03 มีนาคม 2558

เทศกาลปูริม เทศกาลแห่งความเป็นและความตาย

ช่วงวันที่ 4-5 มี.ค.2015 ประเทศอิสราเอลมีการเฉลิมฉลองเทศกาล "ปูริม"(Purim)   ซึ่งต้นกำเนิดของเทศกาลปูริมอยู่ในพระธรรม "เอสเธอร์"
เทศกาลนี้ เป็นการระลึกเหตุการณ์สมัยพระราชาอาหสุเอรัสแห่งเปอร์เชียร เมื่อพระนางเอสเธอร์และโมรเดคัยลูกพี่ลกน้องของเธอช่วยชาวยิวให้รอดพ้นจากการถูกฆ่า ล้างเผ่าพันธุ์ 
คำว่า ปุริม  มาจากภาษาฮีบรู פּוּרִים แปลว่า สลาก”(lot) เป็นการอ้างอิงถึงการทอดสลากของฮามาน เพื่อหาวันที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวทั้งผู้ใหญ่และเด็ก 
เทศกาลนี้มีการแต่งตัวสวยงาม และมีการละเล่นพื้นเมืองต่างๆที่เรียกกันว่า "ปูริมสปีล"และมีคุกกี้ชนิดพิเศษที่เรียกกันว่า "ฮามานตาชิน"(อสธ.3:7;9:24-26) 

เอสเธอร์ 3:7  ในเดือนแรกซึ่งเป็นเดือนนิสานปีที่สิบสองแห่งรัชกาลกษัตริย์อาหสุเอรัส เขาพากันทอดเปอร์ คือสลาก ต่อหน้าฮามานเพื่อหาวัน และเขาทอดเปอร์เพื่อหาเดือน ได้วันที่สิบสามและเดือนที่สิบสอง คือเป็นเดือนอาดาร์


เอสเธอร์ 9:24-26 
24 เพราะฮามานบุตรฮัมเมดาธาคนอากัก ศัตรูของพวกยิวทั้งปวง ได้ปองร้ายต่อพวกยิวเพื่อทำลายเขาได้ทอดเปอร์ คือสลาก เพื่อล้างผลาญและทำลายเขา...
26 เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกวันเหล่านี้ว่า ปูริม ตามคำเปอร์ ดังนั้น เพราะทุกอย่างที่เขียนไว้ในจดหมายนี้ และเพราะสิ่งที่พวกยิวต้องเผชิญในเรื่องนี้และสิ่งที่อุบัติแก่เขา


สิ่งที่น่าสนใจจากการศึกษาเทศกาลนี้ สืบเนื่องมาจาก คำเผยพระวจนะของดร.ชัค เพียร์ซ ในวันที่ 18 .. 2015 ที่ผ่านมา ให้จับตาดูตัวอักษรเฮ้  (Hei- 
ה)  มีคำต่างๆที่ขึ้นต้นด้วยตัวเฮ้ ดังนี้ เช่น คำว่า ลมพายุหมุน(Whirlwind,หน้าต่าง(Window,สรรเสริญ(Hallelujah-Praise),พักสงบ(Rest ปีแห่งการพักสงบ ปีสะบาโต(ซามิตะ -Shmita) ),ชีวิต(Life),การรื้อฟื้น (Renew) ชื่อคนที่เกี่ยวของคือ ฮาการ์(Hagar-เกี่ยวกับอิชมาเอล =มุสลิมจะมาเชื่อ)พระนางเอสเธอร์(Esther)  ชื่อเอสเธอร์ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยตัวเฮ้แต่ ชื่อเดิมของเธอคือ "ฮาดาชาห์" ขึ้นต้นด้วยตัวเฮ้ )

พระราชินีเอสเธอร์หรือชื่อเดิมคือ  "ฮาดาชาห์" (הֲדַסָּה : Hadassah) ในเทศกาลปูริม เกี่ยวข้องกับคำเฮ้ คือ คำว่า เอเธอร์ หรือ "ฮาดาชาห์" ,ชีวิต(Life),การรื้อฟื้น (Renew ดังนี้
พระราชินีเอสเธอร์หรือชื่อเดิมคือ  "ฮาดาชาห์" (הֲדַסָּה : Hadassah)

เอสเธอร์ 2:7 ท่านได้เลี้ยงดู ฮาดาชาห์คือ เอสเธอร์ บุตรสาวลุงของท่านเพราะเธอไม่มีพ่อแม่ สาวคนนี้รูปงามและน่าดู เมื่อบิดามารดาของเธอสิ้นชีวิตแล้ว โมรเดคัยก็รับเธอมาเลี้ยงเป็นบุตรี

ชื่อของเธอเป็นภาษาฮีบรู ขึ้นต้นด้วยตัวเฮ้ (Hei – הֲ ปี 5775 เป็นปีของตัวอักษร เฮ้
"ฮาดาชาห์" หมายถึง  "ต้นเมอเทิล"(myrtle”)  ดอกของเมอเทิลมีความหมายว่า "ความรัก" เป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงานของชาวฮีบรู ที่ใช้ตกแต่งในงานแต่งงาน  
นอกจากนี้ยัง หมายถึง การรื้อฟื้น (Renew) มาจาก คำว่า คาแดช" חָדַשׁ -Chadash (H2318)  หมายถึง เพื่อต่ออายุ สร้าง และซ่อมแซม รื้อฟื้น

