 ตุลาคม 2559

ประวัติความเป็นมาเชิงพยากรณ์ของผู้นำทางโลกของอิสราเอล(Prophetic History of Secular Israeli Leaders)

ประวัติความเป็นมาเชิงพยากรณ์ของผู้นำทางโลกของอิสราเอล
(Prophetic History of Secular Israeli Leaders)
โดย อาเชอร์ อินเทรเตอร์(Asher Intrater)

อาเชอร์ อินเทรเตอร์(Asher Intrater)

กว่าร้อยปีมาแล้วที่คริสตจักรต่างๆทั่วโลกสอนเกี่ยวกับการเผยพระวจนะและเราทั้งหลายเชื่อในคำเผยพระวจนะ โดยไม่มีสิ่งใดที่สามารถต้านทานถ้อยคำของพระเจ้าที่จะไม่ให้เกิดขึ้นได้ ทุกสิ่งที่พระองค์ตรัสกับเราสิ่งเหล่านั้นจะเป็นจริง  ในพระวจนะในพระธรรมวิวรณ์ ได้พูดถึงคำเผยพระวจนะโดย 1 ในหัวใจของคำเผยพระวจนะคือ คำพยานเรื่องพระเยซูคริสต์



วิวรณ์ 19:10 แล้ว​ข้าพเจ้า​ได้​ทรุด​ตัว​ลง​แทบ​เท้า​ของ​ท่าน​เพื่อ​จะ​นมัสการ​ท่าน แต่​ท่าน​ได้​กล่าว​แก่​ข้าพเจ้า​ว่า “อย่า​เลย ข้าพเจ้า​เป็น​เพื่อน​ผู้รับ​ใช้​เหมือนกับ​ท่าน และ​พวก​พี่​น้อง​ของ​ท่าน​ที่​ยึดถือ​คำ​พยาน​ของ​พระ​เยซู จง​นมัสการ​พระ​เจ้า​เถิด” เพราะ​ว่า​คำ​พยาน​กล่าวถึง​พระ​เยซู​นั้น​เป็น​หัวใจ​ของ​การ​เผย​พระ​วจนะ​

 และอีกสิ่งหนึ่งนั้นมาจากมุมมองด้านพระคัมภีร์ของคนอิสราเอล และเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจสิ่งนี้เพื่อจะดำเนินชีวิตไปสู่ยุคสุดท้าย

หนึ่งในหนทางที่เราจะเข้าใจมุมมองนี้คือการอ่านจากพระธรรมอิสยาห์บทที่ 61 เป็นการเริ่มต้นวันแแห่งการพิพากษาและการรื้อฟื้นอาณาจักรของพระเจ้าในโลกนี้

อิสยาห์  61:1-3

1 พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ องค์​เจ้านาย​ทรง​อยู่​เหนือ​ข้าพ​เจ้า เพราะ​ว่า​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​เจิม​ข้าพ​เจ้า​ไว้ เพื่อ​นำ​ข่าว​ดี​มา​ยัง​คน​ที่​ทุกข์​ใจ พระ​องค์​ทรง​ส่ง​ข้าพ​เจ้า​ไป​เพื่อ​ปลอบ​โยน​คน​ชอก​ช้ำ​ใจ และเพื่อ​ประกาศ​อิสร​ภาพ​แก่​บรร​ดา​เชลย ทั้ง​ประกาศ​การ​เปิด​เรือน​จำ​แก่​ผู้​ที่​ถูก​จำ​จอง

2 เพื่อ​ประ​กาศ​ปี​แห่ง​ความ​โปรด​ปราน​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ และประกาศ​วัน​แห่ง​การ​แก้​แค้น​ของ​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เรา เพื่อ​ชูใจ​ทุก​คน​ที่​ไว้​ทุกข์

3 เพื่อ​จัดเตรียม​ให้​กับ​พวก​ที่​ไว้​ทุกข์​ใน​ศิโยน คือ​ให้​มงกุฎ​แทน​ขี้เถ้า​แก่​พวก​เขา และ​ให้​น้ำ​มัน​แห่ง​ความ​ยินดี​แทน​การ​ไว้​ทุกข์ เสื้อ​คลุม​แห่ง​การ​สรร​เสริญ​แทน​จิต​วิญญาณ​ที่​ท้อ​แท้ แล้ว​คน​จะ​เรียก​พวก​เขา​ว่า​ต้น​โอ๊ก​แห่ง​ความ​ชอบ​ธรรม ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ปลูก​ไว้​เพื่อ​สำ​แดง​พระ​สิริ​ของ​พระ​องค์

