03 สิงหาคม 2555

สะบาโต หยุดพักสงบ พบพระพร

“Shabbat Shalom…!(ชาบัท ชาโลม)
สุขสันต์วันสะบาโต สันติสุขอยู่ท่ามกลางเราในวันแห่งการพักสงบ
นั่นเป็นการคำกล่าวอวยพรกันและกันในวันสะบาโตซึ่งเป็นหยุดของคนอิสราเอล ซึ่งตามธรรมเนียมนั้นจะเริ่มในเย็นวันศุกร์ไปจนถึงเย็นวันเสาร์ แต่สำหรับคริสตชนนั้นมีจะไปนมัสการพระเจ้าในคริสตจักรในวันอาทิตย์ หากศึกษาตามประวัติศาสตร์
คริสเตียนในยุคแรกๆ ก็ถือสะบาโตเป็นวันเสาร์เช่นเดียวกับชาวยิว เนื่องจากคริสเตียนในยุคแรกก็เป็นชาวยิวด้วย คริสเตียนเปลี่ยนมาถือสะบาโตเป็นวันอาทิตย์ ทั้งนี้เพราะว่าจักรพรรดิ์คอนสแตนตินได้ “เปลี่ยน” วันสะบาโตจากวันเสาร์มาเป็นวันอาทิตย์ในปีค.ศ.321 จึงเป็นแนวทางในการปฏิบัติกันมา รวมถึงวันอาทิตย์เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของประเทศต่างๆทั้งในยุโรปและทวีปอื่นๆทั่วไป
วันสะบาโตเป็นวันที่ถูกกำหนดไว้สำหรับคนอิสราเอล วันสะบาโตยังคงเป็นวันเสาร์ ไม่ใช่วันอาทิตย์ และไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย แต่วันสะบาโตเป็นส่วนหนึ่งของธรรมบัญญัติในพันธสัญญาเดิม และคริสตเตียนเป็นอิสระแล้วจากพันธนาการแห่งธรรมบัญญัติ (กท.4:1-26;รม.6:14)
รม.6:14 เพราะว่าบาปจะครอบงำท่านทั้งหลายต่อไปก็หามิได้ เพราะว่าท่านทั้งหลายมิได้อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ แต่อยู่ใต้พระคุณ
การรักษาวันสะบาโตไม่ได้เป็นข้อเรียกร้องสำหรับคริสเตียน ไม่ว่าจะเป็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ วันแรกของสัปดาห์(วว.1:10) อัครทูตเปาโลบอกว่าคริสเตียนแต่ละคนควรตัดสินใจว่าจะรักษาวันสะบาโตหรือไม่ “คนหนึ่งถือว่าวันหนึ่งดีกว่าอีกวันหนึ่ง แต่อีกคนหนึ่งถือว่าทุกวันเหมือนกัน ขอให้ทุกคนมีความแน่ใจในความคิดเห็นของตนเถิด” (รม.14:5) เราสมควรที่จะนมัสการพระเจ้าทุกวัน ไม่ใช่เพียงแค่วันเสาร์หรือวันอาทิตย์เท่านั้น

สำหรับความคิดของผมแล้ว ทุกวันก็เป็นวันที่ดีในสายพระเนตรพระเจ้า เราคงไม่มาถกถียงกันเรื่องวันสะบาโตเป็นวันไหน แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องมีสักวันหนึ่งในรอบ 1 สัปดาห์ที่ต้องพักสงบ
เราต้อง "พักใจ" ก่อนเพื่อจะทำให้เราได้ "พักจริง" เพราะบางครั้งเรามัวแต่สาละวนทำงานจนสับสนไม่มีเวลาพัก แม้แต่ผู้นำคริสตจักรเองก็ตาม  บางครั้งในวันอาทิตย์ที่เป็นวันสะบาโต กลับต้องทำงานหนัก ยืนต้อนรับและทำงานรับใช้จนปวดเมื่อยตัวตลอดทั้งวัน  วันอาทิตย์จะกลายเป็นวัน “สะบ้าโต” เดินไปเดินมาจนลูกสะบ้าหัวเข่าอักเสบ พอจบวันอาทิตย์กลับบ้านไปต้องไปนอน "พักสลบ"ที่เตียงนอน

