21 พฤศจิกายน 2554

บทเรียนจากต้นมะเดื่อสอนใจ

อะไรเอ่ย ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง?
คำตอบคือ ผลมะเดื่อ
เพราะผลภายนอกดูสวยงามแต่ภายในเต็มไปด้วยแมลงหวี่หรือหนอนที่อยู่ในผลนั้นนั่นเป็นสำนวนสุภาษิตไทย ที่เปรียบเทียบได้ 2ทาง ทางหนึ่งหมายถึงสิ่งที่ แลดูภายนอกเป็นของดีหรือของแท้ แต่แท้จริงแล้วกลับไม่ใช่ของดีหรือของแท้นัก

อีกทางหนึ่ง เปรียบได้กับสตรีที่งามแต่รูป แต่กิริยาและความประพฤติไม่ดีหรืองามเหมือนรูป ซึ่งตรงกันข้ามกับอีกสำนวนหนึ่งที่ว่า ”ข้างนอกขรุขระ ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง ” คือ
ดูแต่ภายนอกไม่งาม แต่แท้จริงกลับเป็นของแท้ของงาม สตรีที่มีรูปร่างขี้ริ้วไม่งดงาม แต่กิริยามารยาทเรียบร้อย จิตใจก็ดีงาม ตรงข้ามกับรูปร่าง
ผมได้นึกถึงสำนวนสุภาษิตนี้เมื่อภรรยาของผมได้กลับมาจากประเทศอิสราเอลและได้ซื้อของหลายอย่างมาฝากเพื่อนๆ

มะเดื่อเ
ป็นของฝากอย่างหนึ่งที่ผู้ที่ไปมักจะซื้อมาฝากเพราะต้นมะเดื่อเป็นแหล่งอาหารที่คนนิยมและมีราคาไม่แพง ในอิสราเอลใช้เวลาปลูก 3 ปีก็ให้ผล ต้นๆ หนึ่งให้ผลได้มากมายซึ่งเก็บเกี่ยวได้ปีละ 2 ครั้งคือ ตอนปลายฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูใบไม้ร่วง แต่มะเดื่อสายพันธุ์ของอิสราเอลกับมะเดื่อบ้านเราเป็นคนละสายพันธุ์กัน เท่าไปดูจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี มะเดื่อของอิสราเอลจะเป็นมะเดื่อ(Ficus carica) เป็นไม้ยืนต้นที่แยกดอกแยกต้นเจริญได้ดีในที่สูงถึง 6 เมตร หรือ 19 ฟุต อยู่ในสกุล Ficus วงศ์ Moraceae เป็นพืชพื้นเมืองในแถบตะวันออกกลาง เป็นพืชคนละสายพันธุ์กับมะเดื่อไทยคือพันธุ์อุทุมพรหรือมะเดื่อชุมพร (Ficus racemosa) ที่เป็นไม้พื้นเมืองในอินเดียและศรีลังกา เมื่อผมได้ไปศึกษาในพระคัมภีร์ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จึงขอนำมาแบ่งปันเป็นบทเรียนจากต้นมะเดื่อสอนใจของเราดังนี้ครับ

ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ต้นมะเดื่อปรากฏครั้งแรกในปฐมกาล เมื่อมนุษย์รู้ว่า ตัวเปลือยเปล่าอยู่ พวกเขาจึงเอาใบมะเดื่อมาสำหรับปกปิดร่างกาย จึงนับว่ามะเดื่อเป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์มากเป็นครั้งแรก
“ตาของเขาทั้งสองคนก็สว่างขึ้น จึงสำนึกว่าตนเปลือยกายอยู่ก็เอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้” (ปฐมกาล 3:7)
พระธรรมปฐมกาลกล่าวถึงต้นไม้ 2 ต้นว่า ต้นไม้แห่งชีวิต ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดี และความชั่ว โดยไม่ได้ระบุว่าชื่ออะไร ดังนั้น มะเดื่อจึงเป็นชื่อของต้นไม้ครั้งแรกและพระธรรมวิวรณ์ ซึ่งเป็นพระคัมภีร์เล่มสุดท้ายก็ได้กล่าวถึงเรื่องต้นมะเดื่อไว้ด้วย (วิวรณ์ 6:13) และดวงดาวทั้งหลายในท้องฟ้าก็ตกลงบนแผ่นดิน เหมือนกับต้นมะเดื่ออันถูกลมกล้าพัดจนทำให้ผลที่ยังไม่ทันสุกหล่นลงหมด
ในพระคัมภีร์มีการบันทึกถึงเรื่องของต้นมะเดื่อ ซึ่งมีความหมายต่างๆกัน และล้วนมีความลึกซึ้งมากมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ความเป็นไป และอนาคตของประเทศ ชาติ อีกทั้งยังมีความหมายที่เล็งถึงสันติภาพอีกด้วยดังเช่น
มีคาห์ 4:3-4 “ พระองค์จะทรงวินิจฉัยระหว่างชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก และจะทรงตัดสินเพื่อบรรดาประชาชาติอันแข็งแรงที่อยู่ไกลออกไป และเขาทั้งหลายจะตีดาบของเขาให้เป็นผาลไถนา และหอกของเขาให้เป็นขอลิด ประชาชาติจะไม่ยกดาบต่อสู้กันอีก เขาจะไม่ศึกษายุทธศาสตร์อีกต่อไป แต่ต่างก็นั่งอยู่ใต้ซุ้มองุ่นและใต้ต้นมะเดื่อของตน และจะไม่มีใครมากระทำให้เขาสะดุ้งกลัว เพราะพระโอษฐ์ของพระเจ้าจอมโยธาได้ตรัสอย่างนี้แล้ว”
มะเดื่อยังมีความสำคัญทางเศรษฐกิจด้วยดังที่มักมีปรากฏอยู่ในรายการผลผลิตทางเกษตร ที่นำมาเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนกัน และส่งออก (เอเสเคียล 27.17) ต้นมะเดื่อขึ้นอยู่แพร่หลายทั่วๆ ในแผ่นดินอิสราเอล สูง 10-20 ฟุต กิ่งก้านสาขาไม่เป็นระเบียบมีใบใหญ่ขนาดใบปาล์ม ที่ปลายใบหยัก เป็นต้นไม้ผลัดใบ ออกผลปีละ 2 ครั้ง

1.อัตลักษณ์ของเราในพระเจ้าถูกปกปิดด้วยความคิดแบบมนุษย์
ในพระธรรมปฐมกาล เมื่อมนุษย์รู้ว่า ตัวเปลือยเปล่าอยู่ พวกเขาจึงเอาใบมะเดื่อมาสำหรับปกปิดร่างกาย จึงนับว่ามะเดื่อเป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์มากเป็นครั้งแรก “ตาของเขาทั้งสองคนก็สว่างขึ้น จึงสำนึกว่าตนเปลือยกายอยู่ก็เอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้” (ปฐมกาล 3:7) แต่นั่นเป็นเพราะอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนที่เขาได้รู้จักพระเจ้าว่าเขาเป็นใครในพระองค์ได้สูญเสียไปแล้ว โดยความบาปที่เขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า ความบาปนำมาซึ่งมาตายและนำมาซึ่งความน่าอับอายที่ต้องปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้ เมื่ออาดัมและเอวาได้รับประทานผลไม้จากต้น ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดี และความชั่ว
ปฐมกาล 3:5-7 เพราะพระเจ้าทรงทราบอยู่ว่า เจ้ากินผลไม้นั้นวันใด ตาของเจ้าจะสว่างขึ้นในวันนั้น แล้วเจ้าจะเป็นเหมือนพระเจ้า คือสำนึกในความดีและความชั่ว"...ตาของเขาทั้งสองคนก็สว่างขึ้น จึงสำนึกว่าตนเปลือยกายอยู่ ก็เอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้
แท้จริงแล้วพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายของพระองค์ แต่ละคนที่ถูกสร้างมีอัตลักษณ์(Identity) เราทุกคนเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรพระเจ้า ไม่ว่าเราจะเป็นเช่นไร แต่เนื่องด้วยความบาปนี้เองทำให้มนุษย์ได้สร้างอัตลักษณ์ใหม่ในความคิดของเขา เมื่อเขามองรูปร่างตนเอง เห็นสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ ดูแลชั่งอัปลักษณ์จึงอับอายเอาใบมะเดื่อมาปกปิด
ใบมะเดื่อในที่นี้เป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ (Identity) เป็นความรู้สึกนึกคิดที่บุคคลมีต่อตนเองว่า “ฉันคือใคร” ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการปฏิสังสรรค์ระหว่างตัวเรากับคนอื่น โดยผ่านการมองตนเองและการที่คนอื่นมองเรา อัตลักษณ์ต้องการความตระหนัก (Awareness) ในตัวเราและพื้นฐานของการเลือกบางอย่าง นั่นคือเราจะต้องแสดงตนหรือยอมรับอย่างตั้งใจกับอัตลักษณ์ที่เราเลือก ความสำคัญของการแสดงตนก็คือ การระบุได้ว่าเรามีอัตลักษณ์เหมือนกลุ่มหนึ่งและมีความแตกต่างจากกลุ่มอื่นอย่างไร และ “ฉันเป็นใคร” ในสายตาคนอื่น มนุษย์เริ่มห่างไกลในความสัมพันธ์กับพระเจ้า เพราะการสูญเสียความเป็นตัวตนของเราที่เป็นผู้ถูกสร้างแต่ห่างไกลจากพระเจ้าพระผู้สร้าง จึงทำให้เขาเอาความเป็นตัวตนของเขามากำหนดเอาเองจากสังคม บางใช้ความรู้การศึกษามาเป็นตัวกำหนดสังคม บ้างเอาเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดความเป็นตัวตนทางสังคม "มีเงินนับเป็นพี่ มีทองนับว่าเป็น้อง"
แต่ท้ายสุดมนุษย์จะต้องมาถึงจัดตระหนักของเขาเองว่า ใบมะเดื่อที่หุ้มกายนั้นเป็นสิ่งที่ชั่วคราว ไม่ได้เป็นสิ่งถาวร อัตลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้นในความคิดของเขาเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว ไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่เรียกว่าอนิจจัง