หนทางอื่นๆเราสามารถได้จากการศึกกษาถ้อยคำเผยพระวจนะจากการศึกษาพระธรรมอิสยาห์ทั้งเล่มไปจนถึงพระธรรมมาลาคี และทำความเข้าใจในถ้อยคำเผยพระวจนะที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น 

เมื่อศึกษาพระธรรมวิวรณ์ซึ่งเป็นคำเผยพระวจนะเชิงพยากรณ์ที่อัครสาวกยอห์นได้รับเป็นคำเผยพระวจนะซึ่งพยากรณ์ทั้ง 2 ด้านคืออิสราเอลและคริสตจักร ซึ่งเกียวข้องกับคำเผยพระวจนะเชิงพยากรณ์ถึงประเทศต่างๆด้วยเช่นกัน

นี่คือ 10 กุญแจหลัก ที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากการศึกษาประวัติศาสตร์ยิว แนวคิดของรับบี และเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอิสราเอลปัจจุบัน
1) การฟื้นฟูภาษา(Restoring the Language)
กุญแจแรกคือคำเผยพระวจนะยุคใหม่ในสมัยแรกเกี่ยวกับอิสราเอลในยุคสุดท้าย ในช่วงปลายทศวรรษ 1870 เอลีเซอร์ เบน เยฮูดา( Eliezer Ben-Yehuda) ได้รับนิมิต เขาสัมผัสว่าพระเจ้ามาบอกว่า “เจ้าจะกลับไป และรื้อฟื้อภาษาของผู้เผยพระวจนะ ในแผ่นดินของผู้เผยพระวจนะ” เขาตอบสนองการทรงเรียก และวันนี้
เขาได้กลายเป็นบิดาแห่งภาษาฮีบรูสมัยใหม่ เขาย้ายครอบครัวไปอิสราเอลในปี 1881 และลูกชายของเขาเป็นบุคคลแรกที่พูดภาษาฮีบรูเป็นภาษาแม่
ข้าพเจ้าเห็นภาพคู่ขนานคือเรา กลุ่มผู้เชื่อพระเมสสิยาห์ในอิสราเอล เราได้กลับมาสู่ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาฮีบรู แต่เป็นภาษาพระวิญญาณ อย่างที่คริสตจักรยุคแรกได้ทาระหว่างเทศกาลเพ็นเทคอสต์ในพระธรรมกิจการบทที่ 2
2) การคืนดีกันในระดับโลก(Global Reconciliation)
Abraham Isaac Kook
กุญแจที่ 2 มาจากรับบี กุก ( Rabbi Kook) หัวหน้ารับบีคนแรกของอิสราเอล และเป็นผู้ที่สาคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ยิวสมัยใหม่ ในตอนต้น ลัทธิยิวที่เคร่งครัดตามขบถธรรมเนียมประเพณี(Ultra-Orthodox Jews )นั้นต่อต้านการตั้งประเทศอิสราเอล อันที่จริงพวกเขาส่วนใหญ่ก็ยังต่อต้านอยู่ รับบีกุกมองเห็นว่าผู้บุกเบิกอิสราเอลมาจากทางโลก เป็นพวกผู้ไม่เชื่อพระเจ้าไม่มีศาสนา และคอมมิวนิสต์ ดังนั้น จึงสรุปว่าการเคลื่อนไหวนี้ ไม่ได้มาจากพระเจ้าแต่มาจากซาตาน อย่างไรก็ดีเพราะพวกเขานาคนอิสราเอลกลับสู่แผ่นดินอิสราเอลตามคาเผยพระวจนะในพระคัมภีร์ เขาได้สร้างสะพานเชื่อมระหว่างลัทธิยิวที่เคร่งครัดตามขบถธรรมเนียมประเพณีกับขบวนการนำคนยิวคืนสู่มาตุภูมิ (modern Zionism)และในการทาเช่นนั้น ได้วางฐานการเกิดออโธดอกซ์สมัยใหม่ (Modern Orthodoxy) วันนี้สายธารแห่งลัทธิยูดายคืออิสราเอลยุคใหม่ที่ร่วมรับใช้กระทั่งในกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF -Israel Defense Forces)
