09 กุมภาพันธ์ 2555

จัดเต็มรัก จัดหนักให้หัวใจ

สวัสดีครับเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรัก คือวันที่อุทิศไว้ให้กับเซนต์วาเลนไทน์ (St.Valentine)ที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อความรักที่บริสุทธิ์
(สามารถอ่านประวัติวันวาเลนไทน์ได้ที่
http://pattamarot.blogspot.com/2011/02/valentine.htm)
วันวาเลนไทน์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะความรักเป็นสิ่งที่สวยงามแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนในโลกนี้ต้องการ มีบางคนให้นิยามความรัก ว่า "ความรักเหมือนอากาศ ที่เราขาดมันไม่ได้ แม้ว่ามองไม่เห็นแต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น" หลายคนคงเห็นด้วยเช่นนั้น เพียงแต่ว่าความรักที่ทำให้เกิดความทุกข์เป็นความรักที่เห็นแก่ตนเอง เมื่อไม่ได้รับความรักตามความต้องการก็จะทำให้เกิดความผิดหวัง แต่ความรักที่ทำให้เกิดความสุขคือความรักที่ได้ให้ออกไป ในปัจจุบันมุมมองความรักถูกมองให้มุมที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวทั่วไป จะนำเอาความรักเป็นเครื่องแสดงออกทางความสัมพันธ์ทางเพศ คือว่าเมื่อรักกัน ฉันและเธอต้องไปตอบสนองความต้องการทางเพศด้วยกัน ซึ่งในวันวาเลนไทน์ ของแต่ละปีมีสถิติที่น่าตกใจ คือ กลุ่มวัยรุ่นมักจะใช้วันนี้เพื่อพิสูจน์ความรักด้วยการไปมีความสัมพันธ์ทางเพศต่อกัน จึงเป็นที่มาของ "วันแห่งการเสียความบริสุทธิ์แห่งชาติ" แทนที่จะให้ความรักบ่มเพราะในเวลาที่เหมาะสม เรียนจบ รับผิดชอบตนเองได้ และถึงจะนำอีกคนมารับผิดชอบโดยการแต่งงานมีครอบครัว จึงขอหนุนใจให้กลุ่มวัยรุ่นทั้งหลายในปัจจุบัน ได้เห็นคุณค่าแห่งความรักที่แท้จริง และรักษาชีวิตที่บริสุทธิ์ไว้ ในวันแห่งการสมรส
ในวันนี้ผมขอแบ่งปันข้อคิดแห่งความรักจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ตอนหนึ่งซึ่งให้ความหมายของความรักแท้ที่มาจากพระเจ้าผู้เป็นแห่งแห่งความรัก ที่พระองค์ประทานให้เรา แบบเน้นๆ โดยไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าเราจะมีความไม่สมบูรณ์ ความรักของพระเจ้าที่ให้กับเรานั้น พระองค์ประทานมาให้แบบ "จัดเต็มรัก จัดหนักให้หัวใจ" พระธรรมตอนนี้มาจากพระธรรม
1ยอห์น 4:18-21
18 ในความรักนั้นไม่มีความกลัว แต่ความรักที่สมบูรณ์นั้นก็ได้ขจัดความกลัวเสีย เพราะความกลัวเข้ากับการลงโทษและผู้ที่มีความกลัวก็ยังไม่มีความรักที่สมบูรณ์
19 เราทั้งหลายรัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน
20 ถ้าผู้ใดว่า "ข้าพเจ้ารักพระเจ้า" และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้
21 พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์ คือว่าให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย
พระวจนะตอนนี้สะท้อนให้เราเห็นว่า แม้มนุษย์มีความบกพร่องมากมายซึ่งทำให้เราขาดความรัก แต่สามารถได้รับการเติมเต็มความรักให้สมบูรณ์ได้ด้วยการรับความรักของพระเจ้าเข้ามาในชีวิต พระเจ้าทรงเป็นความรัก ทรงริเริ่มในการรักมนุษย์ก่อน เป็นพระคุณที่ประทานให้แม้มนุษย์ทุกคนจะเป็นคนบาปและไม่สมควรจะได้รับ เราได้เห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเรา และผลที่เราจะได้รับหากเราได้รับความรักของพระเจ้า ดังนี้คือ