ไม่ว่าวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ เป็นวันสะบาโต เราคงจะไม่ต้องมาถกเถียงกัน เพราะแท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงกำหนด "วันสะบาโตเพื่อมนุษย์ ไม่ใช่กำหนดมนุษย์เพื่อสะบาโต"(มก.2:27)

ในความคิดของผม คือ"วันอาทิตย์เป็นวันประชุมบริสุทธิ์" หรือจะเรียกว่า "Holy day" หมายถึงวันหยุด (Holiday)ที่เราหยุดพักจากการงานเพื่อได้มาสามัคคีธรรมกับพระเจ้าและพี่น้องในคริสตจักร เป็นวันที่มีการมาร่วมนมัสการพระเจ้าด้วยกัน และร่วมประชุมกันเพื่อเสริมสร้างชีวิตในฝ่ายวิญญาณร่วมกัน เตรียมชีวิตเฝ้ารอคอยการเสด็จกลับมาของพระเจ้าร่วมกัน ดังที่ในพระธรรมฮีบรูตักเตือนไว้ว่า "อย่าขาดการประชุม"
ฮบ.10:25 อย่าขาดการประชุม เหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น แต่จงพูดหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้นเพราะท่านทั้งหลายก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว 

ฉะนั้นจึงมีความสำคัญที่เราในฐานะคริสตชนต้องมาร่วมประชุมกันในวันอาทิตย์ หรือวันไหนๆที่คริสตจักรจัดขึ้น เพื่อมาประชุมร่วมกัน แต่เราควรจะเห็นคุณค่าการสามัคคีธรรมร่วมกันดังเช่นคริสตจักรสมัยแรกในพระธรรมกิจการฯมีการสามัคคีธรรมร่วมกันทุกวัน

สำหรับผมในฐานะผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา คริสตจักรได้กำหนดวันหยุดไว้ 1 วันคือวันจันทร์ เป็นวันพักสงบหรือเรีกกว่าเป็น "วันสะบาโตในภาพส่วนตัว" ที่จะไปใช้เวลาพักสงบเพราะวันเสาร์เป็นเตรียมงานวันอาทิตย์และวันอาทิตย์ก็เป็นวันที่ต้องทำงานปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าและพี่น้องในคริสตจักร วันจันทร์จึงเป็นวันสะบาโต หรือ บางคนอาจจะเรียกว่า "วันสบายตัว"เป็นวันที่จะไปพักผ่อน ไปรับประทานอาหารนอกบ้านหรือไม่ก็ไปทำในสิ่งที่เป็นงานอดิเรกที่อยากทำ

สำหรับพี่น้องในคริสตจักร ผมจะแนะนำในใช้วันหยุดที่มีในรอบสัปดาห์เช่นวันเสาร์ให้ไปพักสงบส่วนตัวและครอบครัว เพื่อได้ใช้เวลาส่วนตัวให้เกิดประโยชน์และเป็นการระลึกถึงพระคุณและขอบพระคุณพระเจ้าที่กำหนดเวลาในการพักสงบให้กับเรา
วันสะบาโต ทำให้กลายเป็นวันสบายตัว คือมีเวลาพักสงบ
ในยุคแห่งพระคุณนี้ เรายังจำเป็นต้องรักษาพระบัญญัติสะบาโตเคร่งครัด แต่ไม่ควรทำเป็นภาระหนักตามกฏธรรมบัญญัติ


อัครทูตเปาโลกล่าวว่า พระเยซูทรงฉีกพระบัญญัติที่ผูกมัดเราแล้วที่กางเขน ฉะนั้นอย่าให้ใครมาพิพากษาเราโดยใช้เรื่องการกินดื่ม การถือเทศกาล หรือการถือสะบาโตมาเป็นเหตุ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเงาของพระคริสต์ซึ่งจะทรงมาทำให้สิ่งเหล่านี้สมบูรณ์ในภายหลัง (คส.2:14-17)

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เราต้องตระหนักถึงวัตถุประสงค์ที่พระเจ้าทรงกำหนดให้มีวันสะบาโตขึ้นมา นั่นคือ พระองค์ประสงค์ให้มนุษย์เรามีการ “หยุดพักเพื่อระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อมนุษย์”
วัตถุประสงค์ของวันสะบาโต คือ การหยุดพักสงบ พบพระพรที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้กับมนุษย์

