01 ธันวาคม 2562

เคล็ดลับการมองเห็นทูตสวรรค์

ประสบการณ์ใหม่ช่วงต้นปีที่แล้ว
ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้ว ผมมีประสบการณ์มากขึ้นกับการมองเห็นทูตสวรรค์ จู่ๆผมก็เห็นทูตสวรรค์อยู่บ่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่า ทำไมจู่ๆผมถึงเห็นทูตสวรรค์บ่อยขึ้น


ในระยะแรกที่ผมมองเห็นทูตสวรรค์บ่อยขึ้น ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์ยังไงดี


วันเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์มากขึ้น แต่การปฏิสัมพันธ์ที่ผมดำเนินไปนั้น ก็เป็นไปตามประสบการณ์และธรรมชาติของผม ขณะนั้นผมยังไม่มีคู่มือเล่มไหนที่แนะนำเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์

คลังหนังสือเกี่ยวกับทูตสวรรค์
จนกระทั่งเมื่อต้นปีนี้ ผมได้ตัดสินใจค้นหาหนังสือสักเล่มหนึ่ง ที่จะช่วยแนะนำการปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์


เมื่อผมลองค้นหาดูจากคลังหนังสือคริสเตียน ผมก็พบว่า หนังสือที่แนะนำเกี่ยวกับทูตสวรรค์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์ในแง่สงคราม แต่ผมต้องการการปฏิสัมพันธ์ในแง่ที่เป็นธรรมชาติมากกว่านี้


สุดท้ายผมก็ได้พบเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า "Everyday Angels" ซึ่งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์ในเรื่องราวต่างๆของชีวิตประจำวัน

Preview-Everyday Angels
ผมมี Preview ของหนังสือเล่มนี้อยู่ครับ ซึ่งได้ให้ข้อแนะนำเบื้องต้นในการมองเห็นทูตสวรรค์


https://1drv.ms/b/s!AgrY1zlKnuX2jRv81dS4ij8WL3h7 (ลิงค์ดาวน์โหลด Preview)

Blog ของ Kayembe
ใน Blog ของคนเขียนก็ได้แนะนำเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์ด้วยครับ ผมคิดว่า Blog นี้ให้คำแนะนำที่ดีทีเดียว


https://www.glorywaves.org/angels-101/ (ลิงค์ของ Blog)

ตอนแรกก็ยังไม่มั่นใจนัก
เมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมก็เริ่มมั่นใจกับการปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์มากขึ้นครับ


ทว่าเมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมก็มีหนังสือเล่มนี้เพียงเล่มเดียวที่เป็นคู่มือในเรื่องนี้ ทำให้ความมั่นใจของผมยังไม่เข้มข้นนัก

หนังสือเล่มที่สอง
และแล้ว เมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมก็ได้สั่งซื้อหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่สอนเกี่ยวกับการเห็นทูตสวรรค์และแนวทางในการปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์


หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า Seeing Angels ซึ่งเขียนโดย Joshua Mills
หลังจากที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ของ Joshua Mills จบ ความมั่นใจของผมในการปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์ก็เพิ่มพูนมากขึ้นทีเดียว

กรอบความคิดที่นำการทะลุทะลวง

ทั้งนี้กรอบความคิดที่นำการทะลุทะลวงของผมเกี่ยวกับทูตสวรรค์ก็คือ


"ถ้าคนเราสามารถพูดภาษาแปลกๆได้ดั่งใจนึก คนเราก็มองเห็นทูตสวรรค์ได้ดั่งใจนึกเช่นกัน"


กรอบความคิดที่นำการทะลุทะลวงนี้ ผมสรุปเอาจากหนังสือ Everyday Angels กับ Seeing Angels ครับ
วันเวลาที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสสอบถามพี่น้องหลายๆท่านในเรื่องประสบการณ์ที่มีต่อทูตสวรรค์ และแล้วผมก็ค้นพบว่า คำตอบที่ผมได้รับนั้นมีอยู่สองทิศทางด้วยกัน

ทิศทางแรก นานๆทีถึงจะเจอทูตสวรรค์
ทิศทางแรกที่ผมได้รับคำตอบก็คือ พี่น้องบางคนไม่ค่อยมีประสบการณ์กับทูตสวรรค์มากนัก บางคนเคยเห็นทูตสวรรค์แค่ครั้งเดียว บางคนก็ไม่เคยเห็นทูตสวรรค์เลย บางคนนานๆทีถึงจะเห็นทูตสวรรค์

ทิศทางที่สอง เห็นทูตสวรรค์อยู่ทุกวัน
ทว่าคำตอบที่ผมได้รับจากพี่น้องอีกส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นไปในอีกทิศทางก็คือ พวกเขาเห็นทูตสวรรค์อยู่ทุกวัน พวกเขาสนทนากับทูตสวรรค์อย่างเป็นปกติในชีวิตประจำวัน พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับทูตสวรรค์ราวกับว่าทูตสวรรค์เป็นเพื่อนที่เขาพบเจออยู่ทุกๆวัน บางคนก็สนทนาและสนิทสนมกับทูตสวรรค์ประจำตัวของเขา

เห็นได้ว่าประสบการณ์ที่มีต่อทูตสวรรค์นั้น ทิศทางทั้งสองต่างกันแบบคนละขั้วเลย ทิศทางแรกก็คือนานๆทีถึงจะเจอกับทูตสวรรค์ แต่อีกทิศทางนึงก็คือการเห็นทูตสวรรค์อย่างเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ทำไมพี่น้องบางคนถึงมีประสบการณ์แค่ในทิศทางแรก แล้วทำไมพี่น้องบางคนถึงเห็นทูตสวรรค์ได้ในทุกวัน อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้บางคนมีแค่ทิศทางแรก แล้วอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้คนเราก้าวเข้าสู่ทิศทางที่สอง วันนี้ผมจะมาเฉลยเคล็ดลับสำคัญเกี่ยวกับการมองเห็นทูตสวรรค์

เข้าใจภาษาแปลกๆ
ก่อนที่ผมจะกล่าวถึงเคล็ดลับของการมองเห็นทูตสวรรค์ ผมขอกล่าวเกี่ยวกับภาษาแปลกๆก่อน เพราะถ้าเพื่อนๆเข้าใจในประเด็นเกี่ยวกับภาษาแปลกๆแล้ว เพื่อนๆก็จะพบแสงสว่างในการมองเห็นทูตสวรรค์

ในเรื่องภาษาแปลกๆนั้น ผมได้สอบถามพี่น้องจากหลายๆโบสถ์ว่า แต่ละคนมีประสบการณ์กับภาษาแปลกๆกันอย่างไร และแล้วผมก็พบว่า คำตอบที่ผมได้รับนั้นก็มีอยู่สองแนวทางด้วยกันคือ

แนวทางแรก นานๆทีถึงจะได้พูดภาษาแปลกๆ
คำตอบแนวทางแรกที่ผมได้ยินคือ พี่น้องบางคนนานๆทีถึงจะพูดภาษาแปลกๆ พวกเขาไม่สามารถที่จะริเริ่มพูดภาษาแปลกๆได้เองทั้งๆที่พวกเขาเคยพูดภาษาแปลกๆมาก่อน หรือถ้าพวกเขาจะเริ่มพูดภาษาแปลกๆเองพวกเขาก็ไม่ค่อยมีความมั่นใจนัก พวกเขาจะรู้สึกมั่นใจและพูดภาษาแปลกๆได้เมื่อพวกเขาได้เต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในลักษณะที่พิเศษ ซึ่งนานๆทีพวกเขาถึงจะมีประสบการณ์เช่นนี้ 

