11 พฤษภาคม 2563

เหตุใดชนชาติอิสราเอลรับมานาในถิ่นทุรกันดารแล้ว ไม่ต้องแบ่งถวายเป็นสิบลด?


ทำความเข้าใจเรื่องการถวาย

การถวายเป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์ทรงกำหนดให้มนุษย์ถวายพระองค์เพื่อเป็นการแสดงออกถึงหัวใจที่ยอมจำนนให้กับพระองค์และแสดงออกถึงการเชื่อฟังเป็นการกระทำ
แสดงว่า ใจที่เชื่อฟังยอม“จำนน” มีความสำคัญมากกว่า “จำนวน”สิ่งที่นาถวาย
ตามหลักการพระคัมภีร์ให้มีการแบ่งการถวายเป็น 3 ส่วนคือ   ของบริจาค(Contributions), ผลไม้รุ่นแรก(First fruits) และ ทศางค์หรือสิบลด(Tithes) 
สิ่งเหล่านี้เป็นการมอบถวายจากใจให้กับพระเจ้า

เนหะมีย์ 12:43-44
43 43 และเขาทั้งหลายได้ถวายเครื่องสัตวบูชาใหญ่โตในวันนั้น และเปรมปรีดิ์เพราะพระเจ้าทรงกระทำให้เขาเปรมปรีดิ์ด้วยความชื่นบานใหญ่ยิ่ง พวกผู้หญิงและเด็กๆ ก็เปรมปรีดิ์ด้วย และความชื่นบานของเยรูซาเล็มก็ได้ยินไปไกล 44 ในวันนั้น เขาแต่งตั้งคนให้ดูแลห้องสำหรับพัสดุ ของบริจาค ผลไม้รุ่นแรก ทศางค์ ให้รวบรวมสิ่งซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมายสำหรับปุโรหิตและคนเลวีเข้ามาไว้ในนั้น ตามไร่นาในหัวเมืองเหล่านั้น เพราะยูดาห์เปรมปรีดิ์ด้วยเรื่องบรรดาปุโรหิต และคนเลวีผู้ปรนนิบัติอยู่นั้น



1. ถวายผลแรก (Frist fruits)  เป็นการแสดงถึงการให้ความสำคัญว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นความสำคัญแรกสุดก่อนสิ่งใด แยกสิ่งที่ได้มาเพื่อถวายก่อน

2. ถวายสิบลด(Tithes) เป็นการแสดงถึงการให้ที่มาจาการเชื่อฟัง นำหนึ่งส่วนชักออกมาจากสิบส่วนเพื่อนำมาถวาย

3. ถวายต่าง ๆ (Contributions) เป็นการแสดงถึงการให้ที่มาจากใจนการขอบพระคุณและเป็นพรไปสู่ผู้อื่น


การถวายมีตั้งแต่ก่อนยุคธรรมบัญญัติ

การถวายของคาอินและอาเบล ใน ปฐมกาล  4 :3-7
3 อยู่​มา​วัน​หนึ่ง​คาอิน​นำ​พืช​ผล​จาก​ผืน​ดิน​มา​เป็น​ของ​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์
4 ส่วน​อาเบล​ก็​นำ​แกะ​หัว​ปี​จาก​ฝูง​และ​ไขมัน​ของ​แกะ​มา​ถวาย พระ​ยาห์​เวห์​พอ​พระ​ทัย​อาเบล​และ​ของ​ถวาย​ของ​เขา
 5 แต่​คาอิน​กับ​ของ​ถวาย​ของ​เขา​นั้น พระ​องค์​ไม่​พอ​พระ​ทัย คาอิน​ก็​โกรธ​ยิ่ง​นัก ก้ม​หน้า​ลง
6 พระ​ยาห์​เวห์​จึง​ตรัส​ถาม​คาอิน​ว่า “ทำไม​เจ้า​โกรธ? ทำไม​หน้า​เจ้า​บูด​บึ้ง?
 7 ถ้า​เจ้า​ทำ​ดี เจ้า​ก็​จะ​เป็น​ที่​ยอม​รับ​ไม่​ใช่​หรือ? ถ้า​เจ้า​ทำ​ไม่​ดี บาป​ก็​หมอบ​อยู่​ที่​ประตู อยาก​ตะครุบ​เจ้า เจ้า​จะ​ต้อง​เอา​ชนะ​บาป​นั้น”

