21 มิถุนายน 2553

ก่อร่างสร้างพระวิหารฝ่ายวิญญาณ (Building the spiritual temple)



เอเฟซัส 2:20-22
20 ท่านได้ถูกประดิษฐานขึ้น บนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก
21 ในพระองค์นั้นทุกส่วนของโครงร่างต่อกันสนิท และเจริญขึ้นเป็นวิหารอันบริสุทธิ์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า
22 และในพระองค์นั้น ท่านก็กำลังจะถูกก่อขึ้นให้เป็นที่สถิตของพระเจ้าในฝ่ายพระวิญญาณด้วย


ในพระธรรมเอเฟซัส บทที่ 2 อ.เปาโลได้อธิบายถึงความเป็นเอกภาพของคนอิสราเอลและคนต่างชาติ ซึ่งในอดีตเคยแบ่งแยกกัน แต่โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ พวกเขาได้คืนดีและกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังภาพเปรียบเทียบ 3 ภาพด้วยกันคือ พลเมืองของพระเจ้า ครอบครัวในพระคริสต์ และพระวิหารฝ่ายวิญญาณ
ชุมชนคริสตจักรของพระเจ้าเป็นดังพระวิหารฝ่ายวิญญาณที่มีองค์ประกอบต่างๆ ทำงานเชื่อมโยงประสานกันเฉกเช่นวิหารฝ่ายกายภาพ ซึ่งเราเห็นได้จากพระธรรมตอนนี้ ดังนี้

1. อัครทูตและผู้เผยพระวจนะเป็นฐานราก (ข้อ 20ก) The Apostles and Prophets as Foundations
20 ท่านได้ถูกประดิษฐานขึ้น บนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ...

อ.เปาโลกล่าวว่าผู้เชื่อได้ถูกประดิษฐานขึ้นบนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ นั่นคือ คริสตจักรจะเจริญเติบโตได้อย่างดีก็ต่อเมื่อถูกวางรากฐานโดยอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ คำสอนของอัครทูตเป็นคำสอนที่ส่งผ่านมาจากองค์พระเยซูคริสต์ ดังนั้น ผู้เชื่อที่ดำเนินตามคำสอนนี้จะตั้งมั่นคงอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ เปรียบเหมือนการสร้างเรือนที่มีรากฐานตั้งอยู่บนศิลา (มธ.7:24-25)
อัครทูตในพระคัมภีร์ใหม่และผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิมเป็นผู้ที่ถ่ายทอดพระวจนะและคำสอนให้แก่คนของพระเจ้า เพราะพระวจนะเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตคริสเตียน ดังคำกล่าวที่ว่า “รากฐานของตึก คืออิฐ รากฐานชีวิต คือ พระวจนะ”
พระวจนะของพระเจ้าเปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของคริสตจักร
หากเราต้องการสร้างคริสตจักรให้แข็งแรง เราต้องสร้างตามอย่างพระคัมภีร์


2. พระคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก (ข้อ 20ข) Christ as the Cornerstone
20 ...พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก

พระคริสต์เปรียบเหมือนศิลามุมเอกของพระวิหาร ศิลามุมเอกทำหน้าที่ยึดและค้ำจุนส่วนต่างๆ ของตึกให้แข็งแรงมั่นคงอยู่ได้ฉันใด พระคริสต์ก็ทรงยึดทุกๆ องค์ประกอบของคริสตจักรให้แข็งแรงมั่นคงอยู่ได้ฉันนั้น
ถ้าเปรียบเทียบคริสตจักรกับต้นไม้ ศิลามุมเอกก็คือ รากแก้ว รากแก้วทำหน้าที่ยึดทุกส่วนของต้นไม้ไว้ทำให้ต้นไม้แข็งแรง
เพราะปราศจากรากแก้วแล้ว ต้นไม้จะไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ ในทำนองเดียวกัน
คริสตจักรนั้นมีพระเยซูคริสต์เป็นศิลามุมเอก ถ้าขาดศิลามุมเอกแล้ว คริสตจักรก็จะตั้งอยู่ไม่ได้