เช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าเชื่อว่าการทรงเรียกของเรา เหล่าผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์(Messianics)จะถูกนามารวมตัวกันจากความหลากหลายในอิสราเอล เช่น ลัทธิยิวที่เคร่งครัดตามขบถธรรมเนียมประเพณี คนยิวทั่วไป(secular Jews) รวมถึงคริสตจักรสากล(international Ekklesia (church)ด้วย ตลอดประวัติศาสตร์กลุ่มเหล่านี้เคยเป็นปฏิปักษ์กัน แม้ว่าเราควรจะอยู่ข้างเดียวกัน ดังนั้นคำพยากรณ์เรื่องยุคสุดท้ายคือการรวมกันเป็นหนึ่งของอิสราเอลและคริสตจักร
3) บันไดสู่การรื้อฟื้น (Stages of Restoration)
เมื่อรับบีกุกพิจารณาถึงอิสราเอลสมัยใหม่ เขาไม่เชื่อว่านี่จะเป็นแผ่นดินของพระเจ้า แต่แทนที่จะเป็นบันไดขั้นแรกสู่การรื้อฟื้นซึ่งจะนำไปสู่อาณาจักรพระเจ้าได้ จะต้องเกิดการรื้อฟื้นในฝ่ายกายภาพมาสู่แผ่นดินและประชากรชาวอิสราเอลเสียก่อนเพื่อที่การไถ่จะได้เกิดขึ้น
เราก็กาลังพูดถึงในสิ่งเดียวกัน อิสราเอลสมัยใหม่วันนี้ไม่ใช่แผ่นดินของพระเจ้า แต่น่าจะเป็นบันไดขั้นแรกของการรื้อฟื้นคืนสภาพที่จะนำไปถึงแผ่นดินของพระเจ้า การเป็นไซออนนิสต์สุดโต่งและเรียกว่าคือแผ่นดินของพระเจ้าก็ไม่ถูกต้อง หรือจะปฏิเสธความคิดนี้อย่างสิ้นเชิงก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน เราอาจกล่าวได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้น และชุมชนผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์อยู่ตรงกลางของทั้ง2 สิ่ง
4) การอ่านหนังสือผู้เผยพระวจนะ(Reading the Prophets)
เดวิด เบน กูเรียน( David Ben-Gurion) ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ของขบวนการนำคนยิวคืนสู่มาตุภูมิสมัยใหม่ อ่านพระคัมภีร์ โดยเฉพาะหนังสือผู้เผยพระวจนะ พวกเขาจัดให้มีการเรียนพระคัมภีร์ทุกอาทิตย์ที่บ้าน พวกเขาสอนพระคัมภีร์ แต่พวกเขาทำพลาด คือแปลความหมายพระคัมภีร์ผ่านมุมมองแบบคอมมิวนิสต์ ในลักษณะของสังคมนิยม แต่อย่างไรก็ตาม 
พวกเขาก็มีส่วนถูกที่หนุนใจให้อ่านหนังสือผู้เผยพระวจนะ
ไม่เพียงแค่อ่านพระคัมภีร์ แต่พยายามนำมาใช้ ข้าพเจ้าเชื่อว่าเพราะพวกเขาได้รับแรงบันดาลใจจากข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการรื้อฟื้นชนชาติอิสราเอล พระเจ้าจึงเลือกให้เค้าเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอิสราเอล

