แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำหนุนน้ำใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำหนุนน้ำใจ แสดงบทความทั้งหมด

26 กุมภาพันธ์ 2562

อ่อนแอคือความเข้มแข็งในพระเจ้า

สำหรับพระเจ้าแล้ว
ไม่มีคำว่า "อ่อนแอก็แพ้ไป"
"อ่อนไหวก็ไปก่อน"
"อ่อนน้อมก็ต้องยอมทน"

ในพระองค์ไม่มีการแพ้คัดออก ตกรอบคัดเลือกเพราะทรงเลือกสรรเราตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์
ในพระองค์มีแต่การเสริมแรงสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เพราะเมื่อเราอ่อนแอ เมื่อใดฤทธิ์อำนาจของพระองค์ก็จะเต็มขนาดที่นั่น
“แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าแล้วว่า “การมีพระคุณของเราก็เพียงพอกับเจ้า เพราะว่าความอ่อนแอมีที่ไหน ฤทธานุภาพของเราก็ปรากฏเต็มที่ที่นั่น” เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจะอวดบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้ามากขึ้นด้วยความยินดีอย่างยิ่ง เพื่อว่าฤทธานุภาพของพระคริสต์จะอยู่ในข้าพเจ้า” (2 โครินธ์ 12:9) 
เมื่ออ่อนแอ พระองค์ปลอบใจ
เมื่ออ่อนไหว พระองค์ปลอบประโลม
เมื่ออ่อนโยน พระองค์โปรดปราน
สรรเสริญพระเจ้า!

18 พฤศจิกายน 2560

อย่าไถลเข้าสู่การหมดไฟ(Flirting with burnout)

อย่าไถลเข้าสู่การหมดไฟ (Flirting with burnout)  
โดย โคดี้ อาเชอร์(Cody Archer)
คุณเคยเริ่มต้นฤดูกาลหรือตำแหน่งใหม่ที่มาพร้อมกับความหวังและความตื่นเต้นสูงหรือไม่? จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสิ่งต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นตามแบบที่คุณคิดว่ามันควรจะเป็น โครงการต่างๆ ก็คืบหน้าช้ากว่าที่คาดไว้ ความสัมพันธ์ก็ถดถอยลงไป ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ ทำให้พลังงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคุณกำลังหมดไปเรื่อยๆ คุณรู้สึกว่าความต้องการของคนอื่นที่ฝากไว้กับคุณกำลังโถมทับ การเงินไม่คล่องมือมากกว่าที่คาดคิด และยังปัญหาด้านสุขภาพที่ไม่จบไม่สิ้นจนเหมือนจะทำลายคุณ...
โคดี้ อาเชอร์ (Cody Archer)
ผมเองได้มีประสบการณ์บางอย่างกับความท้าทายเหล่านี้ในปีที่ผ่านมาและได้เรียนรู้ว่าถ้าความกดดันเช่นนี้ไม่ได้ถูกรับมือในทางที่ถูกต้อง พวกมันสามารถกลายเป็นสูตรสำเร็จไปสู่การหมดไฟ
ทางลื่นอันลาดชัน(Slippery Slope)
พัฒนาการอย่างง่ายๆ ไปสู่การหมดไฟ เป็นไปอย่างนี้: ด้วยเหตุผลหลายประการ ความหวังอันสูงของคุณนั้นอาจลดน้อยลงไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดและความขุ่นเคือง ในเมื่อยังไม่พบวิธีแก้ปัญหาเพื่อต่อสู้กับความขุ่นเคืองเหล่านั้น คุณก็จะเริ่มรู้สึกโกรธไม่พอใจ ความไม่พอใจสามารถแสดงให้เห็นได้ด้วยวิธีต่างๆ     แต่ถ้าไม่จัดการแก้ไข คุณก็จะไถลลงไปตามทางลื่นอันลาดชันนั้นไปยังความเฉยชา คุณเลิกใส่ใจ         ความปรารถนาครั้งหนึ่งนั้นของคุณที่มันเคยเป็นไฟเร่าร้อนเพื่อสร้างความแตกต่างได้กลายเป็นแค่กองถ่าน ที่ระอุอยู่เท่านั้น การตัดสินใจอะไรที่เคยง่ายก็กลายเป็นเรื่องยาก และคุณก็ต้องการให้คนอื่นตัดสินใจให้คุณมากกว่า ถ้าคุณละเลยต่อสัญญาณเตือนสภาวะอารมณ์ของคุณเช่นนี้ ความเฉยชานั้นแหละจะนำคุณไปสู่ภาวะความซึมเศร้าและภาวะหมดไฟ
ผมกลับดีใจที่ผมสังเกตเห็นสัญญาณเตือนและได้พบกับผู้นำของผม ได้หารือเกี่ยวกับความต้องการของผมสำหรับการได้พักผ่อนและการพักฟื้น นี่รวมถึงการใช้เวลาหลายสัปดาห์หยุดพักจากการทำรับใช้ และอุทิศเวลาของผมเพื่อรับกำลังในการทรงสถิตของพระเจ้ารวมถึงจุดไฟภายในของผมขึ้นใหม่
รากสาเหตุ(Root Cause)
ผมได้เรียนรู้ว่าคนที่มีบุคลิกเก็บตัวแต่เป็นบุคลิกประเภท 'A'  อย่างตัวผมเองนั้นส่วนใหญ่มักจะมีแนวโน้มว่าจะหมดไฟได้ง่าย ตัวการหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการก้าวสู่ความถดถอยของผมไม่ได้เป็นปริมาณงานมากที่ผมทำอยู่ (แน่นอนนี่เป็นปัจจัยหนึ่ง) แต่คือปริมาณงานที่ผมทำนอกเหนือความสนใจหลักของผมต่างหาก ผมเปลี่ยนจากการเป็นผู้นำไปสู่การบริหารจัดการ ผมต้องวุ่นอยู่กับอีเมล์ การประชุมและงานด้านการบริหาร รวมถึงสูญเสียการมองภาพรวมไป
ทุกวันนี้ทุกคนก็ดูเหมือนจะใช้ชีวิตที่เร่งรีบเกินจะรับไหว เราคิดว่า "การทำตัวยุ่ง" เราควรได้รับติดเข็มเกียรติยศและสามารถแสดงให้คนอื่นเห็นเพื่อว่าเรารู้สึกมีความสำคัญมากขึ้น แต่เมื่อเราหยุดและนั่นผมหมายถึงหยุดจริงๆ และกลับมาประเมินทั้งหมดดูสิ่งที่เรากำลังทำและเหตุผลที่เรากำลังทำมัน ส่วนใหญ่จะพบว่าพวกเขาได้กลายเป็นอยู่กับรูปการปัจจุบันแทนที่จะได้ไขว่คว้าหาสิ่งที่ดีที่สุด โดยตามสถิติ ผู้คนเป็นจำนวนมาก ไม่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขารัก แต่กลับทำในสิ่งที่ทำให้ตนไม่พึงพอใจ รับภาระหนักเกินไป และกำลังไถลเข้าสู่การหมดไฟในที่สุด
สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับคุณหรือไม่? คุณกำลังกำลังไถลเข้าสู่การหมดไฟหรือไม่? สภาพฝ่ายวิญญาณ จิตใจ และร่างกายของคุณเป็นอย่างไร? สัปดาห์หน้าผมจะแบ่งปันกับคุณถึง 5 สิ่งที่ผมได้รับเพื่อให้ชีวิตและสุขภาพภายในของผมได้กลับมาเป็นปกติสุข
ขอบคุณข้อมูลจาก http://kehilanews.com/2017/11/09/flirting-with-burnout/