ปัญญาจารย์ 5:10 คนรักเงินย่อมไม่อิ่มเงิน และคนรักสมบัติไม่รู้จักอิ่มกำไร นี่ก็อนิจจังด้วย
ความรู้ทำให้เขาหยิ่ง ความจริงของพระเจ้าทำให้เขาได้ตระหนัก และความรักของพระองค์ทำให้เขากลับใจ และกลับมาหาพระเจ้า เพราะพระองค์ประทานแผนการไถ่ของพระองค์ ผ่านทางพระเยซูคริสต์ เสื้อหนังสัตว์จึงเล็งถึงการไถ่และอัตลักษณ์ใหม่ที่พระเจ้าจะสวมให้เมือกลับมาหาพระองค์

ปฐมกาล 3:21-22
21 พระเจ้าทรงทำเสื้อด้วยหนังสัตว์ให้อาดัมกับเอวาสวมปกปิดกาย
22 แล้วพระเจ้าตรัสว่า "ดูเถิดมนุษย์มาเป็นเหมือนผู้หนึ่งในพวกเราแล้ว โดยที่รู้สำนึกในความดีและความชั่ว บัดนี้ อย่าปล่อยให้เขายื่นมือไปหยิบผลต้นไม้แห่งชีวิตมากิน แล้วมีอายุยืนชั่วนิรันดร์"



2.การงานที่ทำ ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง
มะเดื่อเป็นตัวอย่างหนึ่งที่พระเจ้ามักจะใช้เป็นอุปกรณ์สอนใจ ในพระคัมภีร์พระเจ้าทรงเปรียบเทียบเป็นคำอุปมาเรื่องมะเดื่อดีและมะเดื่อเลว(เยเรมียื24)
พระคัมภีร์มักจะเปรียบเทียบประเทศอิสราเอล เปรียบเสมือนต้นมะเดื่อ เช่น
พระธรรมโฮเซยา 9:10 บันทึกว่า “เราพบอิสราเอลเหมือนพบผลองุ่นอยู่ในถิ่นทุรกันดาล เราพบบรรพบุรุษของเจ้าทั้งหลาย เหมือนพบผลมะเดื่อรุ่นแรกที่ต้นมะเดื่อเมื่อออกในฤดูแรก“