“พระเจ้าทรงสถาปนาวันสะบาโตในสวนเอเดน” เนื่องจากการเกี่ยวข้องระหว่างวันสะบาโตและการทรงสร้างในหนังสืออพยพ 20:11 แม้ว่าการที่พระเจ้าจะทรงพักผ่อนในวันที่เจ็ด (ปฐก.2:3)
การถือรักษาวันสะบาโตเป็นการทำพันธสัญญาระหว่างพระเจ้าและชนชาติอิสราเอล “โมเสสขึ้นไปเฝ้าพระเจ้า พระเจ้าตรัสจากภูเขานั้นว่า "บอกวงศ์วานยาโคบและชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า`พวกเจ้าได้เห็นกิจการซึ่งเรากระทำกับชาวอียิปต์แล้ว และที่เราเทิดชูเจ้าขึ้น ดุจดังด้วยปีกนกอินทรี เพื่อนำเจ้ามาถึงเรา เหตุฉะนั้นถ้าเจ้าฟังเสียงเรา และรักษาพันธสัญญาของเราไว้ เจ้าจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเราที่เราเลือกสรรท่ามกลางชนชาติทั้งปวง เพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเรา” (อพย.19:3–5)

“เหตุฉะนี้ ชนชาติอิสราเอลจึงถือวันสะบาโตตลอดชั่วชาติพันธุ์ของเขาเป็นพันธสัญญาเนืองนิตย์ เป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับชนชาติอิสราเอลว่า ในหกวันพระเจ้าได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก แต่ในวันที่เจ็ดพระองค์ได้ทรงงดการงานไว้ และได้ทรงหย่อนพระทัยในวันนั้น” (อพย.31:16–17)

ในเฉลยธรรมบัญญัติ 5 โมเสสโยงบัญญัติ 10 ประการไปถึงชนชาติอิสราเอลรุ่นถัดไป ในตอนนี้ หลังจากที่ได้สั่งให้พวกเขารักษาวันสะบาโตในข้อ 12-14 แล้ว โมเสสยังให้เหตุผลว่าทำไมคนอิสราเอลจึงต้องรักษาวันสะบาโต: “จงระลึกว่าเจ้าเคยเป็นทาสอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ และพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าได้พาเจ้าออกมาจากที่นั่นด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และด้วยพระกรที่เหยียดออก เหตุฉะนี้พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าได้ทรงบัญชาให้เจ้ารักษาวันสะบาโต” (ฉธบ.5:15)
สังเกตคำว่าเหตุฉะนี้ พระประสงค์ของพระเจ้าในการกำหนดวันสะบาโตให้กับคนอิสราเอลไม่ใช่เพื่อให้พวกเขาจำการทรงสร้าง แต่เพื่อให้พวกเขาจำการเป็นทาสในอียิปต์และการทรงปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ
ในการรักษาวันสะบาโต:คนที่ถือวันสะบาโตออกจากที่พักของตนไม่ได้ (อพย.16:29)ไม่ให้ใครทำการงานใด ๆ เลย(อพย.5:14) ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎแห่งวันสะบาโตจะต้องถูกลงโทษถึงตาย (อพย.31:15; กดว.15:32–35)


ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่กล่าวถึงการให้ความสำคัญในวันสะบาโต นั่นคือ เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า
“คนหนึ่งถือว่าวันหนึ่งดีกว่าอีกวันหนึ่ง แต่อีกคนหนึ่งถือว่าทุกวันเหมือนกัน ขอให้ทุกคนมีความแน่ใจในความคิดเห็นของตนเถิด ผู้ที่ถือวันก็ถือเพื่อถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่กินก็กินเพื่อถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเขาขอบพระคุณพระเจ้า และผู้ที่ไม่ได้กิน ก็มิได้กิจเพื่อถวายเกียรติแค่องค์พระผู้เป็นเจ้า และยังขอบพระคุณพระเจ้า” (รม.14:5–6) 
ความหมายและความเป็นมา

"สะบาโต" มาจากคำฮีบรูว่า "Subbat" จากรากศัพท์ Sabat จาก Bible Dictionary แปลว่า “การหยุด” หรือ “การหยุด (กระทำบางอย่าง)” ในพระคริสตธรรมคัมภีร์มีหลักการวางไว้ว่า หนึ่งวันในเจ็ดวัน จะต้องถือเป็นวันที่ถือว่าบริสุทธิ์แด่พระเจ้า