02 ตุลาคม 2559

เตรียมชีวิตเข้าสู่ประสบการณ์ใหม่ในพระสิริช่วงเทศกาลของพระยาห์เวห์


Shanah Tovah! สุขสันต์สำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ ปี 5777 ขอหนุนใจพี่น้องทุกท่านในการเตรียมชีวิตในเข้าสู่เดือนทิชรี (Tishri) ปี 5777 (ช่วงวันที่ 3 ต.ค.-1 พ.ย.2016) ซึ่งในเดือนนี้มีเทศกาลอยู่ 3 เทศกาลด้วยกัน คือ เทศกาลเสียงแตรเขาสัตว์(Rosh Hashanah) เทศกาลลบมลทินบาป(Yom Kippur) และเทศกาลอยู่เพิง(Sukkot)
เทียบตามปฏิทินสากลจะเป็นดังนี้ เย็นวันที่ 2-3 ตุลาคม เป็นเทศกาลเสียงแตรเขาสัตว์(Rosh Hashanah) ,วันที่ 12 ตุลาคม เป็นวันลบมลทินบาป,และวันที่ 17-24 ตุลาคม เป็นเทศกาลอยู่เพิง วันที่ 3-12 ตุลาคม ช่วงเวลาแห่งความยำเกรงพระเจ้า(Days of Awe) เป็นเวลาที่จะหันชีวิตออกจากวิถีแห่งความบาป และหันกลับมาหาพระเจ้าโดยการอดอาหารอธิษฐาน
มี4 สิ่งที่จะช่วยเราเตรียมชีวิตของเราในช่วง 10 วันนี้ เพื่อเตรียมชีวิตเข้าสู่ประสบการณ์ใหม่ในพระสิริช่วงเทศกาลของพระยาห์เวห์ดังนี้
1. ตั้งเวลานมัสการและใคร่ครวญพระวจนะยาวมากกว่าเดิม เพื่อสัมพันธ์สนิทกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ และที่จะลึกซึ้งกับพระองค์ สัมผัสการทรงสถิต และพระสิริในระดับที่สูงขั้น (สดุดี 1:2-3) 2. อธิษฐานขอพระเจ้า เปิดเผยวงจรวิถีชีวิตเก่า เป็นเวลาที่จะพิจารณาการดำเนินชีวิตของเราว่าเราเป็นอย่างไร ดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมายหรือไร้จุดมุ่งหมายในการดำเนินชีวิต (2โครินธ์ 5:10-21) 3. อธิษฐานขอพระเจ้าเปิดเผยความบาปที่ซ่อนเร้นอยู่ ขอพระเจ้าเปิดเผยเพื่อเราจะกลับใจใหม่ ขอการอภัยบาป และขอพระโลหิตพระคริสต์ปกคลุมชีวิตเราให้ดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรมเพราะพระเยซูไถ่เราแล้ว (โรม 3:21-26) 4. อธิษฐานขอพระเจ้านำเราสู่ความรักในระดับใหม่ในพระเจ้า เป็นเวลาที่เราจะแช่ตัวในลำธารรักของพระเจ้า และให้ไฟรักของพระองค์เต็มหัวใจเรา ให้เร่าร้อนในการที่จะรักพระองค์ในระดับใหม่ที่ลึกขึ้นกว่าเดิม (เอเสเคียล 47:1-10) ในกลุ่มสามัคคีธรรม เชิญชวนร่วมเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ 5777 ร่วมเฉลิมฉลองในกลุ่มโดยการเป่าเสียงแตรและใช้เวลาในการนมัสการและใคร่ครวญพระวจนะมากกว่าเดิม เพื่อท่านจะสัมผัสพระเจ้าในระดับที่ลึกขึ้น โยเอล 2:15 จงเป่าเขาสัตว์ที่ในศิโยน จงเตรียมทำพิธีอดอาหาร จงเรียกประชุมตามพิธี 2 พงศาวดาร 15:12 และเขาก็เข้าทำพันธสัญญาที่จะแสวงหาพระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเขา ด้วยสุดจิตสุดใจของเขา ขอสันติสุขของพระเจ้าอยู่กับเราเสมอ Shalom

12 มกราคม 2559

15 วิธีการที่ผู้ที่บาดเจ็บจะไปทำร้ายผู้อื่น (15 Ways Hurting People Hurt People)


บทความนี้เรียบเรียงมาจากบทความเรื่อง  "15 Ways Hurting People Hurt People" 

เขียนโดย บิชอป โจเซฟ แม็ทเทอรา (Bishop Joseph Mattera)  แปลโดย อ.จิตพร จริยพฤทธิพงศ์ (อ.จอย)


เราต้องทำลายวงจรการทำร้ายจิตใจผู้อื่น เพราะคนๆ นั้นเป็นผู้ที่เคยโดนคนอื่นทำร้ายจิตใจมาก่อน ดังนั้นเขาจึงไปทำแบบเดียวกันกับคนอื่นเสียเอง
ภาษิตเก่าแก่บทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “คนที่ทำร้ายจิตใจคนอื่น คือคนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจมาก่อน”

คนที่จิตใจบาดเจ็บมีแนวโน้มที่จะสร้างความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานให้คนอื่น ยกตัวอย่าง คนจำนวนมากที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ จะกลายเป็นคนที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดกับผู้อื่น คนที่ทุกข์ทรมานใจเพราะพ่อแม่ติดเหล้ามักจะทำให้ครอบครัวในอนาคตของตนเองต้องทุกข์ทรมานใจเพราะจะเมาเหล้าจนครองสติไม่อยู่และไม่สนใจใยดีต่ออะไร

จนกว่า เรา (คริสตจักร) จะสร้างเสริมและตกแต่งทุกด้านของชีวิตสมาชิก อย่างที่กล่าวไว้ใน 
1 เธสะโลนิกา 5:23 “และขอให้องค์พระเจ้าแห่งสันติสุขทรงตั้งท่านเป็นคนบริสุทธิ์หมดจด และข้าพเจ้าอธิษฐานต่อพระเจ้าให้ทรงรักษาทั้งวิญญาณ จิตใจและร่างกายของท่านไว้ให้ปราศจากการติเตียน จนถึงวันที่พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราเสด็จมา” 

ให้เรียบร้อย หาไม่แล้ว สมาชิกในคริสตจักรของเราก็จะมีแต่คนที่เก่งเรื่องจิตวิญญาณ แต่ทำตัวเหมือนเด็กทารกเจ้าอารมณ์ พูดอีกอย่างหนึ่งคือ คริสตจักรไม่สามารถสร้างสมาชิกให้มีแค่จิตวิญญาณที่ดีและฤทธิ์อำนาจฝ่ายวิญญาณ แต่จะต้องสร้างสมาชิกให้มีจิตใจและอารมณ์ที่อยู่ในสภาพที่ดีด้วย
Bishop Joseph Mattera

ลักษณะทั่วไป 15 ประการต่อไปนี้ คือสิ่งที่ ‘คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ’ จะแสดงออกให้เห็นเมื่อคบหาสมาคมกับผู้อื่น

1.คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ มักจะระบายความโกรธในใจกับครอบครัว และคนใกล้ตัว  (Hurt people often transfer their inner anger onto their family and close friends)

คนรอบตัวจะกลายเป็นที่รองรับอาการโมโหร้ายและจะโดนตะคอกใส่

2.คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ จะตีความหมายทุกคำที่คนอื่นพูดกับเขาผ่านความเจ็บปวดในชีวิตของเขา (Hurt people interpret every word spoken to them through the prism of their pain)
เพราะความเจ็บปวดนี้เองคำพูดธรรมดามักถูกตีความหมายแบบผิดๆ ให้กลายเป็นเรื่องแง่ลบสำหรับเขา ดังนั้นเขาจะเป็นคนที่อ่อนไหวอย่างสุดโต่ง และพฤติกรรมที่แสดงออกมาก็สะท้อนถึงความเจ็บปวดนี้แทนที่จะสะท้อนถึงความเป็นจริง

3. คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจจะตีความหมายทุกการกระทำผ่านความเจ็บปวดในชีวิตของเขา (Hurt people interpret every action through the prism of their pain)

ความเจ็บปวดทางอารมณ์นี้ทำให้เขาระแวงเวลาใครจะทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาว่า เป็นแรงจูงใจที่ไม่ถูกต้อง หรือเป็นความตั้งใจชั่วๆ

4.คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจแสดงให้เห็นว่าตนเองคือ “เหยื่อ” และ มี“วิญญาณของการตกเป็นเหยื่อ” ติดตัว (Hurt people often portray themselves as victims and carry a "victim spirit)

"บ่อยครั้งที่ ‘คนที่เคยโดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ’ จะป่าวร้องเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ, การกีดกันเพศ, การเลือกปฏิบัติต่อพวกรักร่วมเพศ หรือมักใช้คำประเภท “ไม่เป็นธรรม” “ไม่ยุติธรรม” เพื่ออธิบายถึงวิธีที่คนอื่นปฏิบัติต่อตนเองแม้มันจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็ตาม ผมไม่ได้กำลังบอกว่า การเหยียดเชื้อชาติหรือการกีดกันทางเพศไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ผมกำลังยกตัวอย่างเท่านั้น ‘คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ’ จะรู้สึกลำบากใจในการคบหาเพื่อนเพราะไม่ไว้ใจใคร และมีมีวิญญาณขี้ระแวงติดตัว

5.คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ มักจะทำตัวหมางเมินกับผู้อื่น (Hurt people often alienate others and wonder why no one is there for them)

แล้วคิดแต่ว่า ทำไมไม่มีใครอยู่เคียงข้างเขาเลย หลายครั้งเขาจะทำร้ายจิตใจคนที่เขารักและต้องการมากที่สุดอย่างไม่หยุดหย่อนด้วยพฤติกรรมที่ทำลายตัวเองของเขา