บทเพลงคร่ำครวญ 5:21 โอ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้กลับสู่พระองค์เถิด แล้วพวกข้าพระองค์จะกลับสู่พระองค์ ขอทรงฟื้น (H2318เดือนปีของข้าพระองค์ให้เหมือนดังก่อน
Turn thou us unto thee, O LORD, and we shall be turned; renew our days as of old. KJV


เป็นการรื้อฟื้นพันธสัญญา (Renewed Covenant)หรือการต่ออายุสัญญาที่กำลังจะหมด ในภาษาฮีบรูเรียกว่าBrit  Chadashah” อ่านว่า “เบทริท ฮาดาชาห์"

Brit=covenant ,Chadasha=new or renewed.  ซึ่งหมายความว่า ชาวยิวถูกเริ่มใหม่ หรืออาจจะหมายถึง พันธสัญญา คือการเข้าสุหนัต  แสดงถึงการชำระล้างจิตวิญญาณให้สะอาด
เป็นการเล็งถึงพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่(New Covenant หรือ New Testament แปลความได้ว่า "พินัยกรรมใหม่" ทำโดยพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเราจะได้รับมรดกตามพินัยกรรม 

เทศกาลนี้เป็นภาพเงาเล็งถึงพันธสัญญาใหม่โดยการหลั่งพระโลหิตของพระคริสต์ที่ไม้กางเขนนำมาสู่แผนการความรอดมาสู่ผู้ที่เชื่อในพันธสัญญานี้

พระเยซูคริสต์ถูกตรึงที่ไม้กางเขน  สิ้นพระชนม์อยู่ในอุโมงค์ 3 วันและพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่ 3 หมายสำคัญนี้เป็ยชัยชนะของผู้เชื่อเช่นเดียวกับคนยิว เมื่อเอสเธอร์ได้อดอาหารอธิษฐานเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน และชัยชนะเป็นของชาวยิว

ในวันที่ 3 หลังจากการตึงกางเขนของพระองค์ในช่วงเวลาของเทศกาลปัสกา พระเยซูทรงฟื้นขึ้นมมจากความตาย เป็นหมายสำคัญซึ่งเป็น "ผลแรก หรือ First Fruits" ของการเป็นขึ้นมาจากความหมาย

1 โครินธ์ 15:20 แต่ความจริงพระคริสต์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกในพวกคนทั้งหลายที่ได้ล่วงหลับไปแล้วนั้น

พระเยซูคริสต์ทรงทำหน้าที่เป็นมหาปุโรหิตในพระวิหาร นำ"ผลแรก" มาทำพิธีถวายโบกแด่พระเจ้า เป็นการเก็บเกี่ยวของวิญญาณของบรรดาผู้คนในวันที่ 3  นำเสนอต่อพระบิดาในสวรรค์

เลวีนิติ 23:17 จงนำขนมปังสองก้อนทำด้วยแป้งสองในสิบเอฟาห์จากที่อาศัยของเจ้ามาทำพิธียื่นถวาย ให้ทำด้วยยอดแป้งใส่เชื้อปิ้งเป็นผลรุ่นแรกถวายแด่พระเจ้า

ในพระธรรมเอสเธอร์ กษัตริย์อาหสุเอรัสทรงออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ (Renewed Decree) เพื่อประกาศความรอดให้กับคนยิว   ในทำนองเดียวกัน ทางเดียวกัน พระยาห์เวห์ นำเสนอ "พันธสัญญาใหม่" ทำให้เราทั้งหลายรอดจากการทำร้ายของมารซาตานและเป็นชัยชนะผ่านทางพระเยซูคริสต์เป็นดั่งแกะที่ถูกนำมาไปฆ่าในเทศกาลปัสกา 


พระเยซูคริสต์ทรงรับมอบสิทธิอำนาจนี้และประกาศพันธสัญญาใหม่ผ่านทางพิธีมหาสนิท นั่นคือการรับประทานขนมปังไร้เชื่อในเทศกาลปัสกา

1โครินธ์ 11:25 เมื่อรับประทานแล้ว พระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกัน ตรัสว่า "ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา"

2โครินธ์ 3:6 ผู้ทรงโปรดประทานให้เราสามารถที่จะเป็นพันธกรแห่งพันธสัญญาใหม่ อันมิใช่ประมวลกฎแต่เป็นมาโดยพระวิญญาณ ด้วยว่าประมวลกฎนั้นประหารให้ตาย แต่ส่วนพระวิญญาณประทานชีวิต


คำที่เป็นตัวอักษรเฮ้ ในน่าสนใจอีกคำ คือ คำว่า "ฮามาน" เป็นคำที่ขึ้นต้นด้วยอักษรเฮ้   הָמָן หมายถึง ความน่าสงสัย (dubious)

ปูริมจึงเป็นเทศกาลแห่งความเป็นและความตาย  เปรียบเทียบระหว่าง"ฮาดาชาห์" VS ฮามาน

เมื่อกล่าวถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ นึกถึงเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ โฮโลคอสต์ "Holocaust" เป็นภาษากรีก หมายถึง การเผาเป็นเครื่องบูชายัญ (sacrifice by fire)
 แต่ในภาษาฮีบรู คือ คำว่า ฮาโชอะห์ השואה, HaShoah, หมายถึง ภัยพิบัติ (catastrophe)

(เมื่อวันที่ 27 ..2015 ที่ผ่านมาเป็นการครบรอบ 70 ปีของเหตุการณ์"Holocaust") เลข 70 เป็นเลขที่เป็นช่วงเวลาแห่งการจับตามอง หมายถึงตัว อักษรอัยยิน(Ayin-ע‎ )  คือ  "การจับตามอง" 