การถวายแบบนี้เป็นการถวายผลแรก อาแบลให้แกะหัวปีแด่พระยาห์เวห์แสดงถึงการให้ความสำคัญแด่พระองค์เป็นลำดับแรกของชีวิต
พระยาห์เวห์จึงพอพระทัยและรับของถวายของอาแบล 
ฮีบรู 11:4  โดย​ความ​เชื่อ อาเบล​จึง​นำ​เครื่อง​บูชา​ที่​ดี​กว่า​ของ​คา​อิน​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า โดย​ทาง​ความ​เชื่อ​นั้นท่าน​ได้​รับ​การ​รับ​รอง​ว่า​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม พระ​เจ้า​ทรง​รับ​รอง​ของ​ถวาย​ของ​ท่าน แม้​ว่า​อาเบล​ตาย​ไป​แล้ว แต่​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ​ท่าน​จึง​ยัง​พูด​อยู่
  
การถวายสิบลดในยุคก่อนธรรมบัญญัติ

การถวายสิบลดในยุคก่อนที่มีธรรมบัญญัติ  อับราม(อับราฮัม) ถวาย"หนึ่งในสิบ" ของที่ยึดมาได้ ให้กับกษัตริย์เมลคีเซเดค ซึ่งป็นปุโรหิตเป็นผู้รับสิบลดและอวยพร

 ปฐมกาล 14:18-20
18 เมล​คี​เซ​เดค​ผู้​เป็น​ทั้ง​กษัตริย์​ซาเลม​และ​ปุโร​หิต​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​สูง​สุด ก็​นำ​ขนม​ปัง​กับ​เหล้า​องุ่น​มา​ให้
19 แล้ว​อวย​พร​ท่าน กล่าว​ว่า “ขอ​ให้​อับราม​รับ​พร​จาก​พระ​เจ้า​ผู้​สูง​สุด
ผู้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่น​ดิน​โลก  
 20 ขอ​พระ​เกียรติ​เป็น​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​สูง​สุด ผู้​ทรง​มอบ​ศัตรู​ทั้ง​หลาย​ไว้​ใน​มือ​ของ​ท่าน” อับ​ราม​ก็​มอบ​หนึ่ง​ใน​สิบ​จาก​ข้าว​ของ​ทั้ง​หมด​นั้น​ถวาย​แก่​กษัตริย์​เมล​คี​เซ​เดค  

การถวายในยุคธรรมบัญญัติ(พันธสัญญาเดิม)

เมื่อคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ (อพยพ บทที่12 )เมื่ออยู่ในดินแดนถิ่นทุรกันดาร  พระยาห์เวห์จึงประทานธรรมบัญญัติให้กับคนของพระองค์ผ่านทางโมเสส ทำให้การถวายเป็นกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและกำหนดให้คนอิสราเอลในสมัยนั้นต้องถวายต่าง ๆ  ทั้ง ผลไม้รุ่นแรก(First fruits) ,ทศางค์หรือสิบลด(Tithes) และของบริจาค(Contributions) ทั้งนี้เพราะมีชุมชนและระบบปุโรหิตเพื่อรับการถวายแล้ว

เลวีนิติ 23 :9-11
9 พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า  10 “​จง​กล่าว​แก่​คน​อิส​รา​เอล​ว่า เมื่อ​พวก​เจ้า​มา​ถึง​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​เรา​ให้​เจ้า และ​เกี่ยว​พืช​ผล​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น พวก​เจ้า​จง​เอา​พืช​ผล​ส่วน​หนึ่ง​ที่​เก็บ​เกี่ยว​ใน​รุ่น​แรก​นำ​ไป​ให้​ปุโร​หิต
 11 และ​ปุโร​หิต​จะ​นำ​พืช​ผล​ส่วน​นั้น ทำ​พิธี​โบก​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์ เพื่อ​พวก​เจ้า​จะ​เป็น​ที่​โปรด​ปราน

