แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคียงข้างพันธสัญญาอิสราเอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคียงข้างพันธสัญญาอิสราเอล แสดงบทความทั้งหมด

13 กุมภาพันธ์ 2563

คำอธิษฐานสองคำเพื่อการฟื้นฟู

คำอธิษฐานสองคำเพื่อการฟื้นฟู  โดย อาเชอร์ อินเทรเตอร์

ผมได้ค้นพบคำอธิษฐานสองคำที่น่าทึ่งและมีศักยภาพในการนำการฟื้นฟูระดับชาติเมื่อประเทศกำลังจะเกิดการฟื้นฟูครั้งใหญ่ คริสตจักรและพันธกิจต่างๆจะทยอยเกิดความสำเร็จมาเป็นลำดับ  จำนวนคนที่เข้ามาเติบโตขึ้น มีการถวายทรัพย์เข้ามามากขึ้น ผู้นำฝ่ายวิญญาณเริ่มเป็นที่รู้จัก มีอิทธิพล บางคนก็มั่งคั่งและมีชื่อเสียงด้วยซ้ำ
พระพรในระดับนี้ช่วยคริสตจักร (Ecclesia) ให้มีเครื่องมือที่สามารถส่งผลกระทบไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ นี่เป็นขั้นตอนที่จำเป็น เช่นเดียวกับสตรีที่ครบกำหนดคลอด แต่ภายในความสำเร็จเหล่านี้ก็แฝงด้วยอุปสรรคที่สามารถขัดขวาง และถึงขั้นหยุดยั้งการเติบโตของอาณาจักรของพระเจ้าได้
 สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มาพร้อมกับพระพรอันมากมาย ก็คือการล่อลวงให้หันหลังต่อพระเจ้าหรือไปจดจ่อแต่กับพระพร ผู้คนสามารถที่จะเริ่มขี้เกียจ  ฝักใฝ่แต่กับเนื้อหนังและความบันเทิง โลภ เย่อหยิ่ง และกบฏ โมเสสอ้างถึงกลุ่มอาการของโรคนี้ว่า “เยชูรูนอ้วนพีขึ้นแล้วก็มีพยศ” – וישמן ישורון ויבעט – เฉลยธรรมบัญญัติ 32:15
การล่อลวงทางโลกนั้นอันตรายสำหรับมนุษย์ทุกคน แต่มีอันตรายสองประการที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้นำฝ่ายวิญญาณคือ:  ความอิจฉาริษยาและการแข่งขัน
ฟิลิปปี 1:15 จริงอยู่ที่มีบางคนประกาศพระคริสต์ด้วยความอิจฉาและการวิวาท แต่ก็มีบางคนที่ประกาศด้วยเจตนาดี
ผู้นำฝ่ายวิญญาณสามารถพยายามทำดีเหนือผู้นำคนอื่นๆ แทนที่จะทำงานร่วมกันเพื่อนำการฟื้นฟูมาสู่คนทั้งประเทศ พวกเขาเริ่มที่จะต่อสู้กันเอง แทนที่จะแสวงหาเขตแดนใหม่และนำคนใหม่ๆให้ได้สัมผัสกับอาณาจักรของพระเจ้า พวกเขากลายเป็นปกป้องทรัพยากรและความสำเร็จของตนเอง
 ความอิจฉาริษยาและการแข่งขันจึงนำไปสู่ผู้นำที่พูดในทางลบเกี่ยวกับกันและกัน หรือการวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเพื่อเปรียบเทียบให้ตัวเองดูดี ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พวกเขาก็คือสาปแช่งซึ่งกันและกันโดยไม่รู้ตัว ภายใต้หน้ากากของ “การแยกแยะฝ่ายวิญญาณ” และ “การตักเตือนฝูงแกะ” สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ความแตกแยกและทำลายซึ่งกันและกันท่ามกลางประชากรของพระเจ้า
เมื่อเปาโลเขียนเรื่องนี้ เขาอยู่ในคุก งานทั้งหมดที่เขาทำถูกคนอื่นเข้ามาครอบครอง (บางคนมีเจตนาดีและบางคนไม่) บางคนเริ่มมีชื่อเสียงและพูดไม่ดีเกี่ยวกับเขา เขาโดดเดี่ยวและทนทุกข์ อย่างไรก็ตามแทนที่จะมองที่ปัญหา เขาเลือกที่จะมองเห็นพระพรในนั้น
 ฟิลิปปี 1:18 แล้วไง ไม่ว่าจะประกาศด้วยการเสแสร้งหรือด้วยความจริงใจ พระคริสต์ก็ถูกประกาศไปในทุกที่ เรื่องนี้แหละที่ทำให้ข้าพเจ้ายินดี และข้าพเจ้ายังจะมีความยินดีต่อไปด้วย
นั่นไงล่ะ คำอธิษฐานสองคำที่สามารถนำการฟื้นฟูระดับชาติ: “แล้วไง!” หากผู้นำทั้งหมดจะไม่สนใจความรู้สึกอิจฉาและการแข่งขันต่อกัน และเพียงแค่ชื่นชมยินดีว่างานของคนอื่นกำลังเติบโตและส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก อาณาจักรของพระเจ้าก็จะสามารถรุดไปข้างหน้า
การชำระหัวใจให้บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้นำฝ่ายวิญญาณทุกคน เปาโลจัดการกับเรื่องนี้เกี่ยวกับอปอลโล (1 โครินธ์ 3) เปโตรต้องรับมือกับเรื่องนี้สำหรับตัวเค้าเองเกี่ยวกับยอห์น (พระเยซูท้าทายเปโตรไม่ให้เปรียบเทียบตัวเองกับยอห์น ถึงแม้พระองค์จะขอให้เปโตรถูกตรึงที่กางเขนและให้ยอห์นมีชีวิตอยู่ตลอดไป – ยอห์น 21)
ผมได้เห็นการท้าทายนี้ในเกือบทุกประเทศที่งานของพระเจ้ากำลังเติบโตและได้รับการอวยพร - สหรัฐอเมริกา, ตะวันออกไกล, แอฟริกา, บราซิล, ยุโรปและที่นี่ในอิสราเอล สิ่งนี้ที่ดูเหมือนว่าจะผ่านไปไม่ได้ แต่ด้วยพระคุณของพระเจ้าก็สามารถเอาชนะได้  ให้เราละทิ้งความอิจฉาริษยาและการแข่งขันทั้งหมด ให้เราอธิษฐานเผื่องานของกลุ่มอื่นๆให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ให้เราเห็นกันและกันว่าเป็นครอบครัวแห่งความเชื่อ แม้ว่าเราจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
 เมื่อดูเหมือนว่าคนอื่นจะเติบโตมากกว่าคุณ? แล้วไง! ตราบที่มีผู้คนมากขึ้นได้มาสัมผัสถึงความรักของพระเจ้า นั่นก็คือยอดเยี่ยมมาก!  เมื่อคนอื่นมารับความชอบจากงานที่คุณทำ? เมื่อมีคนรับใช้ด้วยความทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัว? แล้วไง! ให้เราวางการเปรียบเทียบทั้งหมดลง เมื่อคนหนึ่งได้รับพระพร เราทุกคนก็ได้รับพรเช่นกัน เราเป็นครอบครัวเดียวกัน
ให้เราใช้คำอธิษฐานสองคำที่น่าทึ่งนี้ เพื่อชัยชนะเหนือการแข่งขันและความอิจฉาริษยา “แล้วไง!”
และให้การฟื้นฟูเริ่มได้เลย
ข้อมูลโดย https://www.reviveisrael.org/

19 ตุลาคม 2562

ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมา ทรงพระเจริญ( Blessed is He who Comes!)


ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมา ทรงพระเจริญ
( Blessed is He who Comes!) 

