08 มิถุนายน 2563

พรก.ฉุกเฉินที่บาบิโลน

📣พรก.ฉุกเฉินที่บาบิโลน🗡
🕎 ดาเนี่ยลและพรก.(เพื่อนร่วมก๊วน) คือ ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยา เป็นคนยิวที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่กรุงบาบิโลนในสมัยของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์
🔥การไปอยู่ที่บาบิโลน ดินแดนของพระเทียมเท็จ ดาเนียลและเพื่อนๆได้รับอิทธิพลจากบาบิโลนที่พยายามจะเปลี่ยนความคิดของพวกเขาที่เป็นคนยิวแท้ที่เชื่อมั่นศรัทธาในองค์พระะจ้าเที่ยงแท้คือพระยาห์เวห์ในช่วงเวลา 3 ปีที่อยู่นั้น
🕎 ดาเนียลและเพื่อนๆ ถูกหล่อหลอมด้วยความวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ภาษา และความเชื่อแบบบาบิโลน แต่ดาเนียลและเพื่อนๆ ไม่รับสิ่งเหล่านี้ปฏิเสธที่จะกินอาหารสูงและยืนหยัดในความเชื่อของพวกเขาที่มีต่อพระยาห์เวห์
📕 ‭‭ดาเนียล‬ ‭1:6-8‬ ‭
“ในบรรดาคนเหล่านั้น มีคนเผ่ายูดาห์คือดาเนียล ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์ และหัวหน้าขันทีตั้งชื่อให้ใหม่
ดาเนียลนั้นเรียกว่าเบลเทชัสซาร์ ฮานันยาห์เรียกว่าชัดรัค มิชาเอลเรียกว่าเมชาค และอาซาริยาห์เรียกว่าอาเบดเนโก
แต่ดาเนียลตั้งใจว่าจะไม่ทำให้ตัวเป็นมลทินด้วยอาหารชั้นสูงของกษัตริย์ หรือด้วยเหล้าองุ่นซึ่งพระองค์เสวย ท่านจึงขอหัวหน้าขันทีให้อนุญาตเพื่อท่านจะไม่ทำตัวเองเป็นมลทิน”
🔥แม้แต่ชื่อของดาเนียลและเพื่อนๆ ซึ่งเป็นชื่อของคนยิว ยังถูกเปลี่ยนไปตามแบบบาบิโลน ซึ่งมีความหมายของชื่อนั้นหมายถึงพระเทียมเท็จของบาบิโลน
🕎 ชื่อ “ดาเนียล” แปลว่า “พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษา” ‫דָּנִיֵּאל (God is my judge)‬ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ต้องการตั้งชื่อใหม่เป็น “เบลเทชัสซาร์” แปลว่า “พระบาอัลคุ้มครองเขา”
🕎 ชื่อ “ฮานันยาห์” แปลว่า “พระยาห์เวห์ทรงพระกรุณา” (YAHWEH is gracious) กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ต้องการตั้งชื่อใหม่ว่า “ชัดรัค” แปลว่า “ผู้รับใช้เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์” (อาคู)(command of “Aku" -Aku being the name of the Babylonian god of the moon)
🕎 ชื่อ “มิชาเอล” แปลว่า “ใครจะเทียบเคียงพระเจ้าได้”( Who is like God?) กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ต้องการตั้งชื่อใหม่เป็น “เมชาค” แปลว่า “เงาหรือผู้รับใช้ของเจ้านาย”
🕎 ชื่อ “อาซาริยาห์” แปลว่า “พระยาห์เวห์เป็นผู้ช่วยเหลือ” ("YAHWEH has helped) กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ต้องการตั้งชื่อใหม่เป็น “อาเบดเนโก” แปลว่า ผู้รับใช้แห่งดาวประจำรุ่งหรือเทพเจ้าเนโบ (Nebo being the Babylonian god of wisdom.)
📣 หลังจากนั้นกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์สร้างพระดาโกนด้วยปฏิมากรทองคำ และได้ออกพระราชกฤษฎีกา(พรก.)เพื่อให้ทุกคนกราบไหว้พระของบาบิโลน หากใครไม่ทำตามก็จะถูกนำไปฆ่าที่เตาไฟ
📣ถือเป็นพรก.ฉุกเฉินที่คุกคามชีวิตของดาเนียลและเพื่อน ๆ และเมื่อไม่ทำตามเพื่อนของดาเนียลทั้ง 3 คนต้องถูกนำไปฆ่าที่เตาไฟ

