07 ตุลาคม 2558

พระเยซู ผู้​เป็น​แหล่ง​น้ำ​แห่ง​ชีวิตในเทศกาลอยู่เพิง

สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน เชื่อว่าในช่วงเทศกาลอยู่เพิงหรือสุคคท(Sukkot) ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.-4 ต.ค.2015 ที่ผ่านมา  เราจะมีประสบการณ์อยู่ภายใต้เพิงแห่งพระสิริ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งความยินดีในการสามัคคีธรรมกับพระเจ้าและพี่น้องในพระคริสต์ 

ผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับเทศกาลอยู่เพิงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้อ่านทุกท่านสามารถกลับไปอ่านย้อนหลังได้นะครับ ตาม Link นี้ครับ



สำหรับในปี 5776 นี้ ผมขอเขียนในมุมมองและข้อคิดจากเทศกาลอยู่เพิงที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 8 ซึ่งเป็นวันที่คนยิวอยู่ในเพิงมาแล้ว 7 วันและวันที่ 8 คือวันที่เรียกว่า  "ชิมหัต โทราห์" (Simchat Torah)  เป็นวันแห่งการชื่นชมยินดีในพระคำ(Torah)ของพระยาห์เวห์  คนยิวจำนวนมากเต้นรำด้วยถือหนังสือม้วนโทราห์ อ่านตั้งแต่ปฐมกาลข้อแรก และข้อสุดท้ายของเฉลยธรรมบัญญัติ เพื่อแสดงว่าพระวจนะของพระเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด 
มีการนมัสการอย่างชื่นชมยินดีธรรมศาลา(Synagogue)
ในพระธรรมยอห์นบทที่ 7 ได้บันทึกว่า พระเยซูคริสต์ทรงมาร่วมเทศกาลอยู่เพิง

ยน. 7:37-39 ​ 
37 ใน​วัน​สุดท้าย​ของ​งาน​เทศกาล​(วันที่ 8 Simchat Torah) ซึ่ง​เป็น​วัน​ยิ่งใหญ่​นั้น ​พระ​เยซู​ทรง​ยืน​ขึ้น​และ​ทรง​ประกาศ​ว่า “ถ้า​ใคร​กระหาย ให้​คน​นั้น​มา​หา​เรา
38 ​และ​ให้​คน​ที่​วางใจ​ใน​เรา​ดื่ม ตาม​ที่​มี​คำ​เขียน​ไว้​แล้ว​ว่า ‘แม่น้ำ​ที่​มี​น้ำ​ดำรง​ชีวิต​จะ​ไหล​ออกมา​จาก​ภาย​ใน​คน​นั้น’​​”
39 ​สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​ตรัส​นั้น​หมายถึง​พระ​วิญญาณ​ซึ่ง​คน​ที่​วางใจ​พระ​องค์​จะ​ได้รับ เพราะ​ว่า​พระ​วิญญาณ​ยัง​ไม่​สถิต​ด้วย​ เพราะ​พระ​เยซู​ยัง​ไม่ได้​รับ​พระ​เกียรติ


ในช่วงเทศกาลอยู่เพิงมีพิธีเทน้ำ(Beit She'ubah)  โดยทุกเช้าของเทศกาลอยู่เพิง ปุโรหิตซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้โดยเฉพาะจะนำเหยือกทองคำมาที่สระสิโลอัม เพื่อตักน้ำกลับไปยังพระวิหาร โดยจะเดินเข้าทางประตูน้ำ และขณะที่ประชาชนกำลังร้องเพลงสรรเสริญจากพระธรรมสดุดี ปุโรหิตจะค่อย ๆ เทน้ำลงในกรวยรดฐานของแท่นบูชา แล้วไหลลงกลับสู่ดิน  สิ่งนี้เป็นภาพเงาที่เล็งถึงอนาคตข้างหน้าที่พระองค์จะเทพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาเหนืออิสราเอลและผู้เชื่อทุกคนจากทุกชาติทุกภาษา ซึ่งอยู่ภายใต้การครอบครองของพระเมสสิยาห์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำเร็จตามคำเผยพระวจนะในพระธรรมกิจการฯบทที่ 2

นอกจากนี้ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ ได้กล่าวไว้ใน ยรม. 17:13 ข้าแต่พระเจ้า ความหวังแห่งอิสราเอล บรรดาคนเหล่านั้นที่ละทิ้งพระองค์จะต้องรับความอับอาย บรรดาคนทั้งปวงที่หันไปจากพระองค์จะต้องจารึกไว้ในแผ่นดินโลก เพราะเขาได้ละทิ้งพระเจ้าผู้เป็นแหล่งน้ำแห่งชีวิตเสีย

ซึ่งเป็นการเผยพระวจนะล่วงหน้าไว้ประมาณ  550 ปี  ก่อนที่พระเยซูคริสต์ทรงมาประสูติบนโลกนี้  คำเผยพระวจนะนี้กล่าวถึง พระเยซูว่าพระองค์ทรงเป็นน้ำพุแห่งชีวิต เป็นทั้งความหวังและเป็นช่วยให้รอด ที่คนยิวได้ละทิ้งไปนั่นเอง พระเยซูจะเข้ามาเติมเต็มให้พวกเขาไม่หิวกระหายอีกต่อไปเมื่อได้พบกลับพระองค์ และพระเยซูคริสต์จะประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นน้ำที่ธำรงชีวิตให้กับพวกเขา 

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเหตุการณ์สำคัญในเทศกาลอยู่เพิงในสมัยพระเยซูคริสต์นั้นคือ  พระเยซู ผู้​เป็น​แหล่ง​น้ำ​แห่ง​ชีวิต พระวิญญาณของพระองค์ไม่ได้ประหารคนให้ตายแต่ประทานชีวิตรอด