แนวทางที่สอง พูดภาษาแปลกๆกันอยู่ทุกวัน
ในทางตรงกันข้าม ผมกลับเจอพี่น้องส่วนหนึ่งที่พูดภาษาแปลกๆอยู่ทุกวัน พวกเขาพูดภาษาแปลกๆอย่างปกติในชีวิตประจำวัน พวกเขาจะเริ่มพูดภาษาแปลกๆเมื่อไรก็ได้ และพวกเขาก็จะหยุดพูดภาษาแปลกๆเมื่อไรก็ได้ พวกเขาไม่ต้องรอให้เกิดการเต็มล้นแบบพิเศษ ด้วยเหตุนี้ ภาษาแปลกๆจึงเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของพวกเขา

เกี่ยวกับลักษณะของโบสถ์
จากสถิติที่ผมรวบรวมมา ผมสังเกตเห็นว่า พี่น้องที่นานๆทีถึงจะพูดภาษาแปลกๆได้นั้นมักจะมีพื้นเพจากโบสถ์สายวิชาการ ทว่าพี่น้องที่พูดภาษาแปลกๆเป็นปกติในชีวิตประจำวันนั้นมักจะมาจากโบสถ์สายฤทธิ์เดช

ความเข้าใจที่แตกต่าง
บางคนต้องรอคอยให้เต็มล้นแบบพิเศษก่อนถึงจะพูดภาษาแปลกๆได้ แต่บางคนก็เริ่มพูดภาษาแปลกๆเมื่อไรก็ได้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงเช่นนี้อยู่ที่ ความเข้าใจ(Understanding)

ถ้าคนเราเข้าใจว่า การพูดภาษาแปลกๆนั้นมนุษย์ไม่สามารถริเริ่มเองได้ต้องรอคอยให้พระวิญญาณเคลื่อนเท่านั้น ความเข้าใจแบบนี้ก็จะทำให้คนเรานานๆทีถึงจะพูดภาษาแปลกๆ ทว่าถ้าคนเราเข้าใจว่า คนเราจะริเริ่มพูดภาษาแปลกๆด้วยตนเองเมื่อไรก็ได้ ความเข้าใจเช่นนี้ ก็จะทำให้คนเราพูดภาษาแปลกๆอย่างเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

ความเข้าใจที่คนเรามีต่อภาษาแปลกๆนั้น จะเป็นสิ่งที่กำหนดประสบการณ์ของคนๆนั้นเลยทีเดียว เหตุที่บางคนต้องรอคอยให้เต็มล้นแบบพิเศษแล้วจึงพูดภาษาแปลกๆได้ ก็เป็นเพราะเขาเข้าใจว่าภาษาแปลกๆนั้นมนุษย์ไม่สามารถริเริ่มเองได้เลย ทว่าคนที่พูดภาษาแปลกๆได้อย่างเป็นเรื่องปกตินั้น ก็เพราะเขาเข้าใจว่าเขาจะพูดภาษาแปลกๆเองเมื่อไรก็ได้

ความเข้าใจใดที่ถูกต้อง?
ความเข้าใจแรกคือภาษาแปลกๆนั้นมนุษย์ไม่สามารถริเริ่มเองได้เลย ส่วนความเข้าใจที่สองคือภาษาแปลกๆนั้นมนุษย์สามารถริเริ่มเองได้ ถ้าหากสอบถามผมว่า ผมเห็นด้วยกับความเข้าใจแบบไหน ผมก็ต้องตอบว่าผมเห็นด้วยกับความเข้าใจแบบที่สองมากกว่า ทั้งนี้เมื่อพิจารณาดูจากพระคัมภีร์แล้วผมค้นพบหลักการอย่างหนึ่งก็คือ

(1 โครินธ์ 14:32) วิญ​ญาณ​ของ​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น อยู่​ใน​บัง​คับ​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ

จากข้อพระคัมภีร์นี้อธิบายว่า วิญญาณของผู้เผยพระวจนะนั้นอยู่ในการบังคับของผู้เผยพระวจนะเอง ข้อพระคัมภีร์นี้บอกเป็นนัยว่า เมื่อผู้เผยพระวจนะจะใช้ของประทานของเขานั้น ผู้เผยพระวจนะสามารถควบคุมได้ว่าเขาจะใช้ของประทานเมื่อใดและจะหยุดใช้ของประทานเมื่อใด ดังนั้นถ้าผู้เผยพระวจนะสามารถควบคุมการใช้ของประทานการเผยพระวจนะได้ ผู้เผยพระวจนะก็ควรควบคุมการพูดภาษาแปลกๆของเขาได้ นอกจากนี้บริบทของพระคัมภีร์ใน (1 โครินธ์ 14:14-15) เปาโลได้เขียนราวกับว่า เขาจะพูดภาษาแปลกๆเมื่อใดก็ได้ และเขาจะหยุดพูดภาษาแปลกๆเมื่อใดก็ได้ จากบริบทโดยรวมของพระคัมภีร์ทำให้ผมมีความคิดเห็นว่า ถ้าผู้ใดสามารถพูดภาษาแปลกๆได้แล้ว ผู้นั้นก็จะพูดภาษาแปลกๆอีกเมื่อใดก็ได้ และจะหยุดพูดภาษาแปลกๆเมื่อไรก็ได้

หลักการสำคัญของภาษาแปลกๆ
หลักการสำคัญเกี่ยวกับภาษาแปลกๆนั้นก็คือว่า ผู้ใดก็ตามถ้าของประทานแห่งภาษาแปลกๆได้ “ตื่น” ขึ้นมาในผู้นั้นแล้ว ผู้นั้นก็จะเริ่มพูดภาษาแปลกๆเมื่อไรก็ได้และจะหยุดพูดภาษาแปลกๆเมื่อไรก็ได้

เอาล่ะ ผมได้ชี้แจงถึงหลักการสำคัญของภาษาแปลกๆแล้ว ต่อไปนี้ผมก็ขอส่องสว่างเกี่ยวกับหลักการสำคัญของการมองเห็นทูตสวรรค์

หลักการสำคัญของการมองเห็นทูตสวรรค์
ในพระคัมภีร์ได้อธิบายว่า ภาษาแปลกๆถือเป็นของประทานอย่างหนึ่ง (ดู 1 โครินธ์ 12:10) และตามที่ผมได้ชี้แจงไว้ ถ้าของประทานแห่งภาษาแปลกๆของผู้ใดได้ “ตื่น” ขึ้นมาแล้ว ผู้นั้นก็สามารถเริ่มพูดภาษาแปลกๆเมื่อใดก็ได้และจะหยุดพูดเมื่อใดก็ได้

การมองเห็นทูตสวรรค์ก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งในของประทานการเผยพระวจนะ และในทำนองเดียวกับของประทานแห่งภาษาแปลกๆ ถ้าของประทานด้านการมองเห็นทูตสวรรค์ของผู้ใดได้ “ตื่น” ขึ้นมาแล้ว ผู้นั้นก็สามารถมองเห็นทูตสวรรค์เมื่อใดก็ได้ และจะหยุดมองเห็นทูตสวรรค์เมื่อใดก็ได้

ใช่แล้วครับ หลักการสำคัญของการมองเห็นทูตสวรรค์ก็คือ ถ้าของประทานด้านนี้ของเพื่อนๆได้ตื่นขึ้นมาแล้ว เพื่อนๆจะมองเห็นทูตสวรรค์เมื่อใดก็ได้ และจะหยุดมองเห็นทูตสวรรค์เมื่อใดก็ได้

เมื่อของประทานแห่งภาษาแปลกๆของผู้ใดได้ตื่นขึ้น ผู้นั้นก็ได้รับลิ้นฝ่ายวิญญาณ และผู้นั้นจะใช้ลิ้นฝ่ายวิญญาณเมื่อใดก็ได้ และจะหยุดใช้ลิ้นฝ่ายวิญญาณเมื่อไรก็ได้ ในทำนองเดียวกัน เมื่อของประทานแห่งการมองเห็นทูตสวรรค์ได้ตื่นขึ้น ผู้นั้นก็ได้รับดวงตาฝ่ายวิญญาณ และผู้นั้นก็จะลืมตาฝ่ายวิญญาณเพื่อมองเห็นทูตสวรรค์เมื่อใดก็ได้ และจะหลับตาฝ่ายวิญญาณเมื่อไรก็ได้