📕 ดาเนียล‬ ‭3:1-2, 4-6, 8-13‬ ‭
“กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ทรงสร้างปฏิมากรรูปหนึ่งด้วยทองคำ...
แล้วกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์รับสั่งให้ประชุมพวกอุปราช องคมนตรี ผู้ว่าราชการมณฑล มนตรี นายคลัง ผู้พิพากษา ตุลาการ และบรรดาเจ้าหน้าที่ของมณฑล ให้เข้ามาในงานฉลองปฏิมากรซึ่งกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้ทรงตั้งขึ้น
โฆษกก็ประกาศเสียงดังว่า “พระราชามีพระราชโองการมายังชนทุกชาติทุกเผ่าทุกภาษา เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินเสียงเขาสัตว์ ปี่ พิณเขาคู่ พิณสี่สาย พิณใหญ่ ปี่ถุง และเครื่องดนตรีทุกชนิด ให้ท่านกราบลงนมัสการปฏิมากรทองคำ ซึ่งกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้ทรงตั้งไว้ ผู้ใดไม่กราบนมัสการก็ให้โยนผู้นั้นเข้าไปในเตาที่ไฟลุกอยู่ทันที”
ในครั้งนั้นพวกเคลเดียบางคนมาเข้าเฝ้า และฟ้องพวกยิวโดยเจตนาร้าย เขาทูลกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ว่า ...มีคนยิวบางคนที่ฝ่าพระบาทแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารมณฑลบาบิโลนคือ
ชัดรัค เมชาค และอาเบดเนโก
คนเหล่านี้ไม่เชื่อฟังกฤษฎีกาของฝ่าพระบาท... แล้วเนบูคัดเนสซาร์กริ้วจัด มีรับสั่งให้นำตัวชัดรัค เมชาคและอาเบดเนโกเข้ามา แล้วมีผู้พาคนเหล่านี้เข้ามาเฝ้ากษัตริย์”
‭‭
🔥ผลของการยืนหยัดในความเชื่อ ทั้งสามคนต้องพบกับ“ความตาย” ถูกจับโยนลงในเตาไฟที่ร้อนมากขณะคนที่มาจับโยนยังถูกไฟครอกตาย
🌈 แต่พระยาห์เวห์ทรงปกป้องพวกเขา จากเตาไฟที่ร้อนเผาไหม้ กลับกลายเป็นตู้อบซาวน่า ที่เพื่อนของดาเนียลทั้ง 3 คนได้เข้าไปทำสปา อบผิวและเดินออกมาอย่างปลอดภัย แม้แต่เส้นผมของพวกเขายังอยู่ทรงและไม่ไหม้เลย
📕 ‭‭ดาเนียล‬ ‭3:27-30
“พวกอุปราช องคมนตรี ผู้ว่าราชการมณฑล และพระสหายของกษัตริย์ก็ห้อมล้อมเข้ามา เห็นว่าไฟไม่มีอำนาจอะไรเหนือร่างกายของคนเหล่านี้ ผมบนศีรษะของเขาก็ไม่งอ เสื้อก็ไม่เสียหาย ไม่มีกลิ่นไฟที่ตัวพวกเขาเลย
เนบูคัดเนสซาร์ตรัสว่า
“สาธุการแด่พระเจ้าของชัดรัค เมชาค และอาเบดเนโก พระองค์ผู้ทรงใช้ทูตสวรรค์มาช่วยกู้ผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้ที่วางใจในพระองค์ ไม่ฟังคำบัญชาของกษัตริย์ และยอมพลีชีวิตของเขาเสียดีกว่าปรนนิบัติและนมัสการพระอื่น นอกจากพระเจ้าของพวกเขาเอง
เพราะฉะนั้นเราจึงออกกฤษฎีกาว่า ชนทุกชาติทุกเผ่าทุกภาษาคนใด ที่กล่าวลบหลู่พระเจ้าของชัดรัค เมชาค และอาเบดเนโก จะถูกทึ้งแขนขาออกเสีย และบ้านเรือนของเขาจะถูกทำให้เป็นเศษเล็กเศษน้อย เพราะไม่มีพระอื่นใดที่สามารถช่วยกู้แบบนี้ได้”
แล้วกษัตริย์ทรงเลื่อนยศชัดรัค เมชาค และอาเบดเนโก ให้สูงขึ้นอีกในมณฑลบาบิโลน”

🌈 ผลของการยืนหยัดในความเชื่อของฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยา ทำให้พระนามของพระยาห์เวห์เป็นที่สรรเสริญ ไม่มีใครจะดูหมิ่นได้และพวกเขาได้รับพระราชกฤษฎีกาให้เลื่อนยศที่สูงขึ้นอีกด้วย
🌈เรืองพรก.ฉุกเฉินที่บาบิโลนทำให้เราได้ฉุกคิดได้ถึงการปกป้องในความเชื่อที่ยืนหยัดไม่ประนีประนอมต่อความไม่ถูกต้อง
🌈 พระราชกฤษฎีกาที่ไม่ที่ยงธรรมไม่สามารถต่อต้านพระราชกฤษฎีกาจากสวรรค์ที่ชอบธรรมได้
🌈 พระยาห์เวห์ทรงกำหนดพรก.คุ้มครองให้กับเราตามพระสัญญา
‭‭📕อิสยาห์‬ ‭43:1-3‬
“....อย่ากลัวเลย เพราะเราได้ไถ่เจ้าแล้ว เราได้เรียกเจ้าตามชื่อ เจ้าเป็นของเรา เมื่อเจ้าลุยข้ามน้ำ เราจะอยู่กับเจ้า และเมื่อข้ามแม่น้ำ มันจะไม่ท่วมเจ้า เมื่อเจ้าเดินผ่านไฟ เจ้าจะไม่ถูกไหม้ และเปลวเพลิงจะไม่เผาเจ้า
เพราะเราคือยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของเจ้า องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลผู้ช่วยให้รอดของเจ้า...”

