15 ธันวาคม 2559

เผ่าเบนยามิน(Benjamin) - สุนัขป่า นักล่า

เผ่าเบนยามิน
เข้าสู่ช่วงท้ายปลายปี 2016 ในเดือนธันวาคมแล้วนะครับ  หากนับตามปฏิทินฮีบรูจะเป็นเดือนคิสเลฟ (Kislev) ปี 5777 
เดือนคิสเลฟ (Kislev - כִּסְלֵו) เป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินทางศาสนา(Ecclesiastical calendar)และเป็นเดือนที่ 3 ปฏิทินการปกครอง (Civil calendar)ของอิสราเอล (ช่วงวันที่ 1  ธันวาคม - 29 ธันวาคม 2016)

เทศกาลสำคัญในเดือนนี้คือ เทศกาลแห่งแสงว่าง หรือ ฮานุกกะห์(Hanukkah)   (วันที่ 25 ธันวาคม – 1 มกราคม 2017) เป็นเวลา 8 วัน เพื่อระลึกถึงการชำระพระวิหารให้พ้นจากมลทิน(ยอห์น 10:22) เทศกาลนี้เป็นภาพเงาเล็งถึงพระเยซูคริสต์ที่ทรงเป็นความสว่างที่เข้ามาในโลกและมีชัยชนะเหนือความมืด 

ยอห์น 1:5 ​ความ​สว่าง​ส่อง​เข้า​มา​ใน​ความ​มืด และ​ความ​มืด​ไม่​อาจ​เอาชนะ​ความ​สว่าง​ได้

เทศกาลแห่งแสงสว่าง (Festival of lights) หรือ เทศกาลคานุกะห์ (Chanukah)  ภาษาอังกฤษอ่านว่า ฮานุกกะห์ (Hanukkah)  


เทศกาลนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นเทศกาลที่รำลึกถึงชัยชนะของกลุ่มมัคคาบี นำโดย ยูดาห์ มัคคาบี ที่มีต่อกองทัพของกษัตริย์อันทิโอกัสที่ 4  แห่งซีเรีย เมื่อประมาณ 165 ปีก่อนคริสตศักราช เพราะกษัตริย์อันทิโอกัสที่ 4 ได้ทำรูปปั้นพระซุส เทพเจ้าของกรีกนำไปไว้ในพระวิหาร และถวายสุกร (ซึ่งเป็นสัตว์มลทิน) เป็นเครื่องบูชาในพระวิหารของพระเจ้า  

กลุ่มมัคคาบีจึงได้ทำการบูรณะและชำระพระวิหาร โดยการจุดคันประทีป 7 กิ่ง ได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ขึ้นนั่นคือ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่ใช้จุดเทียนที่คันประทีปซึ่งเหลืออยู่เพียง 1 ขวดนั้นสามารถเป็นเชื้อเพลิงให้แสงเทียนส่องสว่างได้ยาวนานถึง 8 วัน (ปกติน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 1 ขวดใช้ได้เพียง 1 วัน และต้องมีกรรมวิธีในการทำทั้งหมด 8 วันด้วยกัน) 

เทศกาลที่สำคัญในเดือนนี้ อีกเทศกาลหนึ่งซึ่งเป็นเทศกาลที่เราทั้งหลายรู้จักดี  นั่นคือ เทศกาลคริสต์มาส (Christmas)  ในวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งเป็นเทศกาลที่ระลึกถึงการมาประสูติขององค์พระเยซูคริสต์


แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว พระเยซูคริสต์ไม่ได้เกิดในวันที่ 25 ธันวาคม เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ  ตั้งแต่ปี ค.ศ. 274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริย เทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน


เทศกาลคริสต์มาสเป็นเทศกาลที่คนทั่วโลกจัดขึ้นเป็นการระลึกถึงการประสูติของพระเยซูคริสต์และเป็นโอกาสอันดีที่คนทั่วไปจะได้รับความรอดผ่านทางพระเยซูคริสต์


(สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ เทศกาลคริสต์มาสได้ตาม link นี้ ความเข้าใจและหลักปฏิบัติในเทศกาลคริสต์มาส ครับ )


ยอห์น 3:16 ​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​โลก​ดังนี้ คือ​ได้​ประทาน​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิรันดร์


เดือนต่างๆของอิสราเอลจะมีเผ่าประจำแต่ละเดือน  ซึ่งเราได้เรียนรู้จักลักษณะแต่ละเผ่าไปแล้ว ครั้งนี้ผมจะพูดถึงเผ่าเบนยามิน เผ่าประจำเดือนคิสเลฟ 