สำหรับในเดือนอาดาร์(20 ก.พ.-20 มี.ค.2015)  นี้ เราได้ฉลองชัยชนะในเทศกาลปูริม (Purim)ซึ่งมีความหมายด้วยมุมหนึ่งว่า "การบดขยี้"  คำป่าวประกาศ(declare)ในการอธิษฐานตามพระราชกฤษฎีกา(decree) จะมีชัยชนะเหนือศัตรู 

เป็นการเชื่อมต่อไปถึงเดือนหน้าคือ เดือนนิสาน (Nissan - 21 มี.ค.- 19 เม.ย.2015) เดือนนี้ะมีทศกาลปัสกา(Passover) หรือภาษาฮีบรู คือ “เพสัคห์”( Pesach)ในช่วงวันที่ 3-11 เม.ย. 2015 เชื่อว่าจะเป็นเทศกาลปัสกาแห่งการประกาศชัยชนะอย่างเด็ดขาดร่วมกับพระเยซูคริสต์ในการทำสงครามฝ่ายวิญญาณ (เดือนนิสาน  เดือนแห่งสงคราม) 


สำหรับเทศกาลปัสกา(Passover) หรือภาษาฮีบรู คือ “เพสัคห์”( Pesach)ในช่วงวันที่ 3-11 เม.ย. 2015 ในปีนี้วันที่ 4 เม.. 2015 จะมีปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงทำให้ดวงจันทร์กลายเป็นสีเลือด  (Blood moon)  เป็นซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ในรอบปีเดียว เรียกว่า  เทแทรด (Tetrad)
เป็นหมายสำคัญที่เป็นสัญญาณเตือนใจสู่วาระสุดท้าย

ลูกา 21:25,28  "จะมีหมายสำคัญที่ดวงอาทิตย์ ที่ดวงจันทร์ และที่ดวงดาวทั้งปวง และบนแผ่นดินก็จะมีความทุกข์ร้อนตามชาติต่างๆ ซึ่งมีความฉงนสนเท่ห์เพราะเสียงกึกก้องของทะเลและคลื่น ... เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มจะบังเกิดขึ้นนั้น จงยืดตัวและผงกศีรษะขึ้น ด้วยการไถ่ท่านใกล้จะถึงแล้ว" 

โยเอล 2:30-31 "เราจะสำแดงลางมหัศจรรย์ในท้องฟ้าและบนดิน เป็นเลือดและไฟและเสาควัน ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ดวงจันทร์เป็นเลือดก่อนวันใหญ่ยิ่งและน่าสยดสยองแห่งพระยาห์เวห์จะมาถึง"

วิวรณ์ 6:12  "เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่หกนั้นแล้ว ดูเถิด ข้าพเจ้าก็ได้เห็นแผ่นดินไหวใหญ่โต ดวงอาทิตย์ก็กลายเป็นมืดดำดุจผ้ากระสอบขนสัตว์ และดวงจันทร์ก็กลายเป็นสีเลือด
 "  

เทแทรด (Tetrad) ปีนี้ เกิดไปแล้ว 2 ครั้ง  คือครั้งที่ 1 วันที่ 15 เม..2014(เทศกาลปัสกา),ครั้งที่ 1 วันที่ 8 ..2014 (เทศกาลอยู่เพิง) และจะเกิดขึ้นครั้งที่ 3 ในวันที่ 4 เม.. 2015 (เทศกาลปัสกา) และครั้งที่ 4 วันที่ 28 ..2015 ในเทศกาลอยู่เพิง ซึ่งปรากฏการณ์นี้ 2 ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับประเทศอิสราเอล คือ

1. ชนชาติอิสราเอลที่กระจัดกระจายไปทั่วโลกกลับมารวมเป็นประเทศ เกิดขึ้นเป็นจริงเมื่อปี ค.ศ.1948   ปรากฏการณ์เทแทรด (Tetrad เกิดขึ้นเมื่ออิสราเอลกลับมาเป็นประเทศหลังจากไม่ได้เป็นประเทศ 1,878 ปี  เมื่ออิสราเอลประกาศกลับมาเป็นประเทศ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 1948  สงครามนี้เรียกว่า สงครามของความเป็นอิสระ และเกิดในช่วงเทศกาลปัสกา      

