จากเพื่อนถึง "เพื่อนบ้าน"

(ลงข่าวคริสตชน วันที่ 28ก.ค.2010)

ในช่วงเดือนก.ค.ได้ชื่อว่าเป็น "เดือนแห่งมิตรภาพ" ของความเป็น "เพื่อน" เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม มีบรรยากาศการรับน้องของนักศึกษาใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ร้านอาหารต่างๆก็ขายดิบขายดี เพราะมีการสังสรรค์กัน เป็นบรรยากาศที่มีรอยยิ้ม

ผมคิดว่า คนเรา "รักกัน"ดีกว่า"เกลียดกัน" เห็นคน "ดีกัน" ก็ดีกว่า "ตีกัน" แต่ไม่ค่อยสบายใจนักในเรื่องของ"นักเรียน"ที่บางครั้งทำตัวเป็น"นักเลง" เที่ยวไล่ตีกันตามสถานที่ต่างๆ เพื่อประกาศักดาของสถาบันและสืบสานตำนานความแค้นจากรุ่นถึงรุ่น

น่าแปลกใจที่ทำไมรุ่นน้องที่เข้ามาเรียนในสถาบันจะต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ ที่รับน้องแบบผิดๆ เช่น พารุ่นน้องไปดื่มเหล้า และพาไปตีรันฟันแทง กับสถาบันคู่อริ มีหลายสิ่งดีๆ ที่น่าจะส่งเสริมในการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ เช่น พาไปค่ายอาสาพัฒนาทำประโยชน์เพื่อสังคม หรือจะไปปลูกป่า ลดโลกร้อน แถมยังช่วยลดความใจร้อนของวัยรุ่น วัยที่มีพลังเหลือน่าจะนำพลังนี้มาสร้างสรรค์สังคม ในฐานะเป็นปัญญาชน ก็ขอให้มีสติ คิดก่อนจะทำสิ่งใด เรื่อง"คบเพื่อน" ในทางที่ถูก เพราะ "คบคนพาล พาลก็พาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล"



ในครั้งนี้ในฐานะ"เพื่อน"คนหนึ่ง แม้จะต่างวัย หรือ ต่างกันในเรื่องต่างๆ แต่ก็เป็นความแตกต่างที่ไม่ใช่แตกแยก แต่เป็นแตกต่างเพื่อเสริมสร้าง จึงขอแบ่งปันข้อคิดเรื่องเพื่อน

มีจดหมายถึงเพื่อน ฉบับหนึ่ง ได้ส่งถึงเพื่อน เพื่อตักเตือนให้คิด ไม่หลงผิดไปกับการรักเงิน จนเสียคน ดังนี้


ถึงเพื่อนรัก

ฉันเห็นว่านายทำงานหนักมาก เพื่ออยากได้เงินจนไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องต่างๆ อยากจะบอกกับนายว่า

เงินอาจจะซื้อบ้านหลังใหญ่ได้ แต่ไม่สามารถซื้อความสุขในบ้านได้ เพราะความสุขมาจากทุกคนในบ้านร่วมกันทำให้เกิด

เงินอาจจะซื้อหนังสือตำราได้ แต่ไม่สามารถซื้อความรู้ไม่ได้ เพราะความรู้ต้องศึกษาค้นคว้าเอง

เงินอาจจะซื้อตำแหน่งใหญ่โตได้ แต่ไม่สามารถซื้อการยอมรับ เพราะการยอมรับมาจากชีวิตที่น่านับถือ

เงินอาจจะซื้อยารักษาโรคได้ แต่ไม่สามารถซื้อชีวิตได้ เพราะทุกคนต้องความถึงซึ่งความตาย

แม้ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ เห็นไหมว่า "เงิน " ไม่สามารถซื้อทุกสิ่งได้ บางครั้ง เงิน กลับทำให้เสียทุกสิ่งได้

ดังเช่น เสียสุขภาพเนื่องจากไม่มีเวลาพักผ่อน เสียคนที่รักไปเพราะไม่มีเวลาให้ เสียคนเนื่องจากหลงผิด เสียเพื่อนและอาจจะ

เสียใจเพราะเสียเวลาชีวิตไปให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิตที่เรียกว่า "เงิน"

ฉันไม่อยากให้นายเสียใจและเสียทุกสิ่งไปกับเงิน


ดังนั้นโปรดส่งเงินให้ฉันเถอะ ฉันยอมเสียสละเพื่อนาย เพื่อนรัก...