06 มิถุนายน 2563

เอซาว How to ทิ้งสิทธิ์บุตรหัวปี ทิ้งอย่างไรถึงเอาคืนไม่ได้

🙅🏽 เอซาว How to ทิ้งสิทธิ์บุตรหัวปี ทิ้งอย่างไรถึงเอาคืนไม่ได้ 🥣
เอซาว(Esau-עֵשָׂוj หรือนายขนดก(hairy)เป็นความหมายของชื่อเขาเมื่อเกิดมา เขาเป็นแฝดผู้พี่ของน้องชายคือนายยาโคบ(Jacob-יַעֲקֹב) หรือนายจับส้นเท้า เพราะตอนแรกเกิดจับส้นเท้าของเอซาวตามออกมาจากครรภ์มารดาทั้งสองคนนี้เป็นลูกชายของอิสอัคกับนางเรเบคาห์
👬 แม้จะเป็นพี่น้องฝาแฝดแต่ทั้งสองคนนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก
👩‍🌾 เอซาว เป็นนายพราน สายเนื้อ ชอบไปล่าสัตว์จึงเป็นลูกรักของป๋าอิสอัค สายเปย์
👨‍🍳 ยาโคบ เป็นเชฟ ชอบทำอาหารอยู่กับบ้านและเป็นลูกรักของนางเรเบคาห์ ผู้เป็นแม่
🌈 เอซาว เป็นที่โปรดปรานของพ่อ ผู้ที่จะเป็นผู้อวยพรให้กับบุตรหัวปี ได้รับพร 2 เท่าตามธรรมบัญญัติ
‭‭📕เฉลยธรรมบัญญัติ‬ ‭21:17‬
“...โดยแบ่งทุกสิ่งที่มีให้แก่บุตรหัวปีสองเท่า เพราะว่าคนนี้เป็นต้นกำลังของบิดา สิทธิของบุตรหัวปีเป็นของเขา”
🌈แต่เอซาวกลับไม่เห็นคุณค่าสิทธิบุตรหัวปี
เมื่อเกิดความหิวก็ยอมทิ้งสิทธิบุตรหัวปี โดยแค่แลกกับขนมถั่วแดงที่ยาโคบทำเพียงถ้วยเดียว🥣
‭‭📕ปฐมกาล‬ ‭25:27-30, 32-34‬ ‭
“...วันหนึ่งขณะที่ยาโคบต้มอาหารอยู่ เอซาวกลับมาจากท้องทุ่งหิวจัด เอซาวพูดกับยาโคบว่า
“ขอให้ฉันกินของแดงนั้น ของแดงนั้นน่ะ เพราะฉันหิวจัด”
เอซาวว่า “ดูสิ ฉันกำลังจะตายอยู่แล้ว สิทธิบุตรหัวปีจะเป็นประโยชน์อะไรแก่ฉัน?”
ยาโคบว่า “สาบานให้ฉันวันนี้ก่อน” เอซาวจึงสาบานให้ และขายสิทธิบุตรหัวปีของเขาแก่ยาโคบ ยาโคบจึงให้ขนมปังและถั่วแดงต้มแก่เอซาว เขาก็กินและดื่ม แล้วลุกไป
ดังนี้เอซาวก็ดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปีของเขา”
🔥เอซาว ได้ละทิ้งสิ่งสำคัญล้ำค่า คือ สิทธิบุตรหัวปี แต่ยอมแลกได้ด้วยถั่วแดงเพียงถ้วยเดียว
เมื่อเขากินอิ่มและหายหิวแล้ว ก็ไม่สามารถเรียกเอาสิทธิบุตรหัวปีกลับคืนมาได้
🙅🏽เพราะสิทธิ์นี้ไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นตำแหน่งที่พระเจ้าทรงตั้งไว้ให้
การปฏิเสธและละทิ้งก็เป็นการไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ธรรมบัญญัติกำหนดไว้ ☹️
🔥เอซาวได้สูญเสียสิทธิ์บุตรไปโดยสมบูรณ์
🌈ยาโคบได้ทำการสวมรอยเป็นเอซาวเข้าไปสวมสิทธิ์รับการอวยพรบุตรหัวปีจากอิสอัค โดยการรู้เห็นเป็นใจของเรเบคาห์ ผู้เป็นแม่

📕 ‭‭ปฐมกาล‬ ‭27:1-4, 6-7, 17-19
“เมื่ออิสอัคชราและตามัว ท่านก็เรียกเอซาวบุตรคนโตของท่านมา และกล่าวแก่เขาว่า “ลูกเอ๋ย” เขาตอบว่า “ลูกอยู่นี่” ท่านว่า “นี่แน่ะ พ่อแก่แล้ว พ่อไม่รู้วันตายของพ่อ เจ้าจงเอาอาวุธของเจ้า คือแล่งธนูและคันธนูออกไปที่ท้องทุ่ง หาเนื้อมาให้พ่อ เตรียมอาหารอร่อยให้พ่อ อย่างที่พ่อชอบนั้น และนำมาให้พ่อกิน เพื่อพ่อจะได้อวยพรแก่เจ้าก่อนพ่อตาย”
เรเบคาห์จึงพูดกับยาโคบบุตรของนางว่า “แม่ได้ยินพ่อของเจ้าพูดกับเอซาวพี่ชายของเจ้าว่า ‘จงนำเนื้อมาให้พ่อและจัดอาหารอร่อยให้พ่อกิน และพ่อจะอวยพรเจ้าเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ก่อนพ่อตาย’
แล้วนางก็มอบอาหารอร่อยและขนมปังที่นางทำให้ยาโคบบุตรชายของนางถือไป เขาจึงเข้าไปหาบิดาและพูดว่า “พ่อ” และท่านว่า “พ่ออยู่นี่ ลูกเอ๋ย เจ้าคือใคร?” ยาโคบตอบบิดาของเขาว่า “ลูกเป็นเอซาวบุตรหัวปีของพ่อ ลูกทำตามที่พ่อบอกลูกแล้ว เชิญลุกขึ้นนั่งรับประทานเนื้อที่ลูกหามาเถิด เพื่อพ่อจะได้อวยพรแก่ลูก”
‬ ‭
🌈จากนั้นยาโคบได้หลบหนีไป และต่อมายาโคบก็ได้รับพรตามพระสัญญาโดยเป็นต้นตระกูลอิสราเอล 12 เผ่า
🔥แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความบาดหมางของสองพี่น้องเอซาวและยาโคบ แม้ว่าต่อมาจะได้กลับมาคืนดีกันก็ตาม
🔥 แต่เชื้อสายของเขา คือ คนอาหรับเชื้อสายของเอซาวและคนอิสราเอลเชื้อสายของยาโคบก็ยังมีเรื่องบาดหมางกันจนถึงทุกวันนี้
🌈 นี่คือเรื่องราวของ เอซาว How to ทิ้งสิทธิ์บุตรหัวปี
🌈 เมื่อเขาทิ้งไปแล้วก็สูญเสียสิทธิ์ทำให้ชีวิตเสียศูนย์ แทนที่จะได้รับพรอย่างที่ควรจะได้รับ
เพียงเพราะเห็นแก่สิ่งของเล็กน้อยที่อยากได้ตอนหิวเท่านั้น
🌈 ข้อคิดคือ “อย่าให้ความต้องการทางเนื้อหนังของเรา อันเกิดจากความหิวและความอยาก
ทำให้เราทำพลาดและได้ทิ้งสิทธิบุตรที่จะได้รับพรจากพระเจ้า  เพราะมันจะได้โดยไม่คุ้มเสีย ทำให้เราต้องเสียดายและเสียใจในสิ่งที่เสียไปในที่สุด”