6. ‘คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ มีวุฒิภาวะด้านอารมณ์เท่ากับอายุขณะนั้นที่เขาโดนทำร้าย (ในกรณีที่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือจัดการ) (Hurt people have the emotional maturity of the age they received their (un-dealt with) hurt)

ยกตัวอย่าง หากเด็กผู้หญิงถูกผู้ชายล่วงละเมิดทางเพศขณะที่เธอมีอายุ 12 ปี การเติบโตด้านอารมณ์ของเธอจะหยุดอยู่แค่นั้น นอกเสียจากว่า เธอจะยกโทษ หรือยกบาปผิดให้ผู้ชายคนนั้น และยอมให้พระเยซูคริสต์รักษาเยียวยาหัวใจของเธอ และบรรเทาความหวาดกลัวของเธอในด้านนั้นของชีวิตเธอ (เรื่องเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย) แม้เวลาที่เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธออาจยังมีวุฒิภาวะด้านอารมณ์เท่ากับเด็กผู้หญิงอายุ 12 ปีได้

7. คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ มักจะรู้สึกผิดหวังและหดหู่ใจ เพราะความเจ็บปวดในอดีตจะย้อนกลับมาหาจิตสำนึกในปัจจุบันอย่างไม่หยุดหย่อน
(Hurt people are often frustrated and depressed because past pain continually spills over into their present consciousness)
หลายครั้งเขาอาจไม่รู้ตัวว่าทำไมตนเองจึงรู้สึกผิดหวังและหดหู่ใจอย่างต่อเนื่อง นี่ก็เป็นเพราะเขาได้รับมือกับความเจ็บปวดด้วยการหันไปสนใจเรื่องอื่นๆ แทนที่ แล้วปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปโดยไม่ได้จัดการกับเรื่องนี้

8.คนที่โดคนอื่นทำร้ายจิตใจ มักจะระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างไม่เหมาะสม เมื่อมี ‘คำพูด’ ‘การกระทำ’ หรือ ‘สถานการณ์’ ที่ไป “จุดชนวน” และ “แตะโดน” แผลในอดีตเข้าให้
(Hurt people often erupt with inappropriate emotion because particular words, actions, or circumstances "touch" and "trigger" past woundedness)

ผมเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีคนตอบโต้แบบแย่ๆ ต่อคำพูดของผม และการกระทำบางอย่างที่เกิดขึ้น แม้ผมจะตกใจและคิดว่า การตอบโต้นี้มาแบบแปลกๆ แต่มันเป็นการตอบโต้ของคนที่ได้สั่งสมความเจ็บปวด ความเจ็บใจมานานนับแรมปี มันจึงได้ผุดขึ้นมาในหลายๆ สถานการณ์
ผมเองก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ผมรู้สึกเจ็บปวด ทุกข์ใจ หรือที่ผมตอบโต้กับบางอย่างเพราะมันไปแตะเรื่องในชีวิตที่ผมกำลังจัดการอยู่เพราะบาดแผลที่เกิดขึ้นในอดีตของผม ในสถานการณ์เหล่านั้น ผมพยายามใช้เหตุผลให้มากที่สุด และอธิษฐานมากๆ พร้อมกับทบทวนความคิดและความรู้สึกของตัวเอง เพื่อผมจะไม่พูดหรือทำอะไรที่จะเป็นที่เสียหายต่อผู้อื่นหรือตนเอง

9.คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ มักจะใช้เวลาให้หมดไปกับทำตัวให้ยุ่งๆ เข้าไว้ ต้องทำงานตลอดเวลา ต้องมีผลงาน และต้องทำงานให้สำเร็จ เพื่อเป็นการชดเชยกับการที่เขาไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง (Hurt people often occupy themselves with busyness, work, performance, and/or accomplishments as a way of compensating for low self-esteem)

หลายครั้ง ผู้ที่ทำงานของพระเจ้าไม่ได้มีแรงจูงใจเพราะความรักที่มีต่อพระเยซูคริสต์ แต่มีแรงผลักดันในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่ศิษยาภิบาลและผู้ที่ทำงานของพระเจ้าจะไม่ถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่จะประสบความสำเร็จ แต่ได้รับการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์
ผู้ที่ทำงานของพระเจ้าไม่ควรหมกมุ่นอยู่กับการทำให้มีงานนั้นงานนี้เกิดขึ้น เขาหรือเธอควรดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ ความถ่อมใจ และยอมให้พระเจ้าเปิดประตู และประทานที่ยืนในการรับใช้ตามที่ได้รับมอบหมายสำหรับชีวิตและงานรับใช้

10.คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ มักหาทางเยียวยาตัวเองโดยหันเข้าหาความบันเทิงอย่างระเบิดเถิดเทิง ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด เหล้า หนังสือโป๊ เพศสัมพันธ์ หรืองานอดิเรก เพื่อลืมความเจ็บปวดและหันหนีจากความเป็นจริง(Hurt people often attempt to medicate themselves with excessive entertainment, drugs, alcohol, pornography, sexual relationships, or hobbies as a way to forget their pain and run from reality)
จนกว่าคริสตจักรจะเรียนรู้ที่จะจัดการและให้ความสำคัญกับการที่สมาชิกมีอารมณ์และสุขภาพจิตที่ดี คริสตจักรก็จะมีแต่คริสเตียนครึ่งคนที่อธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ แต่ไม่พบกับชัยชนะในชีวิต เพราะเขาไม่ได้เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญกับอาการบาดเจ็บในจิตใจของตนเอง

11. คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ เรียนที่จะปรับตัวให้ชินกับ “ตัวตนแบบหลอกๆ” หรือ “ด้านมืด” ของตัวเอง ซึ่งนำไปสู่การหลอกลวงและปราศจากความซื่อสัตย์ (Hurt people have learned to accommodate their private "false self" or "dark side" which causes them to be duplicitous and lack integrity)

หลายครั้ง ‘ชีวิตภายใน’ จะแตกต่างจาก ‘ชีวิตภายนอก’ ซึ่งจะนำไปสู่การเสแสร้ง ความรู้สึกผิดอย่างแรง การถูกประณามและความหดหู่ใจ

12. คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ’ มักจะหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง อยู่กับความเจ็บปวดของตัวเองและไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังทำร้ายผู้อื่นอยู่(Hurt people are often self-absorbed with their own pain and are unaware that they are hurting other people)

เขามักไม่ไวต่อความรู้สึกของผู้อื่นเพราะความเจ็บปวดทางอารมณ์เป็นตัวจำกัดไม่ให้เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น และไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

ผมเจอสถานการณ์แบบนี้ด้วยตัวเองหลายครั้งเมื่อมีคนทำร้ายจิตใจผม แต่ก็ยังมาคบหากับผมอยู่ โดยที่ไม่เคยขอโทษผมเลย นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่รู้เลยว่ากำลังทำร้ายจิตใจผมอยู่

13.คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ  หวั่นไหวง่ายต่อคำโกหกหลอกลวงของวิญญาณชั่ว
(Hurt people are susceptible to demonic deception)
ผมเชื่อว่า ความแตกแยกในคริสตจักรส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากธรรมิกชนที่ไม่มีสุขภาพจิตที่ดี และได้หยิบยื่นความเจ็บปวดในชีวิตของตนเองให้ผู้อื่น ซาตานทำงานในความมืดและในความโกหกหลอกลวง และมันจะคอยอยู่ห่างไกลความสว่าง ‘คนที่โดนอื่นทำร้ายจิตใจ’ มักมีรูปแบบนิสัยที่ทำลายล้างที่กระทำในที่มืด ดั้งนั้นความคิดของเขาจึงกลายเป็นพื้นที่ให้ซาตานเข้ามาทำงานและเข้ามาโกหกหลอกลวง

14. หลายครั้งพระเจ้าจงใจอนุญาตให้ความเจ็บปวดเผยตัวเองออกมา เพื่อ ‘คนที่โดนทำร้ายจิตใจ’ จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง (God often purposely surfaces pain so hurt people can face reality)

