25 กันยายน 2555

บันทึกการเดินทางอิสราเอล(1)

อธิษฐานที่กำแพงร้องไห้
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ในครั้งนี้ผมขอแบ่งปันเรื่องการเดินทางไปประเทศอิสราเอล โดยเป็นการแบ่งปันจากสมุดบันทึกการเดินทางของผม ที่จดไว้ในการเดินทางไปที่นั่นในช่วงวันที่ 28 ส.ค.- 5 ก.ย.12 ผมขอแบ่งปันในตอนแรกก่อน และตอนต่อๆไปจะมาแบ่งปันในโอกาสหน้าครับ 
ในวันที่ 28 ส.ค. คณะผู้รับใช้เต็มเวลา นำโดยท่านอาจารย์นิมิต พานิช ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรรณภูมิ ในเวลาประมาณ 00.10 น.โดยสายการบินเอลอัล (EL-AL)สายการบินแห่งชาติของอิสราเอล ก่อนที่จะออกเดินทาง  ทางเจ้าหน้าที่สนามบินประกาศให้อ.นิมิตและอ.ระเบียบ ได้ย้ายที่นั่งไปนั่งในที่นั่งพิเศษของชั้น Business ขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้า Upclass ยกระดับให้อาจารย์ทั้ง2 ท่าน เพราะการเดินทางต้องใช้เวลานานกว่า 11ชม. ในช่วงเวลาที่อยู่บนเครื่องบิน ผมมีโอกาสได้รับประทานอาหารอิสราเอลครั้งแรกบนเครื่อง รสชาติแปลกดีพอที่จะรับประทานได้ ทั้งนี้เพราะภรรยาของผมมีประสบการณ์กับอาหารที่นั่นมาแล้ว ครั้งนี้เราจึงเตรียมตัวนำเครื่องปรุงประเภทซอสปรุงรสต่างๆ รวมถึงเสบียงอาหารไทยไปด้วย เรียกว่าครั้งนี้ "จัดเต็ม" กลัวจะผอมกลับมาก็ว่าได้

เราเดินทางไปถึงสนามบินเบนกูเรียล (Ben Gurion -ชื่อของนายกรัฐมนตรีคนแรกของอิสราเอล) ที่กรุงเทลาวีฟโดยสวัสดิภาพ
พอเดินทางมาถึงเราได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทซาร์เอลทัวร์  พาเราขึ้นรถบัสเพื่อที่จะเดินทางไปยังเมืองชิโลห์(Shiloh)
เมื่อกล่าวถึงเมืองชิโลห์ ชิโลห์เป็นเมืองเก่าแก่ เมืองชิโลห์เป็นสถานที่ที่หีบพันธสัญญาตั้งอยู่กว่า 400ปี ในสมัยผู้เผยพระวจนะเอลี ประชาชนขึ้นไปถวายเครื่องบูชาที่ชิโลห์ปีละ

ครั้ง ในเมืองนี้นางฮันนาห์ได้มาอธิษฐานขอให้มีบุตร และต่อมานางก็มีบุตรชายจึงตั้งชื่อว่า "ซามูเอล"(แปลว่าพระเจ้าทรงฟัง เพราะนางได้ทูลขอจากพระเจ้า 1ซมอ.1:20
)นางจึงได้ถวายซามูเอลให้ปรนนิบัติพระเจ้าอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าที่ชิโลห์ 

คริสตจักรโบราณที่เมืองชิโลห์
ในความตั้งใจของเราที่มาสถานที่นี้คือ การที่เราในฐานะผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา ได้มารายงานตัวต่อพระเจ้าในการทำหน้าที่ปรนนิบัติพระองค์ เช่นเดียวกับซามูเอลที่ถวายตัวรับใช้เป็นผู้รับใช้พระเจ้า เราจึงได้นมัสการและอธิษฐานกล่าวรายงานตัวต่อพระเจ้า ณ สถานที่นี้
ครั้งนี้อ.นิมิต หนุนใจให้ครอบครัวผู้ที่ยังไม่มีบุตร ได้อธิษฐานต่อพระเจ้าเช่นเดียวกับนางฮันนาห์ ในครั้งนี้ผมและภรรยาได้อธิษฐานร่วมกันเพื่อเราจะมีบุตร
สิ่งที่เป็นข้อเตือนใจของเรานั่นคือ ณ สถานที่ที่ชิโลห์นี้ คนอิสราเอล เขาไม่ได้เชื่อฟังผู้รับใช้ของพระเจ้า คือ เอลี เขาคิดว่าหีบพันธสัญญาอยู่กับพวกเขา เขาจึงจะได้รับชัยชนะ แต่หีบพันธสัญญาต้องอยู่ในพลับพลาของพระเจ้า แต่เขาไม่เชื่อฟังนำหีบออกไป สุดท้ายพวกเขาพ่ายแพ้สงครามต่อพวกฟิลิสเตีย แม้แต่ลูกของเอลีทั้ง 2 คนคือ โฮฟนีและฟีเนหัส ต้องตายในสงครามและหีบพันธสัญญาถูกยึดไปได้ เมื่อข่าวมาถึงเอลี เอลีเสียใจมาก ท่านล้มลงคอหักตาย ความเศร้าเสียใจจึงเกิดทั่วเมืองชิโลห์ แม้แต่ภรรยาของฟิเนหัส คลอดบุตรจึงตั้งชื่อลูกว่า "อีคาโบด" หมายถึงพระสิริที่พรากจากไป (1ซมอ.4:1-22)