05 มิถุนายน 2563

อิสอัค เกษตรกรพอเพียง ผู้เกิดผลร้อยเท่า


🍇อิสอัค เกษตรกรพอเพียง ผู้เกิดผลร้อยเท่า🍇
📕พระธรรมปฐมกาล บทที่ 26 ได้บันทึกเรื่องราวของอิสอัค เกษตรกรแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแบบของพ่อ

🌈อิสอัคได้รับที่ดินมรดกจากอับราฮัม ผู้เป็นพ่อและได้อยู่ในดินแดนแห่งพระสัญญาของพระยาห์เวห์
แม้จะเกิดกันดารอาหารและผู้คนจำนวนมากหนีไปอียิปต์ แต่ท่านเชื่อฟังเสียงของพระยาห์เวห์และไม่หนีไปไหน

📕 ‭‭ปฐมกาล‬ ‭26:1-3‬ ‭
“อยู่มาเกิดการกันดารอาหารในดินแดนนั้น นอกเหนือจากการกันดารอาหาร...พระยาห์เวห์ทรงปรากฏแก่ท่านและตรัสว่า
“อย่าไปอียิปต์เลย อาศัยในแผ่นดินซึ่งเราจะบอกแก่เจ้าเถิด อาศัยอยู่ในดินแดนนี้
แล้วเราจะอยู่กับเจ้าและอวยพรเจ้า เพราะว่าเราจะให้ดินแดนเหล่านี้ทั้งหมดแก่เจ้า และแก่เชื้อสายของเจ้า เราจะทำให้คำสาบานซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้กับอับราฮัมบิดาของเจ้านั้นสำเร็จ”
🌈 ท่านได้รับการเยียวยาเกษตรกรโดยพระยาห์เวห์
และเมื่อท่านได้สัตย์ซื่อที่จะทำตามคือการหว่านและขุดบ่อน้ำ ท่านก็ได้เก็บเกี่ยวผลร้อยเท่า
📕 ปฐมกาล 26:12-13
“อิสอัคหว่านพืชในดินแดนนั้น ในปีเดียวกันก็เก็บผลได้หนึ่งร้อยเท่า พระยาห์เวห์ทรงอวยพรท่าน อิสอัคก็ร่ำรวยและมั่งมีขึ้นเรื่อยๆ จนท่านเป็นคนมั่งคั่ง”
🌈อิสอัค(Isaac-יִצְחָק )ผู้มีชื่อหมายถึง “หัวเราะ”ตามที่อับราฮัมและซาราห์ ผู้เป็นพ่อแม่ตั้งให้ไว้ เขาได้หว่านด้วยน้ำตาแห่งความยากลำบากแต่เขาได้เก็บเกี่ยวด้วยเสียงหัวเราะเพราะพระยาห์เวห์อวยพรอย่างมโหฬาร สะบาลาฮึ่ม!
📕 สดุดี‬ ‭126:3, 5-6‬ ‭
“พระยาห์เวห์ทรงกระทำการมโหฬารให้เรา เราจึงมีความยินดี...
ผู้ที่หว่านด้วยน้ำตาจะได้เก็บเกี่ยวด้วยเสียงโห่ร้องยินดี ผู้ที่ร้องไห้ออกไป โดยหอบเมล็ดพืชเพื่อจะหว่าน จะกลับบ้านด้วยเสียงโห่ร้องยินดี โดยหอบฟ่อนข้าวมาด้วย”

‭‭
อิสอัคแม้ว่าเขาจะไม่สมบูรณ์แบบ เพราะแสบไม่เบาเหมือนพ่อของเขา คือ อับราฮัมโกหกว่าเมียเป็นน้องสาว
อิสอัคก็โกหกเช่นเดียวกันโดยบอกว่า นางเรเบคาห์ ภรรยาเป็นน้องสาว เพราะการรักตัวกลัวตาย
🤥 นี่คือ “คำโกหก” ลูกไม้เก่าที่หล่นไม่ไกลต้น
พ่อหว่านสิ่งใดกับลูก ลูกก็จะเลียนแบบพ่อและเก็บเกี่ยวสิ่งนั้นด้วยเช่นกัน
 การโกหกเป็นการสร้างปัญหาและทำให้ผิดใจกับราชา อาบีเมเลค และผิดใจกับคนฟิลิสเตียที่มาอิจฉาและกลั่นแกล้งกลบบ่อน้ำของอิสอัค หนำซ้ำยังถูกขับไล่ออกจากเมือง
📕 ‭‭ปฐมกาล‬ ‭26:8-9,15-16
“... อาบีเมเลคกษัตริย์ชาวฟีลิสเตียทรงมองตามช่องหน้าต่าง เห็นอิสอัคกำลังเล้าโลมเรเบคาห์ภรรยาของท่าน
อาบีเมเลคจึงทรงเรียกอิสอัคมาเข้าเฝ้า และตรัสว่า “นี่แน่ะ นางเป็นภรรยาของเจ้าแน่ๆ ทำไมเจ้าจึงพูดว่า ‘เธอเป็นน้องสาวของข้าพระบาท’
อิสอัคทูลพระองค์ว่า “เพราะข้าพระบาทคิดว่า ‘ไม่อย่างนั้นข้าพระบาทจะตายเพราะนาง’...
ชาวฟีลิสเตียได้อุดและเอาดินถมบ่อทุกบ่อซึ่งคนใช้ของบิดาท่านขุดไว้ในสมัยอับราฮัมบิดาของท่าน) อาบีเมเลคตรัสกับอิสอัคว่า “ไปเสียจากเราเถิด เพราะเจ้ามีกำลังมากยิ่งกว่าพวกเรา”