เลวีนิติ 27:30 “​ทศางค์​ทั้ง​สิ้น​ที่​ได้​จาก​แผ่น​ดิน​เป็น​พืช​ที่​ได้​จาก​แผ่น​ดิน​ก็​ดี หรือ​ผล​จาก​ต้น​ไม้​ก็​ดี เป็น​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ เป็น​ของ​ถวาย​ที่​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​ยาห์​เวห์

การไม่ถวายสิบลดถือเป็นการฉ้อพระเจ้า แต่การถวายถือเป็นการรับพระพร 
มาลาคี 3:8-10
8 “มนุษย์​จะ​ฉ้อ​โกง​พระ​เจ้า​หรือ? ที่​จริง​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ได้​ฉ้อ​โกง​เรา แต่​เจ้า​กล่าว​ว่า ‘พวก​เรา​ฉ้อ​โกง​พระ​เจ้า​อย่าง​ไร?’ ก็​ฉ้อ​โกง​ใน​เรื่อง​ทศางค์​และ​เครื่อง​บูชา​นั่น​ซี
9 เจ้า​ทั้ง​หลาย​ต้อง​ถูก​สาป​แช่ง​ด้วย​คำ​สาป​แช่ง เพราะ​เจ้า​ฉ้อ​โกง​เรา​ทั้ง​ชาติ
10 พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า จง​นำ​ทศางค์​เต็ม​ขนาด​มา​ไว้​ใน​คลัง เพื่อ​ว่า​จะ​มี​อา​หาร​ใน​นิเวศ​ของ​เรา จง​ลอง​ดู​เรา​ใน​เรื่อง​นี้​ว่า เรา​จะ​เปิด​หน้า​ต่าง​ใน​ฟ้า​สวรรค์​ให้​เจ้า และ​เท​พร​อย่าง​ล้น​ไหล​มา​ให้​เจ้า​หรือ​ไม่
  
การถวายในยุคพระคุณ(พันธสัญญาใหม่)
พระเยซูคริสต์ไม่ได้มาลบล้างธรรมบัญญัติแต่ทำให้สมบูรณ์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ที่สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
มัทธิว 5:17 “อย่า​คิดว่า​เรา​มา​ล้ม​เลิก​ธรรม​บัญ​ญัติ​และ​คำ​ของ​บรร​ดา​ผู้​เผย​พระ​วจนะ เรา​ไม่​ได้​มา​ล้ม​เลิก แต่​มา​ทำ​ให้​สม​บูรณ์​ทุก​ประ​การ

พระเยซูคริสต์ตั้งพันธสัญญาใหม่ ไม่ใช่การปรับโทษแต่ประทานชีวิต
โรม 8:1-2
1 เพราะ​ฉะ​นั้น​ไม่​มี​การ​ลง​โทษ​คน​ที่​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์
2 เพราะ​ว่า​กฎ​ของ​พระ​วิญ​ญาณ​แห่ง​ชีวิต​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​ได้​ทำ​ให้​ท่าน​พ้น​จาก​กฎ​แห่ง​บาป​และ​ความ​ตาย

การถวายจึงเป็นการสมัครใจด้วยการสำนึกในพระคุณ จึงเป็นการมอบถวายชีวิตให้กับพระเจ้า หมายถึง 100% ไม่ใช่แค่ 10 % เท่านั้น 

โรม 12:1  ดัง​นั้น พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย โดย​เห็น​แก่​ความ​เมต​ตา​กรุณา​ของ​พระ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​จึง​วิง​วอน​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ให้​ถวาย​ตัว​ของ​ท่าน​แด่​พระ​องค์ เพื่อ​เป็น​เครื่อง​บูชา​อัน​บริ​สุทธิ์​ที่​มี​ชีวิต และ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​พระ​เจ้า ซึ่ง​เป็น​การ​นมัส​การ​โดย​วิญ​ญาณ​จิต​ของ​ท่าน

เราทุกคนที่เชื่อเป็นดั่งปุโรหิต มีส่วนในการถวายตัวรับใช้พระเจ้า

1 เปโตร 2:9 แต่​พวก​ท่าน​เป็นพงศ์​พันธุ์​ที่​ทรง​เลือก​สรร เป็น​พวก​ปุโร​หิต​หลวง เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์ เป็น​ประ​ชา​​กร​อัน​เป็น​กรรม​สิทธิ์​ของ​พระ​เจ้า เพื่อ​ให้​พวก​ท่าน​ประ​กาศ​พระ​เกียรติ​คุณ​ของ​พระ​องค์ ผู้​ได้​ทรง​เรียก​พวก​ท่าน​ให้​ออก​มา​จาก​ความ​มืด เข้า​ไป​สู่​ความ​สว่าง​อัน​มหัศ​จรรย์​ของ​พระ​องค์