 โดย อาเชอร์ อินเทรเตอร์(Asher Intrater)

หนึ่งในคำอธิษฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเมสสิยาห์คือ
ברוך הבא בשם ה' , Baruch Haba b'shem Adonai บารุค ฮาบา บเชม อาโดนาย
ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงพระเจริญ
พบสองครั้งในพระกิตติคุณมัทธิว ครั้งแรกคือการโห่ร้องต้อนรับของฝูงชนในเวลาแห่ง "การเสด็จเข้ามาอย่างผู้พิชิต" สู่เยรูซาเล็ม ในระหว่างพระเยซูทรงหลังลาเข้ามาในเมือง ผู้คนได้วางผ้าของตนบนถนน โบกกิ่งปาล์ม และตะโกนว่า 
"โฮซันนา แก่ราชโอรสของดาวิด ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงพระเจริญ" (มัทธิว 21:9)
ครั้งที่สองพบสองสามวันต่อมา ในขณะที่พระเยซูกำลังสั่งสอนในเยรูซาเล็ม สอนเกี่ยวกับยุคสุดท้าย และต่อว่าผู้นำศาสนาในความหน้าซื่อใจคดของพวกเขา
“โอ เยรูซาเล็มๆ ที่ได้ฆ่าบรรดาผู้เผยพระวจนะ และเอาหินขว้างผู้ที่รับใช้มาหาเจ้าถึงตาย ...ดูเถิด นิเวศของเจ้าจะถูกทอดทิ้งและเริศร้าง ด้วยเราว่าแก่เจ้าทั้งหลายว่า 'ตั้งแต่นี้ต่อไปเจ้าจะไม่เห็นเราอีก กว่าเจ้าจะออกปากกล่าวว่า ขอให้ท่านผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ" (มัทธิว 23:37-39)
การเสด็จเข้ามาทั้งสองแบบมีเงื่อนไข (Conditional Dual Entry)
ดังนั้น เรามี "การเสด็จเข้ามาอย่างผู้พิชิต" หนึ่งครั้งในอดีต (มัทธิว 21) และหนึ่งครั้งในอนาคต (มัทธิว 23) ครั้งในอนาคตอ้างถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง ซึ่งจะคล้ายกับครั้งแรก แต่จะมีสง่าราศีและ "มีชัยชนะ" มากกว่า พระเยซูจะกลับมาบนหลังม้าสีขาวและจะได้รับการต้อนรับจากฝูงชนมากมาย ที่มารวมกันจากทุกชนชาติ
พระเยซูกล่าวว่า "เจ้าจะไม่เห็นเราอีก กว่าเจ้า..." สิ่งนี้อาจจะถูกมองเป็นได้ทั้งแง่ลบและแง่บวก เป็นการลงโทษและสัญญา ก่อนอื่นเลย เมืองจะถูกทำลาย จากนั้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต มันจะต้องถูกรื้อฟื้น
หลังจากที่เมืองถูกรื้อฟื้น จะมีเวลาที่ผู้คนในเยรูซาเล็ม จะต้อนรับพระองค์ด้วยเสียงโห่ร้องว่า "บารุค ฮาบา" พระองค์จะไม่เสด็จกลับมาจนกว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น พระองค์จะกลับมาเมื่อมันเกิดขึ้น สิ่งนี้เป็นทั้งคำพยากรณ์และ"สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน"

ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้ต้องเกิดขึ้นก่อน ด้วยเหตุผลเดียวกันว่าต้องมีการเสด็จกลับมาสองครั้งของ         พระเมสสิยาห์ ครั้งหนึ่งเพื่อทนทุกข์ในฐานะเครื่องบูชาลบมลทินบาป และอีกครั้งหนึ่งเพื่อปกครอง          และครอบครองในฐานะกษัตริย์
หลังจากพระเยซูถูกตรึง เมืองจะต้องถูกทำลาย ในเวลานั้น ข้อความแห่งความรอดเริ่มถูกแผ่ขยายออกไป ทั่วโลก ขณะนี้หลังจากหลายปี ทุกชนชาติมีโอกาสที่จะรับความรอด การชุมนุมกันในระดับนานาชาติได้เติบโตขึ้น ประกอบด้วยคริสเตียนแท้จากทุกกลุ่มชาติพันธุ์ 
เวลานี้คือเวลาสำหรับอิสราเอลที่จะถูกรื้อฟื้นเพื่อพร้อมที่จะต้อนรับพระเมสสิยาห์เยซูกลับมาอีกครั้ง เวลานี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่อิสราเอลจะต้อนรับพระองค์กลับมา แต่พวกที่เหลืออยู่ในกลุ่มคนจากทุกเผ่าและทุกลิ้นด้วย
พระเยซูทรงเป็นกษัตริย์ของชาวยิวและเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ พระองค์เป็นบุตรดาวิดและพระบุตรของ พระเจ้า พระองค์เป็นกษัตริย์ของอิสราเอลและเป็นศีรษะของคริสตจักร ดังนั้นการเข้าสู่ชัยชนะครั้งสุดท้ายจะมีทั้งในมิติของนานาชาติและมิติของอิสราเอล
ในทำนองเดียวกันพระสัญญาเกี่ยวกับการกลับมาของพระองค์จะต้องมี“สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”ทั้งในระดับนานาชาติและอิสราเอล “สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”ในส่วนของอิสราเอลเราได้อ่านแล้วในมัทธิว 23 และ“สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”ในส่วนของนานาชาติจะพบได้ในมัทธิว 24
มัทธิว 24:14 ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จะได้ประกาศไปทั่วโลก ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง
ดังนั้นมีสองแก่นเรื่องหลักเกี่ยวกับอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งเตรียมความพร้อมสำหรับการเสด็จมาครั้งที่สอง เรื่องแรกคือข่าวประเสริฐแก่ประชาชาติทั้งหลาย และเรื่องต่อมาคือการฟื้นฟูของอิสราเอล (ทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ)
แก่นเรื่องหลักทั้งสองเกี่ยวกับอาณาจักรนี้ สามารถพบได้ทั่วพระคัมภีร์เป็นร้อยๆตอน พระเยซูได้สรุปเพื่อให้ได้ใจความอย่างกระชับแบบง่ายๆในมัทธิว 24 และมัทธิว 23 เราสามารถพิจารณาได้ว่าเป็นสองสิ่งกว้างๆที่จะต้องเกิดขึ้นก่อนการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซู
เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมาพระองค์จะสถาปนาอาณาจักรพันปีบนแผ่นดินโลก เมืองหลวงคือเยรูซาเล็ม จะมีสันติสุข และความมั่งคั่งท่ามกลางประชาชาติ พญามารจะถูกจับมัดและถูกจองจำไว้หนึ่งพันปี (อิสยาห์บทที่ 2 และวิวรณ์บทที่ 20)
การต่อต้านของมาร(Evil Resistance)
ในขณะที่อาณาจักรของพระเยซูเป็นข่าวดีต่อมนุษย์ แต่เป็นข่าวร้ายของมาร ดังนั้นสอง “สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน” นี้จึงเป็นเป้าหมายของสงครามฝ่ายวิญญาณ กองกำลังของมารรู้ว่าพวกมันจะถูกทำลายจากการกลับมาของพระองค์ พวกมันจึงต้องการหยุดยั้งทั้งสอง “สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”นี้
ซาตานต่อสู้ 2 สิ่งนี้: พระกิตติคุณแห่งอาณาจักรต่อบรรดาประชาติ และการรื้อฟื้นของอาณาจักรของพระเจ้าสู่อิสราเอล พวกเราทุกคนในคริสตจักรนานาชาติและกลุ่มชาวยิวผู้เชื่อพระเยซูที่หลงเหลืออยู่      ในอิสราเอลล้วนรับใช้อย่างขยันขันแข็งเพื่อให้สอง “สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”นี้เป็นจริง เหตุนี้เองพวกเราจึงตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของมารด้วยเช่นเดียวกัน
 อาเชอร์ อินเทรเตอร์
การต้อนรับกษัตริย์(Welcoming The King)
วลีที่ว่า “บารุค ฮาบา” ถูกใช้ในวัฒนธรรมฮีบรูสำหรับ 3 วาระโอกาส 
อย่างแรกคือเพื่อพูดต้อนรับใครก็ตามที่เข้ามาในบ้าน 
อย่างที่ 2 คือเพื่อต้อนรับเจ้าบ่าวในพิธีแต่งงานเพื่อมารับเจ้าสาว และอย่างที่ 3 คืออย่างที่ปรากฏข้างต้นคือใช้ ต้อนรับกษัตริย์แห่งอิสราเอลมายังเมืองหลวงคือเยรูซาเล็มเพื่อมาดำรงตำแหน่งกษัตริย์
ดังนั้นให้เราทุกคนทั้งในอิสราเอลและประชาชาติพูดกับพระเยซูว่า “บารุค ฮาบา” และ “มารานาธา”
พระเยซู เราต้อนรับพระองค์กลับมาในแผ่นดินโลก
เราต้อนรับพระองค์กลับมารับเจ้าสาวที่บริสุทธิ์และมีสง่าราศี
เราต้อนรับพระองค์กลับมาปกครองในฐานะกษัตริย์ในอาณาจักรของพระองค์
ขอให้ท่านผู้เสด็จมา พระเยซู กษัตริย์ พระเมสสิยาห์ทรงพระเจริญ
ข้อมูลจาก https://tribe.reviveisrael.org/

28 กันยายน 2562

ย้อนกลับไปนับพระพรก่อนเข้าสู่ปี 5780

ก่อนที่เราจะเข้าสู่เทศกาล Rosh Hashanah ปี 5780 ในค่ำวันที่ 29 ก.ย.2019 นี้ 

ปี 5780 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นทศวรรษใหม่ เปลี่ยนจากช่วงปีของตัวอักษรเอยิน(Ayin - ע) ภาพของดวงตา คือ การเฝ้าดู(behold) สิ่งที่พระยาห์เวห์ทรงทำกิจต่างๆในชีวิตของเรา เข้าสู่ปีของตัวอักษรเพ (Pey-פ) ซึ่งเป็นภาพของปาก เป็นการอธิษฐานป่าวประกาศถ้อยคำของพระวจนะออกไปและเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ (New era)ในทศวรรษใหม่ของปี 5780 