(หมายเหตุ  เรียนรู้จักลักษณะของเผ่าต่างๆประจำเดือนของอิสราเอลโดยสามารถอ่านบทความที่เขียนไว้ตาม Link นี้ครับ 
  สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์,อิสสาคาร์ - ลาที่มีกำลังกล้าหาญ,เศบูลุน-เรือสำเภามุ่งสู่จุดหมาย,รูเบน - บุตรชายสายน้ำเชี่ยว,กาด นักรบผู้เก่งฉกาจ,เอฟราอิม-กระทิงแห่งศักดิ์ศรี,มนัสเสห์- ช่อมะกอกที่ออกผล)

เดือนคิสเลฟ  เป็นเดือนแห่งเผ่าเบนยามิน 


เบนยามินเป็นบุตรชายคนสุดท้องของยาโคบหรืออิสราเอลกับนางราเชล ! ภรรยาที่ยาโคบรักมากกว่านางเลอาห์

เมื่อตอนที่เบนยามินเกิดนั้น เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเนื่องจากนางราเชลผู้เป็นแม่เสียชีวิตหลังจากคลอดบุตร
นางราเชลตั้งชื่อเขาว่า"เบนโอนี"(Benoni - בֶּן־אוֹנִי ) แปลว่า "บุตรแห่งความทุกข์ระทม" (Son of my sorrow)  เพราะนางมีความเจ็บปวดมาก  แต่ยาโคบไม่รับชื่อนี้จึงเปลี่ยนชื่อเป็น  เบนยามิน (Benjamin- בִּנְיָמִין) หมายถึง "บุตรแห่งมือขวา" (Son of right hand)
ปฐมกาล 35:16-20 
16 พวก​เขา​เดินทาง​จาก​เบธ​เอ​ลเกือบ​ถึง​เอฟ​ราธาห์ ราเชล​ก็​เจ็บ​ครรภ์​มาก จะ​คลอด​บุตร
17 ​ขณะที่​นาง​เจ็บ​ครรภ์​มาก นาง​ผดุง​ครรภ์​บอก​ว่า “อย่า​กลัว ท่าน​จะ​ได้​บุตร​ชาย​อีก​คน​หนึ่ง”
18 ​เมื่อ​ชีวิต​ใกล้​ดับ (​เพราะ​นาง​ถึง​แก่​ความ​ตาย​) นาง​เรียก​บุตร​นั้น​ว่า เบน​โอนี​ แต่​บิดา​เรียก​ว่า เบน​ยา​มิน​
19 ​ราเชล​ก็​สิ้นชีวิต เขา​ฝัง​ศพ​ไว้​ริม​ทาง​ที่​จะ​ไป​เอฟ​ราธาห์ (​คือ​เบธเลเฮม​)
20 ​ยาโคบ​เอา​เสา​หิน​ปัก​ไว้​ตรงที่​ฝัง​ศพ ซึ่ง​เป็น​เสา​หิน ณ ที่​ฝัง​ศพ​ราเชล​จน​ทุก​วันนี้

ชีวิตของเบนยามินคล้ายคลึงกับของยาเบส(Jabez)  ชื่อของเขาหมายถึง "ความทุกข์ยากลำบาก" ที่เกิดมาทำให้ผู้เป็นแม่ต้องระทมทุกข์  แต่ทว่ายาเบสรับถ้อยคำแง่ลบนี้   แต่เขาอธิษฐานอย่างจริงจังกับพระเจ้า และพระองค์ทรงเปลี่ยนคำแช่งสาปนั้น และทรงอวยพระพรแก่เขา 
1 พงศวดาร 4:9 1-0  
9 ยาเบส เป็น​ผู้​มี​เกียรติ​กว่า​บรรดา​พี่​น้อง​ของ​เขา มารดา​ของ​เขา​ตั้ง​ชื่อ​เขา​ว่า ยาเบส กล่าว​ว่า “เพราะ​ฉัน​คลอด​เขา​ด้วย​ความ​ทุกข์​ยาก​ลำ​บาก”