2.ชนชาติอิสราเอลอิสราเอลได้กรุงเยรูซาเล็มกลับคืนมา   เกิดขึ้นเป็นจริงเมื่อปี ค.ศ.1967  ในช่วงวันที่ 5 - 10 มิถุนายน เรียกว่า "สงคราม 6 วัน" ( Six Day War) สงครามนี้สำคัญมากๆเพราะในตอนนั้นเขาชนะได้เมืองหลวงของเขากลับคืนมาคือ กรุงเยรูซาเล็ม หลังจากหายไป 1,897 ปี   ก่อนสงครามนั้นในเทศกาลปัสกา มีจันทรุปราคาเป็นการเริ่มต้นของเทดเทรด   
เป็นการรวมชาติอิสราเอลตามพระคัมภีร์พยากรณ์ ใน เอเสเคียล 37:1-2, 7-9,11
 "พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือข้าพเจ้า และพระองค์ทรงนำข้าพเจ้าออกมาด้วยพระวิญญาณของพระพระยาห์เวห์และวางข้าพเจ้าไว้ที่กลางหว่างเขา มีกระดูกเต็มไปหมด พระองค์ทรงพาข้าพเจ้าไปเที่ยวในหมู่กระดูกเหล่านั้น ดูเถิด มีกระดูกที่หว่างเขานั้นมากมายเหลือเกิน และดูเถิด เป็นกระดูกแห้งทีเดียว ...
ข้าพเจ้าก็พยากรณ์ดังที่ข้าพเจ้าได้รับบัญชา  เมื่อข้าพเจ้าพยากรณ์อยู่นั้นก็มีเสียง และดูเถิด เป็นเสียงกรุกกริก กระดูกเหล่านั้นก็เข้ามาหากันตามที่ของมัน และเมื่อข้าพเจ้ามองดู ดูเถิด ก็เห็นมีเอ็นบนมัน และเนื้อก็มาที่กระดูก และหนังก็มาหุ้มกระดูกไว้ แต่ไม่มีลมหายใจในนั้น แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า จงพยากรณ์แก่ลมหายใจ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงพยากรณ์เถิด จงกล่าวแก่ลมหายใจว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า โอ ลมหายใจเอ๋ย จงมาจากลมทั้งสี่มาหายใจเข้าไปในคนที่ถูกฆ่าเหล่านี้เพื่อให้เขามีชีวิต ... แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือวงศ์วานอิสราเอลทั้งสิ้น ดูเถิด เขาทั้งหลายกล่าวว่า กระดูกของเราแห้ง และความหวังของเราก็สิ้นไป เราได้ถูกตัดส่วนของเราออกเสีย
 "  

เมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ มักจะเกี่ยวกับอิสราเอล
สิ่งที่เราจะทำคือ การเฝ้าดูจับตามองดูอิสราเอล และอธิษฐานเผื่อตามพระธรรม

สดุดี  122:6-7  
 6 จงอธิษฐานขอสันติภาพให้แก่เยรูซาเล็มว่าขอบรรดาผู้ที่รักเธอจงจำเริญ   
7 ขอสันติภาพจงมีอยู่ภายในกำแพงของเธอ และให้ความปลอดภัยอยู่ภายในวังของเธอ

อธิษฐานป่าวประกาศ  คำว่า เอสเธอร์ หรือ "ฮาดาชาห์" หมายถึง ชีวิต(Life),การรื้อฟื้น (Renew)   เพื่อเกิดการรื้อฟื้นคืนชีวิตขึ้นในอิสราเอลให้พวกเขากลับมาหาพระเจ้าตามพระธรรม


บทเพลงคร่ำครวญ 5:21 โอ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้กลับสู่พระองค์เถิด แล้วพวกข้าพระองค์จะกลับสู่พระองค์  ขอทรงฟื้นเดือนปีของข้าพระองค์ให้เหมือนดังก่อน 

เราไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่เราควรจะตืนตระหนักและเฝ้าระวังในการดำเนินชีวิตของเราเสมอ เพราะในวาระเวลาแห่งสงคราม นั้นหมายถึงความเป็นและความตาย เราอยู่ในสงครามในฝ่ายวิญญาณ ที่เป็นสงครามที่มองไม่เห็น  เราต้องดำเนินชีวิตให้พร้อมเสมอ! ถึงเวลาก้าวสู่สงครามด้วยชัยชนะ  ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ 

24 กุมภาพันธ์ 2558

การเยียวยา 2รูปแบบ

การเยียวยา 2 รูปแบบ โดย  อาเชอร์ อินเทรเตอร์


          โดยผ่านการสิ้นพระชนม์เเละการฟื้นคืนพระชนม์ของเยชูวา (พระเยซูคริสต์ในภาษาฮีบรู) เมื่อสองพันปีก่อน เยชูวานำการเยียวยารักษาด้านร่างกายและอารมณ์ความรู้สึก นำความรอดฝ่ายวิญญาณและการจัดเตรียมด้านการเงินมาให้มนุษย์ทุกคนผู้เชื่อในพระองค์ พระพรเหล่านี้มีครบบริบูรณ์ภายใต้การไถ่และการกลับคืนดีระหว่างเรากับพระเจ้า  แต่มีหลายครั้งที่เราไม่เห็นความครบบริบูรณ์ของพระพรเหล่านี้ในชีวิต

การเยียวยารักษาในรูปแบบการประกาศ

          เมื่อกล่าวถึงการเยียวยารักษาที่ได้ถูกบันทึกในพันธสัญญาใหม่ มีการแบ่งออกเป็นสอง"รูปแบบ"หลัก: รูปแบบหนึ่งจะเน้นหนักใน"ด้านการประกาศ" อีกรูปแบบหนึ่งเน้นหนักใน"ด้านการอภิบาล"  รูปแบบแรกนั้นเป็นการเผชิญหน้าระหว่างอำนาจของความสว่างเเละความมืดเมื่อพระข่าวประเสริฐถูกประกาศออกไปสู่สาธารณะชนเพื่อให้ได้เห็น

มาระโก 16:15,18 - ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า "ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน...เขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค"

          เมื่อผู้ที่ไม่เชื่อเปิดใจรับข่าวประเสริฐนั้น เขากำลังเริ่มกลับใจ  ช่วงเวลานั้นเปรียบเสมือนเขากลับไปหาพระเจ้าเเละหันออกจากสิ่งสารพัดที่เขากำลังทำอยู่ตอนนั้น เกิดการเปิดใจอย่างฉับพลันเพื่อรับการปลดปล่อยฤทธิ์เดชของพระเจ้า เมื่อข่าวประเสริฐถูกเผยแพร่ออกไปยังประเทศใหม่ๆแบบคลื่นแห่งการประกาศฟื้นฟู  การเยียวยารักษาอย่างเหนือธรรมชาติกลายเป็นประสบการณ์ที่แสนธรรมดา