5) การเตรียมพร้อมก่อนจัดตั้งรัฐบาล(
Pre-government Preparation)
ช่วงเวลาที่อยู่ใต้อาณัตินิคมของอังกฤษ ก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐอิสราเอล เบน กูเรียนตระหนักว่าวันหนึ่งจะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาล แต่เรายังไม่พร้อมในเวลานั้น เราจำเป็นต้องสร้างองค์กรที่ทำงานเหมือนรัฐบาล เพื่อเวลานั้นมาถึง เราจะได้พร้อมที่จะเป็นประเทศ เขาจึงจัดตั้งองค์กรที่มีชื่อว่“ฮิสตาดรุต” (Histadrut) ซึ่งมีการทำงานเหมือนรัฐบาล จนกระทั่งองค์กรนี้ได้กลายเป็นรัฐบาลจริง
ข้าพเจ้าเชื่อว่านั่นเป็นคำเผยพระวจนะสาหรับคริสตจักร เอ็คคลีเซีย (คริสตจักร) ประกอบไปด้วย2ส่วน ไม่เพียงแค่เฉพาะกลุ่มคนที่รวมตัวกันจากชนชาติต่างๆเป็นกายในพระคริสต์ แต่หมายถึงการปกครองหรือการเป็นพันธมิตร ในฐานะผู้เชื่อ เรารวมตัวกันไม่ใช่แค่เพียงเพื่อดำเนินการคริสตจักร แต่เหมือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของ“ฮิสตาดรุต” หรือองค์กรก่อนจัดตั้งรัฐบาล เรากำลังถูกจัดเตรียมให้ทางานในรัฐบาลของเยชูวาห์เมื่อพระองค์เสด็จกลับมา นั่นคือเหตุผลที่เราเชื่อในอัครทูต ผู้เผยพระวจนะ ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ ศิษยาภิบาล และอาจารย์ เชื่อในผู้ปกครอง และในโครงสร้างของคริสตจักร เพราะเรากาลังรับการฝึกฝน รัฐบาลไม่สามารถดาเนินการได้ด้วยคนเพียงคนเดียว แต่โดยกลุ่มคน 
นั่นคือ แก่นแท้ของการสั่งสอนสาวก คือการเตรียมพร้อมทำหน้าที่ในรัฐบาลของพระองค์