คร. 3:6 ผู้ทรงโปรดประทานให้เราสามารถที่จะเป็นพันธกรแห่งพันธสัญญาใหม่ อัมิใช่ประมวลกฎแต่เป็นมาโดยพระวิญญาณ ด้วยว่าประมวลกฎนั้นประหารให้ตาย แต่ส่วนพระวิญญาณประทานชีวิต

เมื่อเราได้อ่านต่อไปในพระธรรมยอห์นบทที่ 8:1-11 จะพบกับเหตุการณ์ "คดีเด็ด" ที่ต้องการเผด็จศึกหญิงที่ทำผิดล่วงประเวณี แต่พระเยซูคริสต์ทรงตัดสินคดีด้วยหัวใจ จากคดีเด็ดกลายเป็น "คดีสีชมพู" ด้วยหัวใจแห่งการอภัยของพระเยซู

ในพระธรรมยอห์น บทที่ 8 ข้อที่ 3 -6 บันทึกว่า 

3 พวก​ธรรมาจารย์​และ​พวก​ฟาริสี​พา​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​มา​หา หญิง​คน​นี้​ถูก​จับ​ฐาน​ล่วง​ประเวณี และ​พวก​เขา​ให้​นาง​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​ประชาชน
4 เขา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​อาจารย์ หญิง​คน​นี้​ถูก​จับ​ขณะ​กำลัง​ล่วง​ประเวณี​อยู่
5 ​ใน​ธรรม​บัญญัติ​นั้น​โมเสส​สั่ง​ให้​เรา​เอา​หิน​ขว้าง​คน​อย่าง​นี้​ให้​ตาย​​ แล้ว​ท่าน​จะ​ว่า​อย่างไร?”
6 เขาพูดอย่างนี้เพื่อทดลองพระองค์โดยหวังจะหาเหตุฟ้องพระองค์ แต่พระเยซูน้อมพระกายลงเอานิ้วเขียนที่ดิน

พวก​ธรรมาจารย์​และ​พวก​ฟาริสีจับหญิงที่ล่วงประเวณี มาพร้อมกับใช้เธอเป็นอุปกรณ์เพื่อจะมาทดลองพระเยซู  พวกเขาเรียกพระองค์ว่าเป็น "ท่าน​อาจารย์(รับบี) " ประมาณว่าท่านทราบไหมว่าพระบัญญัติของพระเจ้าผ่่านทางโมเสสบอกว่าอะไร และต้องลงโทษหญิงคนนี้อย่างไร พระเยซูคริสต์ทรงทราบดีถึงพระบัญญัติของพระเจ้า โทษตามกฏคือต้องประหารเธอให้ตาย! 

ตามพระบัญญัตินั้นมี "กฎเรื่องความหึงหวงของสามี"(กดว.5:11-31) หากสามีระแวงให้พาภรรยาไปหาปุโรหิตและปุโรหิตจะวินิจฉัย หากเธอผิดประเวณีจริงก็ให้เอาหินขว้างมีการให้ดื่มน้ำสาบาน  

กดว. 5:27 เมื่อให้หญิงนั้นดื่มน้ำแล้ว ถ้านางทำตัวเป็นมลทินและประพฤตินอกใจสามี น้ำที่ทำให้เกิดการสาปแช่งนั้นจะเข้าในตัวนางและทำให้เจ็บปวดมาก ท้องของนางจะป่องและมดลูกจะลีบไป และนางจะเป็นที่แช่งสาปท่ามกลางชนชาติของนาง
ผู้ที่เป็นปุโรหิตจะบันทึกเรื่องราวคดีความไว้ในสมุดแห่งพระวิหาร  ผู้ที่จะเอาหินขว้างคนแรกแสดงว่า เป็นสามีหรือชู้ของนาง เพราะสามีเท่านั้นที่มีสิทธิฟ้องเอาเรื่องได้ตามพระบัญญัติ  

สายตาประชาชนที่มาที่ลานประตูเมือง มาเฝ้าดูคดีนี้อย่างใจจดใจจ่อว่า คดีนี้จะสิ้นสุดอย่างไร และในเทศกาลอยู่เพิง ช่วงวัน"ชิมหัต โทราห์" รับบีเยซูจะทำอย่างไรกับคดีนี้

เพราะถ้าพระเยซูเพิกเฉยต่อพระบัญญัติ ปล่อยหญิงที่ล่วงประเวณี คนจะดูหมิ่นพระองค์และพระบัญญัติของพระเจ้า แต่ถ้าพระองค์ทำตามพวกเขาคือ ประหารหญิงที่ล่วงประเวณีคนนี้ พระองค์ก็จะทำผิดต่อพระบิดาซึ่งเปี่ยมด้วยพระคุณและความรัก 

แต่ในข้อ 8-11 จะเห็นถึงพระสติปัญญาของพระเยซูในการแก้ไขคดีด้วยหัวใจแห่งการอภัยและพระคุณที่ไม่ละเลยพระบัญญัติ พระเยซูไม่ได้ลบล้างพระบัญญัติแต่ทำให้ครบถ้วนด้วยพระคุณ

7 และเมื่อพวกเขายังทูลถามอยู่เรื่อยๆ พระองค์ก็ยืดพระกายขึ้นตรัสตอบเขาว่า ใครในพวกท่านไม่มีบาป ให้เอาหินขว้างนางก่อนเป็นคนแรก
8 แล้วพระองค์น้อมพระกายลงเอานิ้วเขียนที่ดินอีก
9 แต่เมื่อพวกเขาได้ยินอย่างนั้น เขาก็ออกไปทีละคน เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่ เหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์
10 พระเยซูยืดพระกายขึ้นตรัสกับนางว่า หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนหมด? ไม่มีใครเอาโทษเธอหรือ?”
11 นางทูลว่า ท่านเจ้าข้า ไม่มีใครเลยแล้วพระเยซูตรัสว่า เราก็ไม่เอาโทษเหมือนกัน จงไปเถิดและจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก


มีนักวิชาการพระคัมภีร์หลายท่านตีความ ว่า พระเยซูคริสต์เขียนอะไรที่พื้นดิน บ้างก็ว่าเขียนพระบัญญัติจากพระธรรมกันดารวิถีบทที่ 5 หรือพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 17  ผมคงไม่ได้สรุปว่าพระองค์เขียนพระบัญญัติตอนนี้ แต่ผมเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงทราบดีถึงพระบัญญัติข้อนี้ดี  พระธรรมยอห์นไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าพระองค์เขียนที่ดินว่าอะไร แต่พระองค์ทรงใช้พระบัญญัติของพระเจ้าในการตัดสินคดีนี้


(ผมขอสรุปความจากพระบัญญัติของพระเจ้าจาก กดว.5:11-31 และ ฉธบ. 17:5-7 ดังนี้)

กดว.5:11-31 
...12 “จง​บอก​คน​อิสราเอล​ว่า ถ้า​ภรรยา​ของ​ชาย​คน​ไหน​หลง​ผิด​และ​ประพฤติ​นอกใจ​สามี
13 ​มี​ชาย​อื่น​มา​นอน​กับ​นาง​ใน​ที่​ลับ​ตา​สามี​ของ​นาง นาง​ก็​มี​มลทิน​แล้ว​แม้​ถูก​ปิดบัง​ไว้ และ​แม้​ไม่​มี​พยาน ทั้ง​จับ​ไม่ได้​คา​หนัง​คา​เขา
14 ​จิต​หึง​หวง​ก็​มา​อยู่​ใน​ตัว​สามี เขา​จึง​หึง​หวง​ภรรยา​ผู้​มี​มลทิน​นั้น หรือ​ว่า​มี​จิต​หึง​หวง​อยู่​ใน​สามี เขา​จึง​หึง​15 ​ให้​ชาย​นั้น​พา​ภรรยา​ของ​เขา​ไป​หา​ปุโรหิต และ​นำ​เครื่องบูชา​สำหรับ​ภรรยา​ไป​ด้วย คือ​แป้ง​บาร์เลย์​ประมาณ​หนึ่ง​กิโลกรัม แต่​ไม่ให้​เขา​เท​น้ำ​มัน​หรือ​ใส่​กำยาน​ใน​แป้ง​นั้น เพราะ​เป็น​ธัญ​บูชา​เกี่ยวกับ​ความ​หึง​หวง เป็น​ธัญ​บูชา​แห่ง​การ​ระลึก​คือ​ให้​ระลึก​ถึง​ความ​ผิด
16 “ปุโรหิต​จะ​นำ​นาง​มา​ใกล้​และ​ให้​ยืน​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​ยาห์เวห์
17 ​และ​ปุโรหิต​จะ​เอา​น้ำ​ศักดิ์สิทธิ์​ใส่​ใน​ภาชนะ​ดิน แล้ว​เอา​ผง​คลี​จาก​พื้น​พลับพลา​ใส่​ใน​น้ำ​นั้น
18 ​ปุโรหิต​จะ​ให้​นาง​ยืน​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​ยาห์เวห์ และ​แก้​มวย​ผม​ของ​นาง​ออก แล้ว​ส่ง​ธัญ​บูชา​แห่ง​การ​ระลึก​ให้​นาง​ถือ​ไว้ ซึ่ง​เป็น​ธัญ​บูชา​แห่ง​ความ​หึง​หวง ส่วน​ปุโรหิต​จะ​ถือ​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น​ที่​ทำ​ให้​เกิด​การ​สาปแช่ง​นั้น​ไว้
19 ​จาก​นั้น​ปุโรหิต​จะ​ให้​นาง​สาบาน​และ​พูด​กับ​นาง​ว่า ‘ถ้า​ไม่​มี​ชาย​ใด​มา​นอน​กับ​เจ้า หรือ​ถ้า​เจ้า​ไม่ได้​หลง​ผิด​ไป​มี​มลทิน เมื่อ​เจ้า​ยัง​อยู่​กิน​กับ​สามี ​ก็​ให้​เจ้า​พ้น​จาก​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น​ที่​ทำ​ให้​เกิด​การ​สาปแช่ง​นี้
20 ​แต่​ถ้า​เจ้า​หลง​ผิด​ใน​ขณะที่​เจ้า​อยู่​กิน​กับ​สามี​แล้ว​มี​มลทิน โดย​ชาย​อื่น​ที่​ไม่ใช่​สามี​ได้​นอน​กับ​เจ้า
21 ​(​และ​ให้​ปุโรหิต​บอก​หญิง​นั้น​กล่าว​คำ​สาบาน​ของ​การ​สาปแช่ง ทั้ง​บอก​กับ​หญิง​นั้น​ว่า​) ขอ​พระ​ยาห์เวห์ท​รง​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​คำ​แช่ง และ​คำ​สาป​ท่ามกลาง​ชน​ชาติ​ของ​เจ้า โดย​การ​ที่​พระ​องค์​ทรง​ทำ​ให้​มดลูก​ของ​เจ้า​ลีบ และ​ท้อง​เจ้า​ป่อง...
27 ​เมื่อ​ให้​หญิง​นั้น​ดื่ม​น้ำ​แล้ว ถ้า​นาง​ทำ​ตัว​เป็น​มลทิน​และ​ประพฤติ​นอกใจ​สามี น้ำ​ที่​ทำ​ให้​เกิด​การ​สาปแช่ง​นั้น​จะ​เข้า​ใน​ตัว​นาง​และ​ทำ​ให้​เจ็บปวด​มาก ท้อง​ของ​นาง​จะ​ป่อง​และ​มดลูก​จะ​ลีบ​ไป และ​นาง​จะ​เป็น​ที่​แช่ง​สาป​ท่ามกลาง​ชน​ชาติ​ของ​นาง
28 ​ถ้า​หญิง​นั้น​ไม่ได้​มี​มลทิน​และ​นาง​บริสุทธิ์ นาง​ก็​จะ​พ้น​ความ​ผิด​และ​ตั้งครรภ์
29 “นี่​เป็น​กฎ​เรื่อง​ความ​หึง​หวง เมื่อ​ภรรยา​ได้​หลง​ไป​ทำ​ตัว​ให้​มี​มลทิน​ทั้ง​ที่​ยัง​อยู่​กิน​กับ​สามี
30 ​หรือ​เมื่อ​มี​จิต​หึง​หวง​อยู่​ใน​ผู้ชาย และ​เขา​หึง​หวง​ภรรยา​ของ​ตน เขา​ต้อง​ให้​นาง​ไป​ยืน​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​ยาห์เวห์ และ​ปุโรหิต​จะ​ปฏิบัติ​ต่อ​นาง​ตาม​บัญญัติ​นี้​ทุก​ประการ
31 ​ผู้ชาย​จึง​จะ​พ้น​ผิด ส่วน​ผู้หญิง​จะต้อง​รับ​ความ​ผิด​ของ​นาง”