การเยียวยารักษาในรูปแบบการอภิบาล

          เมื่อมีการเยียวยารักษาให้กับสมาชิกในที่ประชุมที่เป็นผู้เชื่ออยู่แล้ว ในพระคัมภีร์กล่าวถึงการเยียวยารักษา "รูปแบบ" ที่สอง ซึ่งมาพร้อมข้อกำหนดอีกหลายอย่าง

ยากอบ 5:14-16 - มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรค และถ้าเขาได้กระทำบาป ก็จะทรงโปรดอภัยให้แก่เขา ท่านทั้งหลายจงสารภาพความผิดต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะได้หายโรค

ในพระวจนะบทนี้เราได้เห็นปัจจัยต่างๆที่อาจขัดขวางการเยียวยารักษา

          1. ความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่แตกร้าว
          2. การไม่สารภาพบาป
          3. การไม่ให้อภัยผู้อื่น
          4. ขาดความเชื่อ
          5. ไม่ยินยอมน้อมรับผู้นำ

และยังมีปัจจัยอื่นๆ บางกรณีเกี่ยวข้องกับผู้รับคำอธิษฐาน บางกรณีเกี่ยวข้องกับผู้มอบคำอธิษฐาน ในหลายกรณีก็คือไม่ใช่ความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้อง เเละบ่อยครั้งที่เหตุผลนั้นไม่ประจักษ์แจ้ง (ยอห์น 9:1-3) ส่วนใหญ่นั้นสาเหตุก็มาแบบอ้อมๆและขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อย่าปล่อยให้กรณีที่คนไม่ได้รับการรักษาให้หายนั้นบั่นทอนกำลังใจเรา  ดูอย่างที่หมอยังคงทำงานด้านการแพทย์ ถึงแม้การรักษาก็ไม่ได้สำเร็จทุกราย

          พระเจ้าทรงแสนดีเเละทรงบริสุทธิ์ พระองค์รักและต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา การพัฒนาอุปนิสัยนั้นสำคัญกว่าการแค่เยียวยารักษาภายนอก (มัทธิว 6:25) แม้ว่าพระเจ้าทรงปรารถนาให้เราทั้งหลายได้รับการเยียวยารักษาเช่นกัน (มัทธิว 14:36)

ขอบคุณข้อมูลจาก http://reviveisrael.org 

19 กุมภาพันธ์ 2558

อาณาจักรของพระเจ้าในทุกเครือข่าย (The Kingdom in Every Sphere)

   อาณาจักรของพระเจ้าในทุกเครือข่าย (The Kingdom in Every Sphere) 
โดย แดน จัสเตอร์(Dan Juster)