🌈 พระยาห์เวห์มีแผนการดีที่อวยพรลูกของพระองค์ ไม่ใช่คำว่า “เพราะเราทำอะไร” แต่เพราะความรักของพระองค์ “แม้ว่าเราเป็นอย่างไร” พระองค์ก็ทรงอวยพรเราไม่มีเงื่อนไข
🌈 บ่อน้ำที่เบเออร์เชบา เป็น “สนธิสัญญาหย่าศึก” ระหว่างอิสอัคและราชาอาบีเมเลค ที่เป็นมิตรสหายของอับราฮัม พ่อของเขา
🌈 พระยาห์เวห์ทำให้ได้กลับคืนดีกันและทรงสร้างพันธมิตรด้วยบ่อน้ำแห่งพันธสัญญาที่เบเออร์เชบาแห่งนี้ตลอดไป
📕ปฐมกาล‬ ‭26:28-33‬ ‭
“พวกเขาตอบว่า “เราเห็นชัดเจนแล้วว่าพระยาห์เวห์ทรงอยู่กับท่าน เราจึงว่า ขอให้มีสัตย์สาบานระหว่างท่านกับเราทั้งหลาย และขอให้เราทำพันธสัญญากับท่าน เพื่อว่าท่านจะไม่ทำอันตรายแก่เรา
ดังที่เราไม่ได้แตะต้องท่าน และไม่ได้ทำสิ่งใดแก่ท่านเว้นแต่ความดี และได้ส่งท่านไปอย่างสันติ บัดนี้ท่านเป็นผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงอวยพร”
...ในวันนั้นเองคนใช้ของอิสอัคมาบอกท่านถึงเรื่องบ่อน้ำ ซึ่งเขาได้ขุดและกล่าวแก่ท่านว่า
“เราพบน้ำแล้ว” ท่านเรียกบ่อนั้นว่า ชิบาห์ เมืองนั้นจึงมีชื่อว่า เบเออร์เชบา จนทุกวันนี้”


🌈 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ อิสอัค เกษตรกรพอเพียง ผู้เกิดผลร้อยเท่า เขาเป็นผู้รับพรที่จะแจกจ่ายพระพรออกไปอย่างเพียงพอต่อคนทั้งหลาย
🌈 ข้อคิดในวันนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ขอให้เราวางใจในพระสัญญาของพระยาห์เวห์ที่ทรงมีต่อลูกของพระองค์ ดั่งพ่อที่อวยพรลูกเสมอ
🌈ในทุกวิกฤต เรามีสิทธิ์ที่จะได้รับการเยียวยาเสมอจากพระองค์ อย่าใช้สิทธิ์นะครับ
ถ้าไม่แน่ใจ ก็ขอเข้าไปทบทวนสิทธิ์ได้
 อิสอัค ใช้สิทธิ์เยียวยาเกษตรกรไปแล้วในฐานะสิทธิ์การเป็นลูก แต่อย่าให้เหมือนเอซาว ลูกของอิสอัคที่ไม่เห็นคุณค่าและสละสิทธิ์การเป็นบุตรหัวปีไป
📕โปรดติดตามตอนต่อไป...เรื่องของเอซาวและยาโคบ 😊