3. ผู้เชื่อเป็นตัวอาคาร (ข้อ 21-22) Believers as the Building
21 ในพระองค์นั้นทุกส่วนของโครงร่างต่อกันสนิท และเจริญขึ้นเป็นวิหารอันบริสุทธิ์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า
22 และในพระองค์นั้น ท่านก็กำลังจะถูกก่อขึ้นให้เป็นที่สถิตของพระเจ้าในฝ่ายพระวิญญาณด้วย



ผู้เชื่อเปรียบเหมือนตัวอาคาร ที่ผู้สร้างกำลังก่อสร้างให้สวยงามและสมบูรณ์มากขึ้น พระเจ้าคาดหวังให้ผู้เชื่อเป็น...

3.1 วิหารที่แข็งแรง (ข้อ 21ก) The Solid Temple
21 ในพระองค์นั้นทุกส่วนของโครงร่างต่อกันสนิท...


วิหารจะแข็งแรงก็ต่อเมื่อทุกส่วนของโครงร่างประสานกัน ทั้งการประสานกันของก้อนอิฐกับศิลามุมเอก ก้อนอิฐกับรากฐาน และก้อนอิฐกับก้อนอิฐ ซึ่งเปรียบเหมือนคริสตจักรที่ผู้เชื่อทำงานประสานกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวทั้งตัวผู้เชื่อกับพระเยซูคริสต์ และผู้เชื่อกับผู้เชื่อด้วยกัน

ระดับแรก คือ ระหว่างก้อนอิฐกับศิลามุมเอก

ก้อนอิฐแต่ละก้อนเปรียบเหมือนคริสเตียนแต่ละคน และศิลามุมเอกคือ พระเยซูคริสต์
ผู้เชื่อต้องให้พระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลาง พระองค์เป็นจุดเริ่มต้นในความสัมพันธ์ทุกความสัมพันธ์ในคริสตจักร
เพราะพระองค์ทรงเป็นศีรษะ และเราเป็นส่วนต่าง ๆ ในพระกายของพระองค์

อฟ.5:23 เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร

ระดับที่สอง คือ ระหว่างก้อนอิฐกับรากฐาน

ก้อนอิฐแต่ละก้อนเป็นภาพของคริสเตียนแต่ละคน ส่วนรากฐาน คือ คำสอนของอัครทูตและคำเผยพระวจนะของผู้เผยพระวจนะ
ผู้วางรากฐานคริสตจักร นั่นคือ คริสเตียนแต่ละคนต้องมีความเข้าใจพระวจนะอย่างถ้วนถี่ และถือปฏิบัติอย่างเป็นธรรมชาติใน
ชีวิต เพราะก้อนหินคือ คริสตจักรที่ยึดติดกับรากฐาน คือ คำสอนของอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ ย่อมทำให้คริสตจักรแข็งแรง
คริสตจักรคือผู้เชื่อจะไม่ถูกคำสอนเทียมเท็จต่าง ๆ ล่อลวงให้ล้มลง เพราะยืนอยู่บนหลักความจริงในพระวจนะอย่างมั่นคง

ดังนั้น คริสตจักรแบบอัครทูตต้องถูกวางรากฐานบนคำสอนแห่งพระวจนะของพระเจ้า และผู้เผยพระวจนะจะเป็นผู้อธิษฐานฟังพระสุรเสียงพระเจ้าและขับเคลื่อนคริสตจักรตามการทรงนำของพระวิญญาณฯ