“ดังนั้นต้นมะเดื่อซึ่งมีผล คือ ประเทศอิสราเอล ซึ่งสร้างผู้รับใช้ของพระเจ้า ได้แก่ เยเรมีย์ เอลียาห์ หรือ ดาเนียล แต่บ่อยครั้งประเทศอิสราเอลก็ละทิ้งพระเจ้า ชาวอิสราเอลทำบาปไม่เชื่อฟังพระเจ้า ทำให้พระเจ้าเสียพระทัย

มัทธิวได้ทันทึกเกี่ยวกับพระเยซู และต้นมะเดื่อในเหตุการณ์เดียวกัน เมื่อพระเยซูเห็นต้นมะเดื่อไม่มีผลมีแต่ใบเท่านั้น จึงตรัสกับต้นมะเดื่อนั้นว่า ‘เจ้าจงอย่าผลิผลอีกต่อไป’ ทันใดนั้นต้นมะเดื่อก็เหี่ยวแห้งไป” (มัทธิว 21:18-19)
พระเยซูมีพระประสงค์ที่จะเห็นชนชาติอิสราเอลได้รับความรอด เช่นเดียวกับที่พระเยซูต้องการเห็นพวกเราได้รับความรอด พระองค์จึงยอมสละชีวิตของพระองค์เองตายแทนความผิดบาปของเรา เพียงแต่เขาให้เราเชื่อและวางใจใน
พระองค์ แล้วเราจะได้รับผลแห่งความเชื่อนั้น คือพระพร เปรียบเสมือนผลของต้นมะเดื่อนั่นเอง สำหรับผู้ซึ่งปฎิเสธพระเยซูนั้น ถึงเขาจะมีชีวิตอยู่ วันหนึ่งชีวิตของเขาต้องสิ้นสุดลงโดยไม่มีโอกาสพบกับชีวิตนิรันดร์ซึ่งพระเยซูจะมอบให้แก่เขา เปรียบเสมือนต้นมะเดื่อซึ่งเหี่ยวแห้งไปในที่สุด
ต้นมะเดื่อมีผลถูกพิจารณาว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสุขและความเจริญรุ่งเรืองสำหรับชนชาติอิสราเอล ในทำนองเดียวกันถ้ามะเดื่อไม่เกิดผล ก็จะถูกสาปให้ตายไป

ต้นมะเดื่อเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณของความเป็นหมันอิสราเอล (ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง) พวกเขาเคร่งพิธีกรรมทางศาสนาภายนอก แต่จิตวิญญาณเป็นหมันเพราะบาปของพวกเขาที่ปราศจากความเชื่อในพระเยซูคริสต์
(ยากอบ 2:26 เพราะกายที่ปราศจากจิตวิญญาณนั้นไร้ชีพแล้วฉันใด ความเชื่อที่ปราศจากการประพฤติตามก็ไร้ผลฉันนั้น)

บทเรียนจากต้นมะเดื่อนั้นคือเราควรจะตระหนักถึงผลพระวิญญญาณมากกว่าผลของการกระทำภายนอก(กาลาเทีย 5:22-23) พระเจ้าปรารถนาให้เราเป็นต้นไม้ที่ดีสำแดงผลดีออกมา เมื่อเราเข้าสนิทในพระเจ้าเราจะสะท้อนผลของพระองค์ออกมาเป็นการเกิดผลมาก (ยอห์น 15:5-8)
ในวันนี้แม้ตัวเก่าของเราจะเป็นเช่นใด คนที่ทำความบาปผิดชั่วร้าย อย่างคนเก็บภาษีเช่นศักเคียส เขาใช้มะเดื่อเป็นอุปกรณ์ข้ามผ่านอุปสรรคเพื่อไปแสวงหาพระเยซูคริสต์ และความรอดจึงมาถึงครอบครัวของเขา เมื่อเขากลับใจจากบาปกลับมาหาพระองค์

ลูกา 19:1-10
3 ศักเคียสพยายามจะดูให้เห็นพระเยซูว่า พระองค์เป็นผู้ใดแต่ดูไม่เห็นเพราะคนแน่น ด้วยเขาเป็นคนเตี้ย
4 เขาจึงวิ่งไปข้างหน้าขึ้นต้นมะเดื่อ เพื่อจะได้เห็นพระองค์เพราะว่าพระองค์จะเสด็จไปทางนั้น
6 แล้วเขาก็รีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความปรีดี
8 ฝ่ายศักเคียสยืนทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า "ดูเถิด พระเจ้าข้า ทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมให้คนอนาถากึ่งหนึ่ง และถ้าข้าพระองค์ได้ฉ้อโกงของของผู้ใด ข้าพระองค์ยอมคืนให้เขาสี่เท่า"
9 พระเยซูตรัสกับเขาว่า "วันนี้ความรอดมาถึงครอบครัวนี้แล้ว เพราะคนนี้เป็นลูกของอับราฮัมด้วย
10 เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้มาเพื่อจะเที่ยวหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้