10 ยาเบส​ทูล​พระ​เจ้า​ของ​อิสราเอล​ว่า “ขอ​พระ​องค์​ทรง​อวย​พระ​พร​แก่​ข้า​พระ​องค์ และ​ขยาย​เขต​แดน​ของ​ข้า​พระ​องค์ และ​ขอ​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​อยู่​กับ​ข้า​พระ​องค์ และ​ขอ​พระ​องค์​ทรง​ให้​ข้า​พระ​องค์​พ้น​จาก​สิ่ง​ชั่วร้าย เพื่อ​ไม่​ให้​ข้า​พระ​องค์​ทุกข์​ยาก​ลำ​บาก” และ​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​ตาม​ที่​เขา​ทูล​ขอ

แม้ว่าคนเราเกิดมาจะเป็นเช่นไร แต่พระเจ้าทรงมีแผนการดีสำหรับเราทุกคน เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้กำหนดเป้าประสงค์ (Predesignate) ให้กับเราด้วยความรัก แม้ว่าใครจะไม่รักเรา และต้องการให้เราค้นพบอัตลักษณ์ที่แท้จริงของเรา เพื่อเราจะไปสู่เป้าประสงค์ลิขิต(Destiny)ของพระองค์

เอเฟซัส 1:5 ​พระ​องค์​ทรง​กำหนด​เรา​ไว้​ล่วงหน้า​ด้วย​ความ​รัก​ ให้​เป็น​บุตร​ของ​พระ​องค์​โดย​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์​ ตาม​ความ​ชอบ​พระ​ทัย​และ​พระ​ประสงค์​ของ​พระ​องค์

เบนยามินก็เป็นเช่นนั้น จากชื่อที่แม่ตั้งให้คือ "เบนโอนี" หรือ "นายโศกชาย" ในภาษาไทย กลับกลายเป็น เบนยามิน บุตรชายแห่งมือขวา เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีแก่วงค์ตระกูล 
ผมขอตั้งชื่อ "เบนยามิน" เป็นภาษาไทยว่า "นายศักดิ์ชาย"  

เราจะมาเรียนรู้จากชีวิตของเบนยามิน ที่เป็นต้นตระกูลของเผ่าเบนยามินร่วมกัน

ชีวิตเปลี่ยนผันจากเป็นลูกแหง่ ไอ้ลูกหมากลายเป็นสุนัขป่า นักล่า

พ่อของเบนยามิน คือ ยาโคบ ซึ่งเป็นบุคคลผู้ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในแผ่นดิน  ยาโคบนั้นมีภรรยา 2 คน คือนางเลอาห์และนางราเชล แต่ผู้ที่ยาโคบรักที่สุดคือ นางราเชล  

นางราเชลคลอดบุตรคนแรกคือ โยเซฟ และคลอดบุตรคนที่ 2 คือ เบนยามิน แต่นางราเชลได้สิ้นชีวิตลงขณะที่คลอดบุตรคนสุดท้อง  
เป็นที่รู้กันว่า เบนยามินเป็นลูกคนโปรดของยาโคบ ซึ่งทดแทนโยเซฟที่สาปสูญไป  เนื่องจากพวกพี่ชายอิจฉาและจึงขายโยเซฟให้แก่พ่อค้าชาวมีเดียนที่กำลังเดินทางไปอียิปต์  และเอาเสื้อของโยเซฟจุ่มเลือดสัตว์เพื่อหลอกยาโคบว่า โยเซฟถูกสัตว์ป่ากัดตาย! (ปฐมกาล บทที่ 37)

ยาโคบเชื่อว่าโยเซฟได้ตายไปแล้ว เขาจึงหันความสนใจทั้งหมดมาที่เบนยามิน   ยาโคบดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับเบนยามินด้วยอีกคน  เบนยามินถูกเลี้ยงดูเหมือนเป็นลูกแหง่ เป็นดังลูกหมาเชื่องๆ


ดังนั้นเอง ชีวิตในวัยเด็กของเบนยามินจึงได้รับการปกป้องและทะนุถนอม เวลาผ่านไปหลายปี เมื่อเบนยามินเติบโตขึ้น เกิดการกันดารอาหารขึ้นทั่วแผ่นดิน ยาโคบจึงใช้ให้พวกพี่ๆ ของเบนยามินเดินทางไปซื้อข้าวที่อียิปต์  ยาโคบไม่ยอมให้เบนยามินเดินทางไปกับพวกพี่ๆ ด้วย เขายอมอดอาหารดีกว่าจะปล่อยให้เบนยามินเดินทางไปอียิปต์เพราะกลัวอันตรายจะเกิดขึ้นกับบุตรชายคนสุดท้อง