เป็นซะงั้น เพื่อนคนนี้ สำหรับคริสตชนนั้นการมีเพื่อนเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเพื่อนเป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนเราในทางที่ถูกต้อง แต่ก็จะมีเพื่อนบางประเภท ที่เราไม่ควรไปคบหาสมาคมด้วย ในพระวจนะของพระเจ้าได้กล่าวถึงคำว่า " เพื่อน" ไว้มากมายขอนำมาClassifiedจำแนกประเภทไว้ดังนี้

"เพื่อนผิวเผินชั่วคราว" VS "เพื่อนสนิท"

เพื่อนผิวเผิน เพื่อนประเภทนี้ เชื่อว่าทุกคนมีเยอะมากๆ เพื่อนประเภทนี้มักจะเจอตอนช่วงโมงเร่งด่วน (Rush Hour) เช่นรีบไปเรียน รีบไปทำงาน รีบไปขึ้นรถไฟฟ้ามาหานะเธอ เจอกันมักจะเจอคำถามว่า "ไปไหน ??" ไม่ทราบว่าอยากจะรู้ไปทำไม คนไทยก็มักจะตอบกลับไปเข้าทำนอง ถาม "ไปไหนมา" ตอบ "สามวาสองศอก"

เพื่อนแบบนี้คบกันพอขำๆ เจอกันประจำใน Hi5 facebook หรือ เกม Online ในสังคมยุคใหม่มีเพื่อนแบบนี้เยอะ แต่บางทีเราต้องระมัดระวัง เพราะบางครั้งดูหน้าไม่รู้ใจ ไม่รู้จักเธอ ไม่รู้จักฉัน กลุ่มคนที่ไม่หวังดีก็ใช้ช่องทางนี้แสวงหาผลประโยชน์
ดังนั้นเด็กเยาวชนที่มีเพื่อนใน Internet ผู้ปกครองต้องคอยให้คำแนะนำ

เพื่อนสนิท ที่คบอย่าง "สนิทใจ"เพราะมีความเชื่อแบบเดียวกันและมีความเข้าใจ
สุภาษิต 18:24 มีเพื่อนที่แสร้งทำเป็นเพื่อน แต่มีมิตรบางคนที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าพี่น้อง

พระคัมภีร์ให้เรามีความผูกพันกันโดยเฉพาะเพื่อนพี่น้องในความเชื่อเดียวกัน เพราะจะส่งเสริมกันในทางพระเจ้า มีสิ่งใดก็จะคอยช่วยเหลือกันและกัน


เพื่อนที่ชอบเชียร์ให้เสียคน VS เพื่อนช่วยขัดเกลาชีวิต

ในสังคมปัจจุบันเพื่อนๆที่เข้ามาในชีวิตของเรามีมากมาย บางครั้งต้องเลือกคบให้เหมาะสม เพราะเพื่อนบางคนชอบเชียร์ให้เสียคน เช่น ชวนไปดื่มเหล้าเมามาย หรือ พาไปเล่นการพนันขันต่อ

เพื่อนที่ดีไม่ควรตามใจเพื่อน ไม่เห็นผิดเป็นชอบ แต่ต้องช่วยกันหนุนใจตักเตือนเมื่อผิด

เพื่อนช่วยขัดเกลาชีวิต ช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิต ส่งเสริมเพื่อนในทางที่ถูกที่ควรจะทำ

สุภาษิต 27:17 เหล็กลับเหล็กได้ คนหนึ่งก็ลับเพื่อนของตนได้


เพื่อนเทียม VS เพื่อนแท้
สุภาษิต 17:17 มิตรสหายก็มีความรักอยู่ทุกเวลา และพี่น้องก็เกิดมาเพื่อช่วยกันยามทุกข์ยาก

เพื่อนแท้จะแตกต่างจากเพื่อนเทียม ที่เราไม่ควรเทียมแอก เข้าไปยุ่งเกี่ยวส่งอิทธิพลที่ไม่ดีกับเรา เพราะจะหวังแต่ผลประโยชน์จากเรา เมื่อไม่ได้ผลประโยชน์ก็จะจากไปดังกลอนสอนใจ บทหนึ่งว่า
"เมื่อมั่งมี มิตรมากมาย มุ่งมามอง เมื่อมัวหมอง มิตรมุงมอง เหมือนหมูหมา
เมื่อไม่มี มิตรมากมาย ไม่มองมา เหมือนหมูหมา มิตรไม่มา เมื่อไม่มี"


สุภาษิต 19:4 ทรัพย์ศฤงคารเพิ่มเพื่อนเป็นอันมาก แต่คนยากจนก็ถูกเพื่อนของเขาร้างไป

เพื่อนทียมแบบนี้คบกันพอขำๆ เมื่อถึงเวลาที่ยากลำบากก็จากไป แต่เพื่อนแท้จะอยู่เคียงข้างเราเสมอ

เพื่อนเทียมจะไม่เห็นคุณร้องไห้ เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้
เพื่อนเทียมถือขวดไวน์ติดตัวมางานปาร์ตี้ของคุณ เพื่อนแท้จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน
เพื่อนเทียมคาดหวังให้คุณเคียงข้างเขาเสมอ เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณ ตลอดไป