ผมขอนำเพื่อนๆทุกท่านย้อนกลับไปนับพระพรถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำตั้งแต่ปี 5771-5779 ที่ผ่านมา 


ปฏิทินฮีบรูให้ความหมายของตัวอักษรภาพในภาษาฮีบรูในเชิงเผยพระวจนะดังเช่น

5700 = “ขอให้เป็นปีแห่ง...”   70 = อักษเอยิน(Ayin - ע)  ในช่วงทศวรรษ 70 ทศวรรษแห่งการมองเห็น  
อักษรเอยิน(Ayin - ע)  เป็นภาพของ”ดวงตา”  ในฤดูกาลเอยิน พระยาห์เวห์ต้องการเพิ่มความสามารถของเราในการเห็น!
พระองค์กำลังบอกว่า  ดูใหม่อีกครั้ง!   เราคิดว่าเราเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นแล้ว แต่ให้มองใหม่อีกครั้งและเราจะเห็นชัดเจนขึ้นอีก!  เราลองมองกลับไปนับพระพรในแต่ละปีกันอีกครั้งดังนี้


(สามารถ click เข้าไป อ่านบทความแต่ละปีตาม link ได้นะครับ)


ปี 5771 ปี Ayin Aleph  ปีแห่งฤดูกาลแห่งสิทธิอำนาจใหม่ ด้วยฤทธานุภาพ การยอมจำนนต่อจอมกษัตรา (A season of new authority,power,and submission to the King)





ปี 5772 ปี Ayin Beth ปีแห่งพันธสัญญา พระเจ้าทรงมองมาที่บ้านของพระองค์



 ปี 5773 ปี Ayin Gimel ปีแห่งมวลอฐ ปีแห่งพระพรความมั่งคั่ง ปีการรื้อฟื้นสู่การไถ่กลับมาทั้งหมด ปีที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างช่องว่างของอดีตไปสู่อนาคต (From recovery to wholeness : A year to bridge the gap between past and future)





ปี 5774 ปี Ayin Dalet ปีแห่งประตู "เชิญเข้ามาเถิด เพื่อจะเห็นการเปิดประตูสู่สายธารน้ำพุใหม่" (Enter In! Seeing the Open Door to New Springs!)



ปี 5775 ปีแห่งพายุหมุน อ้าแขนรับเสียงลมหมุนแห่งสวรรค์!  ( Embracing the Sound of the Whirlwind of Heaven!)



ปี 5776 Ayin Vav ปีของการสถาปนาอนาคตของเราโดยพระยาห์เวห์ ตัวอักษรวาร์ฟ(Vav)ให้ภาพหมุดเต็นท์ ที่เราต้องตอกย้ำเชื่อมโยงอนาคตของเรากับแผนการของพระเจ้า และเราต้องปกป้องประตูแห่งอนาคตของเรา ไม่ให้ศัตรูมาทำลาย ปีที่สวรรค์นำการแทรงแซงเข้ามาในโลก 
นอกจากนี้ยังเป็นปีแห่งเสียงแตรเขาสัตว์ (Jubilee) ปีแห่งการอิสรภาพและปลดปล่อย  พระเจ้าทรงนำความโปรดปรานมาสู่ชีวิตของเรา (เลวีนิติ 25:8-12)




สำหรับในปี 5778 ปีนี้เป็นปีแห่งตัวอักษรฮีบรูคือ เอยิน เฆ็ท(Ayin Chet) ตัวอักษรเฆ็ท ประตูที่เป็นช่องทางผ่านไปสู่หนทางข้างหน้า

ในปี 5774 เป็นปีแห่งประตูเช่นเดียวกัน แต่ตัวอักษรปีนั้นคือ ד Dalet  หมายถึงประตู(door) ที่เป็นประตูที่พักอาศัย เช่นเต็นท์หรือบ้าน
แต่ในปี 5778 เป็นภาพของประตูที่เป็นช่องทาง (Doorway) ตัวอักษรเฆ็ท เป็นตัวอักษรผสมกันระหว่างตัวอักษรที่ 6 คือ ו Vav
ภาพของมนุษย์ และอักษรตัวที่ 7 คือ อักษร ז Zayin คือ ดาบ ดังนั้นปี 5778 จึงเป็นภาพของคนทีถือดาบกำลังเดินเข้าสู่ประตู เป็นการต่อสู่เพื่อไปสู่ประตูแห่งอนาคตซึ่งเป็นหนทางสู่เป้าประสงค์(destiny)ของพระยาห์เวห์ในชีวิต




ปี 5779 (Ayin Teth) ตัวอักษรประจำปีนี้คือตัวอักษร Teth -ט
เป็นภาพของวงจร(wheel) ครรภ์(womb) หมายถึงวรจรเวลาใหม่กำลังเคลื่อนมาถึงแล้ว และสิ่งใหม่ๆกำลังคลอดออกมา ดั่วทารกที่ถูกฟูมฟักอยู่ในครรภ์ถึง 9 เดือน เป็นเวลาแห่งการยินดีที่จะฉลองในปีแห่งผลองุ่นที่สดใหม่



ปี 5779 จะเป็นปีแห่งก้าวใหม่ที่ไปไกลขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่เป็นความใฝ่ฝัน นิมิตการสำแดงที่รอคอยจะเกิดขึ้นเป็นจริง(Our visions come forth) ตามถ้อยคำการเผยพระวจนะ


Rosh Hashanah ปีนี้จะเริ่มเย็นวันที่ 29 กันยายน. 2019 เป็นการเข้าสู่ปี 5780 ปีแห่งทศวรรษใหม่ ปีแห่งตัวอักษรฮีบรู คือ Pe פ

เราจะได้รับฟังจากอ.นิมิต และร่วมฉลอง Rosh Hashanah 5780 ในวันอาทิตย์ที่ 6 ต.ค.2019 โปรดติดตามอ่านได้เร็วๆนี้ครับ
 

01 กันยายน 2562

ห้าประการใหญ่ๆ ของคำว่า ทั้งหมด “ALL” (Five Big “All’s”)

 ห้าประการใหญ่ๆ ของคำว่า – ทั้งหมด “ALL” (Five Big “All’s”)

 โดย อาเชอร์ อินเทรเตอร์( Asher Intrater)

ในขณะที่เราเข้าสู่ยุคสุดท้ายและเข้าใกล้การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูมากขึ้น มีหลายกระแสหลักที่กำลังมุ่งหน้าไปยังการบรรลุเป้าหมายของมันเอง แน่นอนว่าพวกเราในอิสราเอลกำลังมองไปยังการฟื้นฟูใหญ่ตามพระสัญญาที่มีให้กับคนของเรา

โรม 11:26 และเมื่อเป็นดังนั้น พวกอิสราเอลทั้งปวง (ALL Israel) ก็จะได้รับความรอด

ในการอธิษฐานสำหรับเหตุการณ์ที่ได้รับพระพรนี้ ผมตระหนักว่าการฟื้นฟูเช่นนี้ในอิสราเอลจะเชื่อมโยงกับการเทลงมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างไม่ต้องสงสัย การฟื้นฟูในอิสราเอลและการเทลงมาทั่วโลกเป็นส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

กิจการ 2:17 พระเจ้าตรัสว่าในวาระสุดท้าย เราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเราโปรดประทานแก่มนุษย์ ทั้งปวง (ALL Flesh)

การฟื้นฟูในอิสราเอลและการเทลงมาของพระวิญญาณเป็นสัญลักษณ์แห่งวาระสุดท้ายของพระมหาบัญชา ที่มาถึงจุดสำเร็จเสร็จสิ้นในเวลาเดียวกัน

มาระโก 16:15 (มัทธิว 28:19) เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก (ALL the world) ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน

ในขณะที่สามเหตุการณ์เหล่านี้มาถึงความไพบูลย์ คริสตจักรนานาชาติ (ecclesia) ก็จะมาถึงซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มขนาดด้วยเช่นกัน

ยอห์น 17:21 เพื่อเขาทั้งหลาย (they ALL) จะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

คำอธิษฐานของพระเยซูเป็นมากกว่าแค่เพียงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่เพื่อความไพบูลย์ของความรัก พระสิริ และความบริสุทธิ์ภายในคนของพระเจ้า การฟื้นฟูในอิสราเอล การเทลงมาทั่วโลก และการเสร็จสิ้นของพระมหาบัญชาเกิดขึ้นด้วยกันกับพระกายของพระเมสสิยาห์มาถึงซึ่งความไพบูลย์