           หลายยุคในอดีต     อาณาจักรของพระเจ้าถูกสำแดงให้เห็นโดยกฎเกณฑ์ของคริสตจักร. ยิ่งในช่วงเวลาปัจจุบันนี้     อาณาจักรของพระเจ้าถูกทำให้เข้าใจว่าเป็นยุคหนึ่งพันปี(Millennial Age) บางสิ่งได้ถูกเลื่อนเวลาออกไปจนถึงอนาคต ทั้งสองมุมมองนี้บรรจุความจริงทางพระคริสตธรรมคัมภีร์(Bible) ไว้ แต่ยังไม่สามารถบรรยายให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของอาณาจักรของพระเจ้าได้
          อาณาจักรของพระเจ้าที่แท้จริงมาถึงพวกเราผ่านทางพระเยชูวา(Yeshua พระนามของพระเยซู ในภาษาฮีบรู)  พระเมสิยาห์  มันคือความเป็นไปได้ในขณะนี้ที่เข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า  ดำเนินชีวิตที่มาจากอาณาจักรของพระเจ้าและประกาศสำแดงกฏเกณฑ์พอาณาจักรของพระเจ้า  อย่างไรก็ตาม แม้สิ่งนี้เป็นจริงปัจจุบัน สิ่งนี้ยังไม่ได้อยู่ที่นี่แบบเต็มรูปแบบ ความบริบูรณ์อย่างครบถ้วนนี้ของอาณาจักรของพระเจ้ายังรอคอยการกลับมาเป็นครั้งที่2 ของพระเยชูวา ดังนั้น อาณาจักรของพระองค์ถูกมองเห็นได้ที่ไหน? มันถูกมองเห็นได้ชัดเจนโดยการสำแดงของฤทธานุภาพแห่งอาณาจักรของพระเจ้า
          อาณาจักรของพระเจ้ายังคงถูกมองเห็นทุกที่ที่มีการยอมจำนนต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า.
 "ขอให้อาณาจักรของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์" มัทธิว 6:10
         พระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่กับสาวกขณะนี้ในแต่ละบุคคลเป็นการส่วนตัว อาณาจักรของพระองค์ถูกเห็นในชีวิตบุคคลที่ดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระเยชูวา อาณาจักรของพระเจ้าถูกเห็นในชีวิตแต่งงานและหลายครอบครัวที่ถูกจัดระเบียบ ผ่านการทรงสถิตของพระเจ้าและฤทธานุภาพของพระองค์ (เอเฟซัส 5-6)
          อาณาจักรของพระเจ้าถูกมองเห็นในชีวิตของกลุ่มคนหนึ่งที่ซึ่งอยู่ในระเบียบที่ถูกต้องตามบัญญัติในพระคริสตธรรมคัมภีร์(Bible) พวกเราบางทีอาจจะพูดว่าชุมชนที่มีชีวิตคือการปรากฎเด่นชัดของอาณาจักรของพระเจ้าในช่วงเวลาแห่งชีวิต เฉกเช่นความคิดของเยชูวา
"เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ (Kehilah) และประตูแห่งนรกจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นก็หามิได้" -มัทธิว 16-18 
(Kehilah เคฮิลาห์ = ห้องประชุมนมัสการของชาวยิว) 
          เดี๋ยวนี้อาณาจักรของพระเจ้าได้มีส่วนสำแดงในบุคลและเครือข่ายต่างๆของชีวิตบุคคลที่ยอมจำนนต่อพระมหาบัญญชาของพระองค์ การยอมจำนนที่สมบูรณ์ต่อพระมหาบัญชาของพระเจ้าในเครือข่ายต่างๆจะยังไม่เกิดขึ้นในยุคนี้
         อาณาจักรของพระเจ้าจะสำแดงการทรงสถิตอยู่สิ่ง เมื่อรัฐบาลท้องถิ่น ปกครองตามหลักการพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
          นักธุรกิจหลายคนควรจะดำเนินธุรกิจของพวกเขาโดยคำนึงถึงของค่านิยมแห่งอาณาจักรของพระเจ้า การผลิตผลิตภัณฑ์และการบริการมากมายที่ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และใช้ประโยชน์เพื่ออวยพรคนทำงาน, อวยพรผู้ร่วมทุน และอวยพรผู้บริโภค  ในทางนี้ ผู้นำธุรกิจสามารถสร้างความมั่งคั่งเพื่อประโยชน์ส่วนรวม การดูแลความมั่งคั่งของเขาควรจะเริ่มต้นเพื่อการขยายอาณาจักรของพระเจ้าโดยตรง ไม่ใช่เพื่อการเห็นแก่ตัวเอง หรือการใช้ชีวิตอย่างหรูหรา คนของพระเจ้าผ่านการอธิษฐานและความสัตย์ซื่อทั้งสองอย่างมีอำนาจในการนำการเปลี่ยนแปลงสู่โลกธุรกิจรอบตัวพวกเขา
          การเกี่ยวข้องของพวกเราในงานศิลปะชิ้นต่างๆ การวิทยาศาสตร์ และการศึกษาและในทุกด้านนั่นควรสะท้อนให้เห็นค่านิยมแห่ง(การให้คุณค่าแบบ) พระอาณาจักรพระเจ้าด้วย
          การแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน (มัทธิว 6:33) หมายถึงการนำทุกส่วนของชีวิตเข้าในเส้นทางตามพระมหาบัญชาของพระเจ้า หรือ "โทราห์" (Torah)ไม่มีใครสักคนรู้มากพอเกี่ยวกับอาณาจักรพระเจ้าอย่างชัดเจนในทั้งหมดของอาณาจักร   ก่อนพระเยชูวาเสด็จกลับมา อาณาจักรที่เต็มไปด้วยความบริบูรณ์หลังพระเยชูวาเสด็จกลับมา อิสราเอลและประชาชาติจะอยู่ในความสัมพันธ์ที่ถูกต้องไปสู่อีกคนหนึ่ง 
         
         ด้วยประการฉะนี้ การผลิตจำนวนชนชาติของพระเจ้าและสันติสุขท่ามกลางประชาชาติ จนกระทั่งวันนั้น มาเถอะพวกเรามองหาอาณาจักรของพระเจ้าที่ชัดเจนในทุกๆอาณาจักรถึงการเต็มไปด้วยการขยายผลที่เป็นไปได้


The Kingdom in Every Sphere 
Daniel Juster
          In past ages the Kingdom of God was identified with the rule of the Church. In more recent times, the Kingdom has been understood as the Millennial Age, something that has been postponed to the future. Both of these views contain Biblical truth, but do not describe the full picture of the Kingdom of God.

          First of all, the Kingdom has really come to us through Yeshua the Messiah. It is now possible to enter the Kingdom, live from the Kingdom and to manifest His Kingdom rule. However, though it is a present reality, it is not yet here in fullness. This fullness of the Kingdom awaits the second coming of Yeshua. So where is the Kingdom seen? It is seen in manifestations of Kingdom power. It is also seen wherever there is submission to the will of God:

“Your Kingdom come, Your will be done” – Matthew 6:10.

         The Holy Spirit now dwells in each individual disciple. The Kingdom is seen in the one who lives according to the teaching of Yeshua. The Kingdom is seen in marriages and families that are ordered through his presence and power (Ephesians 5-6).
The Kingdom is seen in the life of a congregation that is in correct biblical order. We might even say that congregational life is the fullest manifestation of the Kingdom in this lifetime; as Yeshua taught:

“I will establish My congregation (kehilah) and the gates of Hell will not prevail against it” – Matthew 16:18.