ความเข้าใจส่งผลต่อประสบการณ์
ความเข้าใจที่ว่า “การมองเห็นทูตสวรรค์ต้องรอคอยให้พระวิญญาณเปิดตา มนุษย์ไม่สามารถเปิดตาได้เอง” ความเข้าใจแบบนี้จะทำให้คนเรานานๆทีถึงจะเจอทูตสวรรค์ อนึ่ง ถ้าคนเราเข้าใจว่า “มนุษย์สามารถมองเห็นทูตสวรรค์เมื่อใดก็ได้” คนเราก็จะพบเจอทูตสวรรค์อย่างเป็นเรื่องปกติ

เคล็ดลับสำคัญของการมองเห็นทูตสวรรค์
เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้คนเราเห็นทูตสวรรค์ได้อย่างง่ายดายก็คือ
ภาษาแปลกๆนั้นคนเราจะเริ่มพูดเมื่อไรก็ได้และจะหยุดพูดเมื่อไรก็ได้ การมองเห็นทูตสวรรค์ก็เช่นกัน คนเราก็มองเห็นทูตสวรรค์เมื่อไรก็ได้และจะหยุดมองเห็นทูตสวรรค์เมื่อไรก็ได้

ประสบการณ์ของคนเรา
คนที่นานๆทีถึงจะได้เจอทูตสวรรค์นั้นเป็นเพราะเขาเข้าใจว่าเขาไม่สามารถเริ่มมองเห็นทูตสวรรค์ได้ด้วยตัวเอง แต่คนที่พบเจอทูตสวรรค์และสนทนากับทูตสวรรค์อย่างเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันได้นั้นก็เป็นเพราะเขาเข้าใจว่าเขาสามารถมองเห็นทูตสวรรค์เมื่อใดก็ได้

เรื่องน่าเสียดาย
บางคนของประทานแห่งการมองเห็นทูตสวรรค์ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว บางคนเคยมองเห็นทูตสวรรค์มาก่อน แต่ด้วยความเข้าใจที่ว่า “ผู้เชื่อไม่สามารถริเริ่มเห็นทูตสวรรค์ได้ด้วยตัวเอง” พวกเขาจึงไม่ค่อยได้เห็นทูตสวรรค์ทั้งๆที่ความจริงแล้วพวกเขาสามารถเห็นได้ในทุกวัน นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย วันนี้จึงเป็นวันที่คนเราจะเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่ และคนเราก็จะมองเห็นทูตสวรรค์และสนทนากับทูตสวรรค์อย่างเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน อาเมน

การมองเห็นทูตสวรรค์จงตื่นขึ้นท่ามกลางเพื่อนๆเถิด อาเมน
 Philip Kavilar

หนังสือแนะนำเพิ่มเติม
Everyday Angels โดย Charity Virkler Kayembe, Joe Brock
Seeing Angels โดย Joshua Mills

Philip Kavilar นักวิชาการด้านฟิสิกส์ ผู้ศึกษาพระคัมภีร์เป็นงานอดิเรก เป็นผู้ที่มีของประทานด้านวิชาการและการเผยพระวจนะผสมผสานกัน  ท่านมีความปรารถนาที่จะเห็นการร่วมประสานกันระหว่างพี่น้องในสายวิชาการกับพี่น้องในสายฤทธิ์เดช และหนุนใจให้คริสตจักรขับเคลื่อนในการเผยพระวจนะและการแปลภาษาแปลกๆ

คำอธิษฐานประจำเดือนคิสเลฟ 5780

Chodesh Tov สุขสันต์สำหรับการเริ่มต้นใหม่ในเดือนคิสเลฟ (Kislev כִּסְלֵו) ปี 5780 (ช่วงวันที่ 29 พฤศจิกายน -28 ธันวาคม 2019)🌙
🌈 คิสเลฟ (Kislev)เป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินศาสนาและเป็นเดือนที่ 3 ปฏิทินการปกครองของอิสราเอล
🕎 เทศกาลสำคัญในเดือนนี้คือ เทศกาลแห่งแสงสว่าง หรือ ฮานุกกะห์(Hanukkah) เป็นเวลา 8 วันช่วงวันที่ 25 คิสเลฟ-2 เทเบท (ปี 5780 จะอยู่ในช่วงวันที่ 23 -30 ธันวาคม 2019)
🕍 เทศกาลนี้เรียกอีกชื่อว่า “เทศกาลฉลองพระวิหาร” เป็นการระลึกถึงการชำระพระวิหารให้พ้นจากมลทินจากการถูกชนชาติกรีกนำไปใช้เพื่อถวายเครื่องบูชาแก่รูปเคารพ(ยอห์น 10:22)
✝️ เทศกาลนี้เป็นภาพเงาเล็งถึงพระเยซูคริสต์ที่ทรงเป็นความสว่างที่เข้ามาในโลกและมีชัยชนะเหนือความมืด (ยอห์น 1:4-5)
เช่นเดียวกับเทศกาลคริสต์มาส(วันที่ 25ธันวาคม) ที่คนทั่วโลกฉลอง ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความรอดผ่านทางพระเยซูคริสต์(ยอห์น 3:16) พระองค์ทรงเป็นของขวัญที่แท้จริงในเทศกาลนี้

🌈เดือนนี้ให้เราอธิษฐานป่าวประกาศถ้อยคำอธิษฐานอวยพระพรประจำเดือนคิสเลฟ (Kislev)ดังนี้

1. เดือนแห่งความสว่าง 🕎
อธิษฐานป่าวประกาศตามพระวจนะ
📕ยอห์น 1:5 ​ความ​สว่าง​ส่อง​เข้า​มา​ใน​ความ​มืด และ​ความ​มืด​ไม่​อาจ​เอาชนะ​ความ​สว่าง​ได้
เดือนนี้จึงเป็นเดือนแห่งความสว่าง พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแสงสว่างของโลก(ยอห์น 8:12) และเราทั้งหลายเป็นลูกของความสว่างที่ต้องออกไปสำแดงชีวิตเพื่อนำพระคุณ ความรักของพระเยซูไปสู่โลกนี้(โรม 13:11-14)

2. เดือนแห่งการพัฒนายุทธศาสตร์ 🏹
อธิษฐานป่าวประกาศตามพระวจนะ
📕 อิสยาห์ 49:2 ​พระ​องค์​ทรง​ทำ​ปาก​ของ​ข้าพเจ้า​เหมือน​ดาบ​คม ​พระ​องค์​ทรง​ซ่อน​ข้าพเจ้า​ไว้​ใน​ร่ม​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ทรง​ทำ​ข้าพเจ้า​ให้​เป็น​ลูกศร​ขัด​มัน ​พระ​องค์​ทรง​ซ่อน​ข้าพเจ้า​ไว้​เสีย​ใน​แล่ง​ของ​พระ​องค์
เดือนนี้เป็นเดือนที่เราจะรับการสำแดงเชิงเผยพระวจนะเพื่อรับยุทธศาสตร์ต่างๆ เผ่าเบนยามินเชี่ยวชาญในการยิงธนู (การยิงธนูเล็งถึงยุทธศาสตร์ด้านการกล่าวถ้อยคำแห่งความจริง) ดังนั้นเราถูกขัดเกลาจากพระองค์เพื่อเราจะปลดปล่อยถ้อยคำเผยพระวจนะเพื่อทำลายศัตรูและพุ่งไปสู่เป้าหมาย