เมื่อการพัฒนาที่งดงามเหล่านี้มาถึงความไพบูลย์ ซาตานและโลกจะต่อต้านพวกเขาด้วย "ความไพบูลย์" ทั้งหมดของพวกเขาเช่นกัน ประชาชาติจะถูกรวมเป็นหนึ่งเดียวในการโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เพื่อที่จะขัดขวางการกลับมาของพระเยซู

เศคาริยาห์ 14:2 เพราะเราจะรวบรวมประชาชาติทั้งสิ้น (ALL the nations) ให้ทำศึกกับเยรูซาเล็ม

แผนการของพระเจ้าคือ "ทั้งหมด" (ALL) รวมถึงทุกสิ่งในสวรรค์และแผ่นดินโลก (เอเฟซัส 1:10) และพระสัญญาของพระองค์จะเป็นจริง (II โครินธ์ 1:20) เหตุการณ์ทั้งหมดของยุคสุดท้ายนั้นเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน

ข้อมูลโดย :
https://tribe.reviveisrael.org/five-big-alls/

(Five Big “All’s ) by Asher Intrater

As we enter more into the End Times and closer to the second coming of Yeshua, there are several major trends which are moving toward their fulfillment. Of course, we in Israel are looking toward the great promised revival of our people.

Romans 11:26
And so ALL Israel will be saved.
In praying for this blessed event, I realized that such a revival in Israel would undoubtedly be connected with a wider outpouring of the Holy Spirit. The revival in Israel and the worldwide outpouring are part of one and the same occurrence.

Acts 2:17
It will come to pass in the end days, that I will pour out My spirit on ALL flesh.
The revival in Israel and the worldwide outpouring represent the last stage of the great commission. The gospel commission likewise comes to its completion at the same time.

Mark 16:15 (Matthew 28:19)
Go into ALL the world and preach the gospel to every creature.
As these three events come to their fullness, so will the international Church (ecclesia) come into its full unity.

John 17:21
May they ALL be one.
Yeshua’s prayer is more than for just unity, but for the fullness of love, glory and holiness within the people of God. The revival in Israel, the worldwide outpouring, and the completion of the great commission take place together with the Body of Messiah coming into its fullness.

As these wonderful developments come to their fullness, so will Satan and the world react against them with all of their “fullness.” The nations will be united in a massive attack on Israel in order to try to prevent, as it were, the coming of Yeshua.

Zechariah 14:2
I will gather ALL the nations to Jerusalem for war.
The plan of God is “all” inclusive, of everything in heaven and earth (Ephesians 1:10); and all His promises will come to pass (II Corinthians 1:20). All these events of the End Times are connected one with another.

14 พฤศจิกายน 2561

พื้นฐานภาษาฮีบรู (อ่านแปปเดียวจบ)

ภาษาฮีบรูเป็นภาษาดั้งเดิมของพระคัมภีร์ และด้วยเหตุที่ภาษาฮีบรูมีพยัญชนะอยู่ 22 ตัว ก็มีบางท่านเสนอว่า ภาษาฮีบรูเป็นภาษาที่ง่ายต่อการเรียนรู้ ยิ่งถ้าเทียบกับภาษาไทยแล้ว ภาษาฮีบรูก็อาจจะเรียนรู้ง่ายกว่าภาษาไทยมาก นอกจากนี้ภาษาฮีบรูแบบดั้งเดิมก็ไม่มีสระด้วย (ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่)
ภาษาฮีบรูไม่มีสระ
        ภาษาฮีบรูแบบดั้งเดิมจะเขียนเป็นพยัญชนะติดกันโดยไม่มีสระ ทั้งนี้วิธีการออกเสียงของคำแต่ละคำในภาษาฮีบรูจะขึ้นอยู่กับว่าคนรุ่นก่อนๆออกเสียงกันยังไง เช่นคำว่า Shalom ถ้าดูจากภาษาฮีบรูดั้งเดิมจะเขียนเป็น Sh-l-m (ไม่มีสระ) แต่เนื่องด้วยคนรุ่นก่อนออกเสียง Sh-l-m เป็น Shalom ด้วยเหตุนี้ Sh-l-m จึงออกเสียงว่า Shalom
ภาษาฮีบรูมีการแยกแยะเพศ
       คำศัพท์แต่ละคำในภาษาไทยจะไม่มีการแยกเพศ ทว่า ในแผ่นดินโลกนี้ก็มีบางภาษาที่มีการแยกแยะเพศ (เช่น ภาษาฝรั่งเศส) ในภาษาฝรั่งเศส ศัพท์บางคำจะเป็นเพศชาย แต่ศัพท์บางคำก็เป็นเพศหญิง ภาษาฮีบรูก็เป็นภาษาหนึ่งที่มีการแยกแยะเพศในแต่ละคำ
การผันรูปเป็นพหูพจน์
ในภาษาอังกฤษ การผันรูปเป็นพหูพจน์จะทำง่ายๆโดยการเติม s เข้าไป ส่วนภาษาฮีบรูการผันรูปเป็นพหูพจน์จะทำโดยการเติมเสียง –im (อิม) หรือ –oth (โอ้ด) เข้าไป เช่นคำว่า Mitvah ที่แปลว่า “พระบัญญัติ” หากต้องการจะผันคำนี้เป็นรูปพหูพจน์ก็จะผันเป็น Mitvoth ที่แปลว่า “พระบัญญัติหลายๆข้อ”
ภาษาฮีบรูเป็นภาษาภาพ
       พยัญชนะฮีบรูแต่ละพยัญชนะจะเป็นภาพสะท้อนของสิ่งต่างๆ เช่น พยัญชนะ Alef ให้ภาพของ “เขาสัตว์” อันเป็นสัญลักษณ์ของพละกำลัง ส่วนพยัญชนะ Beth จะให้ภาพของ “บ้าน” เมื่อนำอักษร Alef กับ Beth มารวมกันก็จะได้คำว่า Av ที่แปลว่า “คุณพ่อ” ซึ่งถ้าดูจากตัวอักษรแล้ว คำว่า “คุณพ่อ” หมายถึงผู้มีพละกำลังในบ้าน ในภาษาฮีบรูนี้ศัพท์หลายคำจะมีความหมายตามภาพของพยัญชนะที่มาประกอบกัน
คำศัพท์ฮีบรูเบื้องต้น
Elohim แปลว่า “พระเจ้า”
ศัพท์คำนี้ตามความหมายจะสื่อถึง “ผู้ที่มีสภาพเทวะหรือผู้ที่มีสภาพเหนือมนุษย์” นอกจากนี้ศัพท์คำนี้ยังเป็นรูปพหูพจน์อีกด้วย (รูปพหูพจน์ในภาษาฮีบรูจะลงท้ายด้วย –im (อิม) หรือ –oth (โอท) )
ในประเด็นนี้ บางท่านจึงเสนอว่า คำศัพท์ “พระเจ้า” ในภาษาฮีบรูมีนัยยะที่สะท้อนถึง ตรีเอกานุภาพ
Adonai แปลว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า” หรือ “เจ้านาย”
ศัพท์คำนี้หมายถึง “เจ้านาย” ซึ่งในภาษาฮีบรูแล้วศัพท์คำนี้จะใช้กับมนุษย์หรือใช้กับพระเจ้าก็ได้ ในกรณีที่เราเป็นลูกน้องของมนุษย์ มนุษย์ที่เป็นนายของเรา เราก็สามารถเรียกเป็น “Adonai” ได้ ทั้งนี้พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่มักจะเขียนให้พระเยซูมีฐานะเป็น Adonai(เจ้านาย) ของผู้เชื่อ และเขียนให้พระเจ้ามีฐานะเป็น Av(คุณพ่อ) ของผู้เชื่อ
YHWH เป็นพระนามของพระเจ้า ซึ่งมีการถกเถียงกันอยู่ว่าต้องออกเสียงอย่างไร
ภาษาฮีบรูแบบดั้งเดิมเป็นภาษาที่ไม่มีสระ และพระนามของพระเจ้าก็ประกอบไปด้วย พยัญชนะ 4 ตัวเขียนติดกันคือ พยัญชนะ Yod + Hey + Vav + Hey เนื่องด้วยการไม่มีสระ จึงไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าคำนี้ต้องออกเสียงอย่างไร สำหรับคนฮีบรูรุ่นก่อน ก็ไม่ได้ออกเสียงคำนี้ตรงๆ แต่จะออกเสียงเป็น Adonai แทน เพราะคนยิวมีความยำเกรงต่อคำนี้มาก จึงไม่กล้าออกเสียง YHWH เลย กระนั้นบางคนก็เสนอว่า คำนี้ควรออกเสียงเป็น “เยโฮวาห์” แต่นักวิชาการบางคนกลับเห็นว่า ออกเสียง “ยาห์เวห์” อาจจะถูกต้องกว่า อนึ่ง แม้ว่าหลายครั้งคนยิวจะออกเสียง YHWH เป็น Adonai แต่บางทีคนยิวก็ออกเสียง YHWH เป็น Yah (ยาห์) โดยที่ไม่เติม Weh (เวห์)
Shalom แปลว่า “สันติสุข” หรือ “ครบบริบูรณ์”
ศัพท์คำนี้ในภาษาฮีบรูให้ภาพของความครบบริบูรณ์ที่ไม่มีรูรั่ว รากของศัพท์คำนี้สื่อถึงการชดเชยหรือการซ่อมแซม ด้วยเหตุนี้คำว่า Shalom จึงหมายถึงความครบบริบูรณ์ที่มีพื้นฐานมาจากการชดเชยหรือการซ่อมแซม ความครบบริบูรณ์นี้จะใช้กับความสัมพันธ์ของมนุษย์หรือใช้กับความกินดีอยู่ดีก็ได้ นอกจากนี้คำว่า Shalom ยังเป็นคำศัพท์ที่คนยิวใช้ทักทายกันด้วย ในการทักทายนี้จึงเป็นการอวยพรที่ว่า ขอให้รูรั่วต่างๆในชีวิตได้รับการซ่อมแซมจนครบบริบูรณ์