6) การเตรียมพร้อมด้านการทหาร(
Military Preparation)
เบน กูเรียนทราบดีว่า เมื่อมีการประกาศให้อิสราเอลเป็นรัฐใหม่ ภายใน24ชั่วโมง ทุกชาติในตะวันออกกลางจะโจมตีอิสราเอล ซึ่งเราไม่พร้อมรับมือ เราไม่มีอาวุธหรือทหาร เราไม่รู้วิธีการต่อสู้ เขาจึงเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่ในองค์กร จัดการอบรมสัมมนา และก่อตั้งกองกำลังทหารในเวลาหนึ่งปีครึ่ง
ข้าพเจ้าเชื่อว่านั่นเป็นคำเผยพระวจนะที่มาจากพระกายของพระเมสสิยาห์ในอิสราเอล เรากำลังมุ่งหน้าสู่สงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เรากำลังมุ่งหน้าสู่ช่วงเวลาที่ทุกชาติในโลกจะโจมตีอิสราเอลและคริสเตียน และทำทุกอย่างเพื่อหยุดยั้งการกลับมาครั้งที่ 2 ของเยชูวาห์
ข้าพเจ้าไม่ได้พูดว่าคุณต้องเริ่มเรียนที่จะยิง แต่เราจำเป็นที่ต้องเรียนรู้ที่จะอธิษฐานและเผยพระวจนะ เพื่อทำความเข้าใจข้อพระคัมภีร์และป่าวประกาศพระวจนะของพระเจ้า
7) การเผชิญหน้าของบรรดาประชาชาติ(Confrontation of the Nations)
นายเบนจามิน เนทันยาฮู(Binyamin Netanyahu)นายกรัฐมนตรีของเรา ได้ไปปรากฏตัวที่สหประชาชาติและเผชิญหน้ากับประเทศทั้งหลาย ซึ่งไม่เหมือนกรณีผู้นำโลกอื่นๆที่ข้าพเจ้าเคยเห็นมาก่อน 
ท่านได้กล่าวกับองค์กรสหประชาชาติว่าการตัดสินใจของพวกเขาเป็นการต่อต้านแผ่นดินและประชาชนอิสราเอล ทั้งที่พวกเรานั้นได้รับการมอบหมายจากพระเจ้าให้อาศัยอยู่ที่นี่(อิสราเอล) ท่านได้กล่าวถ้อยคำจากพระคัมภีร์และชี้นำให้พวกเขาตระหนักถึงเรื่องคุณธรรมและมนุษยธรรม ต่อหน้าผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกอย่างกล้าหาญ
มีบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับประเทศอิสราเอล และรวมถึงการที่ตัวแทนของประเทศอิสราเอล ได้อยู่ต่อหน้าการประชุมขององค์กร สหประชาชาติในครั้งนั้น  ข้าพเจ้าเชื่อว่าเรากำลังจะมีการเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากันระหว่างนานาประเทศด้วยความจริงของพระเจ้า และนี่เป็นส่วนหนึ่งของการทรงเรียกของพระเจ้าให้อิสราเอลเป็นผู้นั้น และขณะนี้พระกายของพระเมสสิยาห์ก็ได้มีการเชื่อมโยงกับประเทศอิสราเอล พวกเรามีคำเผยพระวจนะที่จะเปิดเผยแก่โลกนี้
8) การเปิดโปงกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง(Exposing Radical Islam)
เนทันยาฮู เป็นผู้ซึ่งเข้าใจมากกว่าผู้นำอื่นๆจากทั่วโลก ถึงความรุนแรงของกลุ่มมุสลิมก่อการร้ายว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา และเราจำเป็นต้องต่อสู้กับคนเหล่านั้น ผู้คนถูกเข่นฆ่าอย่างไรความปราณี และไม่มีผู้ใดที่ลุกขึ้นมาต่อสู้อย่างแท้จริง นอกจากประเทศอิสราเอล ประเทศอิสราเอลได้มีมาตรการบางอย่างถูกกำหนดขึ้นในการต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง และทุกคนมีสิทธิ์ที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับ สำหรับคริสตจักรนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาจับอาวุธ แต่จำเป็นที่เราจะสามารถพูดความจริง และเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นว่าเป็นการฆาตกรรม และเป็นวิญญาณต่อต้านพระคริสต์ (Anti-Christ spirit) เมื่อเราได้ส่งผู้คนออกไปเข่นฆ่าผู้อื่นที่ไม่เห็นด้วยกับตนนั้น เป็นการกระทำผิดพระบัญญัติ 10 ประการของพระเจ้า และนั่นไม่ได้เป็นสิ่งที่มาจากพระเจ้าของอิสราเอล ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องจัดการกับสิ่งเหล่านี้
9) การสถาปนาบัลลังก์ของพระเจ้าของกษัตริย์ดาวิด(Establishment of the Throne of David)
ในภาษาฮีบรูไม่มีคำ ที่มีความหมายว่า "นายกรัฐมนตรี" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านเป็นผู้นำของรัฐบาลของประเทศอิสราเอล ถ้าคุณยังจำได้ถึงคำเผยพระวจนะเกี่ยวกับ "เยชูวาห์ (Yeshua)" (หมายถึงพระเยซูคริสต์ ในภาษาฮีบรู) ตอนพระองค์ประสูติมาหรือไม่ ว่าพระองค์จะได้ ประทับบนบัลลังก์ของกษัตริย์ดาวิด และปกครองอยู่เหนือพงศ์พันธ์ของยาโคบ เมื่อ"เยชูวาห์" (พระเยซูคริสต์) เสด็จกลับมา พระองค์จะประทับบนบัลลังก์ของกษัตริย์ดาวิดและปกครองโลกนี้จากบางบัลลังก์นั้นตลอดนิรันด์กาล อะไรคือบัลลังก์ บัลลังก์คือเก้าอี้นายกรัฐมนตรีมีเก้าอี้ซึ่งเป็นตัวแทน แห่งสิทธิอำนาจของรัฐบาลประเทศอิสราเอล หมายความว่าสิทธิอำนาจของกษัตริย์ดาวิดได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่บนแผ่นดินของอิสราเอล