รอด"

3.ต้นมะเดื่อเตือนใจให้เฝ้าระวัง
ลูกา 21:29-36
29 พระองค์ตรัสคำอุปมาแก่เขาว่า "จงดูต้นมะเดื่อและต้นไม้ทั้งปวงเถิด
30 เมื่อผลิใบออกแล้ว ท่านทั้งหลายก็เห็นและรู้อยู่เองว่า ฤดูฝนจวนจะถึงแล้ว
31 เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็นเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น ก็ให้รู้ว่าแผ่นดินของพระเจ้าใกล้จะถึงแล้ว
32 เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อนสิ่งทั้งปวงนั้นบังเกิดขึ้น
33 ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่ถ้อยคำของเราจะสูญหายไปหามิได้เลย
34 "แต่จงระวังตัวให้ดี เกลือกว่าใจของท่านจะล้นไปด้วยอาการดื่มเหล้าองุ่นมาก และด้วยการเมา และด้วยคิดกังวลถึงชีวิตนี้ แล้วเวลานั้นจะมาถึงท่านดุจบ่วงแร้วอย่างกระทันหัน
35 เพราะว่าวันนั้นจะมาถึงคนทั้งปวงที่อยู่ทั่วพื้นแผ่นดินโลก
36 เหตุฉะนั้นจงเฝ้าอยู่ทุกเวลา จงอธิษฐานเพื่อท่านทั้งหลายจะมีกำลังที่จะพ้นเหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งจะบังเกิดมานั้น และจะยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ได้

พระเยซูคริสต์ตรัสคำอุปมาแก่เราว่า "จงดูต้นมะเดื่อและต้นไม้ทั้งปวงเถิด เมื่อผลิใบออกแล้ว
ท่านทั้งหลายก็เห็นและรู้อยู่เองว่าฤดูร้อนจวนจะถึงแล้ว เช่นนั้นแหละ
เมื่อท่านทั้งหลายเห็นเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น ก็ให้รู้ว่าอาณาจักรของพระเจ้าใกล้จะถึงแล้ว"


ในบทนี้ พระเจ้าทรงแสดงตัวอย่างของคนหลายๆคนที่มีพฤติกรรมเหล่านั้น (ลก. 21:31)
แล้วให้เราสำนึกว่าเวลาของพระองค์กำลังใกล้เข้า เรามีตัวแสดงเวลาที่ชัดเจนอยู่แล้ว ยิ่งใกล้ถึงวันนั้นเมื่อไหร่ พฤติกรรมจิตใจขอบงคนยิ่งตกต่ำมากขึ้นเท่านั้น จงใช้ชีวิตคริสเตียนให้ดีเถิด จงเตรียมพร้อมเพื่อวันที่พระองค์จะเสด็จมา โดยระมัดระวังในการดำเนินชีวิตเสมอ(ลก. 21:34)
เพราะพระเจ้าจะไม่มีคำเตือน พระองค์จะมา ก็คือมา อย่าให้เราหลงมัวเมาไปกับกะระแสของโลกเลย ให้เราอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน
ต้นมะเดื่อเป็นสัญลักษณ์ที่เปรียบดังนาฬิกาของโลกที่นับถ้อยหลังสู่วันสิ้นยุคของโลกพระเยซูทรงทำให้เราทราบการล่มสลาย และการได้รับเอกราชของอิสราเอล และเวลาที่พระองค์จะเสด็จมาครั้งที่สอง โดยผ่านคำเปรียบเรื่องต้นมะเดื่อ (มัทธิว 24:32-33)