ฉธบ. 17:5-7
ท่านจงนำชายหรือหญิง ผู้ทำสิ่งชั่วร้ายนั้นออกมาที่ประตูเมือง และท่านจงเอาหินขว้างชายหรือหญิงนั้นเสียให้ตาย
ผู้ที่ถูกกล่าวโทษถึงตายนั้น ให้มีพยานสองหรือสามปาก จึงให้ปรับโทษถึงตายได้ ห้ามลงโทษใครถึงตายด้วยพยานปากเดียว
นการประหารชีวิตนั้น ให้พวกพยานลงมือก่อน ต่อไปคนทั้งปวงจึงร่วมมือด้วย แล้วท่านจะกำจัดความชั่วเสียจากท่ามกลางท่าน

คำถามที่สำคัญของพระเยซูคริสต์คือ  ใครในพวกท่านไม่มีบาป ให้เอาหินขว้างนางก่อนเป็นคนแรก”(ยน.8:7) ผลคือ เมื่อพวกเขาได้ยินอย่างนั้น เขาก็ออกไปทีละคน เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่ เหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์(ยน.8:9)

ในเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในบริเวณพระวิหาร พระเยซูเอานิ้วเขียนที่ดินในเขตพระวิหาร สิ่งที่พระเยซูทรงเขียนคือ  ชื่อคน คดีความ โจทย์และจำเลย ตามพระบัญญัติการเอาความต้องมีพยาน 2 ปาก ( ฉธบ. 17:6 ผู้ที่ถูกกล่าวโทษถึงตายนั้น ให้มีพยานสองหรือสามปาก จึงให้ปรับโทษถึงตายได้ ห้ามลงโทษใครถึงตายด้วยพยานปากเดียว )
แต่เมื่อเหลือพระเยซูกับหญิงล่วงประเวณีเพียง 2 คน มีแต่จำเลย ไม่มีโจทย์ มีแต่พระเยซูคริสต์ที่เป็นพยานในเวลานั้น  พยานปากเดียวเอาโทษไม่ได้  

ยน.8:10-11
10 พระเยซูยืดพระกายขึ้นตรัสกับนางว่า หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนหมดไม่มีใครเอาโทษเธอหรือ?”
11 นางทูลว่า ท่านเจ้าข้า ไม่มีใครเลย” แล้วพระเยซูตรัสว่า เราก็ไม่เอาโทษเหมือนกัน จงไปเถิดและจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก

เมื่อพระเยซูตรัสกับหญิงคนนั้นว่า เราก็ไม่เอาโทษเหมือนกัน จงไปเถิดและจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก
พระเยซูคริสต์ทรงให้อภัยเธอ แต่สิ่งที่พระองค์กำชับคือ "
อย่าทำบาปอีก” 

ดังนั้นพระบัญญัติของพระเจ้าที่ให้กับเราเพื่อให้เราได้ทราบถึงความร้ายแรงของบาป  เมื่อเราทั้งหลายได้รับการให้อภัยโดยพระคุณ เราควรที่จะกลับใจใหม่และอย่ากลับไปทำบาปอีก เป็นการดูหมิ่นพระคุณที่เราได้รับจากพระเจ้า 

รม. 6:14-15 
14 ​บาป​จะ​ไม่​ครอบงำ​พวก​ท่าน​ต่อไป เพราะ​ว่า​ท่าน​ไม่​อยู่​ใต้ธรรม​บัญญัติ แต่​อยู่​ใต้​พระ​คุณ
15 ถ้า​เช่นนั้น​จะ​ว่า​อย่างไร? เรา​จะ​ทำ​บาป​เพราะ​ไม่​อยู่​ใต้ธรรม​บัญญัติ แต่​อยู่​ใต้​พระ​คุณ​อย่าง​นั้น​หรือ? เปล่า​เลย

สิ่งที่พระเยซูเขียนที่ดินอาจจะเป็นประเด็นถกเถียงต่อไปในทางศาสนศาสตร์  แต่สิ่งที่เป็นความจริงคือ  
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความหวังและ​แหล่ง​น้ำ​แห่ง​ชีวิตในเทศกาลอยู่เพิง

ยรม. 17:13 ข้าแต่พระเจ้า ความหวังแห่งอิสราเอล บรรดาคนเหล่านั้นที่ละทิ้งพระองค์จะต้องรับความอับอาย บรรดาคนทั้งปวงที่หันไปจากพระองค์จะต้องจารึกไว้ในแผ่นดินโลก เพราะเขาได้ละทิ้งพระเจ้าผู้เป็นแหล่งน้ำแห่งชีวิตเสีย