         Yet the Kingdom is always in partial manifestation to the extent that individuals and spheres of human life are in submission to God’s order. Perfect submission to God’s order in any sphere will not occur in this age.
The Kingdom is in manifestation when civil governors rule according to biblical principles.
Businessmen should run their businesses according to Kingdom values, producing products and services that benefit people, and using profits to bless employees, shareholders, and consumers. In this way, the business leader can create wealth for the benefit of all. His stewardship of wealth should be directed primarily for the extension of the Kingdom of God, not selfish or opulent living. Godly employees through prayer and faithfulness also have power to bring transformation to the business world around them.

           Our involvement in the arts, science and education should all reflect Kingdom values as well   Seeking God’s Kingdom and its righteousness (Matthew 6:33) means to bring all areas of life into line with His Kingdom order, or “Torah.” No one knows how much the Kingdom can be manifested in all spheres before Yeshua’s return. In the fullness of the Kingdom after Yeshua’s return, Israel and the nations will be in right relationship toward one another,
           thus producing God’s international order and peace among nations. Until that day, let us seek to see the Kingdom in manifestation in every sphere to the fullest extent possible.


ขอบคุณข้อมูลจาก http://reviveisrael.org 

17 กุมภาพันธ์ 2558

จุดหักเห(Turning Point)

จุดหักเห(Turning Point) 
โดย อาเชอร์ อินเทเตอร์ ( Asher Intrater)

     ในปี  2014-2015  นั้นแสดงถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ อย่างที่ระบุกันหลายแห่งว่าเป็นปีแห่งการพักสงบ  ชีมิตา“Shemita” ในปฏิทินฮีบรู สัปดาห์นี้นับเป็นการครบรอบ 70 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพแห่งเอาชวิชซ์ ค่ายกักกันในโปแลนด์ตะวันตกเฉียงใต้ ใกล้กราโกว ประมาณการณ์ว่าตั้งแต่ปี 1942-1945 ชาวยิว 1.1 ล้าน ถูกสังหารโดยนาซี ณ ที่นั่น (รวมถึงหลายคนในครอบครัวของรุ่นทวดผมด้วย) ในวันที่ 27 มกราคม กลุ่มโซเวียตเข้ามาที่เอาชวิชซ์ และปลดปล่อยนักโทษ 7,000 ให้เป็นไท ในสภาพที่ทุกคนหิวโหยและหนาวสั่น

       ไม่เพียงแต่การได้รับอิสรภาพที่เอาชวิชซ์ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ใกล้สิ้นสุดลง รวมถึงการการต่อสู้ในตะวันออกกลางและแถบแปซิฟิก มันเป็นช่วงเวลา 70 ปีสุดท้ายที่มีความสำคัญสำหรับญี่ปุ่นและประเทศรอบข้างเช่นกัน

          เลข 70 ปี ในพระคัมภีร์ให้คำอธิบายไว้ว่า เป็นช่วงเวลาแห่งการทำให้คำพยากรณ์ในประวัติศาสตร์สำเร็จและการลงโทษ (ยรม.25:11 ดนล. 9:24) ช่วงเวลา 70 ปี นั้นเชื่อมโยงถึง แนวคิด การมาถึงของบาปแห่งบรรพบุรุษ” (อพย. 20:5) และช่วงชีวิตที่ 70 ปี (สดด. 90:10) บวกลบไม่เกิน 70 ปี นั้นเป็นวงรอบที่เสร็จสมบูรณ์ที่คนรุ่นหนึ่งให้กำเนิดคนอีกรุ่นหนึ่งออกมาและ คนรุ่นเก่าตายไป วันนี้พยานคนสุดท้ายที่เคยผ่านสงครามโลกครั้งที่สองกำลังตายหมดรุ่นไป คนรุ่นปัจจุบันจึงมีอารมณ์ความรู้สึกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นั้นเพียงน้อยนิด

          ตั้งแต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง จึงมีการเปลี่ยนแปลง มโนภาพในการทำลายล้างชาวยิว จากนาซี จนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้กลายเป็นมุสลิมหัวรุนแรงในทุกวันนี้ ในช่วงปี 2014-2015 นี้ เราได้เห็นการประกาศตัวของไอซิส (ISIS) หรือรัฐอิสลาม นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมุมมองของโลกมุสลิม กลุ่มผู้ก่อการร้ายจากฮามาส ถึงเฮสบอลลาห์ และอัลกออิดะห์ ตั้งตารอคอยการก่อตั้งใหม่ของคาลิเฟต (จักรวรรดิอิสลามสากล) แต่ยังไม่เห็นพวกเขาเป็นจักรวรรดิในตอนนี้ ไอซิสได้ประกาศว่า ประเทศคาลิเฟทได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

          ยุโรปและสหประชาชาติดูเหมือนว่าจะมีความเข้าใจเพียงน้อยนิดถึงอันตรายที่เข้ามาใกล้แค่เอื้อมมือ ในเวลานี้ 70 ปีมาแล้วหลังการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มันแค่เพียงหนึ่งชนชาติ อิสราเอลที่พูดอย่างกระจ่างแจ้งเกี่ยวกับการคุกคามของอิสลามหัวรุนแรงในชั่วอายุรุ่นเรา และมีเพียงผู้แทนจากอิสราเอลที่อ้างถึงข้อความในไบเบิลในการประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ


          ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพระกายของพระคริสต์ จำนวนคริสเตียนผู้เชื่อส่วนใหญ่อยู่ที่เอเชีย ไม่ใช่ในฝั่งตะวันตก การตื่นขึ้นของคริสตจักรในเอเชียเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา รวมถึงผู้เชื่อในพระเมสสิยาห์ที่หลงเหลืออยู่ในประเทศที่ถูกรื้อฟื้นอย่างอิสราเอล ค่อยๆเติบโตและเพิ่มขึ้น การรื้อฟื้นทางจิตวิญญาณของอิสราเอลก็เป็นตัวอย่างในการสลับกันในเรื่องการพยากรณ์ที่สำคัญๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่เมื่อศตวรรษแรก