ขณะนี้ เนทันยาฮู ผู้ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศอิสราเอล นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น 
ข้าพเจ้าไม่ได้กล่าวว่าเนทันยาฮู เป็นพระเมสสิยาห์(Messiah) ข้าพเจ้าไม่แม้แต่จะบอกว่าท่านเป็นผู้ได้รับการบังเกิดใหม่ แต่โดยตำแหน่ง โครงสร้าง และสิทธิ์ที่อำนาจนั้น ท่านได้นั่งอยู่ในตำแหน่งซึ่ง เปรียบเทียบได้กับบัลลังก์ของกษัตริย์ดาวิด
เราเชื่อว่าขณะนี้คำเผยพระวจนะต่างๆนั้นกำลังได้รับการเติมเต็มและทำให้เป็นจริงในโลกมากขึ้นทุกที จนกระทั่งอิสราเอลยุคใหม่และรัฐบาลอิสราเอลจะเชื่อในคำเผยพระจะนะนั้นเป็นเวลากว่า 2000 ปีมาแล้ว ที่คริสตจักรไม่ได้เชื่อเรื่องการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง อย่างถูกต้อง แต่เขากลับเชื่อว่า"เยชูวาห์(พระเยซูคริสต์) จะเสด็จมาปรากฏครึ่งทางบนท้องฟ้าและรับเจ้าสาวของพระองค์ไป และเสด็จกลับไปยังสวรรค์อีกครั้ง แต่พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา และจะไปที่ภูเขามะกอกเทศ และความจริงก็คือเรามีประเทศที่นี่และคณะรัฐบาลพร้อมทั้งเมืองหลวงคือ"เยรูซาเล็ม" และ"เยชูวาห์ (พระเยซูคริสต์) พระองค์จึงสามารถกลับมาเดี๋ยวนี้และปกครองเหนือโลกนี้ในกรุงเยรูซาเล็ม
10) การรับมรดกทางกายภาพ คือ แผ่นดิน(Physically inheriting the Land)
สิ่งสุดท้ายนั้น... สิ่งหนึ่งที่ผู้นำรัฐบาลประเทศอิสราเอลได้ทำ คือการรับประกันว่าเราสามารถอาศัยอยู่และตั้งรกรากในแผ่นดินนี้ เรามีสิทธิ์ที่จะสร้างที่อยู่อาศัย บ้านเรือน ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เศรษฐกิจ และเลี้ยงดูบุตรหลานของเราที่นี่ และนี่เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจว่าทำไมสิ่งนี้จึงเป็นที่เกลียดชังของผู้คนทั่วโลก
ใช่หรือไม่พระคัมภีร์ได้กล่าวว่าเมื่อ "เยชูวาห์" (พระเยซูคริสต์) เสด็จกลับมานั้นธรรมิกชนจะได้รับแผ่นดินเป็นมรดก 
มัทธิว 5:5  “คน​ที่​สุภาพ​อ่อน​โยน ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​รับ​แผ่น​ดิน​โลก​เป็น​มร​ดก
วิธีที่พระเจ้าสัญญาว่าแผ่นดินของพระองค์จะมาตั้งอยู่บนโลกนั้นคือผ่านทางพระสัญญาที่พระองค์มีไว้แก่ชนชาติยิว คือแผ่นดินอิสราเอล ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่นี่ มันก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นที่ไหนได้ในโลกนี้ อย่างไรก็ตามความจริงที่ว่าชาวยิวได้อาศัยอยู่ที่นี่นั้นเป็นหมายสำคัญอย่างแน่นอนที่สุดว่า"เยชูวาห์" (พระเยซูคริสต์) กำลังจะเสด็จกลับมาและเราจะได้รับแผ่นดินเป็นมรดก 

คริสเตียนส่วนใหญ่ได้มีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องมากกว่า 2,000 ปี ว่าเราจะไปอยู่บนสวรรค์ตลอดนิรันด์กาล และทิ้งโลกนี้ไว้กับปฏิปักษ์พระคริสต์ โดยไม่ได้รับการกู้คืนทางฝ่ายกายภาพ และนั่นเป็นคำสอนที่ผิด แต่ถ้าชาวยิวไม่ได้กลับมาที่แผ่นดินอิสราเอล นั่นมันอาจจะเป็นความจริง พันธสัญญาในเรื่องสิทธิของชาวยิวที่จะได้อาศัยอยู่ที่อิสราเอล เป็นสิ่งที่รับประกันถึงสิทธิของคริสเตียน ที่จะได้แผ่นดินโลกและประชาชาติเป็นมรดกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก http://reviveisrael.org
ข้อมูลที่เป็นภาษาไทย http://reviveisrael.org/archive/language/thai/2016
สามารถฟังคำสอนได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=eDFyAf4_nz0&feature=youtu.be&t=16m55s

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร โดย  Haiyong Kavilar             ในบทความที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงว่า ในการขับเคลื่อนแบบอัครทูตหรือแบบอาณาจ...