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในชีวิตสมรส หรือความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนในที่ทำงาน พระเจ้าอนุญาตให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมาย เพราะทรงต้องการหยุดยั้งไม่ให้บาดแผลในชีวิตของเราที่กำลังติดเชื้ออยู่นี้ลุกลามต่อไปอีก แต่ทรงต้องการให้เราหายดี
คริสเตียนต่อสู้กับมารอยู่บ่อยๆ แล้วโทษมารเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยที่แท้จริงแล้ว พระเจ้ามักจะอนุญาตให้เกิดความขัดแย้งขึ้น เพื่อเราจะได้รับแรงจูงใจที่จะล้วงลึกลงไปในชีวิตของตนเอง และจัดการกับรากเหง้าของปัญหาในด้านความคิดที่ทำลายล้างและรูปแบบนิสัยที่ทำลายล้างของเราเอง
พระเจ้าต้องการเปลี่ยนแปลงเราให้เป็นเหมือนพระบุตรที่รักของพระองค์มากขึ้น (โรม 8:29) ซึ่งการเป็นเหมือนพระบุตรนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเราศึกษาพระคัมภีร์ อธิษฐาน หรือในเวลาที่เรารุ่งเรือง แต่ในเวลาที่เราตกอยู่ในสภาพเจ็บปวด ในเวลาที่เราต้องเผชิญกับสิ่งที่ทำร้ายจิตใจเรามาเป็นเวลานานแรมปี
ผมสังเกตว่าหลายครั้ง อาการบาดเจ็บจะเริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อผู้คนย่างเข้าสู่อายุ 30 ต้นๆ และ 30 ตอนปลาย นี่อาจเป็นเพราะในช่วงเวลานั้น เขาโตพอที่จะเข้าใจประสบการณ์ที่ผ่านมาว่ามันมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น และมันก็ยังไม่สายเกินไปที่จะไถ่ถอนความเจ็บปวด รื้อฟื้นความสัมพันธ์และตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่อย่างดีที่สุด น้อยครั้งนักที่ คนๆ หนึ่งจะสามารถหรือตั้งใจจะจัดการและเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเมื่อย่างเข้าวัยเกษียณ (60 ปีหรือมากกว่า) คนส่วนใหญ่ในวัยขนาดนี้ได้กลายเป็นคนที่ชอบถากถางและเหน็บแนบคนอื่น ใจแข็ง และ/หรือรู้สึกหดหู่ใจ กลายเป็นคนสิ้นหวังแม้พระเจ้าจะสามารถช่วยเขาได้ไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ตาม

15.คนที่โดนคนอื่นทำร้ายจิตใจ’ ต้องยกโทษ... ต้องยกบาปผิดให้ผู้อื่น เพื่อจะได้รับการปลดปล่อยและฟื้นฟูกลับสู่เสรีภาพ(Hurt people need to forgive to be released and restored to freedom)

ยอห์น 20:23 กล่าวว่า “ถ้าท่านจะยกความผิดบาปของผู้ใด ความผิดบาปนั้นก็จะถูกยกเสีย และถ้าท่านจะให้ความผิดบาปติดอยู่กับผู้ใด ความผิดบาปก็จะติดอยู่กับผู้นั้น” 

อ.จิตพร จริยพฤทธิพงศ์ (อ.จอย)
เราต้องยกบาปผิดของผู้อื่น เพื่อเราจะได้รับการปลดปล่อย นั่นหมายความว่า ถ้าเราไม่ยกบาปผิดให้ผู้อื่น สภาพของการตกเป็นเหยื่อของเรานั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเราไป ยกตัวอย่าง ถ้าพ่อติดเหล้า ลูกก็จะติดเหล้าหากลูกไม่ยกโทษ ไม่ยกบาปผิดและปลดปล่อยผู้เป็นพ่อ
แน่ทีเดียว สภาพยุ่งเหยิงของชีวิตเราสามารถกลายเป็นคำหนุนใจและข้อคิดอันล้ำค่าสำหรับผู้อื่นได้

ข่าวดีก็คือพระโลหิตของพระคริสต์  ทำให้เราทุกคนสามารถได้รับการเยียวยาและได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระจากความบาดเจ็บ เมื่อเราได้รับการปลดปล่อยเราก็สามารถจะไปหนุนใจและช่วยเหลือผู้อื่นให้เขาได้รับสิ่งนี้จากพระเจ้าได้  

2 โครินธ์ 1: 4 พระ‍องค์​ผู้​ทรง​หนุน‍ใจ​เรา​ใน​ความ​ยาก‍ลำ‌บาก​ทั้ง‍หมด​ของ​เรา เพื่อ​เรา​จะ​สามารถ​หนุน‍ใจ​คน​ทั้ง‍หลาย ที่​มี​ความ​ยาก‍ลำ‌บาก​อย่าง​ใด​อย่าง​หนึ่ง​ได้​ด้วย​การ​หนุน‍ใจ ซึ่ง​เรา​เอง​ได้​รับ​จาก​พระ‍เจ้า

26 ธันวาคม 2557

คลื่นสึนามิฝ่ายวิญญาณ (Spiritual Tsunami Wave)กำลังเข้ามา!

วันที่ 26 ธ.ค.2014เป็นการรำลึกถึง 10 ปี เหตุการณ์คลื่นยักษ์ สึนามิ (Tsunami )ที่เป็นการทำลายล้าง สร้างความความเสียหายและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก


ขอร่วมไว้อาลัยสำหรับทุกครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

แต่ในปีนี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นคลื่นแห่งความรักของพระเจ้า(Tsunami of love) เป็นความสร้างสรรค์ไม่ใช่การทำลายที่เข้ามาถาโถมกระหน่ำในหัวใจของเราอย่างต้านทานไม่ไหว เพราะเราจะสัมผัสถึงพระสิริที่ท่วมท้น ตามพระวจนะในฮาบากุก 2:14 ที่กล่าวว่า  "เพราะ​ว่า​พิภพ​จะ​เต็ม​ไป​ด้วย ความ​รู้​ใน​เรื่อง​พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า ดัง​น้ำ​ที่​เต็ม​ทะเล"

เมื่อมองตามพระคัมภีร์ในพระธรรมปฐมกาลบทที่ 6-8 เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมโลกสมัยของโนอาห์ มี 3 สิ่งที่พระเจ้าทำในเวลานั้น คือ

1.การชำระล้างความบาปชั่วร้ายของมนุษย์ (7:6-10)

2.นำทุกสิ่งกลับมาสู่การเชื่อฟังและยำเกรงพระเจ้า(7:11-24) โนอาห์ต่อเรือตามที่พระเจ้าบอกแบบทุกประการ(6:22)

3.รื้อฟื้นพันธสัญญา (8:20,9:9-13) เมื่อโนอาห์ออกจากเรื่อสิ่งแรกคือการนมัสการ
พระเจ้าทรงให้รุ้งเป็นพันธสัญญาจะไม่มีน้ำท่วมโลกอีก

หากเฝ้าสังเกต สิ่งนี้เป็นภาพคู่ขนานในฝ่ายกายภาพและฝ่ายวิญญาณ เป็นภาพสัญญาณเตือนใจถึงการรื้อฟื้นและการฟื้นฟูในประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่

การนมัสการ 40 วันแห่งพระสิริทั่วทุกภาาคในประเทศไทย เป็นดั่งฝนที่ตก 40 วันนำความชุ่มฉ่ำใจ ฟื้นใจเพื่อการฟื้นฟู  การฟื้นฟูครั้งนี้ไม่ใช่งานประกาศใหญ่ แต่เป็นหัวใจที่โหยหาความรักและพระองค์เติมเต็มเข้าไปด้วยหัวใจของพระบิดาที่นำการกลับคืนดี ของพ่อกับลูก(มลค.4:6)

คริสตจักรต้องรื้อฟื้นการประกาศ และเตรียมคริสตจักรให้พร้อมเพื่อรองรับคนทั้งหลายมารับความรอด เปรียบดั่งโนอาห์สร้างเรือและเชื้อเชิญคนเพื่อขึ้นเรือรับความรอด
คริสตจักรควรจะสร้างเรือเพื่อคนมารอดไม่ใช่หอบาเบล(ปฐก.11)เพื่อชื่อเสียงของตนเอง
 สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากเหตุกาณ์สึนามิที่ผ่านมา คือ การทำสัญญาณเตือนภัย แต่สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือ เครื่องมือที่ทันสมัยและการศึกษาข้อมูลด้วยความรู้  ก็ยังไม่สามารถรับมือกับภัยธรรมชาติได้  หากไม่เข้าใจธรรมชาติและเรียนรู้จากความใกล้ชิดติดตามธรรมชาติ

เช่นเดียวกับชีวิตฝ่ายวิญญาณ  คลื่นสึนามิฝ่ายวิญญาณ (Spiritual Tsunami Wave)

 เราต้องเรียนรู้เหตุการณ์จากพระคัมภีร์เป็น สัญญาณเตือนใจ ให้เรากลับมาทำความเข้าใจและเรียนรู้พระทัยของพระเจ้า เฝ้าระวังอยู่เสมอ  


คลื่นสึนามิใหม่และการฟื้นฟูใหญ่ในประเทศไทยกำลังจะเกิดขึ้น!