การถวายจึงถวายมากกว่าแค่สิบลดและด้วยใจยินดีไม่ใช่เสียดาย เพื่อเป็นพระพรต่อชุมชน(คริสตจักร)

2 โครินธ์ 9:6-8
6 นี่​แหละ​คน​ที่​หว่าน​เพียง​เล็ก​น้อย​ก็​จะ​เก็บ​เกี่ยว​ได้​เพียง​เล็ก​น้อย คน​ที่​หว่าน​มาก​ก็​จะ​เก็บ​เกี่ยว​ได้​มาก
 7 แต่​ละ​คน​จง​ให้​ตาม​ที่​เขา​คิด​หมาย​ไว้​ใน​ใจ ไม่​ใช่​ให้​ด้วย​ความ​เสีย​ดาย ไม่​ใช่​ให้​ด้วย​ความ​จำ​ใจ เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​คน​ที่​ให้​ด้วย​ใจ​ยินดี
8 และ​พระ​เจ้า​สา​มารถ​ประ​ทาน​พร​ทุก​อย่าง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​อย่าง​เหลือ​ล้น เพื่อ​ว่า​เมื่อ​มี​ทุก​อย่าง​เพียง​พอ​อยู่​เสมอ ท่าน​ยัง​จะ​มี​เหลือ​ล้น​สำหรับ​การ​ดี​ทุก​อย่าง​ด้วย

เมื่อพิจารณาหลักการถวายแล้วจึงมาตอบคำถามในเรื่อง เหตุใดชนชาติอิสราเอลรับมานาในถิ่นทุรกันดารแล้ว ไม่ต้องแบ่งถวายเป็นสิบลด?


1.  เพราะมานาเป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์ประทานให้ด้วยพระคุณพิเศษ ไม่ใช่สิ่งที่คนอิสราเอลหาหรือทำงานเพื่อจะได้มา

เมื่อคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ (อพยพ บทที่12 )เมื่ออยู่ในดินแดนถิ่นทุรกันดาร  พระยาห์เวห์ได้ประทานอาหารให้คนอิสราเอล เป็นสิ่งที่ตกมาจากฟ้า
อพยพ 16:4-5
4 แล้ว​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า “นี่​แน่ะ เรา​จะ​ให้​อาหาร​ตก​ลง​มา​เหมือน​ฝน​จาก​ท้อง​ฟ้า​สำหรับ​พวก​เจ้า และ​ทุกๆ วัน​ก็​ให้​ประชา​ชน​ออก​ไป​เก็บ​แต่​พอ​กิน​เฉพาะ​วัน​หนึ่งๆ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​ลอง​ใจ​ว่า พวก​เขา​จะ​ดำเนิน​ตาม​บัญ​ญัติ​ของ​เรา​หรือ​ไม่?
 5 ใน​วัน​ที่​หก เมื่อ​พวก​เขา​เตรียม​มานา​ที่​นำ​มา ก็​ให้​เก็บ​เพิ่ม​เป็น​สอง​เท่า​ของ​ที่​พวก​เขา​เก็บ​ใน​วัน​อื่นๆ”

มานาเป็นสิ่งที่พวกคนอิสราเอลได้รับจากพระเจ้าโดยตรง ไม่ต้องทำงานด้วยการปลูกจากแผ่นดิน ดังนั้นจึงไม่ต้องถวายสิบลด เพราะพระเจ้าให้เขาด้วยพระคุณ  จะเห็นได้ว่ามานาเป็นสิ่งที่ให้ชั่วคราว เมื่อคนอิสราเอลปลูกพืชไร่นาแล้วพวกเขาจึงนำมาถวายผลแรกและสิบลด (ลนต.23)