ในแผ่นดินอียิปต์ โยเซฟซึ่งได้แปลความฝันของฟาโรห์และสามารถช่วยให้อียิปต์พ้นภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น โยเซฟเตือนฟาโรห์ถึงการกันดารอาหาร 7 ปีที่กำลังจะมาถึง  ฟาโรห์ฟังโยเซฟและให้ทั่วทั้ง  อียิปต์เตรียมพร้อม!  และด้วยสติปัญญาที่พระเจ้าประทานโยเซฟช่วยกู้ประเทศอียิปต์! ให้พ้นจากภัยพิบัติ จนเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองในอียิปต์รองจากฟาโรห์ 


เมื่อพวกพี่ชายของโยเซฟพบว่ามีอาหารในอียิปต์  พวกเขาได้เดินทางไปซื้ออาหารสำหรับครอบครัวของพวกเขาที่นั่น!  และผู้ที่พวกเขามาซื้ออาหารด้วย นั่นคือ โยเซฟ! น้องชายที่พวกเขาได้ขายให้เป็นทาสในอียิปต์  พวกพี่ชายได้มาอ้อนวอนและก้มหัวต่อหน้าโยเซฟ!  

โยเซฟจึงได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง…โยเซฟได้กลับคืนดีกับพี่ๆ ของเขา! และเส้นทางแห่งพันธสัญญาได้ถูกกู้กลับมา! 

เบนยามิน ยาโคบ กับครอบครัวได้เดินทางไปอียิปต์ ตามคำเผยพระวจนะที่พระเจ้าให้ไว้กับอับราฮัม  ในประเทศอียิปต์ พวกเขาได้รับการปกป้องตลอดในช่วงเวลาแห่งการกันดารอาหาร

ในช่วงบั้นปลายชีวิตของยาโคบ ท่านได้อธิษฐานอวยพรเบนยามิน ดังนี้ 

ปฐมกาล 49:27 “ฝ่าย​เบน​ยา​มิน​เป็น​สุนัข​ป่า​ที่​ล่า​เหยื่อ ​เวลา​เช้า​ก็​กิน​เหยื่อ​เสีย ​เวลา​เย็น​ก็​แบ่งปัน​ของ​ที่​ยึด​ได้”

พระเจ้าไม่เคยมีแผนการที่จะปกป้องเผ่าเบนยามินแบบประคบประหงม!
พระเจ้ามีเป้าประสงค์ลิขิต (Destiny) สำหรับเขาให้เป็นนักรบ

เผ่าเบนยามิน  พวกเขาไม่ใช่เหยื่อ! แต่เป็นผู้ล่า! และเขาไม่ใช่ลูกแหง่ ลูกหมา แต่เป็นสุนัขป่า! 


พวกเขาต้องออกไปทำสงครามและได้รับส่วนแบ่ง และในสมัยโยชูวาที่ทำสงครามและได้เข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา 

ดินแดนแห่งพันธสัญญาของเผ่าเบนยามินที่ได้รับ คือ ที่ตั้งของกรุงเยรูซาเล็ม 

โยชูวา 18:28 เศลา หะ​เอเลฟ เยบุส (คือ​เยรูซาเล็ม) กิเบอาห์​และ​คีริยาท รวม​เป็น 14 เมือง กับ​หมู่​บ้าน​โดย​รอบ​เมือง​นั้นๆ ด้วย นี่​เป็น​มรดก​ของ​พงศ์​พันธุ์​เบนยามิน​ตาม​ตระกูล​ของ​เขา

เราจะเห็นได้ว่า เยรูซาเล็มเป็นเมืองที่ถูกแบ่งให้กับเผ่าเบนยามินในสมัยของโยชูวา   ต่อมาชาวเยบุสมีอิทธิพลมากกว่าดังนั้นเผ่าเบนยามินจึงต้องออกจากเมืองนั้น  จนกระทั่งสมัยของกษัตริย์ดาวิด คนอิสราเอลจึงได้ยึดและปกครองเยรูซาเล็มเรื่อยมาจนถึงสมัยกษัตริย์ซาโลมอนได้สร้างพระวิหารขึ้นบนภูเขาโมริยาห์
ดังนั้นเผ่าเบนยามินกับยูดาห์จึงเป็นเผ่าร่วมพันธสัญญา สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์ ผู้ได้รับสิทธิบุตรหัวปีจากยาโคบ(อิสราเอล)จะปกป้องเผ่าเบนยามิน น้องสุดท้อง 

กรุงเยรูซาเล็มเมืองแห่งเผ่าเบนยามิน   พวกเขาได้รับการปกป้องจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์  