3. เดือนแห่งการค้นพบอัตลักษณ์ที่แท้จริง❤️
อธิษฐานป่าวประกาศตามพระวจนะ
📕เอเฟซัส 1:5 ​พระ​องค์​ทรง​กำหนด​เรา​ไว้​ด้วย​ความ​รัก​ก่อน​ตาม​ที่​ชอบ​พระ​ทัย​พระ​องค์ ให้​เป็น​บุตร​โดย​พระ​เยซู​คริสต์​
🕎เดือนนี้เป็นเดือนแห่งเผ่าเบนยามินที่ได้ค้นพบค้นพบอัตลักษณ์ที่แท้จริงของตน
แม้ว่านางราเชลตั้งชื่อเขาว่าเบนโอนี หมายถึง "บุตรแห่งความทุกข์ระทม"
แต่ยาโคบรู้ว่านั่นไม่ได้เป็นตัวตนของเขา ท่านจึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า เบนยามิน หมายถึง "บุตรชายแห่งมือขวา" และเผ่านี้เป็นเผ่าแห่งนักรบที่ยิ่งใหญ่ตามเป้าประสงค์(ปฐมกาล35:16-21)

4. เดือนแห่งความฝัน 🌙
อธิษฐานป่าวประกาศตามพระวจนะ
📕กันดารวิถี 12:6 ​พระ​องค์​ตรัส​ว่า “จง​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​เรา ถ้า​จะ​มี​ผู้เผย​พระ​วจนะ​ท่ามกลาง​เจ้า​ทั้ง​หลาย เรา​พระ​เจ้า​จะ​สำแดง​ตัว​แก่​ผู้​นั้น​เป็น​นิมิต เรา​จะ​พูด​กับ​เขา​ทาง​ฝัน

เดือนนี้เป็นเดือนที่เราจะฝันไปกับพระเจ้าและรับการสำแดงจากพระองค์ จงอธิษฐานขอพระองค์ทรงประทานความเข้าใจในการตีความหมายของความฝันให้กับเรา ความฝันบางอย่างนั้นเพียงความทรงจำในบางสิ่ง ถ้าเราเคยประสบสิ่งนี้
จงทูลต่อพระองค์ให้เยียวยาจากบาดแผลนั้น แล้วพระองค์จะทรงกระทำให้เราหลับสบาย (สดุดี 127:2)

13 พฤศจิกายน 2562

คำเผยพระวจนะประจำเดือนพฤศจิกายน 2019

คำเผยพระวจนะประจำเดือนพฤศจิกายน 2019 :   พระเจ้าจะสำแดงหนังสือแห่งเป้าประสงค์ในชีวิตของคุณ
 
โดย ดั๊ก แอดดิสัน
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของปีใหม่ของชาวยิวและเป็นฤดูกาลใหม่ในฝ่ายวิญญาณอีกด้วย ปีนี้พระเจ้าจะปลดปล่อยความโปรดปรานลงมายังคนที่ทุกข์ใจแม้ดูเหมือนว่าหลายสิ่งถูกทำให้ล่าช้าพระเจ้าจะทรงทำให้พันธสัญญาต่างๆที่ทรงสัญญาไว้กับคุณสำเร็จ ผมได้ยินพระเจ้าพูดซ้ำๆว่าจงอย่าท้อแท้สิ้นหวังกับความล่าช้าเพราะความล่าช้าเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ขาดไปเสียไม่ได้เนื่องจากความล่าช้าช่วยตระเตรียมเราสำหรับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่จะมาถึง
"เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่ มันกำลังรีบไปถึงความสำเร็จ มันจะไม่มุสา ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย มันจะมาถึงแน่นอน คงไม่ล่าช้านัก" ฮาบากุก 2:3 THSV11
หนังสือ 3 เล่มถูกเปิดออก
ผมเห็นหนังสือ 3 เล่มในสวรรค์เปิดออกมาในปีนี้ คือ
หนังสือแห่งความเข้าใจ
●หนังสือแผนการของศัตรู
●หนังสือแห่งเป้าประสงค์ชีวิ
พระเจ้ากำลังปลดปล่อยความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับเป้าประสงค์ชีวิตของคุณ พระองค์กำลังสำแดงแผนการของศัตรูและพระองค์จะประทานยุทธศาสตร์ให้แก่คุณเพื่อเอาชนะเหนืออุปสรรคต่างๆที่ขัดขวางอยู่
หนังสือในสวรรค์ไม่ใช่หนังสือในฝ่ายกายภาพแต่เป็นหนังสือในฝ่ายวิญญาณ หนังสือเหล่านี้บรรจุการทรงเรียกในชีวิตของคุณ งานที่คุณได้รับมอบหมายและคำแนะนำเชิงเผยพระวจนะ เราเห็นหนังสือและหนังสือม้วนตลอดพระคัมภีร์ทั้งเล่ม พระเยซูทรงตรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้ในพระธรรมลูกา10:20 และเราก็ได้เห็นหนังสือของพระเมษโปดกในวิวรณ์ 13:8
นี่เป็นช่วงเวลาของปีที่หนังสือแห่งฟ้าสวรรค์กำลังถูกเปิดออกมาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับปีที่กำลังมาถึง (สดุดี139:16)

1. หนังสือแห่งความเข้าใจ
"ข้าพเจ้าได้ยินแต่ไม่เข้าใจ แล้วข้าพเจ้าจึงพูดว่า “นายเจ้าข้า สิ่งเหล่านี้จะลงเอยอย่างไร?” ท่านพูดว่า “ดาเนียลเอ๋ย ไปเถอะ เพราะว่าถ้อยคำเหล่านั้นก็ถูกปิดไว้แล้ว และถูกประทับตราไว้จนถึงวาระสุดท้าย คนเป็นอันมากจะชำระตนเอง ทำให้ตนเองสะอาดหมดจดและถูกถลุง แต่คนชั่วจะยังทำการชั่วอยู่ และไม่มีคนชั่วสักคนหนึ่งจะเข้าใจ แต่บรรดาคนฉลาดจะเข้าใจ"
ดาเนียล 12:8‭-‬10 THSV11‬
พระเจ้ากำลังเปิดเผยการสำแดงที่ล้ำลึกมากยิ่งขึ้นในปีนี้ อีกทั้งจะมีการเปิดหนังสือม้วนแห่งความเข้าใจเกี่ยวกับฤดูกาลและการทรงเรียกของคุณออกมา จงเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับความเข้าใจ สติปัญญาและการเปิดเผยสำแดงที่ล้ำลึกมากขึ้น
"และนิมิตทั้งหมดนี้กลายเป็นเหมือนถ้อยคำในหนังสือม้วนที่ปิดตราไว้ต่อพวกเจ้า เมื่อเขาให้แก่คนที่อ่านออกและกล่าวว่า “โปรดอ่านเล่มนี้” เขากล่าวว่า “ข้าอ่านไม่ได้เพราะมีตราปิดไว้”
อิสยาห์ 29:11 THSV11
จงเฝ้าดูพระเจ้าเปิดเผยสำแดงในหลายสิ่งที่คุณไม่เข้าใจในอดีต

2. หนังสือแผนการของศัตรู
"พระยาห์เวห์ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็รู้ พระองค์ทรงเปิดเผยการกระทำของเขาแก่ข้าพระองค์" เยเรมีย์ 11:18 THSV11
ผมเห็นนิมิตในคืนหนึ่งที่พระเจ้าทรงสำแดงให้ผมเห็นหนังสือแผนงานของศัตรูที่ใช้ขัดขวางคนมากมาย ในนิมิตนั้นหนังสือแผนงานของซาตานที่ใช้ขัดขวางผมนั้นเล่มใหญ่มาก และผมเองก็ไม่สามารถที่จะอ่านรายละเอียดในหนังสือนั้นได้เพราะว่าหน้าต่างๆในหนังสือนั้นเบลอไปหมด ผมรู้สึกถึงความยุติธรรมของพระเจ้าพุ่งขึ้นภายในผม ผมก้าวเข้าไปยังศาลแห่งสวรรค์ ยื่นอุทธรณ์ขอความยุติธรรมและทูลขอให้พระเจ้าสำแดงแก่ผมถึงสิ่งที่ศัตรูจะขัดขวางผม
การเผชิญหน้านี้เกิดขึ้นในปี 2017 ผมรู้สึกเหมือนกับการสำแดงนั้นยังไม่สมบูรณ์และมีบางสิ่งที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นมากกว่านั้น ผมลืมเรื่องนี้ไปแล้วจนกระทั่งเดือนนี้ที่พระเจ้าทรงนำผมกลับไปในสถานการณ์นั้นราวกับว่าสถานการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ (ตุลาคม ค.ศ 2019) แทนที่จะเห็นหน้าหนังสือที่ไม่ชัด ในเวลานี้ผมเห็นแผนการของศัตรูอย่างชัดเจน
“พระองค์ทรงเปิดเผยสิ่งที่ลึกซึ้งและลี้ลับ พระองค์ทรงทราบสิ่งที่อยู่ในความมืด และความสว่างก็อยู่กับพระองค์” ดาเนียล 2:22 THSV11
พระเจ้าตรัสว่า "เรากำลังเปิดเผยแผนการของศัตรูที่ก่อนหน้านี้เคยถูกซ่อนเอาไว้ในความมืด หนังสือแผนงานของศัตรูกำลังถูกเปิดออกในเวลานี้"