ชาโลม
Philip Kavilar

09 มิถุนายน 2561

หัวใจพระบิดา : "บุตรน้อยหลงหายกับบุตรชายหลงผิด"

จากคำอุปมาของพระเยซูคริสต์ เรื่อง "บุตรน้อยหลงหาย" ( The Parable of the Prodigal Son) ในพระธรรมลูกา บทที่ 15:11-32
อุปมาดังกล่าวสะท้อนภาพทำให้เราเข้าใจในเรื่องหัวใจพระบิดา  เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ให้อภัยบุตรน้อยที่หลงหายไปด้วยการผลาญสมบัติ  เมื่อตกอับแล้วกลับใจและกลับมาหาพ่ออีกครั้ง แต่ไม่ขอเป็นลูกของพ่ออีก แต่ขอเป็นลูกจ้างของพ่อ แต่ความรักของพ่อที่แสดงออกคือ การให้อภัย ไม่จดจำความผิด และพ่อให้ทุกสิ่งกลับคืนมาอีกครั้ง  ไม่ว่าจะเป็นฐานะของความเป็นลูก(Sonship) และรวมถึงสิทธิ์ต่างๆในการครอบครอง โดยสิ่งที่พ่อมอบให้คือแหวนตรา เสื้อคลุมและการสวมรองเท้าเป็นสัญลักษณ์
อุปมานี้เป็นตัวอย่าง คลาสิคของการแบ่งปันเรื่องหัวใจพระบิดา ซึ่งผมเชื่อว่าเราทั้งหลายคงจะคุ้นเคยดี

บทความครั้งนี้ผมขอแบ่งปันในอีกแง่มุมหนึ่งที่ต่างออกไปของอุปมาเรื่อง "บุตรน้อยหลงหาย" ( The Parable of the Prodigal Son)  ผมขอตั้งชื่อเรื่องใหม่ว่า  "หัวใจพระบิดา : "บุตรน้อยหลงหาย กับบุตรชายหลงผิด" 

สำหรับลูกคนเล็กของพ่อ ผมขอเรียกว่า "บุตรน้อยฟุ่มเฟือย" (Prodigal Son) เพราะความรักของพ่อที่มีต่อลูกคนเล็กทำให้เขาใช้ทรัพย์ได้อย่างฟุ่มเฟือย   ลูกคนเล็กขอแบ่งสมบัติทั้งที่เป็นเรื่องไม่สมควรทำ เพราะตามธรรมเนียมคนยิว สมบัติของพ่อ ลูกจะได้รับเป็นมรดกเมื่อพ่อตาย แต่ลูกมาขอแบ่ง เหมือนการแช่งผู้เป็นพ่อ  พ่อจึงแบ่งให้ทั้ง 2 คนทั้งลูกคนโตและคนเล็ก

บุตร​คน​เล็ก​พูด​กับ​บิดา​ว่า ‘พ่อ ขอ​แบ่ง​ทรัพย์​สิน​ส่วน​ที่​ตก​เป็น​ของ​ลูก​ให้​ลูก​ด้วย’ บิดา​จึง​แบ่ง​สม​บัติ​ให้​แก่​บุตร​ทั้ง​สอง  ต่อ​มา​ไม่​กี่​วัน บุตร​คน​เล็ก​นั้น​ก็​รวบ​รวม​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​แล้ว​เดิน​ทาง​ไป​ยัง​เมือง​ไกล และ​ผลาญ​ทรัพย์​สิน​ของ​ตน​ที่​นั่น​ด้วย​การ​ใช้​ชีวิต​แบบ​ฟุ่ม​เฟือย (ลูกา 15:12-13) 

บุตรน้อยคนนี้หลงหายไปจากความรักของพ่อ หลงหายจากความเป็นลูก ทำตัวเป็น "ลูกกำพร้า" เพราะในความคิดของเขา หวังเพียงส่วนแบ่งสมบัติ ละทิ้งความรักของบิดา ผลาญสมบัติจนสิ้น สุดท้ายก็ตกอับ  แม้ว่าจะกลับตัวกลับใจได้ อยากจะกลับมาหาพ่อ ไม่กล้าที่จะกลับมาเป็นลูก ขอเป็น "ลูกจ้าง"

เมื่อ​ใช้​จ่าย​จน​หมด​สิ้น​ทุก​อย่าง​แล้ว ก็​เกิด​กัน​ดาร​อาหาร​อย่าง​รุน​แรง​ทั่ว​เมือง​นั้น เขา​จึง​เริ่ม​ขาด​แคลน  เขา​ไป​อา​ศัย​อยู่​กับ​ชาว​เมือง​นั้น​คน​หนึ่ง และ​คน​นั้น​ก็​ใช้​เขา​ไป​เลี้ยง​หมู​ที่​ทุ่ง​นา  เขา​อยาก​จะ​อิ่ม​ท้อง​ด้วย​ฝัก​ถั่ว​ที่​หมู​กิน​นั้น แต่​ไม่​มี​ใคร​ให้​อะไร​เขา​เลย
เมื่อ​เขา​สำ​นึก​ตัว​ได้ จึง​พูด​ว่า ‘ลูก​จ้าง​ของ​พ่อ​ไม่​ว่า​จะ​มี​มาก​สัก​แค่​ไหน​ก็​ยัง​มี​อาหาร​เหลือ​เฟือ แต่​ข้า​กลับ​ต้อง​มา​อด​ตาย​ที่นี่ ข้า​น่า​จะ​ลุก​ขึ้น​ไป​หา​พ่อ และ​พูด​กับ​ท่าน​ว่า “พ่อ ลูก​ผิด​ต่อ​สวรรค์​และ​ผิด​ต่อ​ท่าน​ด้วย  ไม่​สม​ควร​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​อีก​ต่อ​ไป ขอ​โปรด​ให้​ลูก​อยู่​ใน​ฐานะ​ของ​ลูก​จ้าง​คน​หนึ่ง​ของ​ท่าน​เถิด” (ลูกา 15:14-19) 

ทั้งนี้เพราะบุตรน้อยหลงหาย หลงไปในทางบาป  ไม่เชื่อในความรักของพ่อ  ถูกความโลภบังตา มองไม่เห็นความรักของพ่อ ตัดขาดความรักของพ่อและชีวิตกลับตกต่ำเป็นทุกข์    

เมื่อเราห่างจากความรักของพระเจ้า เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เราก็จะกลายเป็นลูกที่มีหัวใจของลูกกำพร้า(orphan heart)  พึ่งพาตนเองโดยวางใจในทรัพย์สมบัติเงินทอง มากกว่าพักพิงในความรักของพ่อ แต่แม้ว่าเราจะทำผิด ผู้เป็นพ่อก็พร้อมที่จะให้อภัย และพร้อมช่วยเหลือเสมอ 

