13 มิถุนายน 2556

เอลีชา ผู้รับการเจิม 2 เท่า

เมื่อเรากล่าวถึงชื่อ "เอลีชา" เราจะนึกถึงทีมงานที่ติดสอยห้อยตามผู้รับใช้พระเจ้าอย่างเอลียาห์
เป็นผู้รับการเจิมในการรับใช้เป็น 2 เท่า จากการส่งผ่านโดยเอลียาห์
ชื่อของ "เอลียาห์" หมายถึง "พระเจ้าข้าพระองค์คือพระเจ้าของข้าพเจ้า"
ชื่อของ "เอลีชา" แปลว่า พระเจ้าทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด
ในบทความครั้งนี้ เราจะมาทำความรู้จัก "เอลีชา" ให้มากขึ้นและเรียนรู้จากชีวิตของท่านที่ได้รับการเจิมส่งต่อจากเอลียาห์เป็น 2 เท่า
ก่อนที่พระเจ้าจะทรงรับท่านเอลียาห์ไปนั้น  พระองค์ได้ทรงใช้ท่านให้ไปเจิมเอลีชาบุตรชาฟัทชาวอาเบลเมโฮลาห์เป็นผู้เผยพระวจนะแทนท่าน
(1พกษ.19:16-17)  ชีวิตของท่านเอลีชาเป็นชีวิตที่พระเจ้าทรงใช้ได้มากมาย  ส่วนหนึ่งซึ่งพระเจ้าทรงสามารถใช้ท่านได้ก็เพราะท่านเป็นคนที่มีความตั้งใจดีเพื่อพระเจ้า  ท่านได้เป็นแบบอย่างแก่เราเรื่องของความตั้งใจในการมีชีวิตเพื่อพระเจ้าอย่างน้อย 3 ประการ นั่นคือ

1.ตั้งใจเดินไปไม่หันหลังกลับ
 
ก่อนที่เอลีชาจะตั้งใจในการเป็นผู้เผยพระวจนะอย่างจริงจัง เริ่มจากการตัดสินใจติดตามเอลียาห์ เรียกว่า "จับคันไถและไม่หันหลังกลับ"(ไม่ใช่คันหลังแล้วไม่หันหลังเกา)เพราะตอนที่พระเจ้าทรงเรียกท่าน ท่านกำลังไถนาด้วยวัวจำนวน 12 คู่ (1 พกษ.19:19-21)ท่านได้ติดตามเอลีชาไปด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่(ไม่ใช่เน่าแน่) ดังสาวกที่ทิ้งอาชีพความเป็นอยู่ของตนเพื่อติดตามพระเยซูคริสต์อย่างสุดใจ พระเยซูจึงเรียกคนที่ตั้งใจไม่ลังเล  
ลูกา 9:62 พระเยซูตรัสกับเขาว่า "ผู้ใดเอามือจับคันไถแล้ว หันหน้ากลับเสีย ผู้นั้นก็ไม่สมควรกับแผ่นดินของพระเจ้า"
คนที่ลังเลจะมีท่าทีเหมือนเศรษฐีหนุ่มที่ไม่กล้าที่จะขายสิ่งสารพัดเพื่อติดตามพระคริสต์ เมื่อพระเยซูทรงทดสอบใจ เขาก็ไม่ผ่านการทดสอบ

(มก.10:17-30)ดังนั้นเราควรจะมีท่าทีในการเดินติดตามพระเจ้าแบบเอลีชาคือ ตั้งใจเดินไปไม่หันหลังกลับ  