1.สิ่งที่พระเจ้าทำ :ประทานความรักที่สมบูรณ์ (ข้อ 18ก)
ในความรักนั้นไม่มีความกลัว แต่ความรักที่สมบูรณ์นั้นก็ได้ขจัดความกลัวเสีย เพราะความกลัวเข้ากับการลงโทษและผู้ที่มีความกลัวก็ยังไม่มีความรักที่สมบูรณ์
เมื่อเราแสวงหาพระเจ้า พระเจ้าจะประทานความรักที่สมบูรณ์แก่เรา เป็นความรักที่เติมเต็มในใจ ดับความรู้สึกกระหาย(ยน.6:35) แม้สถานการณ์ทั่วไปอาจจะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป คนรอบข้างอาจจะยังไม่รักเราเช่นเดิม และพระเจ้ายังทำให้เรารักผู้อื่นได้อีกด้วย โดยพระเจ้าทรงสำแดงความรักแก่เราก่อน
ในข้อที่ 19 บอกว่า เราทั้งหลายรัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน ดังนั้นเราทั้งหลายรักก็เพราะทรงรักเราก่อน พระเจ้าทรงสำแดงความรักแก่เราโดยได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาตายเพื่อไถ่บาปเราทั้งหลาย (1 ยน.4:10; รม.5:8) ความรักของพระเจ้าทำให้เราสามารถเริ่มต้นรักผู้อื่นก่อนได้เช่นกัน แม้เขาจะไม่น่ารัก พระบัญญัติที่เราได้มาจากพระองค์คือ ให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย พระเจ้าทรงให้พระวจนะเป็นเครื่องนำทางในการดำเนินชีวิตแก่เราด้วย เพราะพระองค์ทรงรักเราและต้องการให้เราหลีกพ้นจากหายนะ พบแต่สันติสุข

2.ผลสำหรับผู้ที่ได้รับ

ในพระธรรมตอนนี้ได้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิตเมื่อผู้ที่เชื่อได้รับความรักจากพระเจ้า ชีวิตของเขาจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกเลย สิ่งที่ชีวิตจะเปลี่ยนไปคือ

2.1 ปราศจากความกลัว (ข้อ 18ข)
…ในความรักนั้นไม่มีความกลัว แต่ความรักที่สมบูรณ์นั้นก็ได้ขจัดความกลัวเสีย
พระวจนะกล่าวว่า ความรักที่สมบูรณ์ได้ขจัดความกลัวออกไปเสีย ผู้ที่รู้จักพระเจ้าและรับความรักของพระองค์จะมีความมั่นคงในจิตใจ มีความกล้าหาญที่จะเผชิญสถานการณ์ต่างๆ ด้วยกำลังที่มาจากพระเจ้า รวมถึงความกล้าหาญในการเข้าเฝ้าพระเจ้าในวันแห่งการพิพากษาด้วย


2.2 ไม่มีใจเกลียดชัง (ข้อ 20)ถ้าผู้ใดว่า "ข้าพเจ้ารักพระเจ้า" และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้
ความรักของพระเจ้าที่เติมเต็มในใจและการที่พระเจ้ามีเงื่อนไขให้เราให้อภัยผู้อื่นเหมือนที่พระเจ้าให้อภัยเรา ช่วยกำจัดความเกลียดชังออกไปจากใจของเรา พระวจนะกล่าวว่าผู้ที่ว่าตนรักพระเจ้า แต่เกลียดชังพี่น้องนั้นพูดมุสา ผู้ที่รักพระเจ้าอย่างแท้จริงจะสามารถเอาชนะความเกลียดชังได้ และตัดสินใจรักและให้อภัยได้แม้กระทั่งศัตรู (อพย.23:4-5; 1 ปต.3:9; มธ.6:14-15; 18:21-22) มิได้แปลว่า คนของพระเจ้าจะต้องทำสิ่งต่างๆ โดยโง่เขลาและขาดปัญญา แต่เพราะเขาถูกเปลี่ยนจากท่าทีภายในและแสดงออกมาเป็นภายนอก ทุกคนที่เชื่อได้รับการอภัยขากพระเจ้า เขาจึงให้อภัยผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย


2.3 เต็มด้วยความรักให้ผู้อื่น (ข้อ 21ข)
พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์ คือว่าให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย
เมื่อเรารับความรักของพระเจ้าเข้ามาในชีวิตมากเท่าไร ยิ่งทำให้เรารักผู้อื่นได้มากเท่านั้น พระวจนะสอนให้เราแสดงออกในความรักต่อผู้อื่นด้วยการกระทำ (1ยน.3:18; กท.6:10) มิใช่เเพื่อประโยชน์ของเขา แต่เพื่อให้พระเจ้าได้รับเกียรติ

บางคนอาจจะให้ได้โดยปราศจากความรัก แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่เมื่อมีความรักจะปราศจากการให้ ดังนั้นเมื่อรับความรักของพระเจ้าแล้ว พระองค์เข้ามาเติมเต็มชีวิตของเรา เราจึงต้องส่งต่อไปสู่คนทั้งหลายด้วยความรักของพระเจ้า
ขอพระเจ้าอวยพระพรให้เราทั้งหลายเป็นผู้ที่เปี่ยมล้นด้วยความรักของพระองค์และส่งผ่านความรักออกไปให้กับผู้อื่นเสมอ เมื่อให้ความรักออกไป สิ่งที่จะได้กลับคืนมาคือความรัก และจะเป็นความรักอย่างไม่มีสิ้นสุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร

การเห็นต่างในวิถีแบบอาณาจักร โดย  Haiyong Kavilar             ในบทความที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงว่า ในการขับเคลื่อนแบบอัครทูตหรือแบบอาณาจ...