24 ธันวาคม 2557

21 วันแห่งการใคร่ครวญเพื่อการทะลุทะลวง#Day 11

บทความคำหนุนใจของดร.ชัค เพียร์ส ( Dr.Chuck Pierce) เนื่องใน 21 วันแห่งการทะลุทะลวงจนไปสู่เทศกาลคริสต์มาส โดยเริ่มจากวันที่ 4 ธ.ค. จนถึง 25 ธ.ค. ผมได้นำข้อความนี้มาลงใน Blog ขอบคุณอ.ใหญ่ ศิริพร สุกัญจนสิริ ที่ช่วยแปลให้ได้อ่านกันนะครับ


วันที่ 11 ของ 21 วัน: เชื่อมต่อผ่าน ฮานุกกาห์ ปีนี้  การปลดปล่อยฮาเลลูยาครั้งยิ่งใหญ่ภายในคุณ!

ไบรอัน โคยแมนมาหาผมเช้าวันนี้และแบ่งปันสิ่งต่อไปนี้:
การเฉลิมฉลองฮานุกกาห์จะเริ่มในคืนนี้ตอนดวงอาทิตย์ตก เทศกาลฮานุกกาห์เป็นเวลาที่พวกเราเฉลิมฉลอง "ผู้ทรงเป็นความสว่าง" ที่เสด็จเข้ามาในโลก... พระวาทะทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ และทรงจัดเตรียมโคมส่องให้เราเห็นทางเดินที่เราจะเดินไป ความสว่างของโลกเสด็จมาเพื่อเชื่อมต่อเรากับพระบิดาในสวรรค์ของเราอย่างถูกต้อง และเพื่อจะทรงอธิษฐานวิงวอนเพื่อเราจะนั่งอยู่กับพระองค์ในสวรรคสถาน

ห้าปีที่แล้ว คุณ (ชัค) ส่งอีเมล์ออกไปเกี่ยวกับการสำแดงเชิงเผยพระวจนะเพื่อเตรียมเราสำหรับเทศกาลฮานุกกาห์ พระวิญญาณของพระเจ้าหนุนใจให้เรายังคงเชื่อมต่อต่อไป และไม่ตัดการเชื่อมต่อซึ่งกันและกันหรือหยุดการเชื่อมต่อกับท้องพระโรงของพระองค์ (ที่พระบังลังก์ตั้งอยู่) ในเวลานั้นผม (ไบรอัน) จำได้ว่าตัวเองต่อสู้ที่จะแยกตัวเองออกและไม่ต้องการที่จะเข้าสู่การเฉลิมฉลองในเทศกาลฮานุกกาห์ รวมทั้งเทศกาลแห่งความสว่าง (ใหญ่ - เป็นเทศกาลเดียวกับ Feast of Dedication ในยอห์น 10:22 หรือเทศกาลฉลองพระวิหารในฤดูหนาว) ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจผิดหลายอย่างและพลาดพระพรทั้งหมดของฤดูกาลนี้ ผมจึงรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ให้ฤดูกาลนี้กับเราอีกเพื่อจะเฉลิมฉลอง
ผมเชื่อว่าเทศกาลฮานุกกาห์ปีนี้เป็นโอกาสพิเศษที่จะเชื่อมต่อในลักษณะใหม่ และเพื่อจะรับเอาความชื่นชมยินดีอย่างเต็มเปี่ยมที่คอยท่าอยู่สำหรับลูกๆ ของพระเจ้าแต่ละคน ผมเชื่อว่าถ้าเราเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกาห์ในปีนี้จะทำให้ประตูต่างๆ ของศัตรูถูกปิดลง มากกว่านั้นอีก เราจะเอาตัวเรามาอยู่ในจุดที่จะรับการปลดปล่อยการเจิมใดๆ ของพระเจ้าที่จะเติมเต็มความปรารถนาต่างๆ ที่อยู่ลึกที่สุดในใจของเรา และจะทำให้อัตลักษณ์ของเราในพระองค์ลุกโชติช่วงสุกใสเพื่อทั้งโลกจะเห็นได้