04 มิถุนายน 2563

Blacklivesmatter คนผิวสีก็มีความหมาย

🧔🏾Blacklivesmatter คนผิวสีก็มีความหมาย❤️
🌈 จดหมายฝากของอัครทูตมาระโกได้เขียนบันทึกถึงเรื่องราวของคนผิวสีที่ชื่อว่า...
🧔🏾ซีโมน ชาวไซรีน ผู้ชายคนเดียวในโลกที่ได้แบกไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ ✝️
📕มาระโก ‪15:21‬-22
มีคนหนึ่งชื่อซีโมนชาวไซรีน เป็นบิดาของอเล็กซานเดอร์และรูฟัส เดินทางจากบ้านนอกมาตามเส้นทางนั้น...
พวกเขาจึงเกณฑ์ “ซีโมน” ให้แบกกางเขนของพระองค์ พวกเขาพาพระองค์มาถึงที่แห่งหนึ่งชื่อกลโกธา (แปลว่ากะโหลกศีรษะ)
🧔🏾 ซีโมน ผู้มาจากเมืองไซรีนทางตอนเหนือของแอฟริกา เขาเป็นคนบ้านนอกเดินทางเข้ากรุงเยรูซาเล็ม
🕎 ช่วงเวลานั้นเขามาเพื่อร่วมฉลองเทศกาลปัสกา และเขาได้อยู่ในสถานที่ถูกต้องและในเวลาที่เหมาะสมที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ใช้เขาเพื่อจะทำให้แผนการของพระองค์สำเร็จด้วยการแบกไม้กางเขนและนำพระเยซูคริสต์ไปถึงจุดหมายปลายทาง
🌈สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาทำให้ครอบครัวของเขาได้รับความรอดและนำความรอดไปสู่ชาวไซรีน และบรรดาชาวไซรีนนี้ได้กลับมาที่กรุงเยรูซาเล็มอีกครั้งหนึ่งเพื่อฉลองเทศกาลเพ็นเทคอสต์🔥
📕 ‭‭กิจการ‬ ‭2:10-11‬...เป็นคนที่อยู่ในประเทศอียิปต์และในบางส่วนของเมืองลิเบียซึ่งขึ้นกับ นครไซรีน เป็นคนที่มาจากกรุงโรม ซึ่งมีทั้งพวกยิวกับพวกที่เข้าจารีตยิว และเป็นชาวครีตและชาวอาระเบีย เราต่างได้ยินคนเหล่านี้กล่าวถึงกิจการที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในภาษาของเราเอง
🕎 แม้ว่า ซีโมน(Simon)ซึ่งชื่อของเขาหมายถึง “การฟังและการให้กำลังใจ”(Hearkening; listening) จะไม่ได้เป็นอัครทูตหรือผู้รับใช้พระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ ทำการอัศจรรย์มากมาย แต่สิ่งที่เขาทำมีความหมายและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้เชื่อทั้งหลาย คือ “การแบกกางเขนแทนพระเยซู”
🌈ชื่อของเขาและครอบครัวเป็นที่จดจำไปทั่วโลก
✝️ สิ่งนี้เป็นคำพยานที่ทำให้ข่าวประเสริฐแพร่กระจายไปสู่ดินแดนของคนผิวสีที่ได้รับความรอด และส่งต่อความเชื่อที่เข้มแข็งไปถึง “ รูฟัส” ลูกของซีโมน ที่ต่อมาได้อพยพไปอยู่ที่กรุงโรมและเปิดบ้านเพื่อเป็นคริสตจักร
✝️ อัครทูตเปาโลยังได้พักอาศัยที่บ้านของเขา และภรรยาของซีโมน คุณแม่ของรูฟัส
อัครทูตเปาโลยังได้นับถือเป็นแม่อุปถัมภ์ของท่าน ดังที่เขียนในจดหมายฝากไปเพื่อระลึกถึง
📕โรม 16:3 ขอฝากคำทักทายมายังรูฟัส ผู้ที่ทรงเลือกไว้ในองค์พระผู้เป็นเจ้า และมารดาของเขาซึ่งเป็นมารดาข้าพเจ้าด้วย
😊เปาโลคงเขียนไปเพื่อกล่าว "Hello Mama แม่กินข้าวหรือยัง ลูกสบายดี”
🧔🏾 Blacklivesmatter คนผิวสีก็มีความหมาย
เราทุกคนแม้มีความแตกต่างทางเชื้อชาติและผิวสีแต่ก็เป็นพี่น้องกันและไม่ควรเหยียดหยามกัน

03 มิถุนายน 2563

อกเกือบหักเพราะรักคนมีพี่สาว

💕อกเกือบหักเพราะรักคนมีพี่สาว👩‍❤️‍👨
เรื่องราวของนายยาโคบกับนางสาวราเชลที่บันทึกไว้ใน📕พระธรรมปฐมกาลบทที่ 29-30
👩‍❤️‍👨 ณ ริมบ่อน้ำ ยาโคบพบรักกับราเชล ผู้เป็นลูกสาวของลาบัน
❤️ ด้วยความงามของทรามวัยและความรักที่ชักพาทำให้ยาโคบถึงกับยอมเสนอตัวเป็นทาสสมัครรับใช้ลาบันซึ่งเป็นลุงของตนถึง 7 ปี เพื่อจะได้ราเชลมาเป็นภรรยา
📕ปฐมกาล 29:20 ยาโคบก็รับใช้อยู่ 7 ปีเพื่อได้นางสาวราเชล เห็นเป็นเหมือนน้อยวันเพราะเขารักเธอ
🌈 เวลา7 ปีผ่านไปไวเหมือนดังละครตัดตอนมา
ยาโคบมาทวงสัญญากับลาบัน แต่ดันมาเจอการฉลาดเกมโกงของพ่อตา ด้วยการส่งตัวพี่สาวคือนางสาวเลอาห์ เข้าหอแทนนางสาวราเชล โดยอ้างเป็น “ธรรมเนียม” ที่ต้องให้พี่สาวแต่งงานก่อนน้องสาว อันที่จริงคือการ “ทำเนียน”เพื่อหลอกให้ยาโคบรับใช้ต่ออีก 7 ปี
‭‭
📕ปฐมกาล‬ ‭29:25-27‬
“พอรุ่งขึ้นยาโคบก็เห็นว่าเป็นเลอาห์ จึงกล่าวแก่ลาบันว่า “ทำไมลุงทำกับฉันเช่นนี้? ฉันรับใช้ลุงเพื่อได้ราเชลไม่ใช่หรือ? ทำไมลุงจึงล่อลวงฉันเล่า?”
ลาบันจึงตอบว่า “ในถิ่นของเราไม่มีธรรมเนียมที่จะยกน้องสาวให้ก่อนพี่หัวปี ขอให้ครบ 7 วัน ของหญิงนี้ก่อน แล้วเราจะยกคนนั้นให้ด้วย เพื่อตอบแทนที่เจ้าจะรับใช้ลุงอีก 7 ปี”
💕ยาโคยนึกในใจว่า “อย่างนี้ก็ได้เหรอ” แต่ต้องยอมเพราะรัก อกเกือบหักเพราะรักคนมีพี่สาวอย่างราเชล ในที่สุดก็ได้ราเชลเป็นภรรยา แต่ต้องรับใข้พ่อตาต่อไปด้วยสัญญาผูกมัดเป็นสัญญาทาสชัด ๆ
🔥สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง เป็นจุดจบชีวิตคู่อันแสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยความอิจฉาของบรรดา “เดอะเมียส์” ที่แสนจะเพลียใจในชีวิตยาโคบ
🔥ความเกลียดชังยังตกไปสู่รุ่นลูกของยาโคบ ที่บรรดาพี่ชายที่เป็นลูกของนางเลาอาห์ได้อิจฉาโยเซฟ ลูกชายของนางราเชล และขายได้โยเซฟไปเป็นทาสที่อิยิปต์ในเวลาต่อมา
🌈 เรื่องนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ในความรักที่ยอมอดทนรอคอยของยาโคบและความหึงหวงที่ทำให้เกิดความขัดแย้งของภรรยาทั้งสองของยาโคบ ถือเป็นเรื่องอกเกือบหักและรักเกือบล่มที่เกิดในครอบครัว
🌈 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักที่ทรงมีต่อยาโคบ แม้ว่าเขาไม่สมบูรณ์แต่เพราะว่าความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระองค์ทำให้ยาโคบได้เป็นบรรพบุรุษของอิสราเอลทั้ง 12 เผ่าตามพระสัญญา