สดุดี 125:2 ​ภูเขา​อยู่​รอบ​เยรูซาเล็ม​ฉัน​ใด ​พระ​ยาห์เวห์ท​รง​อยู่​รอบ​ประชากร​ของ​พระ​องค์ ​ตั้งแต่​บัดนี้​สืบไป​เป็น​นิตย์​ฉัน​นั้น

แม้ว่าเขาได้รับการปกป้องแต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะศักยภาพของเขาจะถูกปลดปล่อยออกมา


อัตลักษณ์ของเบนยามินถูกเก็บไว้และได้ถูกปลดปล่อยออกมา เหมือนลูกธนูที่อยู่ในแล่งและถูกยิงไปสู่เป้าหมาย 


อิสยาห์  49:2 ​พระ​องค์​ทรง​ทำ​ปาก​ของ​ข้าพเจ้า​เหมือน​ดาบ​คม ​พระ​องค์​ทรง​ซ่อน​ข้าพเจ้า​ไว้​ใน​ร่ม​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ ​ พระ​องค์​ทรง​ทำ​ข้าพเจ้า​ให้​เป็น​ลูกศร​ขัด​มัน ​พระ​องค์​ทรง​ซ่อน​ข้าพเจ้า​ไว้​เสีย​ใน​แล่ง​ของ​พระ​องค์


พวกเขาไม่ใช่ประเภท Passive แต่เมื่อถึงเวลาเขาจับอาวุธลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อชนชาติอิสราเอล


เมื่อเราศึกษาตามประวัติศาสตร์ เราจะพบว่าบุคคลสำคัญของอิสราเอล หลายท่านมาจากเผ่าเบนยามิน

ตัวอย่างเช่น พระนางเอสเธอร์และโมรเดคัย  ผู้ช่วยกู้คนยิวให้รอดจากการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุจากฮามาน จึงเป็นที่มาของเทศกาลปูริม (เอสเธอร์ 3:7;9:24-26) 
(สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ เทศกาลปูริม ได้ตาม link นี้   ครับ )

ซาอูลเป็นกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล เป็นชนเผ่าเบนยามิน แต่ในพระธรรม 1 ซามูเอล บทที่ 13  ความกลัวของซาอูลทำให้เขาไม่เชื่อฟังพระเจ้าและเขาถูกถอดออกจากการเป็นกษัตริย์    ความกลัวของซาอูลที่จะสูญเสียบัลลังก์ของเขาเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เขาพยายามที่จะฆ่าดาวิด   
พระเจ้าจึงทรงเลือกดาวิดมาเป็นกษัตริย์มาแทนเขา


จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเผ่าเบนยามิน คือ เมื่อโยนาธานทำพันธสัญญากับดาวิด เป็นพันธสัญญาระหว่างตระกูลของโยนาธาน คือ  เผ่าเบนยามิน (Benjamin) กับตระกูลของดาวิดคือ เผ่ายูดาห์ (Judah)


โดยผ่านทางพันธสัญญา เผ่าเบนยามินจึงสามารถที่จะเคลื่อนและเข้าสู่เป้าหมาย  พันธสัญญาระหว่างดาวิดและโยนาธานเป็นการให้เกียรติกันระหว่างจากเผ่ายูดาห์และเผ่าเบนยามินตลอดประวัติศาสตร์ของอิสราเอล


เมื่อดาวิดไปที่ศิกลาก ชายจากเผ่าเบนยามิน ซึ่งเป็นญาติซาอูลหนีจากกษัตริย์ซาอูลมาร่วมกับดาวิด (1 พงศาวดาร 12:1-2) พวกเขาเป็นนักธนู เหวี่ยงหินด้วยสลิง และยิงธนูได้ทั้งมือขวาและมือซ้าย! หลังจากที่กษัตริย์ซาอูลสิ้นพระชนม์ คนส่วนใหญ่จากเผ่าเบนยามินได้หันมาสนับสนุนดาวิด  

เมื่อสิบเผ่าทางตอนเหนือกบฎและตั้งอาณาจักรทางตอนเหนือขึ้นคือ อิสราเอล แต่เผ่าเบนยามินก็ยังยืนหยัดอยู่กับเผ่ายูดาห์ผ่านทางพันธสัญญา  พวกเขาไม่หันไปกราบไหว้รูปเคารพดั่งเช่นเผ่าอื่นๆ 10 เผ่า