ในเทศกาลอยู่เพิงนั้น  ​พระ​เยซู​ทรง​ยืน​ขึ้น​และ​ทรง​ประกาศ​ว่า “ถ้า​ใคร​กระหาย ให้​คน​นั้น​มา​หา​เรา
​และ​ให้​คน​ที่​วางใจ​ใน​เรา​ดื่ม ตาม​ที่​มี​คำ​เขียน​ไว้​แล้ว​ว่า ‘แม่น้ำ​ที่​มี​น้ำ​ดำรง​ชีวิต​จะ​ไหล​ออกมา​จาก​ภาย​ใน​คน​นั้น’​​”  สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​ตรัส​นั้น​หมายถึง​พระ​วิญญาณ​ซึ่ง​คน​ที่​วางใจ​พระ​องค์​จะ​ได้รับ 

ในเทศกาลอยู่เพิงที่เราได้ฉลองกันอยู่ในทุกปีนั้น แสดงถึงพระเยซู ผู้​เป็น​แหล่ง​น้ำ​แห่ง​ชีวิต ที่อยู่ในชีวิตของเรา ขอให้เรามีประสบการณ์ในเพิงแห่งพระสิริในชีวิตของเรา เอเมน

23 กันยายน 2558

ข้อคิดจาก "สงครามยมคิปปูร์" ในอดีต : พระยาห์เวห์ สะบาโอท ผู้ประทานชัย

 ข้อคิดจาก "สงครามยมคิปปูร์" ในอดีต : พระยาห์เวห์ สะบาโอท ผู้ประทานชัย
วันลบมลทินบาป(Yom Kippur-ยม คิปปูร์)ปี 2015 ตรงกับ วันที่ 23 ก.ย. (วันที่ 10 เดือนทิชรี) ในช่วงระหว่างวันที่ 13-23 ก.ย. ช่วงเวลา 10 วันแห่งความยำเกรงพระเจ้า (Days of Awe) เป็นเวลาที่จะหันชีวิตออกจากวิถีแห่งความบาป และหันกลับมาหาพระเจ้าโดยการอดอาหารอธิษฐานเป็นการเตรียมชีวิตกลับใจจากความบาป)


ณ ที่ราบสูงโกลาน (Golan Height)เป็นที่ตั้งของฐานทัพที่อิสราเอลใช้ในการต่อสู้กับประเทศอาหรับ เช่น เลบานอน ซีเรีย และจอร์แดน เป็นจุดเหนือสุดของประเทศอิสราเอล ณ จุดนี้เราจะสามารถเห็นภูเขาเฮอร์โมน(Hermon)ที่กล่าวถึงในสดด.133

และเห็นเขตแดนติดต่อประเทศเลบานอนและประเทศซีเรีย เป็นที่ตั้งของหุบเขาบาคา(สดด.84:6) หุบเขาแห่งน้ำตา (Valley of Tear) ทำไมถึงมีชื่อว่า "หุบเขาแห่งน้ำตา (Valley of Tear)" ทั้งนี้เพราะว่าในเดือน ต.ค.ปีค.ศ.1973 เกิดสงครามที่เรียกว่า "สงครามยมคิปปูร์"(Yom Kippur -เทศกาลลบมลทินบาป -เป็นช่วงเวลาอดอาหารอธิษฐานแสวงหาพระเจ้า)กับประเทศซีเรีย

ในเหตุการณ์นั้นกองทัพซีเรียบุกมาด้วยรถถัง 500 คัน ขณะที่อิสราเอลมีรถถังเพียง 50 คันและน้ำมันเกิดหมดต้องกลับไปเติมน้ำมัน ระหว่างนั้นเมื่อกองทัพซีเรียมาประชิดชายแดน ทหารอิสราเอลที่มีกำลังน้อยกว่าหลายเท่า จึงตัดสินใจบุกเข้าไปโจมตีทั้งที่ไม่มีรถถังต่อสู้ กองทัพซีเรียก็ไม่สามารถยิงปืนใหญ่จากรถถังได้เพราะระยะใกล้มาก จนวิถีของกระสุนเลยกองทัพอิสราเอลไป ผลสุดท้ายพระเจ้าจอมพลโยธา(Yahweh Sabaoth)เป็นผู้ประทานชัยชนะให้กับชนชาติอิสราเอลของพระองค์

หนังสือตำราพิชัยสงคราม กล่าวยุทธศาสตร์แห่งชัยชนะไว้ว่า “ถอยเมื่อข้าศึกแกร่งกว่ามารุก ก่อกวนให้โกรธและสับสนเมื่อข้าศึกหยุด โจมตีเมื่อข้าศึกยังไม่เตรียมตัว ไล่ตามเมื่อข้าศึกถอย และเราจะได้ชัยชนะ” แต่ยุทธศาสตร์แห่งชัยชนะของพระเจ้า คือ “อธิษฐานเมื่อต้องต่อสู้ กล้าหาญเมื่อต้องเผชิญอุปสรรค ทำอย่างเต็มที่เมื่อต้องรับผิดชอบในส่วนของเรา ยืนหยัดมั่นคงเมื่อพระเจ้าทรงใช้ให้ไป แล้วพระเจ้าจะประทานชัยชนะมาให้เอง”

แม้พวกเขาจะเป็นศัตรูกับคนของพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงรักคนซีเรีย และปรารถนาให้คนซีเรีย กลับใจ ...
2 ผู้ยิ่งใหญ่ Moshe Dayan นายพลตาเดียว และ Ariel Sharon ต่อมาเป็นผู้นำประเทศอิสราเอล ชื่อของท่านให้ความหมายในฝ่ายวิญญาณ Moshe โมเช่ คือ โมเสส , Ariel หมายถึง สิงห์(Lion of God) สิงห์แห่งยูดาห์คำรามเหนือศัตรู...