3. หนังสือแห่งเป้าประสงค์
ผมเห็นหนังสือแห่งเป้าประสงค์ของพระเจ้าจากอิสยาห์ 61 เปิดออกมาเป็นเหมือนกับหนังสือม้วนทองคำในสวรรค์ นี่เป็นหนังสือม้วนที่พระเยซูอ่านจากพระธรรมลูกา4:18-19 และทรงป่าวประกาศก่อนที่จะทรงเริ่มพันธกิจของพระองค์บนโลก
นี่เป็นหนังสือแห่งเป้าประสงค์ของพระเจ้าที่มีสำหรับชีวิตของเรา
ปีนี้จะเป็นปีที่จะมีการเปิดออกของเป้าประสงค์ที่เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพื่อทำให้สำเร็จ นี่เป็นส่วนสำคัญของคำเผยพระวจนะสำหรับปีที่จะมาถึง เป้าประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับอิสยาห์ 61 อีกมากมายจะเปิดเผยออกมาในเดือนที่จะมาถึง
“พระวิญญาณของพระยาห์เวห์ องค์เจ้านายทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระยาห์เวห์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนที่ทุกข์ใจ พระองค์ทรงส่งข้าพเจ้าไปเพื่อปลอบโยนคนชอกช้ำใจ และเพื่อประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ทั้งประกาศการเปิดเรือนจำแก่ผู้ที่ถูกจำจอง เพื่อประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระยาห์เวห์ และประกาศวันแห่งการแก้แค้นของพระเจ้าของพวกเรา เพื่อชูใจทุกคนที่ไว้ทุกข์” อิสยาห์ 61:1-2 THSV11‬
พระเจ้ากำลังนำฤทธานุภาพใหม่ลงมาเพื่อปลดปล่อยผู้คนออกจากความมืด ผมเห็นคนที่อยู่ในคุกมืดแห่งความไม่แน่ใจ ความรู้สึกแตกสลายและการรั้งรออยู่ พระเจ้าทรงผลักให้ประตูเปิดออกเพื่อที่คุณจะออกมาจากค่ำคืนที่มืดมิดและถิ่นทุรกันดาร ในขณะที่คุณทำสิ่งนี้คุณจะได้รับมอบหมายงานใหม่และการเจิมที่จะช่วยเหลือคนอื่น
“เพื่อจัดเตรียมให้กับพวกที่ไว้ทุกข์ในศิโยน คือให้มงกุฎแทนขี้เถ้าแก่พวกเขา และให้น้ำมันแห่งความยินดีแทนการไว้ทุกข์ เสื้อคลุม แห่งการสรรเสริญแทนจิตวิญญาณที่ท้อแท้ แล้วคนจะเรียกพวกเขาว่าต้นโอ๊ก แห่งความชอบธรรม ที่พระยาห์เวห์ทรงปลูกไว้เพื่อสำแดงพระสิริของพระองค์” อิสยาห์ 61:3 THSV11
ความเศร้าโศกของคุณกำลังจะจบสิ้นลง ปีนี้จะเป็นปีแห่งการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ที่คุณจะได้รับมงกุฎแห่งความงดงามและเหวี่ยงขี้เถ้าแห่งฤดูกาลเก่าทิ้งไป ในปีนี้พระเจ้าจะทรงวางคนของพระองค์ไว้ในสถานที่ใหม่และวางคุณไว้เพื่อสำแดงพระสิริของพระองค์
"เขาทั้งหลายจะสร้างสิ่งปรักหักพังโบราณขึ้นใหม่ เขาจะซ่อมเสริมที่ทิ้งร้างแต่เก่าก่อนขึ้น เขาจะซ่อมบรรดาเมืองที่พังแล้วขึ้นมาใหม่ คือที่ซึ่งร้างมาหลายชั่วอายุคนแล้วนั้น"
อิสยาห์ 61:4 THSV11
จงเฝ้าดูพระเจ้าสำแดงการทรงเรียกและมอบหมายงานที่เคยถูกโยนทิ้งไปแล้วหรืองานที่ทรงสัญญาบางอย่างที่มาถึงชีวิตของคุณที่ยังไม่เกิดขึ้น สิ่งนี้หมายรวมถึงส่วนบุคคลและในระดับที่ใหญ่ขึ้นที่จะส่งผลกระทบกับเมืองและประเทศชาติ เมืองหลายเมืองที่ได้ถูกควบคุมไว้ด้วยความรุนแรงและอาชญากรรมจะตื่นขึ้นมาสู่ความรักของพระเจ้า
พวกคนแปลกหน้าจะยืนเลี้ยงฝูงแพะแกะของพวกท่าน คนต่างด้าวจะเป็นคนไถนาและเป็นคนแต่งเถาองุ่นของท่าน อิสยาห์ 61:5 THSV11
พระเจ้ากำลังปรับเปลี่ยนหลายสิ่งทางด้านการเงินในปีนี้ จะมียุทธศาสตร์ที่จะหาเงินเพื่อพันธกิจแห่งอาณาจักรที่พระองค์ กำลังเรียกคนของพระองค์เข้าไป ความโปรดปรานใหม่และความช่วยเหลือจะมาจากผู้คนที่อยู่รอบตัวคุณ
"แทนความอายของพวกท่าน ท่านจะได้รับเกียรติสองเท่า แทนความอดสู เขาทั้งหลายจะเปรมปรีดิ์ในส่วนแบ่งของเขา เพราะฉะนั้น พวกเขาจะได้กรรมสิทธิ์เป็นสองเท่าในแผ่นดินของเขา ความชื่นบานเป็นนิตย์จะเป็นของเขา" อิสยาห์ 61:7 THSV11