ดังนั้นแล้ว ต้นมะเดื่อใช้เปรียบเทียบถึงอะไร? ต้นมะเดื่อใช้อ้างอิงถึงอิสราเอล สถานที่ซึ่งพระเยซูได้เสด็จมาหาผลอยู่ถึงสามปี ตามคำพยากรณ์ที่ว่า "จงโค่นต้นมะเดื่อ"
ลูกา 13:7 เขาจึงว่าแก่คนที่รักษาเถาองุ่นว่า "นี่แน่ะ เรามาหาผลที่ต้นมะเดื่อนี้ได้สามปีแล้ว แต่ไม่พบ จงโค่นมันเสีย จะให้ดินจืดไปเปล่าๆทำไม"

อิสราเอลจึงถูกทำลายในปี ค.ศ. 70 และตามคำพยากรณ์ที่ว่าต้นมะเดื่อนั้น จะมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง อิสราเอลจึงได้เอกราชกลับมา หลังจากที่ล่มสลายไปแล้ว 1900 ปี เหตุใดพระเจ้าจึงทรงสำแดง ความอัศจรรย์นี้แก่พวกเรา? ก็เพื่อที่จะให้โลกรับรู้ว่า พระคริสต์ที่เสด็จมาครั้งที่สองนั้น ทรงเริ่มพระราชกิจข่าวประเสริฐในปี 1948 เป็นปีแห่งการรวมชาติของประเทศอิสราเอล หมายถึง เมื่อเริ่มประเทศอิสราเอลแล้ว ไม่เกินหนึ่งชั่วอายุของคน พระเยวูคริสต์จะเสด็จกลับมา
ราได้เรียนรู้จากคำเปรียบเรื่องต้นมะเดื่อ (มธ.24:32-34) และใน1ชั่วอายุคนคือเวลาเท่าใด มีหลายแนวความคิด บ้างก็ว่า ตามที่โมเสสบอกคือ 70-80 ปี
สดุดี 90:10 กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ หรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป
ถ้าเอา 1948+80=2028 แสดงว่าเวลาของโลกยุคเก่านี้จะไม่เกิน ปี คศ.2028 หรือเปล่า ต้องติดตามดูกันต่อไปนะครับไม่มีใครรู้ (ขอย้ำว่าไม่ได้ฟันธงและไม่ได้พยากรณ์ เพียงแต่คำนวนวันการกลับมาของพระคริสต์ เป็นการตั้งข้อสังเกตไว้)
เราไม่ทราบว่าพระเยซูจะมาเมื่อใด แต่เราทราบดีว่าพระองค์จะกลับมารับเราแน่ เราจึงตั้งหน้าตั้งตอรอคอบ แม้ว่าจะนานเท่าใด หรือสถานการณ์จะเป็นเช่นใด ฤดูกาลที่ผ่านไปเราต้องเผชิญสถานการณ์อย่างไร เราสามารถชื่นชมยินดีได้กับพระองค์ดังบทเพลงเรื่องต้นมะเดื่อ


าบากุก 3:17-18
17 แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง
18 ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า


เมื่อเราระมัดระวังชีวิตของเราดังเช่น เมื่ออาดัมและเอวาอยู่ในสวนเอเดน หากเขารักษาชีวิตที่ดี ผลที่เขาจะได้รับรางวัลคือผลไม้แห่งชีวิตที่พระเจ้าจะประทานให้เขากินและมีชีวิตนิรันดร์

วิวรณ์ 22:14 คนทั้งหลายที่ชำระเสื้อผ้าของตนก็เป็นสุข เพื่อว่าเขาจะได้มีสิทธิ์ในต้นไม้แห่งชีวิต และเพื่อเขาจะได้เข้าไปในนครนั้นโดยทางประตู

ในวันนี้เราขอเป็นคนงานที่สัตย์ซื่อ ทำงานอย่างสัตย์ซื่อเพื่อเสนอรายงานเมื่อเจ้านายนั้นกลับมา และเชื่อว่าพระเจ้าผู้เป็นเจ้านายที่ยิ่งใหญ่จะกลับมาพร้อมกับรางวัลที่พระองค์จะมอบให้กับเรา

สภษ.27:18 บุคคลที่ดูแลต้นมะเดื่อจะได้กินผลของมัน และบุคคลที่ระแวดระวังนายของตนจะได้รับเกียรติ

สรรเสริญพระเจ้า!

VDO ความลับของต้นมะเดื่อ



(ลงใน Ok Natiion blog 21/11/11)
(ลงใน CBN Siam)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น