14 กันยายน 2558

5776 ปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee) ปีแห่งอิสรภาพและการไถ่

สวัสดีครับเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน  เนื่องในโอกาสการเริ่มต้นปีใหม่ Rosh Hashanah(โรชชะชานาห์)  ในปี 5776 นี้ผมขอกล่าวคำว่า Shana Tovah (ชานา โตวาห์)    ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพระพรให้สุขสวัสดีในปีใหม่ 5776 นี้สำหรับในปีนี้ Rosh Hashanah จะเริ่มในเย็นวันที่ 13 .. 2015 นี้ และหลังจากนั้นในช่วงวันที่  13-23 ..  เป็นช่วง10 วันห่งความยำเกรง (Days of Awe-
เดย์ อ๊อฟ ออว์)  ในวันที่ 23 ..จะเป็นวันลบมลทินบาป(Yom Kippur) หลังจากนั้นจะเป็นเทศกาลอยู่เพิง หรือ Sukkot สุคคท ในช่วงวันที่ 28 ..  – 4 .. จะเห็นได้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการนัดหมาย(Divine Appointment)กับพระยาห์เวห์เพื่อจะพักสงบในการทรงสถิตของพระองค์
ในปี 5776 นี้ตามปฏิทินฮีบรูถือเป็นปีพิเศษที่เรียกว่า ปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee Year) หรือภาษาฮีบรูคือ โยเบล (Yovel)  ถือเป็นปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee) ปีแห่งอิสรภาพและการไถ่ คือปีที่ครบ 50 ปีในรอบแห่งการพักสงบตามวงจรเวลาของพระยาห์เวห์ ตามที่กล่าวในพระธรรมเลวีนิติ 25:8-12 
เหตุที่ชาวยิวเชื่อว่าปี 5776 นี้เป็นปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee) ปีแห่งอิสรภาพและการไถ่  เมื่อศึกษาประวัติของประเทศอิสราเอล  หลังจากปี ค.ศ.70 พระวิหารหลังที่ 2 ถูกทำลายโดยชาวโรมันและชาวยิวได้กระจัดกจะจายไปทั่วโลก ไม่มีชาติและแผ่นดินของตนเอง จนกระทั้งมติของสหประชาชาติในวันที่ 14 พ.ค.ปี 1948 ประเทศอิสราเอลจึงได้กลับมาเป็นประเทศอีกครั้ง แต่เขายังไม่สามารถยึดกรุงเยรูซาเล็มมาครองได้ จนกระทั้งเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ในช่วงระหว่างวันที่ 24 กันยายน ปี1966 จนถึง13 ตุลาคม ปี1967 ช่วงเวลานั้นเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee)  เป็นปีที่พวกเขาได้รับการไถ่ตามพระสัญญา เป็นปีที่พวกยิวชนะสงครามที่เรียกว่า สงคราม 6 วัน (Six days War) สามารถครองกรุงเยรูซาเลมกลับมาได้สำเร็จในวันที่7 มิถุนายน 1967 ฉะนั้นในวันที่  23 ก.ย. 2015  จะครบ 50 ปีซึ่งเป็นปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee) ปีแห่งอิสรภาพและการไถ่อีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนับย้อนไปในเรื่องของประวติศาสตร์และในปี 5776 นี้มีหมายสำคัญเกิดขึ้นคือ จะมีดวงจันทร์สีเลือด(Blood moon) ในวันที่ 28 ก.ย.2015 เป็นการเกิดขึ้น 4 ครั้งในรอบปีปฏิทินเดียวกัน ที่เรียกว่า เทดแทรด (Tetrad) ตรงกับวันแรกเทศกาลอยู่เพิงและในปีนี้เป็นปีพิเศษที่จะมีเดือนอาดาร์ 2 ครั้ง 
เรามาทำความเข้าใจในเรื่อง ปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee) ปีแห่งอิสรภาพและการไถ่ ร่วมกัน
เมื่อกล่าวถึง ปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee Year (Yovel)" ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า "ยูบิลลี่" - Jubilee และในภาษาฮีบรูคือ โยเบล- Yovel: יובל)  ความหมายตามตัวอักษร( literally) หมายถึง เขาของแกะ (Ram's Horn)  แตรเขาสัตว์จะมีอีกคำที่เราคุ้นเคยคือ โชฟาร์ (Shofar)
แต่พระคัมภีร์ฉบับแปลจากภาษาฮีบรูเป็นกรีก หรือ เซ็ปทัวจินท์  (Septuagint-LXX)  แปลคำว่า Yovel ว่า เสียงแตรแห่งอิสรภาพ "a trumpet-blast of liberty" ในพระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ใน เลวีนิติ 25:8-12 (ในฉบับมตรฐานปี 2011 ใช้คำว่า ปีอิสรภาพ ฉบับปี 1971 ใช้คำว่า ​ปีเสียงเขาสัตว์)

8“จงนับปีสะบาโตเจ็ดปีคือเจ็ดคูณเจ็ดปี (7X7) เวลาปีสะบาโตเจ็ดปีจึงเป็นสี่สิบเก้า(49)​ปีแก่เจ้า
9จงให้เป่าเขาสัตว์ดังสนั่นในวันที่สิบเดือนที่เจ็ด เจ้าจงให้เป่าเขาสัตว์ทั่วแผ่นดินในวันลบมลทิน 
10จงถือปีที่ห้าสิบ​ (50)ไว้เป็นปีบริสุทธิ์ และประกาศอิสรภาพแก่บรรดาคนที่อาศัยอยู่ทั่วแผ่นดินของเจ้า ให้เป็นปีอิสรภาพแก่เจ้า ให้ทุกคนกลับไปยังภูมิลำเนาอันเป็นทรัพย์สินของตน และกลับไปสู่ครัวเรือนของตน 
11ปีที่ห้าสิบ(50)​นั้นเป็นปีอิสรภาพ(Jubilee)​ของเจ้า ในปีนั้นเจ้าอย่าหว่านพืชหรือเกี่ยวเก็บผลที่เกิดขึ้นมาเอง หรือเก็บองุ่นจากเถาที่ไม่ได้ตกแต่ง
12เพราะเป็นปีอิสรภาพ จะเป็นปีบริสุทธิ์แก่เจ้า เจ้าจงรับประทานพืชผลที่งอกขึ้นเองในปีนั้น