นี่เป็นปีของพระพรสองเท่าและการปลดปล่อยส่วน2 ส่วนลงมาจากสวรรค์
“เพราะตัวเรา ยาห์เวห์รักความยุติธรรม เราเกลียดการโจรกรรมและการอธรรม เราจะให้ค่าตอบแทนแก่พวกเขาอย่างเหมาะสม และเราจะทำพันธสัญญานิรันดร์กับเขา”
อิสยาห์ 61:8 THSV11
พระเจ้าจะทรงประทานความยุติธรรมและการชดใช้คืนสำหรับสิ่งที่สูญเสียไปและสิ่งไม่ดีต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต จงเฝ้าดูที่พระเจ้าจะทรงเคลื่อนไหวในครอบครัวของคุณหรือคนที่คุณแทบจะไม่ได้คาดหวังเลยด้วยซ้ำ
“ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์อย่างยิ่งในพระยาห์เวห์ ใจของข้าพเจ้าจะลิงโลดในพระเจ้าของข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงสวมเสื้อผ้าแห่งความรอดให้ข้าพเจ้า พระองค์ทรงคลุมข้าพเจ้าด้วยเสื้อคลุมแห่งความชอบธรรม เหมือนเจ้าบ่าวที่โพกศีรษะแบบปุโรหิต และเหมือนเจ้าสาวที่แต่งตัวด้วยเพชรพลอย เพราะว่าแผ่นดินทำให้หน่อของมันงอกขึ้นมา และสวนทำให้สิ่งที่หว่านในนั้นงอกขึ้นมาอย่างไร พระยาห์เวห์ องค์เจ้านายจะทรงทำให้ความชอบธรรมและการสรรเสริญ งอกขึ้นมาต่อหน้าประชาชาติทั้งหมดอย่างนั้น” อิสยาห์ 61:10‭-‬11 THSV11‬
พระเจ้าจะนำความสดใหม่ลงมา ความชื่นบานจะมาถึงคนที่ร้องไห้คร่ำครวญและคนที่อยู่ในช่วงเวลาของการรอคอย สิทธิอำนาจใหม่ในฝ่ายวิญญาณจะมาถึง แล้วพระเจ้าจะทรงสำแดงพระองค์เองแก่คุณในแบบที่ล้ำลึกมากขึ้น ในแบบที่สนิทสนมมากขึ้น
นี่เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านแห่งความบริสุทธิ์ที่ยอดเยี่ยมและหลายสิ่งจะปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว!
ขอพระเจ้าอวยพร
ดั๊ก แอดดิสัน
แปลโดย ผักกาด

19 ตุลาคม 2562

ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมา ทรงพระเจริญ( Blessed is He who Comes!)


ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมา ทรงพระเจริญ
( Blessed is He who Comes!) 

 โดย อาเชอร์ อินเทรเตอร์(Asher Intrater)

หนึ่งในคำอธิษฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเมสสิยาห์คือ
ברוך הבא בשם ה' , Baruch Haba b'shem Adonai บารุค ฮาบา บเชม อาโดนาย
ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงพระเจริญ
พบสองครั้งในพระกิตติคุณมัทธิว ครั้งแรกคือการโห่ร้องต้อนรับของฝูงชนในเวลาแห่ง "การเสด็จเข้ามาอย่างผู้พิชิต" สู่เยรูซาเล็ม ในระหว่างพระเยซูทรงหลังลาเข้ามาในเมือง ผู้คนได้วางผ้าของตนบนถนน โบกกิ่งปาล์ม และตะโกนว่า 
"โฮซันนา แก่ราชโอรสของดาวิด ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงพระเจริญ" (มัทธิว 21:9)
ครั้งที่สองพบสองสามวันต่อมา ในขณะที่พระเยซูกำลังสั่งสอนในเยรูซาเล็ม สอนเกี่ยวกับยุคสุดท้าย และต่อว่าผู้นำศาสนาในความหน้าซื่อใจคดของพวกเขา
“โอ เยรูซาเล็มๆ ที่ได้ฆ่าบรรดาผู้เผยพระวจนะ และเอาหินขว้างผู้ที่รับใช้มาหาเจ้าถึงตาย ...ดูเถิด นิเวศของเจ้าจะถูกทอดทิ้งและเริศร้าง ด้วยเราว่าแก่เจ้าทั้งหลายว่า 'ตั้งแต่นี้ต่อไปเจ้าจะไม่เห็นเราอีก กว่าเจ้าจะออกปากกล่าวว่า ขอให้ท่านผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ" (มัทธิว 23:37-39)
การเสด็จเข้ามาทั้งสองแบบมีเงื่อนไข (Conditional Dual Entry)
ดังนั้น เรามี "การเสด็จเข้ามาอย่างผู้พิชิต" หนึ่งครั้งในอดีต (มัทธิว 21) และหนึ่งครั้งในอนาคต (มัทธิว 23) ครั้งในอนาคตอ้างถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง ซึ่งจะคล้ายกับครั้งแรก แต่จะมีสง่าราศีและ "มีชัยชนะ" มากกว่า พระเยซูจะกลับมาบนหลังม้าสีขาวและจะได้รับการต้อนรับจากฝูงชนมากมาย ที่มารวมกันจากทุกชนชาติ
พระเยซูกล่าวว่า "เจ้าจะไม่เห็นเราอีก กว่าเจ้า..." สิ่งนี้อาจจะถูกมองเป็นได้ทั้งแง่ลบและแง่บวก เป็นการลงโทษและสัญญา ก่อนอื่นเลย เมืองจะถูกทำลาย จากนั้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต มันจะต้องถูกรื้อฟื้น
หลังจากที่เมืองถูกรื้อฟื้น จะมีเวลาที่ผู้คนในเยรูซาเล็ม จะต้อนรับพระองค์ด้วยเสียงโห่ร้องว่า "บารุค ฮาบา" พระองค์จะไม่เสด็จกลับมาจนกว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น พระองค์จะกลับมาเมื่อมันเกิดขึ้น สิ่งนี้เป็นทั้งคำพยากรณ์และ"สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน"

ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้ต้องเกิดขึ้นก่อน ด้วยเหตุผลเดียวกันว่าต้องมีการเสด็จกลับมาสองครั้งของ         พระเมสสิยาห์ ครั้งหนึ่งเพื่อทนทุกข์ในฐานะเครื่องบูชาลบมลทินบาป และอีกครั้งหนึ่งเพื่อปกครอง          และครอบครองในฐานะกษัตริย์
หลังจากพระเยซูถูกตรึง เมืองจะต้องถูกทำลาย ในเวลานั้น ข้อความแห่งความรอดเริ่มถูกแผ่ขยายออกไป ทั่วโลก ขณะนี้หลังจากหลายปี ทุกชนชาติมีโอกาสที่จะรับความรอด การชุมนุมกันในระดับนานาชาติได้เติบโตขึ้น ประกอบด้วยคริสเตียนแท้จากทุกกลุ่มชาติพันธุ์ 
เวลานี้คือเวลาสำหรับอิสราเอลที่จะถูกรื้อฟื้นเพื่อพร้อมที่จะต้อนรับพระเมสสิยาห์เยซูกลับมาอีกครั้ง เวลานี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่อิสราเอลจะต้อนรับพระองค์กลับมา แต่พวกที่เหลืออยู่ในกลุ่มคนจากทุกเผ่าและทุกลิ้นด้วย
พระเยซูทรงเป็นกษัตริย์ของชาวยิวและเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ พระองค์เป็นบุตรดาวิดและพระบุตรของ พระเจ้า พระองค์เป็นกษัตริย์ของอิสราเอลและเป็นศีรษะของคริสตจักร ดังนั้นการเข้าสู่ชัยชนะครั้งสุดท้ายจะมีทั้งในมิติของนานาชาติและมิติของอิสราเอล
ในทำนองเดียวกันพระสัญญาเกี่ยวกับการกลับมาของพระองค์จะต้องมี“สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”ทั้งในระดับนานาชาติและอิสราเอล “สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”ในส่วนของอิสราเอลเราได้อ่านแล้วในมัทธิว 23 และ“สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”ในส่วนของนานาชาติจะพบได้ในมัทธิว 24
มัทธิว 24:14 ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จะได้ประกาศไปทั่วโลก ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง
ดังนั้นมีสองแก่นเรื่องหลักเกี่ยวกับอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งเตรียมความพร้อมสำหรับการเสด็จมาครั้งที่สอง เรื่องแรกคือข่าวประเสริฐแก่ประชาชาติทั้งหลาย และเรื่องต่อมาคือการฟื้นฟูของอิสราเอล (ทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ)
แก่นเรื่องหลักทั้งสองเกี่ยวกับอาณาจักรนี้ สามารถพบได้ทั่วพระคัมภีร์เป็นร้อยๆตอน พระเยซูได้สรุปเพื่อให้ได้ใจความอย่างกระชับแบบง่ายๆในมัทธิว 24 และมัทธิว 23 เราสามารถพิจารณาได้ว่าเป็นสองสิ่งกว้างๆที่จะต้องเกิดขึ้นก่อนการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซู
เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมาพระองค์จะสถาปนาอาณาจักรพันปีบนแผ่นดินโลก เมืองหลวงคือเยรูซาเล็ม จะมีสันติสุข และความมั่งคั่งท่ามกลางประชาชาติ พญามารจะถูกจับมัดและถูกจองจำไว้หนึ่งพันปี (อิสยาห์บทที่ 2 และวิวรณ์บทที่ 20)
การต่อต้านของมาร(Evil Resistance)
ในขณะที่อาณาจักรของพระเยซูเป็นข่าวดีต่อมนุษย์ แต่เป็นข่าวร้ายของมาร ดังนั้นสอง “สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน” นี้จึงเป็นเป้าหมายของสงครามฝ่ายวิญญาณ กองกำลังของมารรู้ว่าพวกมันจะถูกทำลายจากการกลับมาของพระองค์ พวกมันจึงต้องการหยุดยั้งทั้งสอง “สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”นี้
ซาตานต่อสู้ 2 สิ่งนี้: พระกิตติคุณแห่งอาณาจักรต่อบรรดาประชาติ และการรื้อฟื้นของอาณาจักรของพระเจ้าสู่อิสราเอล พวกเราทุกคนในคริสตจักรนานาชาติและกลุ่มชาวยิวผู้เชื่อพระเยซูที่หลงเหลืออยู่      ในอิสราเอลล้วนรับใช้อย่างขยันขันแข็งเพื่อให้สอง “สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน”นี้เป็นจริง เหตุนี้เองพวกเราจึงตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของมารด้วยเช่นเดียวกัน
 อาเชอร์ อินเทรเตอร์
การต้อนรับกษัตริย์(Welcoming The King)
วลีที่ว่า “บารุค ฮาบา” ถูกใช้ในวัฒนธรรมฮีบรูสำหรับ 3 วาระโอกาส 
อย่างแรกคือเพื่อพูดต้อนรับใครก็ตามที่เข้ามาในบ้าน 
อย่างที่ 2 คือเพื่อต้อนรับเจ้าบ่าวในพิธีแต่งงานเพื่อมารับเจ้าสาว และอย่างที่ 3 คืออย่างที่ปรากฏข้างต้นคือใช้ ต้อนรับกษัตริย์แห่งอิสราเอลมายังเมืองหลวงคือเยรูซาเล็มเพื่อมาดำรงตำแหน่งกษัตริย์
ดังนั้นให้เราทุกคนทั้งในอิสราเอลและประชาชาติพูดกับพระเยซูว่า “บารุค ฮาบา” และ “มารานาธา”
พระเยซู เราต้อนรับพระองค์กลับมาในแผ่นดินโลก
เราต้อนรับพระองค์กลับมารับเจ้าสาวที่บริสุทธิ์และมีสง่าราศี
เราต้อนรับพระองค์กลับมาปกครองในฐานะกษัตริย์ในอาณาจักรของพระองค์
ขอให้ท่านผู้เสด็จมา พระเยซู กษัตริย์ พระเมสสิยาห์ทรงพระเจริญ
ข้อมูลจาก https://tribe.reviveisrael.org/