2.ตั้งใจ แม้หนทางไกลก็ไม่ย่อท้อ  

2 พกษ.2:1-8 เมื่อถึงเวลาที่พระเจ้าจะทรงรับเอลียาห์ไปยังฟ้าสวรรค์ด้วยพายุรถม้าไฟ ท่านทั้งสองได้เดินทางจากกิลกาลไปที่ต่างๆ เริ่มจากไปที่เบธเอล ต่อด้วยเยรีโค ไปต่อที่แม่น้ำจอร์แดนการเดินทางไปในที่ไกล เอลียาห์ต้องการทดสอบความตั้งใจของเอลีชา แทนที่จะเดินข้ามแม่น้ำทันที แต่ท่านได้พาเอลีชากลับอ้อมไปอ้อมมา แต่ทันก็ไม่ย่อท้อ และที่แม่น้ำจอร์แดน
เอลีชาเห็นเอลียาห์เอาเสื้อคลุมฟาดลงที่น้ำและน้ำก็แยก และท่านทั้ง 2 คนเดินเหมือนบนดินแห้ง (2พกษ2:8) เอลียาห์ก็เอาเสื้อคลุมของท่าม้วนเข้าแล้วฟาดลงที่น้ำนั้น น้ำก็แยกออกไปสองข้าง ท่านทั้งสองจึงเดินข้ามไปได้บนดินแห้ง“2พกษ2:9 และอยู่มาเมื่อท่านทั้งสองข้ามไปแล้ว เอลียาห์จึง พูดกับเอลีชาว่า “จงขอสิ่งที่อยากให้ข้าพเจ้าทำเพื่อท่านก่อนที่ข้าพเจ้าจะถูกรับไปจากท่าน” และเอลีชาตอบว่า “ขอให้ฤทธิ์เดช ของท่านอยู่กับข้าพเจ้าตามส่วนสิทธิบุตรหัวปี”
สิ่งที่น่าสนใจ คือ เมื่อเอลียาห์ให้โอกาส เอลีชา ขอสิ่งที่ปราถนา ก่อนที่เอลียาห์จะถูกรับขึ้นไปสู่สวรรค์ เอลีชาท่านกลับขอ “มรดกฝ่ายวิญญาณ” สิ่งที่เอลีชาขอใน 2 พกษ2:9 เอลีชาขอสิทธิบุตรหัวปี 
จะเห็นได้ว่า เอลีชา ท่านได้รับมรดกฝ่ายวิญญาณเป็นการเจิมเป็น 2 เท่า
ใน 2พกษ2:13-14 แล้วท่านก็หยิบเสื้อคลุมของเอลียาห์ ที่ตกลงมาจากเอลียาห์นั้นและกลับไปยืนอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำจอร์แดน แล้วท่านก็เอาเสื้อคลุมของเอลียาห์ที่ตกลงมานั้นฟาดลงที่น้ำกล่าวว่า “พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งเอลียาห์ทรงสถิตที่ใด” และเมื่อท่านฟาดลงที่น้ำ น้ำก็แยกออกไปสองข้างและเอลีชาก็เดินข้าม


เอลีชาสามารถทำได้เช่นเดียวกับเอลียาห์เพราะท่านได้เลียนแบบชีวิตของท่านเอลียาห์ เอลียาห์ทำให้ลูกของหญิงม่ายที่ศาเรฟัทตายไปแล้วให้ฟื้น(1 พกษ.17:7-24) เอลีชาก็สามารถทำให้ลูกของหญิงชาวชูเนมที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาได้เช่นกัน(2 พกษ 4: 8-37)

ตามที่อัครทูตเปาโลกล่าว เปาโลกล่าว เปาโลกล่าว “จงเลียนแบบข้าพเจ้า ดังข้าพเจ้าเลียบแบบพระคริสต์”(1คร.11:1)

ผู้นำที่ดีต้องเป็นแบบให้ผู้ตามเลียนแบบ เมื่อเอลีชาได้เห็นท่านจึงมีความเชื่อแม้จะมีอุปสรรคข้างหน้าอย่างแม่น้ำจอร์แดน เมื่อไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
อุปสรรคก็จะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ท่านมีความเชื่อและการเจิมที่เพิ่มมากขึ้น


3.ตั้งใจเพราะหัวใจผูกพันในสิ่งที่หวัง

เอลีชาขออะไรจากเอลียาห์ในพระคัมภีร์ พระเจ้าได้ทรงประทานฤทธิ์เดชแก่เอลีชาอย่างไรบ้าง
2 พกษ2:9 เอลีชาขอสิทธิบุตรหัวปี เพราะสิทธิบุตรหัวปี จะได้รับมรดกเป็นสองเท่า นั่นย่อมหมายถึงเอลีชาได้เห็น ราชกิจของพระเจ้าในชีวิตเอลียาห์ ท่านเห็นท่านจึงรู้ว่าอะไรมีค่าสำคัญที่สุด
สิ่งที่น่าชวนเราคิด มากที่สุดในตอนนี้ คือ เอลีชาเรียกเอลียาห์ว่า “คุณพ่อของข้าพเจ้า”