แล้ว​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ไป​หา​บิดา แต่​เมื่อ​เขา​ยัง​อยู่​แต่​ไกล บิดา​ก็​เห็น​เขา​และ​มี​ใจ​สงสาร จึง​วิ่ง​ออก​ไป​กอด​คอ​และ​จูบ​แก้ม​ของ​เขา  บุตร​คน​นั้น​จึง​กล่าว​กับ​บิดา​ว่า ‘พ่อ ลูก​ผิด​ต่อ​สวรรค์​และ​ผิด​ต่อ​ท่าน​ด้วย ไม่​สม​ควร​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​อีก​ต่อ​ไป’ แต่​บิดา​สั่ง​พวก​บ่าว​ของ​ตน​ว่า ‘จง​รีบ​ไป​เอา​เสื้อ​ที่​ดี​ที่​สุด​ออก​มา​สวม​ให้​เขา เอา​แหวน​มา​สวม​ที่​นิ้ว​มือ และ​เอา​รอง​เท้า​มา​สวม​ให้​ด้วย และ​จง​ไป​เอา​ลูก​วัว​ตัว​ที่​อ้วน​พี​มา​ฆ่า​เลี้ยง​กัน​เพื่อ​ความ​รื่น​เริง
เพราะ​ว่า​ลูก​ของ​เรา​คน​นี้​ตาย​แล้ว​แต่​กลับ​เป็น​ขึ้น​อีก หาย​ไป​แล้ว​แต่​ได้​พบ​กัน​อีก’ พวก​เขา​ต่าง​ก็​มี​ความ​รื่น​เริง (ลูกา 15:20-24) 

สำหรับลูกคนโตของพ่อ ผมเรียกว่า "บุตรชายหลงผิด"  คำว่า  "หลงผิด" ในที่นี้ หมายถึง การสำคัญตัวเองผิด คิดว่าตนเองทำดีพร้อมสมควรที่จะได้รับ  จึงไม่มีคำว่า "พระคุณ" ให้สำหรับคนที่ทำผิด 
เขาทักท้วงในสิทธิที่เขาควรจะได้รับเพราะการกระทำและน้องชายที่ทำผิดไม่สมควรได้รับการอภัย 

แต่เขาบอกบิดาว่า `ดูเถิด ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติท่านกี่ปีมาแล้ว และมิได้ละเมิดคำบัญชาของท่านสักข้อหนึ่งเลย แม้แต่เพียงลูกแพะสักตัวหนึ่งท่านก็ยังไม่เคยให้ข้าพเจ้า เพื่อจะเลี้ยงกันเป็นที่รื่นเริงยินดีกับเพื่อนฝูงของข้าพเจ้า ต่เมื่อลูกคนนี้ของท่าน ผู้ได้ผลาญสิ่งเลี้ยงชีพของท่านโดยคบหญิงโสเภณีมาแล้ว ท่านยังได้ฆ่าลูกวัวอ้วนพีเลี้ยงเขา’ 
บิดาจึงตอบเขาว่า `ลูกเอ๋ย เจ้าอยู่กับเราเสมอ และสิ่งของทั้งหมดของเราก็เป็นของเจ้า แต่สมควรที่เราจะรื่นเริงและยินดี เพราะน้องของเจ้าคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นขึ้นอีก หายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก'”(ลูกา 15:29-32) 

บุตรชายคนโต เปรียบได้กับผู้ที่นับถือศาสนา  ถือรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าแต่ภายนอกแต่จิตใจภายในยังห่างไกลจากหัวใจของความเป็นพ่อ ที่พร้อมจะให้อภัยโดยไม่มีเงื่อนไข ตามแผนการไถ่ของพระบิดาที่ทรงให้พระเยซูคริสต์มาตายบนไม้กาเขนเพื่อไถ่บาป   
ดังนั้น ใครถามเราว่า พระเยซูคริสต์ มาทำอะไรบนโลกนี้ บอกได้เลยว่า "มาเที่ยว" แต่เป็น "มาเที่ยวตามหาผู้หลงหายไปนั้นให้รอด"
ลูกา  19:10 เพราะ​ว่า​บุตร​มนุษย์​ได้มา​เพื่อ​จะ​เที่ยว​หา​และ​ช่วย​ผู้​ที่​หลง​หายไป​นั้น​ให้​รอด”
คำอุปมาของพระเยซูในเรื่องบุตรน้อยหลงหายนี้ ให้ภาพเงา(type)เล็งถึง แผนการของพระบิดาที่นำบุตรน้อยหลงหหายกลับบ้านและนำบุตรชายที่หลงผิดกลับคืนดีกับบุตรน้อย
ภาพสัญลักษณ์ในอุปมานี้บอกถึงความหมาย ดังนี้
การฆ่าวัวอ้วนพลี เล็งถึง พระเยซูได้ตายอภัยความผิดของเขาแล้ว
แหวนที่พ่อสวมให้  เล็งถึง พันธสัญญาว่าพระเจ้าจะไม่จดจำความผิดบาปของเขาอีกต่อไป
เสื้อคลุม  เล็งถึง  เสื้อความชอบธรรมเป็นเสื้อคลุมแห่งการไถ่ที่ใส่เพื่อปกปิดความบาปที่เขากระทำ ดั่งเช่นพระเจ้าทรงให้เสื้อขนสัตว์ปกปิดกายของอาดัมและเอวาแทนใบมะเดื่อ
รองเท้า  เล็งถึง การได้รับสถานะเป็นบุตรของพระเจ้า เพราะทาสจะไม่มีรองเท้า
 ดังนั้นเราจึงไม่ใช่ทาสแต่เราเป็นลูกของพระเจ้า เราไม่ต้องทำตัวเป็น "ลูกจ้างชั่วคราว" เพราะเราเป็น"ลูกของพระเจ้าชั่วนิรันดร์"
คำอุปมาเรื่องนี้ ยังเป็นภาพเงาที่เล็งถึงแผนการกลับมาคืนดีระหว่างคนยิวและคนต่างชาติเป็นคนใหม่คนเดียวกัน(One New Man) ผ่านทางพระเยซูคริสต์

เอเฟซัส 2:15   “...เพื่อ​จะ​กระทำ​ให้​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​เป็น​คน​ใหม่​คน​เดียว​ใน​พระ​องค์ เช่นนั้น​แหละ จึง​ทรง​กระทำ​ให้​เกิด​สันติ​สุข​”
บุตรน้อยหลงหาย คือ คนต่างชาติทีหลงหายไปและพระเยซูคริสต์ทรงนำกลับมา เพื่อรับพระคุณโดยการให้อภัยด้วยความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระบิดา 
บุตรน้อยหลงหาย  คือ เอฟราอิม (Ephraim) เผ่าหนึ่งของอิสราเอล ที่เล็งถึง คนต่างชาติ  
บุครชายคนโต หรือ บุตรชายหลงผิด  หมายถึง ยูดาห์(Judah) หรือคนยิว(Jew) คือ คนยิวที่เคร่งครัดตามกฏบัญญัติ ถือรักษาโทราห์(Torah) ตัวอยู่ใกล้แต่หัวใจอยู่ห่างจากพระบิดาจึงหลงผิดสำคัญตัวเองผิด คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่น ไม่ให้อภัยในความผิดของผู้อื่นและดูหมิ่นคนต่างชาติ

ภาพของคนยิวและคนต่างชาติ เป็นคนใหม่คนเดียวกัน(One New Man)ในพันธสัญญาเดิม คือกิ่งไม้ของโยเซฟ 
 เอเสเคียล 37:12-19
12 เพราะ​ฉะนั้น จง​เผย​พระ​วจนะ​และ​กล่าว​แก่​เขา​ว่า ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​ว่า “ดู​เถิด โอ ประชากร​ของ​เรา​เอ๋ย เรา​จะ​เปิด​หลุม​ฝัง​ศพ​ของ​เจ้า และ​ยก​เจ้า​ออกมา​จาก​หลุม​ฝัง​ศพ​ของ​เจ้า และ​จะ​นำ​เจ้า​กลับมา​ยัง​แผ่นดิน​อิสราเอล​..

16 “เจ้า บุตร​แห่ง​มนุษย์​เอ๋ย จง​เอา​ไม้​มา​อัน​หนึ่ง​เขียน​ลง​ว่า ‘สำหรับ​ยูดาห์ และ​สำหรับ​ชน​อิสราเอล​ที่​สังคม​กับ​ยูดาห์’ จง​เอา​ไม้​มา​อีก​อัน​หนึ่ง​เขียน​ลง​ว่า ‘สำหรับ​โยเซฟ (​ไม้​ของ​เอฟราอิม​) และ​พงศ์​พันธุ์​อิสราเอล​ที่​สังคม​กับ​โยเซฟ’
17 เอา​ไม้​ทั้ง​สอง​มา​รวมกัน​เข้า​เป็น​อัน​เดียว เพื่อ​เป็น​ไม้​อัน​เดียว​ใน​มือ​ของ​เจ้า​
19 จง​กล่าว​แก่​เขา​ว่า ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​ว่า ดู​เถิด เรา​กำลัง​จะ​เอา​ไม้​ของ​โยเซฟ (​ซึ่ง​อยู่​ใน​มือ​ของ​เอฟราอิม​) และ​เผ่า​อิสราเอล​ที่​สังคม​กับ​เขา​และ​เรา​จะ​เอา​ไม้​ของ​ยูดาห์​มา​รวมเข้า​ด้วย และ​กระทำ​ให้​เป็น​ไม้​อัน​เดียว​กัน​เพื่อให้​เป็น​ไม้​อัน​เดียว​ใน​มือ​ของ​เรา​
ประเทศอิสราเอลมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกี่ยวกับการสูญเสียและการปฏิเสธ แต่เมื่อมีการเชื่อมต่อการเป็นคนใหม่คนเดียวกันระหว่างยิวกับคนต่างชาติ   พวกเขาจะสามารถลืมอดีตที่ผ่านมาและเกิดผลทวีคูณได้โดยพงษ์พันธ์ุของโยเซฟ  ในพันธสัญญาใหม่  ·พระเยซูคริสต์เป็นผู้เชื่อมกลางระหว่างยิวกับคนต่างชาติ ทำให้เป็นคนใหม่คนเดียวกัน 
คนยิวและคนต่างชาติเป็นคนในครอบครัวเดียวกันเป็นผู้รับมรดกร่วมกันในฐานะของความเป็นพี่น้องกัน