ถ้อยคำของการสำแดงที่เคยปลดปล่อยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2009 ช่วงเทศกาลฮานุกกาห์!
คำเผยพระวจนะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าปราศจากการสำแดง (การเผยธรรม) เราพินาศ ผมรู้ว่าพวกเรามากมายหลายคนกำลังเผชิญกับการทดสอบอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เรากำลังได้รับคำพยานจากคนมากมายถึงการทะลุทะลวงออกมาได้อย่างอัศจรรย์ นี่เป็นคำเผยพระวจนะเพื่อจะหนุนจิตชูใจพวกคุณ:
"จงเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ จงเชื่อมต่อต่อไปในสัปดาห์นี้!
มีบางสิ่งบางอย่างที่เจ้าจะต้องเผชิญกับมันด้วยการสรรเสริญจะทะลุออกไปได้ สัปดาห์นี้ให้เชื่อต่อต่อไป! จงเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้! จงอย่าหยุดการเชื่อมต่อจากเรา จงอย่าหยุดการเชื่อมต่อกับท้องพระโรงของเรา จงอย่าหยุดการเชื่อมต่อจากที่ๆ เจ้าอยู่ จงอย่าหยุดการเชื่อมต่อจากซึ่งกันและกัน จงเชื่อมต่อต่อไปเพื่อเจ้าจะสามารถฝ่าสิ่งที่เจ้าจะต้องเผชิญออกไปได้
"เจ้าจงอยู่ในที่ๆ เรากำหนดเจ้าไว้ จะมีการเชื่อมต่อใหม่ๆ เข้ามาในเส้นทางของเจ้าในสัปดาห์นี้
เจ้าจะเริ่มมีประสบการณ์กับชีวิตในแบบที่เจ้าไม่เคยรู้จักมาก่อน ดังนั้นจงอยู่ในที่ๆ เจ้าควรจะอยู่ และเฝ้าดูเราทำกิจของเราเพื่อเจ้า จงวางการผลัดวันประกันพรุ่งไว้ใต้เท้าของเจ้า เอาความขี้เกียจวางไว้ใต้เท้าของเจ้าและจงอยู่ในที่ๆ เราบอกให้เจ้าอยู่ วางความอับอายไว้ใต้เท้าข้างหนึ่งและเอาความรังเกียจและความล่าช้าอยู่เบื้องหลังไว้ใต้เท้าอีกข้างหนึ่ง จงอยู่ในที่ๆ เราบอกให้เจ้าอยู่! เพราะการอยู่ที่นั่นจะทำให้เจ้าเริ่มที่จะเห็น
"เรากำลังดึงการสำแดงลงมาในยามกลางคืน เรากำลังส่งเหล่าทูตสวรรค์แห่งการตระเตรียมและทูตสวรรค์เพื่อการจัดวางตำแหน่ง เรากำลังทำให้เจ้าชัดเจนในวิถีใหม่ ทูตสวรรค์เหล่านี้ไม่ใช่กองทัพทูตสวรรค์ที่เจ้าเคยรู้จักในฤดูกาลอื่น ทูตสวรรค์เหล่านี้กำลังทำให้พระคำในปากของเจ้าแหลมคม พวกเขากำลังทำให้กำหนดการและวาระเวลาของเจ้าชัดเจนเพื่อจะวางเจ้าในจุดที่เราได้เรียกเจ้า เจ้ากำลังเขย่าสิ่งที่ไม่ได้มาจากเราออกไป เจ้ากำลังเขย่าสิ่งต่างๆ ที่เจ้าเคยได้ยินและพูดถึงซึ่งไม่ใช่ของฤดูกาลนี้ออกไป เรากำลังส่งกองกำลังใหม่ของทูตสวรรค์มา เจ้ากำลังรับรู้ถึงแรงอัดของพวกเขาเพราะพวกเขาทำงานเพื่อลับเจ้าเข้าที่ๆ แหลมคมที่เรากำลังวางเจ้าไว้ในวันนี้ จงคงการเชื่อมต่อไว้! เชื่อมต่อต่อไปแม้ว่านี่ไม่ใช่ถ้อยคำที่เจ้าคาดหวังการเยี่ยมเยียนของเหล่าทูตสวรรค์จากฤดูกาลที่แล้ว
"มีที่แห่งใหม่ให้เจ้าไป มีการงานใหม่ที่กำลังรอเจ้าอยู่ มีความสัมพันธ์ที่กำลังรอเจ้าอยู่ มีที่แห่งใหม่ที่เรากำลังมอบให้แก่เจ้า จงเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง จงไปในที่ๆ เราส่งเจ้าไป จงอย่าไปด้วยกำลังของเจ้าเอง เพราะมันเป็นเราเองที่กำลังส่งเจ้าออกไป เรากำลังขับเคลื่อนเจ้า เรากำลังให้พละกำลังใหม่แก่เจ้าที่จะพลุ่งขึ้น จงไปในที่ๆ เราใช้เจ้าไป จงอย่ารู้สึกตกใจเพราะสิ่งที่เจ้าได้ยิน จงอย่าถอยหลังเพียงเพราะว่ายักษ์ทั้งหลายดูเหมือนอยู่ใกล้ จงยืนหยัดเพราะเราเองกำลังไปล่วงหน้าเจ้า เพียงแต่เจ้าไปกับเราและกล่าวว่า "ข้าพเจ้าถูกส่งมาเพื่อจะรับพระพรนี้"
"เราสามารถแยกสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกได้ เราสามารถทำให้สิ่งที่ไม่ยอมปล่อยจนเดี๋ยวนี้แยกออกเพื่อเจ้าจะสามารถผ่านไปได้ นี่เป็นเวลาของสำแดงให้เห็น เราวางแผนที่จะสำแดงให้แก่เจ้าสิ่งที่เจ้ากำลังมองหา จงอย่าถอยหลังเพราะการสำแดงให้เห็นพร้อมแล้วที่จะเริ่ม! การสำแดงให้เห็นพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นขึ้น! ดังนั้น หาที่นั่งของเจ้าในเราและเตรียมตัวให้พร้อมที่จะชมการสำแดงให้เห็นในสิ่งที่เจ้าได้ขอเรามาตลอด
"ที่นั่งของเจ้าและจุดที่เจ้าอยู่ได้ถูกเตรียมเอาไว้แล้วเพื่อเจ้า จงขึ้นมา! ผ่านการนมัสการของเจ้า จงลุกขึ้นและมานั่งกับเรา เราและเจ้าจะป่าวประกาศเข้าไปในบรรยากาศของเจ้าและทำให้ปัจจัยแวดล้อมของเจ้าเปลี่ยน จงขึ้นมา นั่งลง และเฝ้าดูบริเวณรอบตัวเจ้าในโลกถูกเติมเต็มด้วยการทรงสถิตของเรา จงเข้ามาอยู่ในที่ใหม่กับเรา ร่วมมือกับเราในวิถีใหม่ เรามีพระพรมากมายที่เจ้าไม่รู้ที่เรารอคอยมายาวนานเพื่อจะเทออกมาเหนือชีวิตของเจ้า
"เรามองหาคนกลุ่มหนึ่งตลอดมา เรามองหาตลอดมาสำหรับผู้ที่จะรับการเจิมในเวลานี้ มันมีการเจิมที่เรากำลังนำลงมาจากสวรรค์เพื่อเจ้าจะยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกันและทะลุทะลวงฝ่าเครื่องกีดขวางที่ศัตรูได้ก่อขึ้นมา เราเป็นกำลังเสด็จเข้ามาเดี๋ยวนี้!
"เรากำลังเข้ามาในชีวิตของเจ้าในวิถีใหม่ เรากำลังทำลายสิ่งที่เคยอยู่รอบตัวเจ้าตลอดมา เรากำลังทำให้เจ้าสัมผัสการทรงสถิตของเราในวิถีใหม่ เรากำลังทำให้เจ้าได้รับความโปรดปรานในวิถีใหม่ เรากำลังทะลุทะลวงสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อเลือดในสมองของเจ้า เจ้าเคยคิดว่าความรู้จะสามารถทำให้ผ่านไปได้ แต่เราต้องทะลุทะลวงสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อเลือดนั้นเพราะการไหลของละเมิดนั้นไหลจากคนรุ่นต่างๆ ในชีวิตของเจ้ายังคงมีสิทธิที่จะทำงานของมันอย่างต่อเนื่อง เราจะทำให้เจ้ามีชีวิตชีวาขึ้นและเห็นในสิ่งที่เราเห็น เรากำลังทะลวงสิ่งที่ปิดกั้นอยู่ในเลือด! เรากำลังทะลวงสิ่งที่ปิดกั้นอยู่ในเลือด! สิ่งที่ใส่แฟ้มไว้และจัดบันทึกรายการไว้บัดนี้กำลังมีชีวิตขึ้นมา เรากำลังย้อนกลับบางส่วนของโรคอัลไซเมอร์ เรากำลังกลับสภาพบางส่วนของโรคจิตเสื่อม (ที่มีผลต่อการคิด ความจำ และพฤติกรรม - dementia) เรากำลังเปลี่ยนบาสิ่งบางอย่าง เรากำลังกลับสภาพบางส่วนของการพูดตะกุกตะกัก/ติดอ่าง เรากำลังกลับสภาพของความบกพร่องของความสามารถในการอ่าน (dyslexia) เรากำลังทะลุทะลวงตัวปิดกั้นเลือดในสมองของเจ้า การทรงสถิตของเราสามารถทะลุทะลวงได้
"เราจะสำแดงพระสิริของเรา เรากำลังมาสำแดงเพื่อเราจะสามารถเปิดสิ่งที่ปิดบังสิ่งที่เจ้ากำลังมองหามาตลอด เรากำลังทำให้รูปแบบต่างๆ ของการละเมิดในโครโมโซมของเจ้าเป็นกลาง (ไม่สามารถมีอิทธิพลกับเราอีก) จงให้พระสิริของเราทะลุทะลวง! จงให้พระสิริของเราทะลุทะลวง! เรากำลังทำลายสิ่งที่ปิดกั้นจากความรู้สึกขาดความมั่นคงของเจ้า เรากำลังเปิดขุมทรัพย์ที่เจ้าตามหา เรากำลังถอนรากสิ่งที่ถูกฝังลึก และทำให้เจ้าผลิดอกและเบ่งบานในวิถีใหม่ จงยอมให้เราถอนราก! จงยอมให้เราถอนราก!"
ขอพระเจ้าอวยพระพร
ชัค ดี. เพียร์ส


Day 11 of 21 Days: Stay Connected this Hanukkah!
Brian Kooiman came to me this morning and shared the following:
The celebration of Hanukkah will begin tonight at sundown. Hanukkah is a time that we celebrate the Light that came to the world … the Word that became flesh, and that provides a lamp to our feet. This Light of the World came to rightly connect us with our Heavenly Father, and to make intercession for us so that we are seated with Him in heavenly places.
Five years ago, you sent out an emailer with prophetic revelation to prepare us for Hanukkah. The Spirit of God exhorted us to stay connected, and not to disconnect from each other or the Throne Room. At that time, I remember wrestling with isolation and not wanting to enter into the celebration of Hanukkah and the Festival of Lights. Therefore, I made some wrong decisions and missed the whole blessing of this season. I am just grateful to God that He gives us another season to celebrate.
I believe this Hanukkah is a unique opportunity to align in new ways, and to receive a fullness of joy that awaits each of God’s children. I believe that if we celebrate Hanukkah this year any portal of the enemy will be shut. Furthermore, we will position ourselves for a release of God’s anointing that will fill our deepest desires and cause our identity in Him to blaze brightly for all the world to see. 

Prophetic Revelation Previously Released on December 10, 2009 at Hanukkah!
Prophecy is so important. Without prophecy we perish. I know that so many of us are going through tremendous trials. However, we are receiving incredible breakthrough reports from many. Here is a prophetic word to encourage you:
"Stay connected this week! Stay connected this week!
There is something that you are going to have to praise your way through. Stay connected this week! Stay connected this week! Do not disconnect from Me. Do not disconnect from My Throne Room. Do not disconnect from where you are. Do not disconnect from each other. Stay connected so you can press on through what you'll be going through.
"Be where I assign you, when I assign you. There are new connections coming into your path this week.
You will begin to experience life in a way that you've not known in the past. So be where you are to be, when you are to be there, and watch Me work on your behalf. Put procrastination under your feet. Put laziness under your feet, and be where I tell you to be. Put shame under one foot and put disgust and lagging behind under the other foot. Be where I tell you to be! It's at that place you will begin to see.

"I am pulling down revelation in the night season. I am sending angels of preparation and angels of positioning. 