2พกษ2:12 เอลีชาก็เห็นและท่านได้ร้องว่า “คุณพ่อของข้าพเจ้า คุณพ่อของข้าพเจ้าดูรถรบของอิสราเอลและพลม้าประจำ” และท่านก็ไม่ได้เห็นเอลียาห์อีกเลยแล้วท่านก็จับเสื้อของตนฉีกออกเป็นสองท่อน

ในพระธรรมตอนนี้ก็ย่อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสัมพันธิ์ของทั้ง 2 คนนั้น เหนียวแน่น ลึกซึ้ง และผูกพัน
คนเราหากไม่ผูกพันก็คงจะไม่เรียกอีกคนหนึ่งว่า “คุณพ่อ”แน่นอน
เมื่อเอลียาห์เรียกเอลีชาให้ทิ้ง อาชีพของท่านมารับใช้พระเจ้า และ เอลีชาติดตามเอลียาห์ไปในที่ต่างๆด้วยความผูกพันกันดั่งพ่อที่ฝึกฝนลูกตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้ใหญ่  เอลีชามีความตั้งใจและได้ผูกพันอุทิศตัวเองจนได้เป็นผู้เผยพระวจนะเช่นเดียวกับเอลียาห์และได้รับสิทธิบุตรหัวปี คือ การเจิมเป็น 2 เท่าในการรับใช้พระเจ้า

ข้อคิดคือ ผู้ที่เป็นผู้นำ ควรเสาะหาผู้ที่จะรับมรดกฝ่ายวิญญาณต่อไป เพื่อจะสานต่อภาระกิจต่อไปแต่ต้องเป็นคนที่มีหัวใจแบบเอลีชาคือ ความถ่อมใจที่จะเรียนรู้และ อดทน
และผู้ที่เป็นผู้ตาม ต้องเลียนแบบชีวิตของผู้นำ ตั้งใจเดินไปไม่หันหลังกลับ แม้ไกลก็ไม่ย่อท้อเพราะใจมุ่งมั่นผูกพันในสิ่งที่หวัง คือ การเจิมส่งผ่าน(Impartation) มาสู่ชีวิต ดั่งเช่นเอลีชาได้รับจากเอลียาห์
เอลีชาได้รับใช้ในฐานะผู้เผยพระวจนะจนถึงรัชกาลของเยโฮอาท และท่านก็เสียชีวิตลง  แม้ท่านจะตายไป แต่กระดูกของท่านก็ยังมีฤทธิ์เดช ทำให้คนตายฟื้น!
2 พกษ.13: 20-21
20 และเอลีชาสิ้นชีวิต เขาก็ฝังไว้ ฝ่ายหมู่คนโมอับเคยปล้นแผ่นดินนั้นในฤดูแล้ง
21 ครั้งหนึ่ง เมื่อเขากำลังส่งศพคนหนึ่งไป นี่แน่ะ เขาเห็นโจรหมู่หนึ่ง เขาจึงโยนศพชายคนนั้นลงไปในอุโมงค์ของเอลีชา พอศพชายคนนั้นแตะต้องกระดูกของเอลีชา เขาก็คืนชีวิตลุกขึ้นยืน


คนดีแม้ตายไปยังทิ้งสิ่งที่ดีให้จดจำ ความดังไม่ "คงที่" ความดีคือสิ่งที่ "คงทน"

ขอให้เราเลียนแบบชีวิตของเอลีชาเป็นผู้รับการเจิม 2 เท่า 

ขอพระเจ้าอวยพระพรนะครับ
 
(ขอบคุณข้อมูลจาก บทความเรื่อง "การได้เห็นด้วยตา เรียนรู้ด้วยชีวิต ทำให้เกิดความมั่นใจ"  โดย อ.เจริญ ยธิกุล คริสตจักรพันธกิจแม่น้ำ http://www.rmcbkk.com)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น