18 ตุลาคม 2562

ตารางเปรียบเทียบระหว่างฤดูกาลเก่ากับฤดูกาลใหม่

ตารางเปรียบเทียบระหว่างฤดูกาลเก่ากับฤดูกาลใหม่
ฤดูกาลเก่า
ฤดูกาลใหม่
พระคริสต์ทรงเป็นผู้ช่วยให้รอด
พระคริสต์ทรงเป็นองค์เจ้านาย
พระเยซูเป็นลูกแกะ
พระเยซูเป็นสิงโต
สัญลักษณ์คือกางเขน
สัญลักษณ์คือมงกุฎ
การโปรดให้ชอบธรรม
การแบ่งแยกบริสุทธิ์
รอดพ้นจากความตาย
รอดเข้าสู่ชีวิต
บัพติศมาด้วยน้ำ
บัพติศมาด้วยพระวิญญาณ
เดินทางในถิ่นทุรกันดาร
ก้าวข้ามแม่น้ำจอร์แดน
อธิษฐานด้วยคำพูด
อธิษฐานด้วยพระวิญญาณ
ปฏิเสธความชั่วร้าย/ผวาต่อความชั่วร้าย
ประจันหน้าด้วยสงครามฝ่ายวิญญาณ
การให้คำปรึกษา
การปลดปล่อยสู่เสรีภาพ
ฝึกอบรม
ส่งต่อการเจิม
สำนึกบาป
มีชัยชนะเหนือบาป
พิธีกรรม
ด้นสด
ร้องเพลงประสานเสียง
ร้องเพลงในพระวิญญาณ
เครื่องดนตรีคือออร์แกน
เครื่องดนตรีคือคีย์บอร์ด
เพลงชีวิตคริสเตียน
เพลงนมัสการ
พันธกรเฉพาะทีมงาน
พันธกรทั้งพระกาย
การคาดการณ์
การเผยพระวจนะ
การบอกเล่า
การสาธิต
การมองเห็นกับการฟัง
การสังเกตวิญญาณ