ในพระธรรมปฐมกาลที่บันทึกไว้ยังไม่ได้ใช้ศัพท์คำว่า “สะบาโต”แต่ใช้รากศัพท์ที่มีความหมายเดียวกัน คือ “การหยุด”
ปฐก. 2:2-3 2 วันที่เจ็ด พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงกระทำมานั้น ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำ 3 พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ด ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวง ที่พระองค์ทรงกระทำในการเนรมิตสร้าง
ในปฐมกาลไม่มีการกล่าวถือสะบาโตนอกเหนือไปจากวันที่เจ็ดของการทรงสร้าง ที่ใช้เวลา 6 วัน และในวันที่ 7 พระเจ้าทรงพัก ใช้รากศัพท์ คำว่า หยุดจากการงานทั้งสิ้นที่ได้ทรงกระทำ
การหยุดพัก มีมาตั้งแต่การทรงสร้างของพระเจ้าที่บันทึกในปฐมกาล พระองค์ไม่ได้หยุดเพราะพระองค์เหนื่อยแต่พระองค์ทรงแสดงให้เป็นแบบอย่างในการทรงหยุดพัก(งาน) ก่อนที่จะสั่งให้มนุษย์ทำในพระธรรมอพยพ
คำว่า "สะบาโต" มาปรากฏครั้งแรกในบัญญัติสิบประการที่ระบุไว้ในพระธรรมอพยพ ประการที่สี่ได้กล่าวถึงคำสั่งให้ถือวันสะบาโต
อพย.20:8-11
8 "จงระลึกถึงวันสะบาโต {คือ วันหยุดพัก (งาน)} ถือเป็นวันบริสุทธิ์ 9 จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน 10 แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการงานใดๆ ไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า 11 เพราะในหกวันพระเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโตและทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์


สังเกตดูในพระธรรมอพยพที่บันทึกบัญญัติ 10 ประการนี้ ได้บันทึกกฎเกณฑ์ของ วันสะบาโตไว้ยาวกว่าทุกเรื่อง แสดงพระเจ้าทรงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก
นอกจากการยึดถือวันสะบาโต พระเจ้ายังมีพระประสงค์ให้ประชากรของพระองค์ทุกคนยึดถือปีสะบาโต(Sabbatical year)ด้วย เพื่อให้แผ่นดินได้หยุด ปีสะบาโต เป็นการจัดสรรของพระเจ้าเกี่ยวกับแผ่นดินลนต.25:2-5
2 "จงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า เมื่อเจ้าทั้งหลายเข้าแผ่นดินที่เราให้เจ้านั้น จงให้แผ่นดินนั้นถือสะบาโต 3 เจ้าจงหว่านพืชในนาของเจ้าหกปี และจงลิดแขนงสวนองุ่นของเจ้าและเก็บผลหกปี 4 แต่ในปีที่เจ็ดนั้นเป็นปีสะบาโต จงให้แผ่นดินหยุดพักสงบเป็น ปีสะบาโตแด่พระเจ้า เจ้าอย่าหว่านพืชในนา หรือลิดแขนงสวนองุ่นของเจ้า
5 สิ่งใดที่งอกขึ้นมาเอง เจ้าอย่าเก็บเกี่ยว องุ่นอันเกิดอยู่ที่เถาอันเจ้ามิได้ตกแต่งก็อย่าเก็บ ให้เป็นปีที่แผ่นดินหยุดพักสงบ
ลนต.26:34-35
34"เมื่อเจ้าต้องไปอยู่ในแผ่นดินของศัตรู แผ่นดินของเจ้าจะมีสะบาโตตราบเท่าเวลา ที่ว่างเปล่าอยู่ แผ่นดินก็จะได้หยุดพัก และมีสะบาโต 35 ตราบใดที่แผ่นดินว่างเปล่าอยู่ก็จะได้หยุดพัก คือจะได้หยุดพักอย่างที่มิได้หยุดในสะบาโตขณะเมื่อเจ้าอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น