Turning Point

Asher  Intrater
This year 2014-2015 represents a significant turning point, and as noted by many a “Shemita” year in the Jewish calendar. This week marks the 70th anniversary of the liberation of the Auschwitz death camp in southwest Poland, near Krakow. An estimated 1.1 million Jews between 1942 and 1945 were murdered by the Nazis there (including several of my grandfather’s family). On January 27, the Soviets entered Auschwitz and freed the 7,000 remaining prisoners, all starving and freezing.
Not only was Auschwitz liberated but World War II as a whole came to an end, including the fighting in the Middle East and in the Pacific Rim. This is the end of an important 70-year period for Japan and the surrounding countries there as well.


Seventy years is described in the Scriptures as a period to fulfill historic prophecies and punishments (Jeremiah 25:11, Daniel 9:24). The 70-year period is related to the concept of “visiting the sins of the parents” (Exodus 20:5) and a 70 year life-span (Psalm 90:10). Seventy years more or less completes the cycle of one generation giving birth to the next, and the first generation passing away. Today the last witnesses of the WWII period are dying off. The current generation has little emotional connection to what happened then.
Since the end of WWII there has been a certain transfer of the “vision” to exterminate the Jews from the Nazis to what has become radical Islam today. This year, 2014-2015 has seen the declaration of ISIS, anIslamic State. This is a major development in the Islamic world view. All the terrorist groups, from Hamas to Hezbollah to Al Qaeda, were looking forward to the renewal of a Caliphate (world-wide Islamic empire), but did not see themselves as that empire. ISIS is declaring that the Caliphate nation has begun.

Europe and the United Nations seem to have little understanding of the danger at hand. At this time, 70 years after the Holocaust, it is only the nation of Israel that speaks clearly of the threat of Islamic Jihad in our generation, and only representatives from Israel who quote from the Bible in the General Assembly of the UN.

During the same period, we have seen major developments in the Body of Christ. The largest number of believing Christians is to be found in Asia today, not in the West. The rise of the Church of Asia is a paradigm shift of dimensions not seen in almost 2,000 years. In addition the Messianic remnant in the restored nation of Israel is slowly and surely developing and maturing. This spiritual restoration of Israel is also a paradigm shift of prophetic importance not seen since the first century.

ขอบคุณข้อมูลจาก http://reviveisrael.org/turning-point/

11 กุมภาพันธ์ 2558

ข้อคิดเรื่องความรัก สำหรับหนุ่มสาวในวันวาเลนไทน์ (Valentine's day)

ข้อคิดเรื่องความรัก สำหรับหนุ่มสาวในวันวาเลนไทน์ (Valentine's day)
 วันแห่งความรักที่บริสุทธิ์  ไม่ใช่วันเสียความบริสุทธิ์ เพื่อความรัก

อย่าใช้ ร่างกาย เพื่อแลก…รักมา
มัน ไม่คุ้มค่า กับ…สิ่งที่เสียไป
แต่ จงใช้ …หัวใจ เพื่อแลกใจ
อย่างน้อยๆ ก็แค่เสียใจ….ถึงแม้ไม่ได้อะไรมา

แม้"เสียใจ" ดีกว่า "เสียตัว" เพราะมันอาจจะทำให้ "เสียคน"

ข้อคิดสำหรับรักในวัยเรียน
แฟน.. จบกันไปก็มีแค่ “อดีต”
เรียน.. จบกันไปก็มีแต่ “อนาคต”

ตั้งใจเรียนอย่างมุ่งมั่น ไม่มั่วเรื่องการมุ้ง การเมา
เมาเหล้าแล้วหัวสมอง มัน hang เมารักแล้วหัวใจมัน hurt


1 โครินธ์ 13:4-7

4 ความ​รัก​นั้น​ก็​อดทน​นาน​และ​กระทำ​คุณ​ให้ ความ​รัก​ไม่​อิจฉา ไม่​อวด​ตัว ไม่​หยิ่ง​ผยอง​ 
5 ไม่​หยาบ​คาย ไม่​คิดเห็น​แก่​ตนเอง​ฝ่าย​เดียว ไม่​ฉุนเฉียว ไม่​ช่าง​จดจำ​ความ​ผิด​  
6 ไม่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​มี​การ​ประพฤติ​ผิด แต่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​ประพฤติ​ชอบ​  
7 ความ​รัก​ทน​ได้​ทุก​อย่าง​แม้​ความ​ผิด​ของ​คน​อื่น และ​เชื่อ​ใน​ส่วน​ดี​ของ​เขา​อยู่​เสมอ และ​มี​ความ​หวัง​อยู่​เสมอ และ​ทน​ต่อ​ทุก​อย่าง

10 กุมภาพันธ์ 2558

รวบรวมบทความเกี่ยวกับความรัก

รวบรวมบทความเกี่ยวกับความรัก  เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ (Valentine's day)
เนื่องในเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก ผมได้รวบรวมบทความต่างๆ เพื่อเป็นข้อคิดเกี่ยวกับ
ความรัก สามารถ Click เข้าไปอ่านได้ตาม link นี้ครับ


ความรักไม่มีเงื่อนไข(Unconditional Love)