02 มิถุนายน 2563

ทำไมถึงต้องเป็นฉัน? เรื่องอุ้มรักของมารีย์


👩🏻‍🦰 ทำไมถึงต้องเป็นฉัน? เรื่องอุ้มรักของมารีย์🤱🏼
💕เรื่องอุ้มรักของจริงที่ไม่ได้อิงจากละครของนางสาวมารีย์🌈
🌈เธอเป็นหญิงพรหมจารีที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้สำหรับแผนการความรอดของมนุษยชาติ
🌈พระเจ้าใช้ครรภ์ของเธอเป็นที่ประสูติของพระเยซูคริสต์
🌈เมื่อทูตสวรรค์มาปรากฎกับเธอและให้เธอได้อุ้มรักตั้งครรภ์ด้วยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณ
‭‭📕ลูกา‬ ‭1:30-32‬
“แล้วทูตสวรรค์จึงกล่าวแก่นางว่า “มารีย์เอ๋ย อย่ากลัวเลย เพราะเธอเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน นี่แน่ะ เธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู บุตรนั้นจะเป็นใหญ่ และจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้าสูงสุด องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าจะประทานบัลลังก์ของดาวิดบรรพบุรุษของท่านให้แก่ท่าน”
🌈การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ถ้าเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว เมื่อได้ยินว่าเธอกำลังจะตั้งครรภ์ ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี
 แต่หากเป็นหญิงพรหมจารีย์ แต่ต้องตั้งครรภ์โดยยังไม่ได้มีการสมรส ถือว่าเป็นบุคคลน่ารังเกียจ
จึงเป็นเหตุที่ทำให้เธอต้องปฏิเสธไม่เป็นที่ยอมรับในบ้านเมืองของโยเซฟ ผู้เป็นชายคนรักของเธอ ไม่มีใครให้ที่พักรับรองที่เมืองเบธเลเฮ็ม เธอต้องไปคลอดลูกที่รางหญ้าในคอกวัวที่ต่ำต้อย 📕ลูกา 2:7
🕎 เมื่อพระเยซูคริสต์ อายุ 8 วัน เธอพาไปทำพิธีเข้าสุหนัตและถวายบุตรตามธรรมเนียมยิว
📕 ลูกา 2:21-22,34-35
คำเผยพระวจนะโดยสิเมโอน ว่า นางมารีย์จะต้องเจ็บปวดใจ เหมือนดาบแทงกลางใจ เพราะเธอจะเห็นลูกของเธอตายต่อหน้าต่อตา
✝️เพราะพระเยซูคริสต์จะรับความเจ็บปวดที่กางเขนเพื่อใจของคนจะประจักษ์แจ้งถึงความรักของพระเจ้าที่พระเยซูคริสต์มาตายไถ่บาป
🌈 มารีย์เป็นผู้ที่ติดตามพระเยซูไปเพื่อคอยดูแลจนแม้กระทั้งวาระสุดท้ายพระเยซูถูกตรึงกางเขน
ในขณะที่สาวกที่เป็นผู้ชายที่ใกล้ชิดหายไปกันหมด แต่มางมารีย์อยู่ที่นั่นด้วยหัวใจที่บาดเจ็บเหมือนดังถ้อยคำเผยพระวจนะว่า
🗡"ถึงหัวใจของท่านเองก็จะถูกดาบแทงทะลุด้วย” ❤️
💕เมื่อลูกเจ็บ-แม่เจ็บด้วย เมื่อลูกจวนจะตาย หัวใจแม่แทบใจสลายแตกเป็นเสี่ยงๆ
🌈 นางมาเรียผู้เป็นแม่ของพระเยซูคริสต์ แม้ว่านางได้เคยเห็นการอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงทำมากมายไม่ว่าจะเป็นการรักษาคนป่วยให้หาย คนตายให้ฟื้น ห้ามพายุ ขับผีร้าย ผู้ช่วยให้รอด
แต่วันนี้นางต้องยืนดูลูกของนางตายต่อหน้าต่อตา ซึ่งไม่มีแม่คนไหนรับได้
📕ยอห์น 19:25-27
“คนที่ยืนอยู่ข้างกางเขนของพระเยซูนั้นมีมารดากับน้าสาวของพระองค์ มารีย์ภรรยาของเคลโอปัสและมารีย์ชาวมักดาลา เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์ และสาวกคนที่พระองค์ทรงรักยืนอยู่ใกล้พระองค์ จึงตรัสกับมารดาของพระองค์ว่า “หญิงเอ๋ย นี่คือบุตรของท่าน” แล้วพระองค์ตรัสกับสาวกคนนั้นว่า “นี่คือมารดาของท่าน” แล้วสาวกคนนั้นก็รับมารดาของพระองค์มาอยู่ในบ้านของตนตั้งแต่เวลานั้น”
✝️เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์ ทรงมอบหมายให้ยอห์นทำหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูต่อไป
💕ความรักของแม่เป็นความรักที่เที่ยงแท้ แม้จะเป็นอย่างไรแม่ก็คือแม่คอยดูแลลูกไม่ห่างกาย
📕หนังสือพระคัมภีร์ได้บันทึกเรื่องราวของการอุ้มรักและความรักของแม่ ที่เป็นรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ที่คนที่เป็นแม่นั้นพร้อมเสมอที่จะยืนเคียงข้างและให้กำลังใจลูกเสมอ
💕ความรักของแม่คือเชื้อเพลิงที่ช่วยให้คนธรรมดาๆ สามารถทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”
"Mother love is the fuel that enables a normal human being to do the impossible." - Marion C. Garretty
เรียบเรียงจากบทความเรื่อง “ความรักแท้ แม่ก็คือแม่”