เผ่าเบนยามินได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูอาณาจักรในสมัยของกษัตริย์อาสาและสมัยของกษัตริย์โยสิยาห์  นอกจากนั้นเผ่าเบนยามินยังได้มีส่วนในการรื้อฟื้นพระวิหารในสมัยเอสราและเนหะมีย์ - พวกเขากลับไปช่วยสร้างพระวิหารและสร้างกำแพงเมืองเยรูซาเล็ม

เผ่าเบนยามินมีความสามารถและถูกเรียกมาเพื่อเป็นนักรบ   พวกเขามีฝีมือในการยิงธนูและการใช้สลิง  เบนยามินได้รับการฝึกฝนให้ถนัดทั้งมือขวาและมือซ้าย (ambidextrous) พวกเขาสามารถสะพายหินด้วยมือทั้งสองข้างและยิงได้อย่างไม่พลาด  

ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ บุคคลที่ยิ่งใหญ่อีกท่านหนึ่งที่มาจากเผ่าเบนยามินคือ อัครทูตเปาโล! 
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ส่วนใหญ่ถูกเขียนขึ้นโดยอัครทูตเปาโล 

เป้าประสงค์ลิขิตของอัครทูตเปาโล คือการนำข่าวประเสริฐไปหาคนต่างชาติ!  

ชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเซาโล กลายเป็นอัครทูตเปาโล ผู้ถ่อมใจ

เซาโล (Saul) แห่งเมืองทาร์ซัส  ถูกตั้งชื่อตามกษัตริย์ซาอูลผู้ชั่วร้าย  กษัตริย์ซาอูล บรรพบุรุษจากเผ่าเบนยามินของเขา ซาอูลพยายามที่จะตามล่าและฆ่าดาวิด  เซาโลก็พยายามที่จะตามล่าฆ่าคนของพระเจ้าและข่มเหงคริสตจักร

ชื่อ "เซาโล" ไม่ได้เป็นตัวตนที่พระเจ้าต้องการให้เขา ดังนั้น พระเจ้าถึงเปลี่ยนชื่อเขาเป็น “เปาโล” (Paul)  หมายถึง ผู้เล็กน้อย 

อัครทูตเปาโลมั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำมาจากพระเจ้าไม่ใช่ตัวเขาเป็นผู้กระทำเอง ชื่อ "เปาโล" คือชื่อของคนต่างชาติ (gentile name) เพื่อเตรียมเขาให้เป็นอัครทูตนำความรอดไปถึงคนต่างชาติ

บางครั้งสถานการณ์ในชีวิตของเราได้กำหนดเราให้มีอัตลักษณ์และได้รับสิ่งที่พระเจ้าทรงเลือกสำหรับเรา  นี่จึงเป็นเดือนที่เราจะสามารถค้นพบอัตลักษณ์ใหม่ในตัวของเรา

เดือนคิสเลฟเป็นเดือนที่เราจะวางยุทธศาสตร์การรบในสงคราม เป็นเดือนที่เราจะต้องพัฒนายุทธศาสตร์สงครามของเรา และรับการสำแดงเชิงเผยพระวจนะสำหรับสงคราม

เดือนคิสเลฟยังเป็นเดือนที่เราจะเข้าสู่ความไว้วางใจและการพักสงบในระดับใหม่ เรียนรู้ในการป่าวประกาศ (declare) ประสบการณ์แห่งการเติมเต็มด้วยสันติสุขในชีวิตของเรา

เดือนนี้จึงเป็นแห่งการค้นพบอัตลักษณ์ที่แท้จริงของเรา (true identity) 
เพื่อเราจะไม่จมปลักผูกติดกับ อดีตอันแสนขมขื่น แต่พระเจ้าต้องการจะเปลี่ยนเราจากเหยื่อผู้ถุกตามล่า
 ให้เป็นสุนัขป่านักล่า ผู้มีชัยชนะเพราะเราทั้งหลายได้ถูกเตรียมเพื่อจะเป็นนักรบของพระเจ้า 

ยามสงบพักรบเพื่อจะเป็นนักรักที่หวานซึ้งในความรักของพระเจ้าในการอธิษฐานและนมัสการ แต่ยามศึก
ต้องเป็นนักรบเพื่อจะนำชัยชนะมาสู่ชีวิต 

ขอพระเจ้าอวยพร พบกันใหม่เดือนหน้า เดือนเทเบท(Tevet) เดือนแห่งเผ่าดาน! 
เผ่าที่เชื่อว่าเป็นปฏิปักษ์ของพระคริสต์!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น