ข้อคิดเตือนใจคือ การทรงสถิตของพระเจ้าเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราต้องรักษาไว้ แม้คนอิสราเอลจะมีหีบพันธสัญญาแต่เมื่อพวกเขาไม่เชื่อผู้นำของพระเจ้า คือเอลี ผลคือการทรงสถิตและพระสิริได้พรากจากพวกเขาไป
ที่ชิโลห์นี้ เราได้ชมวีดีโอและพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ซึ่งปัจจุบันมีธรรมศาลา(Synagogue)ของชาวยิวสร้างจำลองขนาดเท่าแท่นบูชาอยู่กลางที่ประชุม
เดินทางสู่เบธเอล

อธิษฐานเผื่อพี่น้องอิสราเอลที่เบธเอล
เมื่อเสร็จจากเมืองชิโลห์ เราก็นั่งรถต่อไปที่เบธเอล(ชื่อหมายถึงบ้านของพระเจ้า ปฐก.28:19) เมืองเบธเอล เป็นสถานที่ที่ยาโคบฝันเห็นบันไดทอดจากโลกขึ้นสวรรค์และมีเหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้ากำลังขึ้นลงบันไดนั้น เป็นที่ที่ยาโคบได้พบและสนทนากับพระเจ้า (ปฐก.28) สถานที่แห่งนี้ทำให้ท่านได้พบอัตตลักษณ์ของตนเอง ท่านไม่ได้เป็นยาโคบซึ่งชื่อแปลว่าเขาหลอก(ปฐก.25:26)อีกต่อไป  แต่เขาถูกเปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอล  ท่านจึงได้บรรพบุรุษของชนชาติอิสราเอล 12 เผ่า
ปฐก. 32:28 บุรุษนั้นจึงว่า "เขาจะไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบต่อไป แต่จะเรียกว่า อิสราเอล {แปลว่า เขาผู้ปล้ำสู้กับพระเจ้า หรือพระเจ้าทรงปล้ำสู้} เพราะเจ้าสู้กับพระเจ้าและมนุษย์ และได้ชัยชนะ"
ข้อคิดที่ได้จากสถานที่นี้คือ เราต้องพบอัตลักษณ์ของเราในแผนการของพระเจ้า เพื่อเราจะไปสู่เป้าประสงค์ของพระองค์

ในครั้งนี้ ผมได้นำก้อนหินมาหนุนศีรษะและนอนลงบนสถานที่นี้(ทำแบบยาโคบ) และอธิษฐานให้พระเจ้าทำให้ผมได้ค้นพบอัตลักษณ์ในชีวิตเพื่อส่งผลต่อการรับใช้พระองค์ต่อไป
ณ สถานที่เบธเอลนี้ อ.นิมิตและเราทุกคนที่ไปได้ร่วมใจกันอธิษฐานเผื่อพี่น้องชาวอิสราเอลที่ทำทัวร์ในนามของซาร์เอลทัวร์และอธิษฐานเผื่อคุณนวลละออ ในนามของเบธเอลทัวร์ ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรให้กับบริษัททัวร์ทั้ง 2 แห่งนี้ได้เป็นพระพรกับคนไทยและอิสราเอลต่อไป

ที่เบธเอลนี้เอง ในสมัยของกษัตริย์เรโหโบอัม พระโอรสของกษัตริย์โซโลมอน อิสราเอลแตกเป็น 2 ส่วนคือ 10เผ่าทางเหนือนำโดยเยโรโบอัม มีสะมาเรียเป็นเมืองหลวง เยโรโบอัมได้สร้างวัวทองคำและสถานบูชาไว้ที่เบธเอลเพื่อให้อิสราเอล 10 เผ่าจะได้ไม่ต้องขึ้นไปนมัสการพระเจ้าที่กรุงเยรูซาเล็ม ส่วนอีก 2เผ่าคือยูดาห์และเบนยามิน มีกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง นี่คือสิ่งที่เมื่อผู้นำทำผิดพลาด ผลเสียก็ตกมาสู่คนภายใต้

หลังจากที่เบธเอล เราได้เดินทางเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม ผมสัมผัสได้ถึงการทรงสถิตของพระเจ้า ณ ที่นั่น ตลอดทั้งวันเรากำลังเดินตามการทรงสถิตของพระเจ้า (Divine presence) จากชิโลห์ ไปเบธเอล และไปสู่กรุงเยรูซาเล็ม นี่เป็นเพียงแค่วันแรกในแผ่นดินพันธสัญญาของพระเจ้า ยังมีความน่าตื่นเต้นมากขนาดนี้ เรากำลังจะเดินทางไปที่เยรูซาเล็ม นครแห่งสันติสุข  เรามาเพื่อจะยืนเคียงข้างในพันธสัญญาร่วมกับอิสราเอล ชนชาติแห่งพระพร
ในครั้งนี้ ขอจบไว้เท่านี้ก่อนนะครับ ติดตามตอนต่อไปเมื่อเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น