I am defining you in a new way. These are not the angelic hosts that you have known in other seasons. These are angels that are sharpening the Word that is in your mouth. They are sharpening your schedule and your timing to put you in the position to which I have called you. You are shaking off what is not of Me. You are shaking off things you have heard and said that were not about this season. I am sending a new angelic force. You are feeling their pressure as they work to hone you into that sharp place I am putting you in this day. Stay connected! Stay connected even though this is not the message you have expected from a former season of angelic visitation.
"There is a new place for you to go. There is a new job waiting on you. There is a relationship waiting on you. There is a new place that I am assigning you. Watch carefully. Go where I send you. Do not go in your own strength, for it is Me that is sending you forth. I AM mobilizing you. I AM giving you the strength to rise up. Go where I send you. Do not be frightened by what you hear. Do not back up just because giants seem near. Stand firm for I AM going before you. Just go with Me and say, 'I have been sent to receive this blessing.'
"I can part what is un-partable. I can cause that which would not let go to now come apart so you can pass through. This is a time of showing. I plan on showing you what you are looking for. Do not back up for the show is ready to begin! The show is ready to begin! Therefore, find your seat in Me and get ready to watch the manifestation that you have been asking Me about.
"Your seat and your position have already been prepared for you. Come up! Through your worship, rise up and be seated with Me. Together we will decree into your atmosphere and change your condition. Come up, be seated, and watch that area around you in the earth realm be filled with My presence. Come into a new place with Me. Join Me in a new way. I have blessings that you know not of that I long to pour out over you.
"I have been looking for a group. I have been looking for the ones to anoint now. There is an anointing that I am bringing down from heaven so you can stand as one and break through the barrier that the enemy has erected. I AM coming in NOW!"
"I am coming into your life in new ways. I am breaking that which has been around you. I am causing you to feel My presence in new ways. I am causing you to be favored in new ways. I am breaking through the blood carrier in your brain. You thought that knowledge could get through, but I have got to break that blood barrier where the iniquitous flow from generations in your life continues to have right to operate. I will cause you to come alive and see what I would see. I am breaking through a blood barrier! I am breaking through a blood barrier! What has been filed and catalogued is now coming alive. I am going to reverse some Alzheimer's. I am going to reverse some dementia. I am changing some things. I am going to reverse stuttering. I am going to reverse dyslexia. I am breaking through the blood barrier in your brain. My presence can penetrate.
"I will reveal My glory. I am coming to reveal so I can break open the seal that has closed up what you have been looking for. I am neutralizing your chromosomes from iniquitous patterns. Let My glory penetrate! Let My glory penetrate! I am breaking your insecurity barrier. I am uncovering the treasure that you have been. I am uprooting what has been buried deep, and causing you to flower and blossom forth in a new way. Let Me uproot! Let Me uproot!"
Blessings,
Chuck D. Pierce

17 ธันวาคม 2557

21 วันแห่งการใคร่ครวญเพื่อการทะลุทะลวง#Day 7

บทความคำหนุนใจของดร.ชัค เพียร์ส ( Dr.Chuck Pierce) เนื่องใน 21 วันแห่งการทะลุทะลวงจนไปสู่เทศกาลคริสต์มาส โดยเริ่มจากวันที่ 4 ธ.ค. จนถึง 25 ธ.ค. ผมได้นำข้อความนี้มาลงใน Blog ขอบคุณอ.ใหญ่ ศิริพร สุกัญจนสิริ ที่ช่วยแปลให้ได้อ่านกันนะครับ


วันที่ 7 ของ 21 วัน: ความฝันที่เต็มไปด้วยรูกระสุนมากมาย! จงให้โล่แห่งความเชื่อของท่านรับการซ่อมแซม!
ยุทธภัณฑ์ชิ้นหนึ่งที่เราสวมไว้คือโล่แห่งความเชื่อ! โล่แห่งความเชื่อมีความสำคัญมากเพราะเมื่อมันอยู่ในที่ของมัน สามารถดับลูกศรเพลิงทั้งหลายของศัตรูลง! ในขณะที่เราดำเนินชีวิตเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ศัตรูชอบที่จะทำให้ความเชื่อของเราไม่ทำงานและไม่สามารถนำมาใช้ได้ มีพวกหัวขโมยมากมายที่ปล้นความความเชื่อ เช่น ความขมขื่น ความโศกเศร้า ความชอกช้ำ/การกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงทุกรูปแบบที่มีผลกระทบต่อความทรงจำของเรา ความไม่เชื่อ ความสงสัย ขาดความซื่อสัตย์สุจริตใจ ความกลัว และประเด็นอื่นๆ มากมายที่ศัตรูสามารถใช้เพื่อหยุดยั้งเราจากการรุกหน้าต่อไป เมื่อไม่นานมานี้คุณรีเบคค่า ฟาวบีออน (Rebekah Faubion) ได้แบ่งปันความฝันซึ่งเป็นกุญแจสำคัญตามเนื้อหาข้างล่างนี้ และตามด้วยคำเผยพระวจนะที่ช่วยให้เรารุกหน้าต่อไป!

ดิฉันฝันเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ในความฝันนั้น ดิฉันเต็มไปด้วยรูกระสุนมากมาย แต่แม้ว่าดิฉันจะมีชีวิตที่มีรูพรุนและรั่วแบบนี้ ดิฉันยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่มีใครดูเหมือนจะสนใจว่าดิฉันมีรูกระสุนมากมายเหล่านี้ตามตัวและบาดเจ็บ ดิฉันมีบาดแผลจากมีดที่ท้องและร้องตะโกนออกมาตลอดเวลา "ฉันกำลังเลือดออก ฉันกำลังจะตาย!" ทุกคนรอบตัวดิฉันไม่มีใครใยดี ไม่สนใจ และยังคงเดินหน้าต่อไปกับชีวิตของตัวเอง ทั้งหมดที่ดิฉันคิดได้ก็คือว่าไม่มีใครดูเหมือนจะสังเกตเห็นว่าดิฉันกำลังจะตายจากสิ่งนี้! ดิฉันคิดตลอดเวลาว่า "ฉันกำลังจะตายและคุณไม่แม้แต่จะสนใจ!"

พระเจ้าเริ่มพูดกับดิฉันว่า: "เจ้าบาดเจ็บ! เจ้าบาดเจ็บมาตลอดและเจ้ายอมให้ตัวเจ้าเองบาดเจ็บ และเจ้าไม่ใส่ใจบาดแผลนั้นมาตลอดจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ เราพร้อมแล้วที่จะรักษาบาดแผลที่อยู่ในที่ลึกภายในเจ้า! เวลาของการละเลยบาดแผลต่างๆ ในพระกายของเราจบลงแล้ว จะไม่มีการแบกต่อไปหรือมาสู่เป้าประสงค์ของเราได้ในฤดูกาลของการบาดเจ็บ เราพร้อมแล้วที่จะรักษาบาดแผลนั้นในเจ้า บาดแผลจากอดีตสร้างให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยในเจ้า มันมีความอิดโรยอยู่ภายในเจ้าจากบาดแผลและความเจ็บปวดที่ทำให้เจ้านอนเหยียดยาว กลายเป็นไม่มีความรู้สึกรู้สาใดๆ และแม้กระทั่งมีคำพูดและทำสัญญากับความตายจากความบาดเจ็บเหล่านั้น วันนี้ เรากำลังบอกเจ้าว่า ลุกขึ้น! เราไม่ได้เรียกให้เจ้านอนเหยียดยาว เรากำลังเรียกเจ้าเดี๋ยวนี้ให้ลุกขึ้น จงลุกขึ้น! จงพูดออกมาด้วยเสียงอันดังว่า... "ซาตานเอ๋ย ข้าพเจ้าจะไม่นั่งอยู่ในฤดูการของความบาดเจ็บอีกต่อไป ข้าพเจ้าจะไม่นอนเหยียดยาว ตาย หรือยอมให้เจ้าเหยียบย่ำเหนือข้าพเจ้าอีกต่อไป" จงลุกขึ้น จงลุกขึ้น รับเอาพลังแห่งความเชื่อ กำลังใหม่ที่จะผงาดขึ้นและเอาชนะความอิดโรยของเจ้า! เราบอกว่า "ไม่มีอีกต่อไป!" เจ้าจงพูดสิ่ง "เราเป็น" กำลังพูด!"

ผมอยากจะหนุนใจท่านให้ร้องตะโกนออกมาว่า "ไม่มีอีกต่อไป!!! อ่านสดุดี 47!!! ผมขอเสนอให้คุณอ่าน "รื้อฟื้นโล่แห่งความเชื่อของท่าน" โดย ชัค ดี เพียร์ส และโรเบิร์ต ไฮด์เล่อร์

Day 7 of 21 Days: A Dream Full of Bullet Holes! Let Your Shield of Faith Be Restored!

One of the pieces of our armor that we put on is the Shield of Faith! The Faith Shield is so important because when it is in place, all the fiery darts of the enemy are quenched! The enemy loves to make our faith inactive and not applicable, as we walk through life’s circumstances. There are many faith robbers: bitterness, grief, traumas of all types that affect our memories, unbelief, doubt, lack of integrity, fear, and many other issues can be used by the enemy to stop us from advancing. Rebekah Faubion recently shared a key dream that follows below and then prophesied to help us move forward!

I had a dream this past Saturday night. In the dream, I was filled with bullet holes. However, even though I was riddled and leaking life, I continued to move forward. Nobody seemed to care that I had all these bullet holes in me and that I was wounded. I had a knife wound in my stomach and kept shouting, ‘I’m bleeding out, I’m going to die!’ Everyone around me was nonchalant, uncaring, and kept proceeding forward with their own lives. All I could think was that nobody seemed to notice that I was dying from this! I kept thinking, ‘I am going to die and you don’t even care!’