เมื่อคนอิสราเอลจะเข้าแผ่นดินคานาอัน พระเจ้าไม่ได้ประทานมานาแล้ว เพราะเขาจะได้รับผลผลิตจากแผ่นดินที่พระเจ้าประทานให้ และพวกเขาจะต้องทำงานจึงจะได้รับมา

โยชูวา 5:10-12
10 ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​ได้​ตั้ง​ค่าย​ที่​กิล​กาล และ​ถือ​เทศ​กาล​ปัส​กา​ใน​วัน​ที่​สิบ​สี่​เวลา​เย็น ณ ที่​ราบ​เมือง​เย​รี​โค
11 วัน​รุ่ง​ขึ้น​หลัง​วัน​เทศ​กาล​ปัส​กา วัน​นั้น​เอง​พวก​เขา​ก็​รับ​ประ​ทาน​ผล​จาก​แผ่น​ดิน คือ​ขนม​ไร้​เชื้อ​และ​ข้าว​คั่ว
12 ตั้ง​แต่​วัน​รุ่ง​ขึ้น​มานา​ก็​ขาด​ไป คือ​เมื่อ​เขา​ได้​รับ​ประ​ทาน​ผล​จาก​แผ่น​ดิน ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​ไม่​มี​มานา​อีก​เลย ใน​ปี​นั้น​เขา​รับ​ประ​ทาน​ผล​จาก​แผ่น​ดิน​

2.  เพราะมานาเป็นสิ่งที่ได้รับก่อนจะมีธรรมบัญญัติ จึงไม่ได้กำหนดให้มีการนำมาถวาย หลังจากมีธรรมบัญญัติแล้ว คนอิสราเอลทำงานได้ผลผลิตจากพืชผลจึงได้นำมาถวายแด่พระยาห์เวห์

3.  เพราะมานาเป็นสิ่งที่พระเจ้าให้เพื่อเขาจะไม่มีความโลภ แต่ให้นับพระพรในการจัดเตรียมของพระยาห์เวห์

พระยาห์เวห์ทรงประทานมานาให้คนอิสราเอลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้เขามีความโลภ แต่ละวันคนอิสราเอลจะได้คนละเท่ากัน และไม่สามารถเก็บได้เกินจากนี้เพราะมันจะเน่าเสียไป 

อพยพ 16:16 นี่​เป็น​สิ่ง​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​บัญชา​ไว้​คือ ‘ให้​ทุก​คน​เก็บ​เท่า​ที่​พอ​รับ​ประ​ทาน​อิ่ม ให้​เก็บ​คน​ละ​สอง​ลิตร ตาม​จำ​นวน​คน​ที่​พัก​อยู่​ใน​เต็นท์​ของ​ตน’ ”

อพยพ 16:20 แต่​พวก​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง​โมเสส บาง​คน​เหลือ​ไว้​จน​รุ่ง​เช้า อาหาร​นั้น​ก็​มี​หนอน​ขึ้น และ​บูด​เหม็น โมเสส​จึง​โกรธ​คน​เหล่า​นั้น

คนอิสราเอลมีการนับ Omer(โอเมอร์) (เป็นหน่วยวัดการตวง 1 โอเมอร์ เท่ากับการเก็บมานากินได้ 1 วันเล็งถึงการจัดสรรของพระเจ้าในแต่ละวัน
อพยพ 16:32 ..."พระเจ้ามีรับสั่งว่า 'จงตวงมานาโอเมอร์หนึ่ง เก็บไว้ตลอดชั่วชาตพันธุ์ของเจ้า เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เห็นอาหารซึ่งเราเลี้ยงเจ้าในถิ่นทุรกันดารนี้ เมื่อเรานำพวกเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์'

    คนอิสราเอลเก็บโถทองคำใส่มานาไว้ในหีบพันธสัญญาเพื่อนับพระพรในการจัดเตรียมของพระยาห์เวห์ ตลอดช่วงเวลาในถิ่นทุรกันดาร   

ฮีบรู 9:4 มีแท่นทองคำสำหรับเผาเครื่องหอม และมีหีบหุ้มด้วยทองคำทุกด้านสำหรับบรรจุพันธสัญญา ภายในหีบนั้นมีโถทองคำใส่มานา และมีไม้เท้าของอาโรนที่ออกดอกตูม และมีศิลาสองแผ่นจารึกพันธสัญญา