ระดับที่สาม คือ ระหว่างก้อนอิฐกับก้อนอิฐด้วยกัน

หมายถึงระหว่างพี่น้องคริสเตียนด้วยกันที่มีความรักผูกพันอย่างเป็นหนึ่งเดียว
เราแต่ละคนจึงเป็นเสมือนก้อนอิฐแต่ละก้อน ที่ไม่ได้เพียงนำมากองรวมกันไว้ แต่เป็นก้อนอิฐหรือก้อนหินที่ถูกก่อขึ้นเป็นพระวิหารในฝ่ายวิญญาณ

1 ปต.2:5 และท่านทั้งหลายก็เสมือนศิลาที่มีชีวิต ที่กำลังก่อขึ้นเป็นพระนิเวศฝ่ายพระวิญญาณ เป็นปุโรหิตบริสุทธิ์ เพื่อถวายสักการบูชาฝ่ายวิญญาณ ที่ชอบพระทัยของพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์

เราทุกคนควรจะมีส่วนร่วมในการสร้างพระวิหารฝ่ายวิญญาณ เพราะเราทุกคนเป็นก้อนอิฐที่เป็นวัสดุที่สำคัญในการสร้างพระ
วิหารของพระเจ้า เราจึงมีส่วนร่วมในการสร้างคริสตจักรไม่สามารถขาดกันและกันได้


3.2 วิหารอันบริสุทธิ์ (ข้อ 21ข) The Holy Temple
21 ...และเจริญขึ้นเป็นวิหารอันบริสุทธิ์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า


พระเจ้าทรงบริสุทธิ์ วิหารของพระองค์ก็ต้องบริสุทธิ์ด้วย เราทั้งหลายที่เป็นวิหารของพระองค์จะต้องรับการชำระอย่างต่อเนื่องเพื่อจะเจริญขึ้นสู่การเป็นพระวิหารฝ่ายวิญญาณที่บริสุทธิ์ วิหารที่บริสุทธิ์เป็นวิหารที่พระเจ้าใช้การได้ (2 ทธ.2:15-21)

3.3 วิหารแห่งการทรงสถิต (ข้อ 22) The Temple where God is present
22 และในพระองค์นั้น ท่านก็กำลังจะถูกก่อขึ้นให้เป็นที่สถิตของพระเจ้าในฝ่ายพระวิญญาณด้วย


พระเจ้าสร้างพระวิหารเพื่อเป็นที่สถิตของพระองค์ (2 คร.6:16) พระวิหารฝ่ายวิญญาณคือ ที่แห่งการทรงสถิตของพระเจ้าบนโลกนี้ ชีวิตของผู้เชื่อแต่ละคนเป็นที่สถิตของพระเจ้า (1 คร.3:16) ผู้เชื่อจึงต้องรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์

ในวันนี้ เราจะต้องสร้างพระวิหารในฝ่ายวิญญาณที่เริ่มต้นจาก วิธีการที่ถูกต้อง คือ การวางรากฐานตามหลักข้อเชื่อหรือหลักคำสอนที่พระเจ้าสำแดงต่ออัครทูตและผู้เผยพระวจนะบนพระวจนะของ พระเจ้า ให้พระเยซูทรงเป็นศิลามุมเอกที่ยึดพระวิหารหลังนี้อย่างมั่นคง ใช้วัสดุที่ถูกต้อง คือผู้เชื่อที่เป็นศิลาที่มีชีวิต นำมาเรียงต่อกันอย่างแข็งแรง เป็นวัสดุที่บริสุทธิ์และปราศจากตำหนิ
และสิ่งที่สำคัญคือ การสร้างที่มาจากแรงจูงใจ คือ การให้เป็นพระวิหารแห่งการทรงสถิตของพระเจ้า และถวายพระเกียรติแด่พระองค์

พระคริสต์ทรงตั้งพระกาย เราทั้งหลายรวมตัวกันเข้า
แข็งแกร่งดุจดั่งขุนเขา ยืนหยัดแม้โลกมืดมน
หากเราทุกคนร่วมแรง สำแดงความรักทุกหน
โลกนี้จะได้ยินยล รักพระองค์ยิ่งใหญ่เพียงไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น