The Lord began to speak to me: “You are wounded! You have been wounded and you have allowed yourself to be wounded, and you have ignored the wound until now. I am getting ready to heal the wound in your belly! The time for ignoring the wounds in My body has ended. There will be no carrying on or accomplishing My purpose in the wounded season. I am ready to heal the wound in you. The wounding of the past has created a tiredness in you. There has been an exhaustion in you from your wounds and hurts that has caused you to lie down, become passive and even put casualty death covenant and words in motion. Today, I am saying, RISE UP! I am not calling you to lie down. I am calling you right now to get up, get up! Say out loud… ‘I am no longer going to sit in a wounded season. I am no longer going to lay down and die and allow you to trample over me, Satan’. Get up! Get up! Receive a new faith energy. New strength will arise and overtake your exhaustion! I say, ‘NO MORE!’ You say what I AM saying!”

I want to encourage you to SHOUT: NO MORE!!!! Read Psalm 47!!! I also want to suggest you read Restoring Your Shield of Faith by Chuck D. Pierce and Robert Heidler.

21 วันแห่งการใคร่ครวญเพื่อการทะลุทะลวง#Day 6

บทความคำหนุนใจของดร.ชัค เพียร์ส ( Dr.Chuck Pierce) เนื่องใน 21 วันแห่งการทะลุทะลวงจนไปสู่เทศกาลคริสต์มาส โดยเริ่มจากวันที่ 4 ธ.ค. จนถึง 25 ธ.ค. ผมได้นำข้อความนี้มาลงใน Blog ขอบคุณอ.ใหญ่ ศิริพร สุกัญจนสิริ ที่ช่วยแปลให้ได้อ่านกันนะครับ

วันที่ 6 ของ 21 วัน: เห็นพ้องกับเสียงจากสวรรค์เพื่อรื้อเพดานที่อยู่เหนือคุณออกไป!
บทความเพื่อการใคร่ครวญเหล่านี้ได้กระตุ้นให้การสำแดงปรากฏแก่ผู้คนมากมายทั่วโลก!!! มันมีเพดานที่มองไม่เห็นมากมายอยู่เหนือเราที่แข่งขันกับพระพรต่างๆ ของพระเจ้าที่ปรากฏในชีวิตของเรา! เพดานบางอันถูกสร้างขึ้นมาเพราะความไม่เชื่อของเรา และอันอื่นๆ พัฒนาขึ้นมาจากความพยายามของศัตรูที่จะปิดกั้นเราจากการมีประสบการณ์กับพระสิริของพระเจ้าท่ามกลางเรา! ผมของป่าวประกาศว่าคุณจะเริ่มเปิดริมฝีปากของคุณและสรรเสริญพระเจ้าอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน! 

คุณเชอร์ริล ไพร์ส (Sheryl Price) ส่งข้อความต่อไปนี้มา:
Dr.Sheryl Price
ดิฉันตื่นเต้นมากที่ได้อ่านบทความเพื่อการใคร่ครวญของเมื่อวานสำหรับเทศกาลนี้ ซึ่งส่งมาโดยคุณเมลินด้า ริชาร์ดสัน เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่การสามัคคีธรรมของเราในนิวเจอร์ซี่ พระเจ้าทรงสำแดงแก่เราถึงบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายคลึงกันมากกับถ้อยคำของเธอ! ในระหว่างการนมัสการ มีการปรับเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดเข้ามาในบรรยากาศ ทันใดนั้น พวกเราทั้งที่ประชุมถูกนำเข้าไปสู่ที่หนึ่งในฝ่ายวิญญาณที่พวกเราไม่เคยไปมาก่อน! ในชั่วขณะนั้น เสียงใหม่และไม่ธรรมดาเริ่มออกมาจากทั้งที่ประชุม! มันไม่เหมือนกับสิ่งใดที่เราเคยได้ยินหรือเคยทำมาก่อน! ในขณะที่เสียงนี้ออกมาจากเรา ดิฉันเห็นเพดานที่เป็นเหมือนแก้วกระจกแตกละเอียดเป็นล้านๆ ชิ้น! พระเจ้าตรัสว่าสิ่งที่กัดขวางถูกทำลายแล้วและพระองค์กำลังพาพวกเราเข้าสู่ฤดูกาลที่สดใหม่ของการปลดปล่อยอย่างอัศจรรย์!

การอ่านพระคัมภีร์ประจำวันของดิฉันเช้าวันนี้อยู่ในกจ. 2 ในขณะที่ดิฉันอ่านจากบทนี้ ดิฉันรู้สึกอัศจรรย์ใจที่เห็นว่าพระเจ้ายังคงพูดกับดิฉันอย่างต่อเนื่องถึงเสียงใหม่ที่กำลังทำลายสิ่งกีดขวางต่างๆ! ในกจ.2:2 ของฉบับแอมพลิฟาย บอกว่า "ทันใดนั้นมีเสียงมาจากฟ้าสวรรค์เหมือนกับเสียงแตรดังสนั่น และดังไปทั่วทั้งบ้านที่พวกเขากำลังนั่งอยู่" 
กจ.2:6 บอกว่า "และเมื่อได้ยินเสียงนี้ คนมากมายมารวมตัวกันและพวกเขารู้สึกประหลาดใจและงุนงงเพราะแต่ละคนได้ยินพวกเขา (พวกอัครทูต) กำลังพูดในภาษาท้องถิ่นของตน!"

เมื่อพระเจ้าส่งเสียงของพระองค์เข้ามาในโลกนี้ พระองค์กำลังมองหาคนเหล่านั้นซึ่งโดยความเชื่อจึงทำให้เสียงนั้นดังก้องเข้าไปในมิติที่เขามีอิทธิพลอยู่ เพราะเมื่อเราทำเช่นนั้น คนเป็นจำนวนมากจะมาสู่ประสบการณ์ของการรับเสียงใหม่นี้เพื่อตัวของเขาเอง! มก.2:1-5 บอกว่า "ข่าว (เสียง) ถูกแพร่กระจายออกไปว่าพระองค์ประทับที่บ้าน" มันชัดเจนว่าเสียงใหม่กำลังถูกปลดปล่อยออกไป! คนทั้งหลายเช่นคุณและผมตอบสนองต่อเสียงใหม่ที่กำลังถูกปลดปล่อยออกไป และรื้อเพดานออกให้เพื่อนของตนที่ต้องการการรักษาโรค สามารถไปถึงพระเยซู! คนทั้งหลายที่ทำให้เสียงดังก้องไป ผู้รื้อเพดานออก! บุกทะลวงเข้าไปเพื่อการทะลุทะลวงสำหรับตัวเองและผู้อื่น! 
ผมอยากเป็นเช่นนั้นด้วย แล้วคุณล่ะ?"

Day 6 of 21 Days: Agree With the Sound of Heaven to Break the Ceiling Over You!
Dr.Chuck Pierce

These devotions are stirring up revelation in people all over the world!!!! There are invisible ceilings above us that compete with the blessings of God manifesting in our lives! Some of these are created by our unbelief, and others are developed by the enemy’s attempt to block us from experiencing the glory of God in our midst! I declare that you will begin to open your mouth and praise God in a way like never before! Sheryl Price sent the following:

I was so excited to read the GOZ seasonal devotion yesterday written by Melinda Richardson. Sunday evening, at our fellowship here in New Jersey, the Lord showed us something very similar to her word! During worship, a noticeable shift came into the atmosphere. Instantly, we were corporately taken up into a place in the Spirit that we have never been before! At that moment, a new and unusual sound began to come forth from the entire congregation! It was unlike anything we have ever heard or made before! As this sound came forth out of us, I saw a glass ceiling shatter into millions of pieces! The Lord said the barrier had been broken and He was ushering us into a fresh season of miraculous release!
My daily Bible reading this morning was in Acts 2. As I read from this chapter, I was amazed to see the Lord continuing to speak to me about the new sound breaking barriers!
 
Acts 2:2 in the Amplified says, ‘When suddenly there came a SOUND from heaven like the rushing of a violent tempest blast, and it filled the whole house in which they were sitting.’
 Acts 2:6 says, ‘And when this SOUND was heard, the multitude came together and they were astonished and bewildered, because each one HEARD them (the apostles) speaking in his own particular dialect!’

When the Lord sends His sound into the earth, He is looking for those who, by faith, will reverberate that sound into their spheres of influence! When we do so, the multitudes will come to experience this new sound for themselves!
Mark 2:1-5 says, ‘It was NOISED that Jesus was in the house!’ (KJV) Clearly, a new sound was being released! People just like you and I responded to this new sound and BROKE OPEN THE CEILING to get their friend who needed healing, to Jesus! Sound reverberators, ceiling smashers! Pressing in to press through for themselves and others! 
I want to be like that, too, don’t you?”