การเก็บโถทองคำใส่มานา และมีไม้เท้าของอาโรนที่ออกดอกตูม และมีศิลาสองแผ่นจารึกพันธสัญญา   3 สิ่งคือ การจัดสรร สิทธิอำนาจและพระคำของพระยาห์เวห์

           เมื่อคนอิสราเอลมีการทำไร่ สวนจากแผ่นดินแล้ว จะมีบางคนทำได้มากและบางคนทำได้น้อย ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงให้มีการถวายสิบลด เพื่อให้คนที่มีมากนำมาถวายมากและคนมีน้อยนำมาถวายตามสัดส่วน เพื่อไม่เกิดความโลภ และสิ่งที่ได้ถวายมาก็นำมาเพื่อประโยชน์ต่อชุมชน


4.   เพราะมานาเป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์ประทานให้คนอิสราเอลโดยพระองค์ทดสอบการเชื่อฟังจากการทำตามผ่านทางคำสั่งโมเสส 
พระยาห์เวห์ไม่ได้ทดสอบการเชื่อฟังของคนอิสราเอลด้วยการให้นำมานามาถวายสิบลด แต่ทดสอบการเชื่อฟังด้วยการให้เก็บพอแต่ละวันและวันที่ 6 จะได้รับสองเท่า วันที่ 7 ไม่ต้องไปเก็บเพราะเป็นวันสะบาโต
อพยพ 16:19-22
19 โมเสส​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “อย่า​ให้​ใคร​เหลือ​ไว้​จน​รุ่ง​เช้า”
20 แต่​พวก​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง​โมเสส บาง​คน​เหลือ​ไว้​จน​รุ่ง​เช้า อาหาร​นั้น​ก็​มี​หนอน​ขึ้น และ​บูด​เหม็น โมเสส​จึง​โกรธ​คน​เหล่า​นั้น
21 พวก​เขา​เก็บ​กัน​ทุกๆ เช้า​เท่า​ที่​คน​หนึ่ง​รับ​ประ​ทาน​ได้ แต่​พอ​แดด​ออก​ร้อนจัด​แล้ว​อาหาร​นั้น​ก็​ละลาย​ไป
22 เมื่อ​ถึง​วันที่​หก พวก​เขา​เก็บ​อาหาร​สอง​เท่า คือ​คน​ละ​สี่​ลิตร ผู้​นำ​ทั้ง​หมด​ของ​ชุม​นุม​ชน​จึง​เข้า​มา​ราย​งาน​โมเสส
23 โมเสส​บอก​พวก​เขา​ว่า “พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​บัญชา​ว่า ‘พรุ่ง​นี้​เป็น​วัน​หยุด​พัก เป็น​สะ​บา​โต วัน​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​ยาห์​เวห์ จะ​ปิ้ง​อะไร​ก็​ให้​ปิ้ง จะ​ต้ม​อะไร​ก็​ให้​ต้ม​เสีย และ​ส่วน​ที่​เหลือ​ทั้ง​หมด จง​เก็บ​ไว้​จน​ถึง​วัน​รุ่ง​ขึ้น’ ”

  
5.   เพราะมานาเป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์ประทานให้คนอิสราเอลก่อนที่จะมีระบบปุโรหิตและไม่ได้นำมาเก็บไว้ในคลังเพื่อแจกจ่ายออกไป

พระยาห์เวห์จึงประทานธรรมบัญญัติให้กับคนของพระองค์ผ่านทางโมเสส ทำให้การถวายเป็นกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและกำหนดให้คนอิสราเอลในสมัยนั้นต้องถวายต่าง ๆ  ทั้ง ผลไม้รุ่นแรก(First fruits) ,ทศางค์หรือสิบลด(Tithes) และของบริจาค(Contributions) ทั้งนี้เพราะมีชุมชนและระบบปุโรหิตเพื่อรับการถวายแล้ว
ของถวายต่าง ๆ จึงนำมาเก็บไว้ในคลังเพื่อแจกจ่ายและดูแลผู้รับใช้พระเจ้าเผ่าเลวี แต่สำหรับมานานั้นทุกคนได้รับเท่าเทียมกัน จึงไม่ได้นำมาถวายในคลังของชุมชนเพื่อนำมาเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น