ในพระคัมภีร์กล่าวถึงปีสะบาโต  (Sabbatical year) ในภาษาฮีบรูเรียกว่า ซามิตะห์ (שמיטה -Shmita  หรือ Shemitah ซึ่งหมายถึง การปลดปล่อย (release)  มาจากคำว่า เชวิอิท ( sheviit    שביעית) หมายถึงลำดับที่  7 (seventh) ซึ่งในปี 5775 หรือ 2014 ที่ผ่านมาเป็นปีซามิตะห์ 

(ผมได้เขียนบทความเรื่อง พักสงบในปีสะบาโต (Shmita year) สามารถ click เข้าไปอ่านได้ครับ)

และเมื่อปีซามิตะห์ครบ 7 รอบ (49 ปี) ในปีที่50 จะเป็นเวลาของการเฉลิมฉลองและดีใจสำหรับชาวอิสราเอล เขาแกะที่ถูกเป่าในวันที่ 10 เดือนที่ 7 (เดือนทิชรี) (ลนต.25:9)  ที่จะเริ่มต้นปีที่ 50 หรือ ปีปีเสียงเขาสัตว์( Jubilee Year (Yovel) ของการไถ่ถอน การปลดปล่อยภาระหนี้สิน
เหตุที่เป่าในวันที่ 10 ทั้งนี้เนื่องจากในวันที่ 1 ของเดือนทิชรี จะเป็นการเป่าเขาสัตว์(Shofar) เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ หรือที่เรียกว่า โรช ชะชานาห์  (Rosh  Hashanah) หลังจากนั้นจะเป็นช่วง 10 วันตั้งแต่ Rosh Hashanah ถึง Yom Kippur (วันลบมลทินบาป) เป็นช่วงวันแห่งความยำเกรงพระเจ้า (Days of Awe)(Awesome) ก่อนจะเข้าสู่เทศกาลอยู่เพิง หรือสุคคท(Sukkot) ในวันที่ 15 ดือนที่ 7 (เดือนทิชรี) 
สามารถอ่านได้ในพระธรรมเลวีนิติ บทที่ 23:23-37

เหตุที่มีการเป่าเขาแกะในวันที่ 10 ของเดือนทิชรี(ปี 5776 นี้จะเริ่มเข้าสู่ปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee)ในเย็นวันที่ 23 ก.ย.2015 นี้)  ทั้งนี้เพราะเป็นการป่าวประกาศการยกโทษบาปแล้วโดยพระยาห์เวห์ สิ่งเหล่านี้เล็งถึงพระเยซูคริสต์ที่ทำการลบมลทินให้กับเราผ่านทางกางเขนแล้ว เราไม่ต้องชำระมลทินบาปผ่านทางมหาปุโรหิตที่ทำตั้งแต่สมัยพันธสัญญาเดิม 

(ผมได้เขียนบทความเรื่องนี้ไว้ คือ เทศกาลลบมลทินบาป สามารถเข้าไปอ่านได้ครับ)

การเป่าแตรของปีเสียงเขาสัตว์( Jubilee Year (Yovel) เล็งถึงเสียงแตรสุดท้ายของโอกาสแห่งการกลับใจใหม่ แตรสุดท้ายเพื่อการพิพากษาโลกและพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมาเป็นครั้งที่ 2 เพื่อมารับผู้เชื่อไปร่วมครอบครองในแผ่นดินสวรรค์ด้วย
พระเยซูคริสต์กล่าวถึงการให้อภัยและเล็งถึงโอกาสสุดท้ายในการกลับใจใหม่ก่อนจะมีการพิพากษาโลกนี้ 
พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "เรามิได้ว่าเพียงเจ็ดครั้งเท่านั้น แต่เจ็ดสิบครั้งคูณด้วยเจ็ด (มธ.18:22) 
(สิ้นสุดสัปตะสุดท้าย 70 สัปตะ (70x7=490)

ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะเสด็จมาจากสวรรค์ ด้วยเสียงกู่ก้อง ด้วยสำเนียงของเทพบดี และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน   ( 1 ธส.4:16)

แต่บัดนี้เขาปรารถนาที่จะอยู่ในเมืองที่ประเสริฐกว่านั้น คือเมืองสวรรค์ เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงมิได้ทรงละอายเมื่อเขาเรียกพระองค์ว่าเป็นพระเจ้าของเขา เพราะพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมเมืองหนึ่งไว้สำหรับเขาแล้ว (ฮบ.11:16)

หลังจากนั้น ข้าพเจ้าเห็นพระวิหารคือเต็นท์แห่งสักขีพยานในสวรรค์เปิดออก  (วว. 15:5) 

ปีเสียงเขาสัตว์( Jubilee Year :Yovel) เป็นปีแห่งการปลดปล่อยจากภาระหนี้ (เลวีนิติ 25: 23-38) และการไถ่จากการเป็นทาสให้เป็นไท (เลวีนิติ 25: 39-55) นักโทษและเชลยถูกปล่อยเป็นอิสระพวกเขาได้รับการอภัยและบ้านเรือนไร่นาที่ถูกยึดก็จะต้องคืนกลับไปสู่เจ้าของเดิม  นอกจากนี้งานทุกอย่างก็จะยุติการเป็นเวลา 1 ปีและสัญญาแรงงานจะสิ้นสุด ลูกจ้างได้รับการปล่อยตัว  ประโยชน์ของปีเสียงเขาสัตว์ หรือปีอิสรภาพ( Jubilee Year :Yovel) คือที่ดินและผู้คนก็สามารถที่จะพักผ่อน