แปลมาจากหนังสือ “Churchquake” ซึ่งเขียนโดย C. Peter Wagner


*แปลโดย Philip Kavilar



17 ตุลาคม 2562

ทำไมคำเผยพระวจนะถึงไม่สำเร็จ

บางครั้งคำเผยพระวจนะก็ไม่สำเร็จ
ในทศวรรษที่ผ่านมา คริสตจักรหลายแห่งทั่วโลกได้เติบโตขึ้นในการเผยพระวจนะ สัมมนาและการสอนเกี่ยวกับการเผยพระวจนะนับเป็นสิ่งที่แพร่หลายในปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ ผู้เชื่อในพระคริสต์หลายคนก็สามารถเผยพระวจนะได้อย่างเป็นเรื่องปกติ
อนึ่ง แม้ผู้คนจะได้รับคำเผยพระวจนะที่เป็นมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่บางครั้งคำเผยพระวจนะที่แท้จริงเหล่านี้ก็ไม่สำเร็จ ทั้งนี้ผู้ใหญ่ที่เติบโตในเส้นทางการเผยพระวจนะได้อธิบายไว้ว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้คำเผยพระวจนะไม่สำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่การผิดศีลธรรมหรือการทำบาป แต่อยู่ที่ความไม่เชื่อและการไม่อดทนรอคอยให้คำเผยพระวจนะสำเร็จ
ตัวอย่างจากพระคัมภีร์ที่คำเผยพระวจนะไม่สำเร็จ
ชาวอิสราเอลทั้ง 12 เผ่าได้รับคำเผยพระวจนะว่า พระเจ้าได้ประทานมรดกเป็น “แผ่นดินงาม” แก่พวกเขาแล้ว เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็มีชาวอิสราเอลหลายเผ่าที่ได้รับมรดกเป็นแผ่นดินงาม แต่ก็มีบางเผ่าที่ไม่ได้รับมรดกนี้ มีบางเผ่าที่คำเผยพระวจนะไม่สำเร็จ ตัวอย่างของเผ่าที่ไม่สำเร็จคำเผยพระวจนะก็คือเผ่ารูเบนและเผ่าดาน
เผ่ารูเบนไม่สำเร็จคำเผยพระวจนะ
พระเจ้าได้ประทานแผ่นดินด้านตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนให้เป็นมรดกสำหรับเผ่ารูเบน แต่เมื่อเผ่ารูเบนได้เดินทางผ่านแผ่นดินด้านตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน เผ่ารูเบนก็เห็นถึงความงดงามและความประเสริฐของแผ่นดินด้านตะวันออก ทั้งนี้เผ่ารูเบนยังไม่เคยเดินผ่านและไม่เคยมองเห็นแผ่นดินด้านตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนมาก่อน แต่ด้วยความรีบร้อน คนเผ่ารูเบนได้ทูลขอแผ่นดินด้านตะวันออกจากโมเสส ซึ่งโมเสสก็จัดสรรให้ แต่ตามคำเผยพระวจนะแล้วอิสราเอลทุกเผ่าควรรอคอยและรับเอาแต่แผ่นดินด้านตะวันตก
เหตุที่เผ่ารูเบนไม่อาจสำเร็จคำเผยพระวจนะ ไม่ใช่เป็นเพราะคนเผ่ารูเบนได้ทำบาปที่ร้ายแรง แต่คนเผ่ารูเบนรีบร้อนและรีบรับเอา”สิ่งดี” ไว้ ทั้งๆที่พระเจ้าได้จัดเตรียม “สิ่งที่ดีกว่า” ไว้แล้ว หลายครั้งพระเจ้าได้จัดเตรียม “สิ่งที่ดีกว่า” ให้กับมนุษย์ แต่ด้วยการที่มนุษย์ไม่อดทนรอคอย มนุษย์จึงรีบรับ “สิ่งดี” มาไว้ก่อน การไม่อดทนรอคอยถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนเราไม่ได้รับ “สิ่งที่ดีกว่า” ซึ่งพระเจ้าได้จัดเตรียมไว้
เผ่าดานไม่สำเร็จคำเผยพระวจนะ
ตามกำหนดที่พระเจ้าประทานให้ คนเผ่าดานได้พื้นที่ด้านซ้ายสุดของแผ่นดินงามเป็นมรดก เผ่าดานจึงสู้รบกับคนพื้นเมืองเพื่อยึดครองผืนดินบริเวณนั้น ทว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป เผ่าดานก็ไม่อาจชนะคนพื้นเมืองได้ หัวหน้าเผ่าดานจึงหยุดทำสงครามที่แผ่นดินด้านซ้ายสุด และเลือกที่จะไม่ยึดครองแผ่นดินที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ เผ่าดานได้ตัดสินใจบุกไปยังพื้นที่ด้านเหนือสุด และยึดเอาผืนดินด้านเหนือสุดไว้ ซึ่งตามกำหนดของพระเจ้าแล้ว เผ่าดานไม่ควรไปยึดเอาแผ่นดินด้านเหนือสุด แต่ควรสู้รบที่แผ่นดินด้านซ้ายสุดต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะยึดครองได้
บางครั้งพระเจ้าได้ประทานพระสัญญาและเป้าหมายให้กับมนุษย์ผ่านคำเผยพระวจนะ แต่บางครั้งพระสัญญานั้นก็ไม่ได้สำเร็จในชั่วข้ามคืน บางทีคนเราทำสงครามมาหนึ่งครั้งแต่พระสัญญาก็ไม่สำเร็จ พอทำสงครามอีกครั้งพระสัญญาก็ยังไม่สำเร็จ และด้วยการทำสงครามมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที มนุษย์ที่ไม่มีความเชื่อก็ไม่อาจอดทนทำสงครามต่อได้อีก ผู้คนที่ไม่มีความเชื่อจึงเปลี่ยนใจไปจากเป้าหมายของพระเจ้า โดยไปพิชิตเป้าหมายอื่นที่พระเจ้าไม่ได้กำหนดไว้ พระสัญญาที่พระเจ้าประทานให้ในตอนแรกจึงไม่สำเร็จ ทั้งนี้การที่พระสัญญาไม่สำเร็จนั้น ไม่ใช่เพราะมนุษย์ทำบาปที่ร้ายแรง แต่เป็นเพราะมนุษย์ไม่อดทนรอคอยและไม่ยอมทำสงครามต่อ บางครั้งหากมนุษย์ทำสงครามต่ออีกหน่อย พระสัญญาก็จะสำเร็จแน่นอน
แค่มีคำเผยพระวจนะยังไม่พอ ต้องมีความเชื่อด้วย
จากพระคัมภีร์ได้บันทึกถึงคำเผยพระวจนะที่ไม่สำเร็จ ซึ่งเหตุผลสำคัญที่คำเผยพระวจนะไม่สำเร็จไม่ใช่เพราะว่า มีการทำบาปอันร้ายแรงจนพระเจ้ายกเลิกพระสัญญา แต่เป็นเพราะผู้รับคำเผยพระวจนะไม่มีความเชื่อและไม่อดทนรอคอยให้พระสัญญาสำเร็จ
อับราฮัมแม้ว่าจะทำบาปด้วยการโกหกชาวอียิปต์ แต่พระเจ้าก็ไม่ได้ยุติพระสัญญาที่ให้กับอับราฮัม วันเวลาผ่านไปอับราฮัมอดทนรอคอยและเชื่อในพระสัญญาโดยไม่หวั่นไหว สุดท้ายถ้อยคำเผยพระวจนะที่มาถึงอับราฮัมก็สำเร็จ แม้ว่าอับราฮัมจะทำบาปในระหว่างที่รอคอยก็ตาม ดังนั้นการสำเร็จคำเผยพระวจนะจึงไม่ได้อยู่ที่ “การไม่ทำบาป” แต่อยู่ที่การมี “ความเชื่อแบบอดทนรอคอย”
วาระนี้เป็นวาระที่คริสตจักรเติบโตอย่างมากในการเผยพระวจนะ แต่คำเผยพระวจนะที่มีอยู่บางครั้งก็ไม่สำเร็จ ซึ่งไม่ใช่เพราะผู้รับคำเผยพระวจนะได้ทำบาปที่ร้ายแรง แต่เป็นเพราะผู้รับคำเผยพระวจนะขาดความเชื่อแบบระยะยาว
การเผยพระวจนะนับเป็นการเติบโตก้าวที่หนึ่งของคริสตจักร ทว่าถ้าคริสตจักรจะเติบโตสู่ความไพบูลย์ คริสตจักรต้องเติบโตขึ้นในก้าวที่สอง ซึ่งก็คือการเติบโตในของประทานความเชื่อ เพราะโดยของประทานความเชื่อ พระสัญญาที่มาจากคำเผยพระวจนะก็มาถึงความสำเร็จได้

Philip Kavilar นักวิชาการด้านฟิสิกส์ ผู้ศึกษาพระคัมภีร์เป็นงานอดิเรก เป็นผู้ที่มีของประทานด้านวิชาการและการเผยพระวจนะผสมผสานกัน  ท่านมีความปรารถนาที่จะเห็นการร่วมประสานกันระหว่างพี่น้องในสายวิชาการกับพี่น้องในสายฤทธิ์เดช และหนุนใจให้คริสตจักรขับเคลื่อนในการเผยพระวจนะและการแปลภาษาแปลกๆ

04 ตุลาคม 2562

ค่ายทรงสถิต 5780

❤️เตรียมพร้อมกับการพักสงบในการทรงสถิต ใกล้ชิดหัวใจพระบิดาสู่ความเป็นครอบครัวของพระคริสต์เข้าสู่ประสบการณ์ในเพิงแห่งพระสิริ ช่วงเวลานัดหมายของพระองค์🌈
🌈ค่ายทรงสถิต 5780 วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม-วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2019 ณ สวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จ.สงขลา 🏕
✝️ วิทยากรค่ายโดย อ.นิมิต พานิช ศิษยาภิบาลอาวุโส คริสตจักรแห่งพระบัญชา
อ.สุเชษฐ์ อุ่นใจ หัวหน้าโซนพันธกิจภาคใต้และคณะผู้นำคริสตจักรแห่งพระบัญชา
ลงทะเบียนสมัคร (อาหารและที่พัก) ได้แล้วในวันนี้ เพียงท่านละ 380 บาท!
เด็กอายุ 4-12 ปี ค่าลงทะเบียน 180 บาท
เด็กแรกเกิด-3 ปี ฟรีค่าลงทะเบียน
รีบลงทะเบียนเนื่องจากที่พักมีจำนวนจำกัด!ติดต่อลงทะเบียนสมัครได้ที่ อ.ปัทมโรจน์ มากสุริวงศ์ 0815586317 อีเมล์ pmpattamarot@gmail.com