03 สิงหาคม 2553

ประวัติ "วันแม่แห่งชาติ"

(“ที่มาของวันแม่” ข้อมูลจาก www.wikipedia.org)


แอนนา เอ็ม.จาร์วิส (Anna Marie Jarvis)
คุณครูชาวอเมริกันแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย ได้ใช้ความพยายามร่วม 2 ปี เพื่อเรียกร้องให้มี “วันแม่” ขึ้นอย่างเป็นทางการ
โดยในปี ค.ศ.1914 ประธานาธิบดี โทมัส วู้ดโรว์ วิลสัน (Thomas Woodrow Wilson)
ได้มีคำสั่งให้ถือเอาวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็น “วันแม่แห่งชาติ”

ดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือ “ดอกคาร์เนชั่น” เป็นสัญลักษณ์วันแม่ โดยมี 2 แบบ
คือ ถ้าแม่มีชีวิตอยู่ ให้ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีขาว



สำหรับในประเทศไทยมีการจัดงานวันแม่ครั้งแรก โดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ที่สวนอัมพร แต่เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องงดไปจัดในปีต่อไป

จนเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 คณะรัฐมนตรีสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีประกาศรับรองให้วันที่ 15 เมษายนของทุกๆ ปี เป็นวันแม่ โดยเรียกว่า “วันแม่ของชาติ” และมอบหมายให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้จัดงานเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรก

ต่อมาถึง พ.ศ.2519 (ค.ศ.1976) ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอา

วันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม “เป็นวันแม่แห่งชาติ” เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่ทางราชการกำหนดในวันที่12 สิงหาคม ของทุกปี และถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย และกำหนดให้ใช้ “ดอกมะลิ” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์วันแม่



(ข้อมูลจาก www.educatepark.com)

ทำไมจึงใช้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่

การที่ใช้ “ดอกมะลิ” เป็นสัญลักษณ์วันแม่ ก็เพราะ ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมที่หอมไปไกลและหอมได้นาน ผลิดอกได้ทั้งปี อีกทั้งยังนำไปปรุงเป็นเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้ด้วย

ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่แม่มีต่อลูก เป็นความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาที่ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีพิษมีภัย มีแต่ความชุ่มชื่นใจดั่งความหอมของดอกมะลิ

จะเห็นได้ว่าบุคคลที่เป็นแม่ นั้นสมควรที่จะเทิดทูนและให้เกียรติโดยมีการตั้งวันขึ้นมาเพื่อเป็นที่ระลึกถึงในคุณความดีที่ท่านได้ทำ นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลคุณแม่ดีเด่นเพื่อเป็นการเทิดทูนและให้เกียรติ

มีหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย พยายามที่จะพิจารณาให้รางวัลแก่แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ในด้านต่าง ๆ
เช่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้พิจารณารางวัล แม่ดีเด่นแห่งชาติมาทุกปี โดยมีรางวัลที่มอบให้เช่น

1.แม่ของผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
2.แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
3.แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร
4.แม่ผู้มีใจเสียสละ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น