เอเฟซัส 2:15-18 ...การ​เป็น​ปฏิปักษ์​กัน โดย​ใน​เนื้อ​หนัง​ของ​พระ​องค์ ได้​ทรง​ให้ธรรม​บัญญัติ​อัน​ประกอบด้วย​บทบัญญัติ​และ​กฎหมาย​ต่างๆ นั้น​เป็น​โมฆะ เพื่อ​จะ​กระทำ​ให้​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​เป็น​คน​ใหม่​คน​เดียว​ใน​พระ​องค์ เช่นนั้น​แหละ จึง​ทรง​กระทำ​ให้​เกิด​สันติ​สุข​
และ​เพื่อ​จะ​ทรง​กระทำ​ให้​ทั้ง​สอง​พวก​คืน​ดี​กับ​พระ​เจ้า เป็น​กาย​เดียว​โดย​กางเขน ซึ่ง​เป็น​การ​ทำ​ให้​การ​เป็น​ปฏิปักษ์​ต่อ​กัน​หมด​สิ้น​ไป​ และ​พระ​องค์​ได้​เสด็จ​มา​ประกาศ​สันติ​สุข​แก่​ท่าน​ที่​อยู่​ไกล และ​ประกาศ​สันติ​สุข​แก่​คน​ที่​อยู่​ใกล้ เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ทำ​ให้​เรา​ทั้ง​สอง​พวก​มี​โอกาส​เข้า​เฝ้า​พระ​บิดา​โดย​พระ​วิญญาณ​องค์​เดียว​กัน​ 
เหตุ​ฉะนั้น​ท่าน​จึง​ไม่ใช่​คน​ต่างด้าว​ต่าง​แดน​อีก​ต่อไป แต่​ว่า​เป็น​พล​เมือง​เดียว​กัน​กับ​ธรรมิก​ชน และ​เป็น​ครอบครัว​ของ​พระ​เจ้า​

ในภาษากฏหมาย(legal) แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่แค่ความเท่าเทียมกันแต่เป็นสิทธิพิเศษที่ได้รับผลประโยชน์ร่วม ดังเช่น หุ้นส่วนทางธุรกิจร่วมกันหรือสมาชิกครอบครัวที่ได้รับมรดกร่วมกัน เป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาทั่วไปแต่เป็นการรับมรดกร่วมกัน( joint heirs) เหมือนดังตัวอย่างคำอุปมาเรื่องบุตรน้อยหลงหาย  คนยิวกับคนต่างชาติมีพ่อคนเดียวกัน 

ดังนั้นสิ่งที่เป็นความหวังและความสำเร็จ เราสามารถคาดหวังที่จะได้รับร่วมกันจากพระบิดา  
ในพระเมสสิยาห์  ชาวยิวจะไม่ได้รับมรดกที่ดีที่สุดจากพระบิดาจนกว่าประเทศต่างๆจะได้รับมรดกของพวกเขาและในทางกลับกัน คนต่างชาติจะไม่ได้รับมรดกหากคนยิวยังไม่ได้รับ!

เราจะเห็นได้จากตัวอย่างคำอุปมานี้ บุตรชายคนโต(คนยิว) อิจฉาเมื่อบุตรน้อยหลงหาย(คนต่างชาติ)กลับมาหาพ่อ ในพระธรรมโรม บทที่ 9-11 ภาพของ One New Man โดยให้ภาพของกิ่งมะกอกป่า(คนต่างชาติ)ที่เชื่อมต่อติดกับต้นมะกอกแท้(คนยิว)  และในบทที่ 10 ข่าวประเสริฐเรื่องพระคริสต์จะไปทั่วโลก บุตรน้อยที่หลงหาย(คนต่างชาติ)จะกลับใจและกลับมาหาพ่อ และบุตรชายคนโต(คนยิว) จะอิจฉา และจะถึงเวลาที่บุตรชายหลงผิดจะกลับใจสำนึกในความรักของพระบิดา

โรม 10:18-21 ... “เสียง​ของ​พวก​เขา​กระ​จาย​ออก​ไป​ทั่ว​แผ่น​ดิน​โลก และ​ถ้อย​คำ​ของ​เขา​ประ​กาศ​ออก​ไป​ถึง​สุด​ปลาย​พิ​ภพ” 
...“อิส​รา​เอล​ไม่​เข้า​ใจ​หรือ?” โม​เสส​กล่าว​ก่อน​ว่า “เรา​จะ​ให้  เจ้า​ทั้ง​หลายอิจฉา​ผู้​ที่​ไม่​ใช่​ชนชาติ  เรา​จะ​ยั่ว​โทสะ เจ้าด้วย​ชน​ชาติ​ที่​โง่​เขลา​ชาติ​หนึ่ง” 
แล้ว​อิส​ยาห์​กล้า​กล่าว​ว่า “พวก​ที่​ไม่​ได้​แสวง​หา​ได้​พบ​เรา เรา​ได้​ปรา​กฏ​แก่​คน​ที่​ไม่​ได้​ถาม​หา​เรา”  แต่​ท่าน​ได้​กล่าว​ถึง​พวก​อิส​รา​เอล​ว่า“ตลอด​ทั้ง​วัน เรา​ยื่น​มือ​ต้อน​รับ​ชน​ชาติ​ซึ่ง​ไม่​เชื่อ​ฟัง​และ​ดื้อ​รั้น” 

อย่างไรก็ตามด้วยความรักของพระบิดา ผู้ที่เป็นพ่อจะเรียกร้องให้ทั้ง"บุตรน้อยหลงหายกับบุตรชายหลงผิด" จะกลับมาหาพ่อในวันสุดท้ายและจะมีงานเฉลิมฉลองเกิดขึ้นในแผ่นดินสวรรค์!

มาลาคี 4:5-6  “นี่​แน่ะ เรา​จะ​ส่ง​เอ​ลี​ยาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะมา​ยัง​เจ้า​ก่อน​วัน​แห่ง​พระ​ยาห์​เวห์ คือ​วัน​ที่​ใหญ่​ยิ่ง​และ​น่า​สะพรึง​กลัว​จะ​มา​ถึงและ​ท่าน​ผู้​นั้น​จะ​ทำ​ให้​จิต​ใจ​ของ​พ่อ​หัน​ไป​หา​ลูก และ​จิต​ใจ​ของ​ลูก​หัน​ไป​หา​พ่อ...


11 มีนาคม 2561

พันธสัญญารักในพิธีแต่งงาน

ในวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2017 เป็นการครบรอบ 10 ปีของการแต่งงานของผมและภรรยา

จากวันนั้นจนถึงวันนี้  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ 10 ปี ที่เราได้อยู่ด้วยกันและจะอยู่ด้วยกันต่อไป 


สิ่งที่เป็นปณิธาณสำหรับครอบครัวของเรา มาจากข้อความจากพระธรรม โยชูวา 24:15 ... แต่ส่วนข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้า เราจะปรนนิบัติพระเจ้า"


ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพันธสัญญาแห่งรักนิรันดร์ที่มีให้กับครอบครัวผู้เชื่อแบบเรา


เยเรมีย์ 32:40 เรา​จะ​กระทำ​พันธสัญญา​นิรันดร์​กับ​เขา​ทั้ง​หลาย อัน​ว่า​เรา​จะ​ไม่​หัน​จาก​การ​กระทำ​ความ​ดี​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย และ​เรา​จะ​บรรจุ​ความ​ยำเกรง​เรา​ไว้​ใน​ใจ​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย เพื่อ​ว่า​เขา​จะ​มิได้​หัน​ไป​จาก​เรา​

"พันธสัญญา"หรือในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า "Covenant" : a compact (because made by passing between pieces of flesh) 

คำว่า Compact  พจนานุกรมให้ความหมายว่า สัญญา ข้อตกลง
หรืออีกคำคือคำว่า "Testament " ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษากรีก คือ คำว่า διαθήκη -ดีอาเธเก้  ให้นิยามหมายถึงคำว่า "พันธสัญญา"และคำว่า"พินัยกรรม"อีกด้วย  