01 มิถุนายน 2563

คดีแม่กุเรื่อง สมัยกษัตริย์ซาโลมอน

⚖️ คดีแม่กุเรื่อง 🔨 สมัยกษัตริย์ซาโลมอน
📕 หนังสือ 1 พงศ์กษัตริย์‬ ‭3:22-28‬
ได้บันทึกเรื่องราวของคุณแม่ที่กุเรื่อง สร้างข่าวคนหนึ่งในสมัยของกษัตริย์ซาโลมอน🕎
ถ้าสมัยนี้คงจะเป็นคดีคุณแม่วางยาลูกเพื่อหาเงินบริจาค
⚖️ คดีมีอยู่ว่า เกิดความขัดแย้งระหว่างคุณแม่ 2 คนที่อ้างว่า “ตนเป็นแม่ของเด็กทารกเพศชายที่มีชีวิตอยู่ ส่วนเด็กทารกอีกคนที่ตายไม่ใช่ลูกของตน”
“แต่หญิงอีกคนหนึ่งพูดว่า “ไม่ใช่ เด็กที่มีชีวิตเป็นลูกของข้า ส่วนเด็กที่ตายเป็นของเจ้า” หญิงคนที่หนึ่งพูดว่า “ไม่ใช่ เด็กที่ตายเป็นของเจ้า และเด็กที่มีชีวิตเป็นของข้า” เขาทั้งสองพูดเถียงกัน...
⚖️ เมื่อพิจารณาแล้ว กษัตริย์ซาโลมอนจึงให้เอาดาบมาแบ่งครึ่งทารกคนนั้น แม่ที่แท้จริงอ้อนวอนให้ยกทารกคนนั้นแก่หญิงอีกคน เพื่อจะรักษาชีวิตลูกของตนไว้แม้จะไม่ได้เขากลับมาก็ตาม กษัตริย์ซาโลมอนจึงทรงคืนทารกชายคนนั้นให้แก่เธอ เพราะเธอเป็นแม่ที่แท้จริง
...และพระราชาตรัสว่า “จงเอาดาบมาให้เราเล่มหนึ่ง” พวกเขาจึงเอาดาบมาไว้ต่อพระพักตร์พระราชา และพระราชาตรัสว่า “จงแบ่งเด็กที่มีชีวิตนั้นออกเป็นสองท่อน และให้หญิงคนหนึ่งครึ่งหนึ่ง และอีกคนหนึ่งครึ่งหนึ่ง”
...แล้วหญิงคนที่บุตรของตนยังมีชีวิตอยู่นั้นทูลพระราชา เพราะว่าจิตใจของนางสงสารบุตรของนาง นางจึงกราบทูลว่า “เจ้านายของข้าพระบาท โปรดมอบเด็กที่มีชีวิตนั้นให้เธอไป อย่าฆ่าเขาเลย”
...แต่หญิงอีกคนหนึ่งว่า “อย่าให้เด็กนั้นเป็นของข้าหรือของเจ้า ขอทรงแบ่งเถิดเพคะ”
แล้วพระราชาตรัสตอบว่า “จงให้เด็กที่มีชีวิตนั้นแก่หญิงคนแรก อย่าฆ่าเด็กเลย นางเป็นแม่ของเด็กนั้น”
⚖️เมื่อคนอิสราเอลทั้งสิ้นทราบเรื่องการพิพากษา ซึ่งพระราชาทรงวินิจฉัยนั้น เขาทั้งหลายก็เกรงกลัวพระราชา เพราะเขาเห็นว่า พระปัญญาของพระเจ้าอยู่ในพระองค์ ที่จะทรงวินิจฉัยให้ความยุติธรรม🕎
❤️ ข้อคิดคือความรักของแม่คือยอมเสียสละเพื่อปกป้องลูก แม่ก็คือแม่ เป็นความรักตัวแม่อย่างแท้ทรู😊
🌈 พระยาห์เวห์ทรงประทานสติปัญญาให้แก่กษัตริย์ซาโลมอนในการตัดสินคดี แบบสำเร็จเด็ดขาด ไม่ต้องส่งสำนวนต่อไปให้ DSI สืบสวนต่อ เป็นคดีสีชมพูที่น่าประทับใจ
🌈 เมื่อเรามีปัญหา ให้ขอสติปัญญาจากพระองค์และทรงแก้ไขให้เรา เพราะทรงเป็นที่ปรึกษาอัศจรรย์ในชีวิตของเรา
‭‭📕ยากอบ‬ ‭1:5‬ “แต่ถ้าใครในพวกท่านขาดสติปัญญา ให้คนนั้นทูลขอจากพระเจ้าผู้ประทานให้กับทุกคนด้วยพระทัยกว้างขวางและไม่ทรงตำหนิ แล้วเขาก็จะได้รับตามที่ทูลขอ”