ปีเสียงเขาสัตว์ หรือปีอิสรภาพ( Jubilee Year :Yovel) เป็นภาพที่สวยงามในรูปแบบพันธสัญญาใหม่ของการไถ่ถอนและการให้อภัย พระคริสต์ทรงเป็นพระผู้ไถ่ผู้ที่เป็นทาสได้กลายเป็นไทและพ้นจากความบาป  
รม. 8:2 เพราะว่ากฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตในพระเยซูคริสต์ได้ทำให้ข้าพเจ้าพ้นจากกฎแห่งบาปและความตาย

 กท. 5:1 เพื่อเสรีภาพนั้นเองพระคริสต์จึงได้ทรงโปรดให้เราเป็นไท เหตุฉะนั้นจงตั้งมั่น และอย่าเข้าเทียมแอกเป็นทาสอีกเลย

 กท. 3:22 แต่พระคัมภีร์ได้บ่งว่าทุกคนอยู่ในความบาป เพื่อจะประทานตามพระสัญญาแก่คนทั้งปวง ที่เชื่อโดยอาศัยความเชื่อในพระเยซูคริสต์เป็นหลัก


หนี้ของบาปเราเป็นหนี้กับพระเจ้าได้จ่ายเป็นบนไม้กางเขนพระเยซูสิ้นพระชนม์ในนามของเรา 

คส. 2:13 -14
13และท่านที่ตายแล้วด้วยการละเมิดทั้งหลายของท่าน และด้วยเหตุที่เนื้อหนังของท่านมิได้เข้าสุหนัตพระองค์ได้ทรงให้ท่านมีชีวิตร่วมกับพระองค์ และทรงโปรดยกโทษการละเมิดทั้งหลายของท่าน
14 ​พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆ ซึ่งขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน

และเราได้รับการอภัยหนี้ไปตลอดกาล เราไม่ได้อยู่ในทาสทาสไม่ทำบาปได้รับอิสระจากพระคริสต์และเราอย่างแท้จริงสามารถเข้าสู่ส่วนที่เหลือให้พระเจ้าที่เราหยุดทำงานหนักเพื่อให้ตัวเองได้รับการยอมรับจากผลงานของพระเจ้าของเราเอง (ฮีบรู 4: 9-10) .
ฮบ. 4:9-10
9 ฉะนั้นจึงยังมีการพำนักสะบาโตสำหรับชนชาติของพระเจ้า
 10 เพราะว่าผู้ใดที่ได้เข้าสู่การพำนักของพระเจ้าแล้วก็ได้พักงานของตน เหมือนพระเจ้าได้ทรงพักพระราชกิจของพระองค์

สำหรับเราในฐานะคริสตชน ปีเสียงเขาสัตว์ (Jubilee) มีความหมายอย่างไรในชีวิตของเรา
  1. เป็นปีแห่งการพักสงบเพื่อที่จะวางใจในการจัดสรรของพระยาห์เวห์ ยีเรห์
  2. เป็นปีแห่งการไถ่ เราจึงเชื่อในเรื่องการไถ่จากพันธนาการทั้งฝ่ายวิญญาณและฝ่ายกายภาพ เชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการจัดสรรด้านการเงินให้เราพ้นจากสภาวะหนี้สิน เราจะได้รับการไถ่จากพระองค์
  3. เป็นปีแห่งการหันกลับมาแสวงหาพระยาห์เวห์ เพราะเสียงแตรเป็นสัญญาณเตือนใจเราให้เรากลับใจจากบาป ก่อนที่วาระแห่งการอภัยจะสิ้นสุดเสียงแตรสุดท้ายจะดังขึ้นและการพิพากษาของพระยาห์เวห์จะมาถึง
  4. เป็นปีแห่งการนัดหมาย ทุกเทศกาลเป็นเวลาที่เราจะเตรียมพร้อมเสมอในการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์
  5. เป็นปีแห่งการป่าวประกาศอิสรภาพให้แก่บรรดาเชลยเพื่อจะรับการไถ่ให้เป็นไท เช่นเดียวกับพระเยซูคริสต์เริ่มต้นพระราชกิจด้วยการอ่านพระวจนะในพระธรรมอิสยาห์ 61:1-4 และพระองค์ก็เป็นผู้นำการไถ่มาถึงเราทั้งหลาย และพระองค์มอบหมายให้เราออกไปประกาศข่าวดีนี้เพื่อให้คนได้รับความรอด
นอกจากนี้ยังเป็นปีที่เราจะต้องจับตาและเฝ้าระวังในการอธิษฐานเผื่ออิสราเอลและสถานการณ์ต่างๆของโลก ที่กำลังเคลื่อนไปสู่วาระเวลาของพระยาห์เวห์ มีหลายสถานะการณ์ของโลกที่เราจะเฝ้าดูและอธิษฐานเผื่อ   เช่น ในระหว่างวันที่25ถึง27กันยายน 2015 นี้ ที่เมืองนิวยอร์ค  ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีผู้นำโลกทั้วโลกรวมทั้งพระสันตปะปาฟรานซิสไปร่วมประชุมและกล่าวสุนทรพจน์ หัวใจของการประชุมเรื่องความยั่งยืนคือธรรมาภิบาลของโลก (global governance)  เพื่อจะมีการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Summit)  สิ่งนี้อาจจะเป็นการรวมตัวของรัฐบาลของโลกใหม่หรือ (New world order) และจะนำไปสู่การเกิดผู้ที่ต่อต้านพระคริสต์หรือ The Anti Christ หรืออื่นๆที่จะเกิดขึ้นตามที่พระคัมภีร์ในพระธรรมวิวรณ์ได้กล่าวไว้หรือไม่ 

 ติดตามในบทความครั้งต่อไปนะครับ ขอพระเจ้าอวยพระพร