จุดสูงสุดของปีสะบาโตเป็นปีที่เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี เป็นปีเสียงเขาสัตว์(Jubilee Year) ข้อห้ามของปีสะบาโตที่พระเจ้าสั่งให้อิสราเอลต้องกระทำตามเพื่อให้แผ่นดินได้หยุดพัก
ลนต.25:8 "เจ้าจงนับปีสะบาโตเจ็ดปีคือเจ็ดคูณเจ็ดปี เวลาปีสะบาโตเจ็ดปีจึงเป็นสี่สิบเก้าปีแก่เจ้า
ปีสะบาโตเป็นปีที่ ที่ดินจะตกกลับไปเป็นของเจ้าของดั้งเดิม คือ พระเจ้า มีกฎเกณฑ์ให้มีการยกหนี้ และปล่อยทาสให้เป็นไท เป็นเวลาแห่งการสรรเสริญขอบพระคุณพระเจ้าและพัฒนาความเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงประทานอาหารให้
ความสำคัญของการสถาปนาการพักของแผ่นดิน คือ การพักเป็นทั้งของแผ่นดิน คืออาณาจักรพระเจ้า และการพักของพระเจ้า เพื่อรักษาสิ่งต่างให้อยู่ในภาพที่สมบูรณ์
ข้อคิดคือ พระเจ้าทรงกำหนดการพักเพื่อจะให้เราได้อารักขาสิ่งต่างๆ ไม่ใช่ ใช้จนกระทั่งมันพังไป เช่น เวลาเราขับรถเดินทางไกล เราต้องมีการหยุดพักรถ เพื่อป้องกันเครื่องยนต์พัง  หรือ เราทำงานหนักเกินไปร่างกายต้องการพักผ่อน ไม่เช่นนั้นจะป่วยไข้

หลักการของพระเจ้า หมายเลข 7 เป็นเลขแห่งความสมบูรณ์ และทรงกำหนดวงจรไว้เพื่อการหยุดพักเพื่อทำให้มนุษย์ได้รับพระพรจากพระเจ้า

วันที่ 7 เป็นวันสะบาโต และนับไป 7X7 ได้ 49หรือ 7 สัปดาห์ และวันที่ 50 เป็นการฉลองเทศกาลสัปดาห์หรือเพ็นเทคอสต์(Pentecost-แปลว่า 50) เพื่อจัดเทศกาลเฉลิมฉลอง 
ปีที่ 7 เป็นปีแห่งปีสะบาโต (Sabbatical year)เพื่อหยุดพัก และปีที่ 50 เป็นปีเสียงเขาสัตว์(Jubilee Year) เพื่อจัดเทศกาลเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่


ความสำคัญที่จำเป็นต้องรักษาวันสะบาโต

1.สะบาโตเป็นของพระเจ้า(อพย.20:10-11)
ดังนั้นการที่เป็นวันของพระองค์ จึงเป็นหลักและเหตุที่คริสเตียนทุกคนจะต้องถือรักษา เพราะเป็นวันที่พระองค์ทรงอวยพระพร และทรงตั้งไว้ให้เป็นวันบริสุทธิ์ คำว่า "บริสุทธิ์" ดังนั้นต้องแยกออกมาเพื่อพระเจ้า เราต้องแยกวันหนึ่งจาก 6 วันออกมาเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

2.เป็นคำสั่งของพระเจ้าให้มนุษย์ถือรักษาวันสะบาโต (อพย.20:8-10)
เมื่อพระเจ้าทรงตั้งอิสราเอลให้เป็นประชาชาติของพระองค์ พระองค์ทรงประทานบัญญัติ 10 ประการให้พวกเขา และพระบัญญัติข้อหนึ่งในนั้น คือ ทุกคนต้องหยุดทำงานหนึ่งวันในเจ็ดวัน (หนึ่งสัปดาห์ ทำงาน 6 วัน หยุดพักงาน 1 วัน)(อพย.20:8"จงระลึกถึงวันสะบาโต {คือ วันหยุดพัก (งาน)} ถือเป็นวันบริสุทธิ์)
คำว่า "จง" เป็นคำสั่งในใช่ทางเลือกปฏิบัติ เราจึงต้องถือรักษาให้เป็นวันบริสุทธิ์สำหรับพระเจ้า

3.การถือรักษาวันสะบาโตเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่สนิทสนมระหว่างพระเจ้ากับคนของพระองค์(อพย.31:13-17)
การที่ชนชาติอิสราเอล ถือรักษาวันสะบาโตเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่แสดงว่า เขาเป็นประชากรของพระเจ้าและมีความสัมพันธ์อันแนบสนิทกับพระองค์ด้วยพันธสัญญาตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด
และเป็นการสามัคคีธรรมกับพี่น้องในคริสตจักร
พระเยซูทรงชี้ให้เห็นถึงความสำคัญที่แท้จริงของสะบาโตที่ทรงตั้งไว้สำหรับมนุษย์ และชี้ให้เห็นถึงสิทธิอำนาจของพระองค์ที่จะพูดเรื่องวัตถุประสงค์ของสะบาโต
มก. 2:27-28
27 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต
28 เหตุฉะนั้นบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นนาย เหนือวันสะบาโตด้วย"
พระเจ้าจึงทรงออกแบบให้มีวันพักสงบหนึ่งวันต่อสัปดาห์ โดยมีพระประสงค์เพื่อประโยชน์ของมนุษย์
เพื่อระลึกถึงพระราชกิจอันทรงพระคุณของพระเจ้า ในวันสะบาโตเราจึงขอบคุณพระเจ้าสำหรับการไถ่บาปผ่านทางพระเยซูคริสต์

4.วันสะบาโตเพื่อการพักสงบ
เราจึงได้ผ่อนคลายความอ่อนล้าของร่างกาย ได้รับการฟื้นฟูจิตใจให้สดชื่นขึ้นอีกครั้งและรับกำลังในฝ่ายวิญญาณโดยเข้ามาหาพระเจ้า มารับกำลังฝ่ายวิญญาณจากพระองค์
เราอาจจะสาละวนทำงานหนัก บางคนอยากจะทำงานในวันอาทิตย์เพื่อจะได้ค่าแรง 2 เท่าหรือ OT (Overtime)แต่ไม่ได้พักผ่อนจนป่วยไข้ต้องไปเข้า OPD(Out Patient Department )แผนกผู้ป่วยนอกแทน หรือบางคนทำงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน เพราะ Busy ยุ่งตลอดเวลา แต่อยากจะบอกว่า คำว่า Busy คือ BUSY: Being Under Satan's York หมายถึง ตกอยู่ภายใต้แอกของมาร
พระเจ้าปรารถนาให้เราทั้งหลายได้พักหายเหนื่อย และพระองค์ปรารถนาจะแบกภาระปัญหาของเราไว้
วันนี้เราไม่ต้องแบกภาระหนักแล้ว เพราะพระเยซูคริสต์ปรารถนาให้เราได้รับการผ่อนคลาย ทั้ง 3 ด้าน ทั้งพักผ่อนด้านร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ
มธ.11:27
28 บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข


29 จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก
30 ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา"
ผู้รับใช้พระเจ้า ท่านหนึ่งคือ วอชแมน นี(Watchman Nee) กล่าวว่า
"ชีวิตคริสเตียนประกอบด้วยการนั่งกับพระคริสต์ เดินกับพระองค์และยืนในพระองค์ เราเริ่มต้นชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราด้วยการพักสงบในงานที่สำเร็จแล้วของพระเยซูคริสต์ การพักสงบนั้นคือแหล่งแห่งกำลังของเรา เพื่อการดำเนินได้อย่างมั่นคงในโลกใบนี้”
ดังนั้นเราจึงสามารถเข้ามาคริสตจักรในทุกสัปดาห์ด้วยการขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับการพักสงบในวันสะบาโต เป็นการหยุดพักชั่วคราว เพื่อจะพักสงบชั่วนิรันดร์บนแผ่นดินของพระเจ้าในสวรรคสถาน
เมื่อเราอยู่ในโลกนี้ เราเพียงแค่พักในห้องนั่งเล่น ที่ Lobby ของโรงแรมหรู แต่ในวันสุดท้ายที่พระเยซูคริสต์เสด็จมา พระองค์เตรียมห้อง Sweet suite สุดหรุูหราให้กับเราบนแผ่นสวรรค์แล้ว
เพราะเรา Check in ตั้งแต่วันที่เราตัดสินใจเชื่อแล้ว 
ได้เวลาที่เราจะพักสงบ เพื่อพบพระพรจากพระเจ้าแล้ว เพื่อเตรียมชีวิตสู่การพักสงบที่แท้จริงในสวรรค์!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร โดย  Haiyong Kavilar             ในบทความที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงว่า ในการขับเคลื่อนแบบอัครทูตหรือแบบอาณาจ...