เพื่อนแท้จะเป็นเพื่อนร่วมทางของคุณ และจะบอกคุณว่า You'll never walk alone. "คุณจะไม่เดินเดียวดาย"
ปัญญาจารย์ 4:9 -10
9 สองคนดีกว่าคนเดียว เพราะว่าเขาทั้งสองได้รับผลของงานดี
10 ด้วยว่าถ้าคนหนึ่งล้มลง อีกคนหนึ่งจะได้พะยุงเพื่อนของตนให้ลุกขึ้น แต่วิบัติแก่คนนั้นที่อยู่คนเดียวเมื่อเขาล้มลง และไม่มีผู้อื่นพะยุงยกเขาให้ลุกขึ้น


สิ่งที่สำคัญของคริสตชนคือ เรามีพระเยซู ผู้เป็นพระสหายเลิศในชีวิตของเรา



พระองค์เป็นเพื่อนสนิท เมื่อเราใกล้ชิดจะได้รับสิ่งดีในชีวิต ติดสนิทเบื้องบน เกิดผลเบื้องล่าง เพราะทรงเป็นเถาองุ่นและเราเป็นแขนง
ยอห์น 15:5 เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นแขนง ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในเขา ผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก เพราะถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย

พระเยซูทรงเป็นเพื่อนที่รู้ใจ เข้าใจในความอ่อนแอของเรา แต่ไม่เข้าข้างเราเมื่อเราทำผิด และสามารถช่วยเหลือเราได้เมื่อเราต้องการ

ฮีบรู 4:14-16
14 เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีมหาปุโรหิตผู้เป็นใหญ่ที่ผ่านฟ้าสวรรค์เข้าไปถึงพระเจ้าแล้ว คือพระเยซูพระบุตรของพระเจ้า ขอให้เราทั้งหลายมั่นคงในพระศาสนาของเรา
15 เพราะว่า เรามิได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ได้ทรงถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป
16 ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ


พระเยซูเป็นเพื่อนแท้ แม้ชีวิตก็ตายแทนได้

ยอห์น 15:13 ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน

พระองค์สำแดงความรักแก่เราแม้เราเป็นคนบาปแต่พระเยซูคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อลบล้างความผิดแทนเรา

โรม 5:8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา

พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างในความรักแบบไม่มีเงื่อนไข(Agape)และสอนด้วยเราด้วยอุปมาเรื่องชาวสะมาเรีย(ลูกา 10)
เป็นแบบอย่างในความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ ศาสนา สถานภาพ รักแม้ศัตรู



พระองค์ให้พระบัญญัติแก่เราคือ รักพระเจ้าสุดใจ รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
ลูกา 10:27 ..."จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า ด้วยสุดกำลังและสิ้นสุดความคิดของเจ้า และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

เมื่อเรารับความรักของพระเยซูคริสต์ก็จงส่งความรักไปหาเพื่อนบ้าน และเป็นเพื่อนกับเขา

เพราะ “เพื่อน” คือบุคคลที่...
คอยเตือนยามเพื่อนพลั้ง คอยฟังยามเพื่อนขอ
คอยรอยามเพื่อนสาย คอยพายยามเพื่อนพัก
คอยทักยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุกยามเพื่อนท้อ
คอยง้อยามเพื่อนงอน คอยสอนยามเพื่อนผิด
คอยสะกิดยามเพื่อนเผลอ คอยเจอยามเพื่อนหา
คอยลายามเพื่อนกลับ คอยปรับยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียนยามเพื่อนเที่ยว คอยเคี่ยวยามเพื่อนเล่น
คอยเย็นยามเพื่อนร้อน คอยวิงวอนยามเพื่อนเศร้า
คอยเฝ้ายามเพื่อนฟุบ คอยอุบยามเพื่อนปิด
คอยคิดยามเพื่อนถาม คอยปรามยามเพื่อนหลง
คอยปลงยามเพื่อนแกล้ง คอยแบ่งยามเพื่อนหมด
คอยอดยามเพื่อนทาน คอยคานยามเพื่อนล้ม
คอยชมยามเพื่อนชนะ คอยสละยามเพื่อนชอบ


เพื่อนแท้เป็นของขวัญอันล้ำค่าที่พระเจ้าประทานให้เราแต่ละคน
มิตรภาพและการมีเพื่อนนั้น เป็นเหมือนปัจจัยสำคัญพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้ เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้เกิดความหวังและกำลังใจในการต่อสู้อุปสรรคปัญหา

บ้านของคุณจะปลอดภัย แม้ไม่มีรั้ว เพราะเพื่อนบ้านจะเป็นรั้วให้คุณ รับความรักพระเจ้าอย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนบ้านนะครับ

ด้วยรักจากเพื่อนถึงเพื่อนบ้าน



ความคิดเห็น