คำว่า "พินัยกรรม" เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะคำนี้หมายถึง หนังสือที่เจ้าของมรดกได้ทำขึ้นไว้ เพื่อแสดงเจตนาว่าเมื่อตนตายไปแล้วต้องการให้ทรัพย์สินต่างๆ ตกเป็นของใคร โดยพินัยกรรมจะมีผลก็ต่อเมื่อเจ้าของมรดกได้ตายไปแล้ว ทั้งนี้กฎหมายได้กำหนดให้พินัยกรรมต้องทำตามแบบ หากไม่ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดพินัยกรรมนั้นจะตกเป็นโมฆะหรือโมฆียะ

ความหมายของคำว่าโมฆะ และโมฆียะ

โมฆะ คือ นิติกรรมที่ตกเป็นอันเสียเปล่า ใช้บังคับไม่ได้ไม่เกิดผลในทางกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้น
 
โมฆียะคือ นิติกรรมที่เมื่อทำขึ้นแล้วมีผลผูกพันกันได้ตามกฎหมาย แต่ก็อาจถูกบอกล้างได้ในภายหลัง

ด้วยเหตุนี้เอง พระเยซูคริสต์ทรงมาตายเพื่อเราจะได้รับชีวิต เพื่อทำให้กฏบัญญัติแห่งความตายเป็นโมฆะ ความเชื่อในพระราชกิจแห่งการไถ่นี้เองเป็นเงือนไขที่ทำให้เราได้รับมรดกนี้พระคัมภีร์จึงเป็นดั่งพินัยกรรมบอกถึงคำสัญญาที่พระเจ้าทรงเขียนให้เราได้ทราบถึงมรดกที่เราจะได้รับ เราเป็นทายาทที่จะรับมรดกของพระเจ้า

พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม(Old Testament)เป็นเงาที่เล็งถึงพินัยกรรมใหม่ที่พระเยซูคริสต์ทรงทำพันธสัญญาใหม่(New Testament)


อิสยาห์ 28:18 แล้วพันธสัญญาของเจ้ากับความตายเป็นโมฆะ และข้อตกลงของเจ้ากับแดนคนตายจะไม่ดำรง เมื่อภัยพิบัติอันท่วมท้นผ่านไป เจ้าจะถูกเหยียบย่ำลงด้วยโทษนั้น

เอเฟซัส 2:15 คือการเป็นปฏิปักษ์กัน โดยในเนื้อหนังของพระองค์ ได้ทรงให้ธรรมบัญญัติอันประกอบด้วยบทบัญญัติและกฎหมายต่างๆนั้นเป็นโมฆะ เพื่อจะกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นคนใหม่คนเดียวในพระองค์ เช่นนั้นแหละ จึงทรงกระทำให้เกิดสันติสุข



เราจะต้องทำความเข้าใจว่า “พันธสัญญา” คืออะไรและอะไรไม่ใช่พันธสัญญา ชุมชนคริสเตียนในโลกมักจะสับสนกับคำว่า“พันธสัญญา” กับคำว่า “สัญญา”

การทำ “สัญญา” นั้นเป็นการกระทำระหว่างคนที่มีการตกลงร่วมกันและต้องใช้ความพยายาม
ระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บรรลุข้อตกลงในที่สุด ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ทำตาม
ข้อตกลงนั้น สัญญานั้นก็จะขาดลงและอีกฝ่ายก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ท่าทีที่อยู่เบื้องหลังสัญญานี้คือ “ถ้าคุณทำอย่างนี้ให้ฉัน ฉันก็จะทำอย่างนั้นเป็นการตอบแทน”

ความสัมพันธ์ระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องของข้อแม้ และเป็นเพียงชั่วคราว จนกว่าสัญญานั้นจะสำเร็จหรือขาดลง  สัญญามักจะทำในฐานะของผู้ทำสัญญามีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

สำหรับงานแต่งงานของคนยิว  เมื่อหนุ่มสาวประสงค์จะแต่งงานแล้ว จะต้องทำสัญญาแต่งงาน หรือ 

เคทุบาห์ (Ketubah) ก่อนวันสมรส ด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายเพื่อย้ำเตือนถึงภาระผูกพันที่หนุ่มสาวจะต้องปฏิบัติต่อกันภายหลังแต่งงาน การจัดการทรัพย์สินมรดก รวมไปถึงภาระหน้าที่เลี้ยงดูบุตร และภาระหน้าที่ต่อบุตรเมื่อมีการหย่าร้างเกิดขึ้น การเซ็นต์สัญญาแต่งงานนี้ต้องมีพยานเซ็นด้วย 2 คน

จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการแต่งงานซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ พิธีหมั้น หรือ ชิดดุคิน (Shiddukhin) และพิธีแต่งงาน หรือ นิสสุอิน (Nisuin) ซึ่งประเพณีแต่เดิมของชาวยิวระบุให้ต้องทิ้งช่วงห่างนาน 1 ปี ระหว่างพิธีหมั้นและพิธีแต่งงาน ทว่าปัจจุบันนี้มีชาวยิวจำนวนไม่น้อยที่รวบรัดเวลาโดยจัดพิธีหมั้นและงานแต่งงานติดต่อกันในวันเดียว

ในพิธีแต่งงานนอกจากจะมีการเซ็นสัญญาแต่งงาน หรือเคทุบาห์แล้ว สิ่งที่ต้องมีอีกคือการให้แหวน แต่เป็นการให้แหวนโดยเจ้าบ่าวสวมแหวนให้แก่เจ้าสาวฝ่ายเดียว แต่งานแต่งงานบางงานที่หรูหรามากก็ให้มีการให้เจ้าสาวสวมแหวนแก่เจ้าบ่าวด้วย
นอกจากนี้ก็ยังมีการอวยพรจากรับไบด้วยคำจากคัมภีร์ เป็นภาษาอาราเมค พิธีการคลุมผ้าชุปป้า (chuppa) เป็นการคลุมผ้าแก่บ่าวสาวด้วยผ้าขาวผืนเดียวกัน มีความหมายว่าบัดนี้ทั้งสองอยู่ในท้องฟ้าเดียวกันแล้ว แล้วก็ให้ดื่มไวน์

และท้ายสุดก็มีการให้เจ้าบ่าว "เหยียบแก้วให้แตก" พิธีการให้เจ้าบ่าวเหยียบแก้วให้แตกในพิธีแต่งงานของยิวนั้น มีการพูดกันมากว่ามีความหมายอะไรกันแน่ บ้างก็ว่าเป็นการสอนให้คิดถึงการที่กรุงเยรูซาเล็มแตกในประวัติศาสตร์ แต่ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นการสอนให้เห็นว่า ชีวิตนั้นช่างเปราะบางและแสนสั้น ฉะนั้นจงทำให้ชีวิตแต่งงานมีความสุข


เพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์กรุงเยรูซาเล็มแตก พระวิหารถูกทำลายในประวัติศาสตร์
ความหมายในชีวิตแต่งงานหมายถึง ชีวิตครอบครัวนั้นเปราะบาง ต้องทะนุถนอม ดังนั้นจงทำให้ชีวิตแต่งงานมีความสุข

หลังจากนั้นแขกที่มาร่วมงานแต่งงานจะร้องตะโกนร่วมแสดงความยินดีว่า " มาเซิล โทว์” ( מזל טוב -Mazel tov) หมายถึง "โชคดีนะ ขอให้พบเจอสิ่งที่ดีงามในชีวิตครอบครัว" จากนั้นก็เป็นงานรื่นเริง
ในขณะที่พิธีการงานแต่งงาน คือ พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของคนยิว การหย่าร้างเป็นเรื่องที่น่าโศกเศร้าที่สุดของคนยิว ทั้งนี้เพราะ "พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอลทรงเกลียดชังการหย่าร้าง..." ตามถ้อยคำจากพระธรรมมาลาคี 2:16

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนยิวจะมองการหย่าร้างเป็นเสมือนสิ่งต้องห้าม แต่ทว่าปัจจุบันการหย่าร้างสามารถทำได้ตามกฎหมาย เมื่อปรากฏชัดว่าคู่สามี – ภรรยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายไม่ปฏิบัติตาม คำสัญญาการแต่งงาน หรือ เคทุบาห์ ที่ได้ให้แก่กันไว้ในพิธีแต่งงาน

การหย่าร้างของคนยิว ต้องเข้ารับการพิจารณาโดยศาลเบ็ธดิน ( בית דין Beth Din) (house of judgement) ซึ่งประกอบด้วยรับบี ที่มีความรู้ด้านการแต่งงานและหย่าร้างจำนวน 3 คนเพื่อพิจารณาการหย่าร้างดังกล่าวตามพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 24